กายวิภาคจักรราศี ()

*************

 

            อดีตอธิบดีกรมตำรวจยุครัฐบาลเผด็จการทหารหลายยุคหลายสมัยผู้นี้ ท่านเคยเป็นนายทหารยศนายพลมาก่อน ต่อมาเบี่ยงเบนชีวิตจากนายพลทหารมาเป็นนายพลตำรวจ นับว่าเป็นดวงที่มีวาสนาบารมีมากดวงหนึ่งในแผ่นดิน เนื่องจากเป็นดวงชะตามาตรฐาน  ได้โยคเกณฑ์ที่เรียกว่า “ดวงจตุสดัย” กล่าวคือ มีดาวในภพหลักของดวงชะตา และเป็นราศีทวาร (คือ ราศีต้นธาตุ) อยู่ทุกภพ โดยมี เนปจูน (น) กุมลัคน์, อังคาร (๓) พฤหัสบดี (๕) อยู่ภพที่ ๔ พันธุ, จันทร์ (๒) อยู่ภพที่ ๗ ปัตนิ และ เสาร์ (๗) กับ ราหู (๘) คู่มิตร อยู่ภพที่ ๑๐ กัมมะ ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด

                ดาวเนปจูน (น) เจ้าเรือนศุภะ ที่กุมลัคนา และได้รับกระแสที่ดีจากดาวศุภเคราะห์ ๓ ดวง คือ อาทิตย์ (๑) ศุกร์ (๖) ตรีโกณ และ จันทร์ (๒) เล็ง ช่วยส่งเสริมให้ดวงท่านเป็นผู้มีวาสนาบารมีสูง เป็นที่เคารพยำเกรงของเหล่าทหารและตำรวจในยุคนั้น และยังเข้าตำราที่ว่า ดูยศศักดิ์อัครฐานให้ดูอาทิตย์ (๑)  ซึ่งในดวงชะตาของท่านนั้น  อาทิตย์ (๑) เด่นมาก  คือ  อยู่ในภพปุตตะ ตรีโกณกับลัคนา  แวดล้อมด้วยดาวศุภเคราะห์เกือบทุกดวง  (ยกเว้นแบคคัส) คือ มีศุกร์ (๖) กุม พุธ (๔) นำหน้า พฤหัสบดี (๕) ตามหลัง จันทร์ (๒) โยคหน้า

                อันลักษณะดวงชะตาที่ลัคนา ดาวเจ้าเรือนลัคนา หรือ ดาวภพศุภะ ที่หมายถึง วาสนาบารมี มีดาวศุภเคราะห์ ล้อมหน้าล้อมหลังหลายดวง แม้บางดวงจะมีดาวบาปเคราะห์ล้อมรอบอยู่ด้วยก็ตาม มักจะมีวาสนาบารมีสูง มีคนล้อมหน้าล้อมหลัง อย่างดวงนี้ นอกจากอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนศุภะที่ถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มดาวถึง ๗ ดวง ทั้งศุภเคราะห์และบาปเคราะห์แล้ว จันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ ก็อยู่ในกลุ่มดาวที่เรียงรายล้อมรอบด้วยเช่นกัน แม้จะอยู่ในตำแหน่งประ เสื่อมให้โทษก็ตาม

                ดาวเกี่ยวกับทหารโดยตรง คือ ดาวอังคาร (๓) แต่ก็สามารถนำมาใช้พิจารณากับบุคคลที่มีอาชีพตำรวจด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจาก บรรดาเหล่านักเรียนนายร้อย นายเรือ ทั้งหลายเหล่านั้น ส่วนมากมักจะผ่านมาจากโรงเรียนเตรียมทหาร หรือ เตรียมตำรวจ ด้วยกันทั้งสิ้น ถือว่ามีพื้นฐานการฝึกอบรมมาจากแหล่งเดียวกันนั่นเอง และก็มีหลายรายที่มักเบนเข็ม จากทหารเป็นตำรวจ ขนาดนักการเมืองอย่าง พลตรีประมาณ อดิเรกสาร ท่านไม่ได้เป็นตำรวจสักหน่อย พอเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ก็ถึงกับมีการปูนบำเหน็จยศให้เป็นนายพลตำรวจเอก เทียบเท่ายศอธิบดีกรมตำรวจเลยทีเดียว

                ดาวเกี่ยวกับตำรวจโดยตรง คือ ดาวเสาร์ (๗) กับราหู (๘) หากดาวคู่นี้กุมกัน หรือ แยกกันแต่ทำมุมสัมพันธ์ถึงลัคนา และ ดาวเจ้าเรือนกัมมะ หรือ อยู่ในภพกัมมะ เจ้าชะตามักจะมีอาชีพข้องแวะเกี่ยวกับทหารตำรวจ แม้จะไม่มีดาวอังคารทำมุมถึงด้วยก็ตามที ทั้งนี้ เพราะอาชีพตำรวจนั้น มีหน่วยงานที่รับผิดชอบมากมาย ไม่จำเป็นต้องไปต่อสู้ปราบปรามเสมอไป อย่างเช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง, ตำรวจที่ทำหน้าที่ธุรการ งานที่เน้นการให้บริการแก่ประชาชน ได้แก่ จราจร บรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจาก ดาวเสาร์ (๗) เป็นดาวทุกข์โทษ เป็นดาวที่แบกภาระหนักหน่วง ต้องลำบากตรากตรำ ส่วนราหู (๘) นั้น เป็นดาวลุ่มหลงมัวเมาเกี่ยวกับสิ่งเสพติด และอบายมุขทุกชนิด จึงข้องแวะเกี่ยวกับอาชีพตำรวจโดยตรง

                ในพื้นดวงของท่านอดีตอธิบดีกรมตำรวจท่านนี้ จะเห็นว่า มีเสาร์ (๗) กับ ราหู (๘) ลอยอยู่ในภพกัมมะ เหนือศีรษะขณะเกิด ในขณะเดียวกัน พลูโต (พ) ซึ่งเป็นดาวเจ้าเรือนกัมมะ ในภพวินาศนะ ก็ถูกอังคาร (๓) ดาวการทหาร หรือ ตำรวจ ตรีโกณถึง โดยมีแบคคัส (บ) กุม พฤหัสบดี (๕)  ตรีโกณ พุธ (๔) เล็ง ส่งกระแสให้คุณอยู่ อีกทั้ง เสาร์ (๗) กับ ราหู (๘) คู่มิตร ก็ยังโยคหลัง หรือ เป็นลาภะกับพลูโต (พ) เจ้าเรือนการงานอีกด้วย จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจอะไรที่ท่านจึงเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่ราชการทหารตำรวจ เป็นที่รู้จักเคารพยำเกรงของคนทั่วไป ชนิดมั่นคงและยืนนาน

                วิจารณ์พื้นฐานดวงชะตาของท่านมาพอสมควร มาวกเข้าเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย และโรคภัยไข้เจ็บ ที่ทำให้ท่านต้องหมดอายุขัยกันต่อ  เนื่องจากท่านเป็นนายทหาร ตำรวจ ดังนั้นสุขภาพร่างกายของท่านโดยทั่วไปมักแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอื่นใด เข้ามาแผ้วพาน ดาวหรือภพที่ใช้พิจารณาเกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย โรคภัยไข้เจ็บ ก็คือ ภพศุภะ และดาวเจ้าเรือนภพศุภะ ซึ่งเป็นภพหรือดาวดวงเดียวกันกับที่ใช้พิจารณาในเรื่องของวาสนาบารมี โดยจะเห็นว่า ดาวเนปจูน (น) เจ้าเรือนภพ ศุภะที่กุมลัคนา นั้น ได้รับกระแสที่ดี และโยคเกณฑ์ที่ดี ไปพร้อมกับลัคนา ดังที่ได้วิสัชนามาข้างต้น

                แต่คนที่สุขภาพร่างกายโดยทั่วไปแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้ ไม่ค่อยได้ไปพบหมอพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ใช่ว่าจะพ้นจากโรคร้าย เช่น มะเร็ง หัวใจ ไต ตับ ฯลฯ ซะเมื่อไรกัน สรุปง่าย ๆ ก็คือ พวกที่ร่างกายแข็งแรงดี มักประมาท พวกนี้ทำงานหนัก หามรุ่งหามค่ำ รับผิดชอบสูง ไม่ค่อยใส่ใจในสุขภาพ การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย โอกาสที่ไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ส่งผลให้เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน หรือ เส้นเลือดในสมองแตก มีมาก และมักเป็นแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว คือเป็นทันทีทันใด และตายอย่างเฉียบพลัน ในรายที่รู้ตัว และรักตัวกลัวตาย ก็ต้องบำบัดรักษากันชนิดที่เรียกว่า หมดเนื้อหมดตัวเป็นหนี้เป็นสินก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะพวกที่ไม่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล หรือ มีประกันสุขภาพ ดังนั้น มาดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตัวท่านเอง เพื่อเป็นการป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายประจำทุกปี แม้ตนเองจะมีสุขภาพทั่วไปแข็งแรงก็ตาม

                อาทิตย์ (๑) หมายถึง ยศศักดิ์อัครฐาน งานราชการ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความหมายเกี่ยวกับ ดวงตา และ หัวใจ ในดวงของท่านดังที่บอกไว้แต่ต้น จะเห็นว่า อาทิตย์ (๑) เด่น ส่งผลในด้านของเกียรติยศชื่อเสียง รับราชการเจริญรุ่งเรือง และนั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า หัวใจ และระบบการทำงานของหัวใจของท่านย่อมดีแน่ แต่ในที่สุด ท่านก็ต้องป่วยด้วยโรคหัวใจในภายหลัง และต้องสิ้นอายุขัยเพราะโรคนี้ในที่สุด ทั้งนี้ ด้วยหลักการพิจารณาที่ว่า เราจะพิจารณาแต่เรื่องดี หรือ โยคเกณฑ์ที่ดีของดวงดาวแต่อย่างเดียวหาได้ไม่ ต้องพิจารณาในมุมกลับ หรือ ในมุมทีให้โทษจากบาปเคราะห์ด้วย และการพิจารณานั้น จะนำมาหักล้างหรือหักกลบลบหนี้กันไม่ได้เป็นอันขาด ดีก็ว่าไปตามดี ร้ายก็วาไปตามร้าย เปรียบเสมือนบุญและบาป มีบุญต้องรับผลบุญ มีบาปต้องรับผลแห่งบาปกรรม ไม่มีการหักล้างกันเป็นอันขาด

                เรามาดูกันว่า อาทิตย์ (๑) ในดวงของท่านนั้น ได้รับกระแสร้ายจากการถูกบาปเคราะห์เบียนในมุมที่ให้โทษอย่างไรบ้าง เราจะเห็นว่าอาทิตย์ (๑) แม้จะแวดล้อมด้วยศุภเคราะห์ก็ตาม แต่ก็ยังมีบาปเคราะห์ร้าย มฤตยู (๐) กับ อังคาร (๓) คู่อุบัติเหตุ และการผ่าตัด การทำลายล้างอย่างย่อยยับ เบียนในมุมบีบหน้าหลัง , ถูก เกตุ (๙) ทำมุมกากบาท , แถมท้ายด้วยเสาร์ (๗) ราหู (๘) และพลูโต (พ) เบียนในมุมปลายหอก เลยส่งผลให้ท่านป่วยด้วยโรคหัวใจ และตายเพราะโรคนี้ในที่สุด

                มาพิจารณาดาวเนปจูน (น) เจ้าเรือนภพศุภะที่กุมลัคน์กันบ้าง จะเห็นว่า แม้เนปจูนจะได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ และโยคเกณฑ์ที่ให้คุณ แต่เนปจูนเองก็ถูกบาปเคราะห์เบียนไม่น้อยเช่นกัน จะเห็นว่า มีราหู (๘) เสาร์ (๗) อังคาร (๓) บาปเคราะห์ร้ายตรึงในมุมกากบาท และยังถูก เกตุ (๙) และ มฤตยู (๐) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง ซึ่งในดวงของท่าน จันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ เป็นประ อยู่ตรงข้ามลัคนา เลยทำให้ถูกเบียนจากบาปเคราะห์ในมุมกากบาท และ ถูกบาปเคราะห์บีบหน้าหลังอีกด้วย เลยทำให้ท่านต้องป่วยด้วยโรคร้าย ที่รักษาไม่หาย ต้องบำบัดดูแล กินยาเพื่อประทังชีวิตชนิดขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว และเข้าใจว่า คงจะป่วยมานานหลายปี จวบจนวาระสุดท้ายต้องตายด้วยโรคหัวใจในที่สุด

                อันว่าดาวที่เกี่ยวกับการพิจารณาโรคหัวใจนั้น แต่เดิมผมเข้าใจผิด คิดว่าน่าจะพิจารณาจากดาวอาทิตย์ (๑) เพียงดวงเดียว แต่ต่อมาได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม กลับเห็นว่า ในบางดวงชะตาที่อาทิตย์ (๑) เสีย และถูกเบียนยับเยิน กลับไม่ป่วยด้วยโรคหัวใจ และไม่มีปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับสุขภาพสายตาอีกต่างหาก ดังนั้น จึงน่าจะมีดาวอื่นที่ใช้พิจารณาควบคู่กันไป อย่างเช่น หากจะพิจารณาบุคคลที่เป็นโรคหัวใจ น่าจะพิจารณาจากดาวเสาร์ (๗) ที่เป็นดาวครองใจ หรือ ใจเนื้อด้วย หรือ หากจะพิจารณาเกี่ยวกับสุขภาพสายตา โรคเกี่ยวกับดวงตา ตาบอด ฯลฯ ก็ควรนำดาวมฤตยู (๐) หมายถึง การมองเห็น มาร่วมพิจารณาด้วยเสมอ

                เรามาพิจารณาดาวเสาร์ (๗) ในพื้นดวงของท่านกันบ้าง จะเห็นได้ว่า ดวงของท่านนั้น เสาร์ (๗) ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด ในสภาพที่เป็นนิจ คือ อยู่ในตำแหน่งที่เสื่อม และยังถูกราหู (๘) คราสร้ายเกาะกุม ซึ่งราหูนั้น แม้จะเป็นคู่มิตรกับเสาร์ แต่ด้วยอิทธิพลของความร้ายกาจ มันก็กลับเบียนเสาร์ (๗) ไปในตัวด้วย เรื่องของเสาร์ (๗) กับราหู (๘) เป็นคู่มิตร เมื่อกุมกันและให้คุณกับดวงชะตานั้น ก็จริงอยู่ เข้าตำราที่ว่า ร้ายพบร้ายกลายเป็นดี คือ มันฟาดฟันกันเอง แต่อย่างไรก็ให้โทษอยู่ดี เหมือนกับเราเอาน้ำยาดับกลิ่นไปราดส้วม แม้จะไม่เหม็นกลิ่นส้วม แต่ก็เหม็นกลิ่นน้ำยาแทน

                นอกจากถูกราหู (๘) กุมแล้ว ยังถูกอังคาร (๓) และพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนอริ เล็ง โดยมีเนปจูน (น) และจันทร์ (๒) ดาวประ ทำมุมกากบาท อย่างนี้ถือได้ว่า เสาร์ (๗) เองถูกเบียนจากดาวให้โทษยับเยิน ในขณะที่ตัวมันเองก็อยู่ในสภาพนิจ อ่อนกำลัง

                เสาร์ (๗) เป็นดาวทุกข์โทษ และดาวแห่งการแบกภาระที่หนักหน่วง เมื่อถูกเบียนมาก ๆ กลับทำให้เจ้าชะตาเป็นคนที่มีอุปนิสัยชอบรื่นรมย์ มีอารมณ์กระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ แม้จะมีภาระหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบมากและหนักหน่วงก็ตามที

                มาดูตำแหน่งดาวในวันที่ท่านต้องจบชีวิตด้วยโรคหัวใจกัน จะเห็นว่ามีศุภเคราะห์จันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ และ แบคคัส (บ) เจ้าเรือนลาภะ จรมาทับลัคนา ดูเผิน ๆ ไม่น่าจะตายเลยนะ แต่ที่ตาย เพราะ ดาวบาปเคราะห์ ๔ ดวง คือ อังคาร (๓) เกตุ (๙) เสาร์ (๗) และ พลูโต (พ) ที่จรมาทำมุมกากบาทกับลัคนา ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ ที่เป็นประ  และเนปจูน (น) เจ้าเรือนศุภะที่กุมลัคนาอยู่ และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ มฤตยู (๐) เจ้าเรือนมรณะ ดันจรมาทับอาทิตย์ (๑) หมายถึง หัวใจ โดยมีบาปเคราะห์บีบเรือนหน้าหลัง ถึง ๕ ดวง คือ เนปจูน (น) นำหน้า อังคาร (๓) เสาร์ (๗) เกตุ (๙) และพลูโต (พ) ขนาบหลัง ราหู (๘) เล็งอาทิตย์ (๑) อีกด้วย อาทิตย์ ที่เป็นหัวใจ ก็เลยถูกทำลายยับเยิน หัวใจมันก็วายน่ะสิครับ

                มาดูเสาร์ (๗) ดาวหัวใจอีกดวงหนึ่งในพื้นดวงกัน ว่าถูกเบียนอย่างไร จะเห็นว่า เสาร์ (๗) ในพื้นดวงนั้น ถูกบาปเคราะห์ถึง ๔ ดวง คือ อังคาร (๓) เสาร์ (๗) พลูโต (พ) และ เกตุ (๙) เล็งเบียน โดยมี ศุกร์ (๖) คู่ศัตรู และ มฤตยู (๐) ดาวเจ้าเรือนมรณะ ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง แม้จะเป็นมุมเดียว แต่ก็ให้โทษรุนแรงเหมือนสองมุม เพราะเป็นดาวที่ให้โทษกับเสาร์ คือ เป็นทั้งศัตรู และ มรณะ ทั้งสองดวง

                มาพิจารณาดาวเสวยอายุ เสวยแทรกกัน อายุ ๗๓ ปี ลัคนาจร เข้าทับลัคนาเดิม ดังนั้น ก็ย่อมถูกเบียนไปพร้อมกับลัคนาเดิมด้วย ส่วนมากเท่าที่สังเกต เวลาลัคนาจรเข้าทับลัคนาเดิม สิ่งใดที่โหรเขาทำนายไว้ว่า จะมีโน่น ได้นี่ ไปโน่น มานี่ หรือสิ่งใดที่เขาทำนายไว้ แล้วยังไม่เกิดขึ้น แม้กระทั่งความตายด้วยโรคนั้นโรคนี้ แม้อุบัติเหตุอันตรายทั้งหลาย ฯลฯ รวมถึงการสิ้นอายุขัย มักจะเกิดในช่วงที่ลัคนาจรเข้าทับลัคนาเดิมนี่แหละ คือ อายุ ๑๓ ปี , ๒๕ ปี, ๓๗ ปี, ๔๙ ปี, ๖๑ ปี, ๗๓ ปี....๘๕ ปี.... ฯลฯ และที่คนกลัวกันมาก เห็นจะเป็นอายุ ๒๕ ปี ซึ่งลัคนาจรเข้าทับลัคนาเดิม เป็นครั้งที่สอง หรือ ครบ ๒ รอบ เพราะในปีนั้น ดาวศุกร์ (๖) เข้าเสวยอายุ และดาวเสาร์ (๗) เข้าเสวยแทรก ทั้งสองดวงนี้ เป็นคู่ศัตรูกัน จึงมักจะให้โทษมากเป็นพิเศษ

                เมื่อวางลัคนาจรในดวงดาวจรในวันที่ท่านตาย จะเห็นได้ว่า มีดาวบาปเคราะห์ร้ายถึง ๔ ดวง คือ อังคาร (๓) เสาร์ (๗) พลูโต (พ) เกตุ (๙) ทำมุมกากบาทกับลัคนาจร เช่นเดียวกับลัคนาเดิมในพื้นดวง ดาวเสาร์ (๗) และ อาทิตย์ (๑) ที่หมายถึง หัวใจนั้น ก็จรอยู่ในตำแหน่งที่ถูกดาวบาปเคราะห์ทำมุมกากบาท ยิ่งเสาร์ (๗) ด้วยแล้ว จรอยู่ในสภาพที่ถูกบาปเคราะห์อีก ๓ ดวง กุม และยังถูกมฤตยู (๐) มรณะ นำหน้า เนปจูน (น) โยคหน้า พาดผ่านเป็นขบวน เลยทำให้ระบบการทำงานของหัวใจท่านล้มเหลว หัวใจวายตายในวันนี้ ชนิดที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้

                โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปในสัปดาห์หน้า ดวงของ ชัชวาลย์ สิริยานนท์ สื่อมวลชนคนดังของแอล.เอ. ผู้ล่วงลับด้วยโรคหัวใจวายขณะทำงานรับใช้สังคมเมื่อไม่นานมานี้ สวัสดี.


ตอนต่อไป

 ตอนที่

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

                   

 

 

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved