กายวิภาคจักรราศี ()

*************

 

                ชัชวาลย์  สิริยานนท์  ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์อาวุโส สื่อมวลชนคนสำคัญของแอล.เอ.อดีตหัวหน้ากองบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์เสรีชัย,   อดีตบรรณาธิการบริหาร  หนังสือพิมพ์ไทยทาวน์ ยู เอส. เอ.   ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ทุกคนรู้จัก  และยอมรับท่านในด้านความรู้   ความสามารถในด้าน  ต่าง ๆ อย่างมากมายหลายแขนง ท่านเป็นทั้งนักเขียน นักสัมภาษณ์ นักร้อง นักแสดง นักสร้างเวที นักพากย์ ผู้กำกับเวที เป็นครูบาอาจารย์ทางด้านศิลปวัฒนธรรมไทย มีความรู้ทางด้านภาษาไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทย รวมทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมืองต่าง ๆ อย่างมากมาย ชนิดที่หาตัวจับยาก  สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นนักปราชญ์ในยุคสมัยนี้ได้คนหนึ่งเลยทีเดียว

                คนที่รู้จักมักจะเรียกนามท่านอย่างสนิทสนมคุ้นเคยว่า พี่ชัช, พี่ต๋อย, อาจารย์ชัช ฯลฯ  สำหรับผมนั้นรู้จักท่าน และครอบครัวของท่านพอสมควร เมื่อเจอท่านทุกครั้ง ผมจะยกมือไหว้ทำความเคารพ ส่วนสรรพนามที่ผมใช้เรียกท่านมาโดยตลอด คือ อาชัช และเรียกภรรยาของท่านว่า อาแป๊ด ทั้ง ๆ ที่วัยของท่านกับผมนั้น ห่างกันเพียงแค่ ๑๓ ปี เท่านั้น

                ผมรู้จักอาชัชครั้งแรกเมื่อคราวที่อาให้เกียรติไปในงานแต่งงานของผม (๒๓ พ.ย. ๒๕๓๙)  ในฐานะญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง เคยร่วมงานกันเมื่อครั้งที่ท่านอยู่เสรีชัยมาหลายปี แม้กระทั่งท่านไปอยู่ไทยทาวน์ ยู.เอส.เอ. และมีโครงการทำวารสารไหมไทย  ท่านก็ยังชวนผมให้ช่วยเขียนคำพยากรณ์รายปักษ์ให้ ซึ่งผมก็บอกท่านว่า ผมนั้นไม่ค่อยมีเวลามากนัก แต่ก็ยินดีเขียนให้ด้วยความเต็มใจ เพราะเคารพรักท่านเป็นการส่วนตัว หากวันใดท่านพ้นความตำแหน่งหน้าที่นี้  มก็คงต้องขอถอนตัว ก็เขียนส่งไปให้ราวสิบกว่าฉบับ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบขึ้นมา ผมก็บอกท่านว่า ผมขอถอนตัว ต่อมา ไม่นานนัก ท่านก็กลับมาทำไหมไทยต่ออีก ท่านก็ชวนผมอีก ผมเลยบอกท่านว่า คงทำให้ไม่ได้แล้ว เพราะมีปัญหาเรื่องงานประจำ และวุ่น ๆ เรื่องส่วนตัว ท่านก็เข้าใจ เลยหาคนจากเมืองไทยช่วยเขียนส่งมาแทน

นับจากนั้น ผมกับท่านก็ไม่ค่อยได้เจอ ติดต่อพูดคุยกันประจำเหมือนแต่ก่อน นานครั้งถึงจะโทร.คุยกัน หรือเจอท่านในงานการกุศลสักที  ผมเจอท่านครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ในงานครบรอบ ๓๐ ปี เสรีชัย ยกมือไหว้ท่าน แต่ไม่ได้คุยกันมากนัก เพราะคนมาร่วมงานกันมาก ยังบอกกับท่านว่า ผมเองก็ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และ ไขมันในเส้นเลือดสูง ท่านยังบอกกับผมว่า ต้องระวังโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมองตีบ และเบาหวาน เพราะโรคทั้งห้านี้เขาถือว่า เป็นพี่น้องกัน ผมก็ยังบอกกับท่านว่า ให้ท่านดูแลสุขภาพตนเองด้วย ท่านก็ยิ้มให้ แล้วต่างก็แยกย้ายกันไป ไม่ได้ติดต่อพูดคุย หรือเจอกันอีกเลย เพราะหลังจากนั้นเพียง ๑ เดือน ผมก็ต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคหัวใจ จนกระทั่งผมมาทราบข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ หลังจากกลับพักร้อนที่เมืองไทย ในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน  ว่าท่านเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายที่วัดไทย ในขณะที่ท่านกำลังบรรยายรีวิวประกอบเพลงชุดผู้ชนะสิบทิศ  ในงานสงกรานต์และลอยกระทง เมื่อ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ทำให้ผมไม่อาจไปร่วมงานศพของท่านได้สักวันเดียว แม้กระทั่งในวันที่เผาร่างท่านในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน เพราะในวันนั้น ผมต้องกลับเข้าทำงานทันทีในตอนเย็น ต่อเนื่องเช้า เลิกงานเอาบ่ายสองโมง มีเวลาพักผ่อนร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางน้อยมาก

แต่แรกผมตั้งใจจะเขียนเรื่องราวของท่าน ในช่วงที่ท่านสิ้นใหม่ ๆ แต่คิดไปคิดมา ในระยะนั้น ใครต่อใครก็เขียนถึงท่านกันมากแล้ว และบทความเรื่องตรีทศเคราะห์เทวา ใกล้จบสมบูรณ์เต็มที ก็เลยคิดจะนำเสนอบทความชิ้นใหม่ เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บที่สามารถอ่านได้จากดวงชะตา และจะได้นำเรื่องราวของท่านในแง่มุมที่ผมรู้จักและคุ้นเคยมาเขียน พร้อมกับนำเสนอบทวิจารณ์ดวงชะตาของท่าน เพื่อเป็นการไว้อาลัย และสร้างกุศลวิทยาทานให้แก่ท่านโดยตรง ถือเป็นการสร้างบุญกุศลร่วมกับท่านเป็นครั้งสุดท้าย

อาชัชถือกำเนิดที่จันทบุรี ในวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๐ สำหรับเวลาเกิดของท่านนั้น ผมถามท่านในวันที่ผูกดวงในระยะที่รู้จักกันใหม่ ๆ ท่านบอกว่า ท่านเกิดในยามหมาหลับ ตอนนั้นผมก็เองก็งง เพราะไม่รู้จริง ๆ นะครับว่า หมามันหลับในเวลาไหน รู้แต่ว่ามันนอนในตอนกลางวัน เนื่องจากต้องเฝ้ายามในตอนกลางคืน ก็เลยให้ท่านช่วยประมาณเวลาเกิดให้ ก็เลยได้เวลา ๑๓.๐๐ น. นี้มา พอผมผูกดวงท่านเสร็จ ก็จำเป็นต้องตรวจสอบว่า ดวงชะตาที่ผูกนั้น ถูกต้อง และเข้ากันได้กับวิถีทางการดำเนินชีวิตของท่านหรือไม่ ? ปรากฎว่า เข้ากันได้ดี จากข้อมูลเรื่องราวย้อนหลังของท่านที่เล่าให้ฟัง และผมก็อาศัยดวงนี้แหละครับ พยากรณ์เรื่องราวให้กับท่านและครอบครัวเป็นระยะ ๆ ตามแต่โอกาสอำนวย และท่านมีปัญหาข้องใจ เจอกันเมื่อไร หรือ โทร.คุยกันเมื่อไร ถ้ามีโอกาสก็มักจะขาดไม่ได้ในการสนทนาปัญหาดวงชะตา

ท่านเกิดปีจอ หรือ ที่ใครต่อใครเขาเรียกกันโต้ง ๆ ว่า ปีหมา เกิดในเวลาที่หมามันนอนพักผ่อน ซึ่งใคร ๆ ก็มักจะบอกว่า น่าจะสบาย ไม่น่าลำบาก ข้อนี้ ผมต้องเถียงล่ะครับ เพราะเท่าที่รู้จักอาชัชมานานร่วมสิบปี ขอรับรองว่า ช่วงชีวิตดังกล่าว อาชัชลำบาก มากกว่าสบาย ยิ่งช่วงที่อาแป๊ดตกงานเป็นปี ครอบครัวของอาชัชนั้นลำบากมากครับ ขอบอก เพราะรายได้ของอาชัช จากอาชีพนักหนังสือพิมพ์นั้น แทบจะไม่พอยาไส้หรอกครับ แต่ท่านก็ไม่ปริปากบ่น หรือขอความช่วยเหลือจากใคร ด้วยท่านเป็นนักสู้ชวิต หยิ่งในเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองมาก จะเห็นได้จาก อาทิตย์ (๑) ซึ่งเป็นดาวเกี่ยวกับเกียรติ และศักดิ์ศรี อยู่ในภพศุภะ ทำมุมตรีโกณกับลัคนา

ลัคนาของท่านนั้น อยู่ราศีพฤษภ ดาวจันทร์ (๒) ที่กุมลัคน์ ส่งผลให้ท่านเป็นคนมีเสน่ห์เมตตา มหานิยม เป็นที่เคารพรัก และชื่นชอบของทุกคน ที่ได้พบเห็น รู้จัก และคุ้นเคยกับท่าน ราหู (๘) ที่กุมลัคน์ ส่งผลให้ท่านเป็นคนที่มีหลักการในการดำเนินชีวิต เป็นนักอุดมคติ มากด้วยอุดมการณ์ มีความมั่นใจในความรู้ความสามารถของตนเอง

ดาวพุธ (๔) ดาวเกี่ยวกับการพูด การเขียนหนังสือ การประพันธ์ ลอยเหนือศีรษะขณะเกิดในภพกัมมะ อีกทั้ง ดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนกัมมะ ก็อยู่ในภพที่สอง กฎุมพะ ที่มีความหมายเกี่ยวกับ การพูด การเขียน การติดต่อสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ ส่งผลให้ท่านมีอาชีพเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้โดยตรง

มฤตยู (๐) ดาวต่างประเทศ ต่างแดน และเป็นดาวเจ้าเรือนกัมมะ เมื่อนำหน้าลัคนาในตำแหน่งศูนยพาหะ จึงส่งอิทธิพลชักนำให้ชะตาชีวิตของท่าน ต้องย้ายมาอยู่ต่างประเทศต่างแดนมากกว่าอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอน อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนพันธุ ที่หมายถึง บ้านที่อยู่อาศัย ก็อยู่ในภพศุภะ ที่หมายถึง ต่างถิ่นแดนไกล พลัดที่นาคาที่อยู่

พฤหัสบดี (๕) ดาวครู เจ้าเรือนภพศุภะ ที่หมายถึง ต่างประเทศ ต่างถิ่นแดนไกล เล็งลัคนา ส่งผลให้ท่านเคยเป็นศึกษานิเทศก์ หรือ อาชีพเกี่ยวกับครูอาจารย์ และเบี่ยงเบนโชคชะตาให้มาอยู่ต่างประเทศต่างแดนในภายหลัง พฤหัสบดี (๕) เป็นดาวเจ้าเรือนมรณะ เมื่อมาอยู่ในภพปัตนิ จึงส่งผลให้ท่านต้องพลัดพราก เลิกราหย่าร้าง จากภรรยาดั้งเดิมที่อยู่กินกันที่เมืองไทย มีลูกด้วยกัน ๑ คน แต่ด้วยความเป็นศุภเคราะห์ที่ยิ่งใหญ่ ในด้านความสำเร็จสมหวัง และสิ่งที่ดีงาม เมื่ออยู่ในภพปัตนิ และอังคาร (๓) เจ้าเรือนปัตนิ ก็อยู่ในภพศุภะ จึงส่งผลให้ท่านมีศรีภรรยาที่ดีอีกคนหนึ่งในภายหลังที่อเมริกา เป็นคู่ทุกข์ คู่ยาก ฟันฝ่าชีวิตในอเมริกาด้วยกันมา จนกระทั่งตายจากกัน

ดาวศุกร์ (๖) ดาวเกี่ยวกับศิลป เล็งมฤตยู (๐) เจ้าเรือนกัมมะ โดยมีดาวศุภเคราะห์แวดล้อมถึง ๓ ดวง คือ อาทิตย์ (๑) นำหน้า พฤหัสบดี (๕) ตามหลัง พุธ (๔) โยคหน้า อีกทั้งยังมีอังคาร (๓) คู่มิตร นำหน้าอีกดวงหนึ่ง ส่งผลให้ท่านรักในงานศิลป ศึกษาเล่าเรียนจบการศึกษาระดับอนุปริญญา จากโรงเรียนช่างศิลป์ กรมศิลปากร ผ่านการทำงานทางด้านศิลปมากมายหลายแขนง รักและผูกพันในงานศิลปกรรมตลอดชีวิตก็ว่าได้

บางคนเห็นดวงชะตาดวงนี้ โดยพิจารณาจากดาวศุกร์ (๖) ที่อยู่ในภพมรณะ และไม่พิจารณาสิ่งอื่น ๆ ที่มาสัมพันธ์กับดาวศุกร์ อาจจะทำนายทายทักส่งเดช ว่าเจ้าชะตาเป็นคนที่ไม่สนใจในงานศิลป หรือ เป็นคนเจ้าทุกข์ ความรักคู่ครอง ไม่สมหวัง ไม่ยั่งยืน อกหักบ่อยครั้ง ฯลฯ หากทำนายอย่างนี้ล่ะก็ ผิดแน่นอน เพราะผมเองก็เคยให้หลักการพิจารณาเกี่ยวกับดวงดาวในแง่มุมต่าง ๆ เอาไว้อย่างมากมาย เน้นเสมอว่า อย่าดูแต่เพียงดาวไปสถิตอยู่ในภพใด ราศีใด เรือนใด แล้วทำนาย โดยไม่พิจารณาว่า ดาวนั้น ได้รับกระแสที่ดีจากดาวศุภเคราะห์ บาปเคราะห์ คู่มิตร คู่ศัตรู หรือ ดาวให้คุณให้โทษอื่น ๆ เช่น เกษตร อุจจ์ นิจ ประ ฯลฯ มากน้อยเพียงใด ดวงอาชัช ก็ถือเป็นดวงครูอีกดวงหนึ่ง ที่ยืนยันหลักการข้างต้นในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ศุกร์ (๖) เจ้าเรือนอริ ที่อยู่ในภพมรณะ ส่งผลกระทบแก่ดวงชะตาอย่างไรบ้าง ? แน่นอน ย่อมส่งผลกระทบแน่ ในแง่ดีก็คือ อาชัชเป็นคนที่ไม่มีศัตรู มีแต่คนรักใคร่นับถือศรัทธา ด้วยท่านเป็นคนที่ยิ้มง่าย อารมณ์ดี ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่ใคร และเนื่องจากศุกร์ (๖) เป็นดาวเกี่ยวกับคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน แม้จะได้กระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ แต่เมื่ออยู่ในภพมรณะ จึงส่งผลให้ชีวิตรักการครองเรือนครั้งแรกของอาชัช ต้องอับปางลง ทั้ง ๆ  ที่ภรรยาของท่านคนแรกก็ดีพร้อม แต่ชะตากรรมใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงได้โดยง่าย ทุกอย่างเขากำหนดไว้ ต้องเป็นไปตามอำนาจแห่งกรรม

อังคาร (๓) กุมอาทิตย์ (๑) ในภพศุภะ ที่หมายถึงสุขภาพ ทำให้สุขภาพร่างกายของท่านไม่ค่อยดีนัก ดาวคู่นี้เป็นคู่ศัตรูกัน หากกุมกันในดวงชะตาผู้ใด ราศีใด โดยสัมพันธ์กับลัคนา และดาวเจ้าเรือนลัคน์ ย่อมหมายถึง อุบัติเหตุ  การผ่าตัด หรือ การแตกหักทำลายของอวัยวะ ในความหมายของดาว หรือ ราศี ที่ดาวคู่นี้ไปครอง ในพื้นดวงของอาชัชนั้น ดาวคู่นี้กุมกันในราศีมังกร ในส่วนที่เป็นขาส่วนล่าง ที่เป็นหัวเข่าลงมา ทำให้ขาข้างหนึ่งของท่านพิการในภายหลัง ไปไหนมาไหนต้องใช้ไม้เท้าพยุง ทั้งนี้จากผลของสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก เพราะท่านทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ เลยทำให้สุขภาพร่างกายโดยทั่วไปทรุดโทรม มีโรคภัยหลายต่อหลายโรคเข้ามารุมเร้า

ดาวเสาร์ (๗) เจ้าเรือนภพศุภะ เป็นประ เสื่อมสภาพ ถูกพลูโต (พ) บาปเคราะห์ เจ้าเรือนวินาศนะ กุม และถูกอังคาร (๓) กับอาทิตย์ (๑) เล็ง เป็นจุดพิจารณาอีกจุดหนึ่งในเรื่องของสุขภาพที่ไม่ดีนัก ดาวเสาร์ (๗) เป็นดาวที่เกี่ยวกับหัวใจ เมื่อเป็นประและถูกเบียน ย่อมส่งผลให้สุขภาพของหัวใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต ไม่ค่อยดี และ อาทิตย์ (๑) ดาวที่มีความหมายเกี่ยวกับหัวใจอีกดวงหนึ่ง ก็ถูกอังคาร (๓) คู่ศัตรูกุม เสาร์ (๗) กับ พลูโต (พ) เล็ง โดยมีราหู (๘) เกตุ (๙) เนปจูน (น) บาปเคราะห์ร้ายทำมุมตรีโกณร่วมธาตุ เสริมกำลังให้โทษ เป็นเหตุทำให้ท่านต้องหัวใจวายตายอย่างเฉียบพลัน

ในวันที่ท่านสิ้นอายุขัยนั้น ท่านอายุได้ ๕๘ ปี ย่าง ซึ่งหากเราวางลัคนาจรในพื้นดวงกำเนิดทางด้านซ้ายมือ จะเห็นว่า ลัคนาของท่านนั้นอยู่ในเรือนกัมมะที่ราศีกุมภ์ โดยมีพุธ (๔) ที่กลายเป็นเจ้าเรือนมรณะของลัคนาจร กุมลัคนาจรอยู่ และมีราหู (๘) จันทร์ (๒) เจ้าเรือนอริของลัคนาจร, พฤหัสบดี (๕) ดาวเจ้าเรือนมรณะของลัคนาเดิม ทำมุมกากบาท โดยมี เสาร์ (๗) พลูโต (พ) เนปจูน (น) เกตุ (๙) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทงลัคนาจรในพื้นดวงอย่างยับเยิน ส่งผลให้ดวงชะตาของอาชัช ต้องถึงฆาตในปีนี้

อาชัชตายในขณะทำงาน จะสังเกตุเห็นว่า พุธ (๔) เจ้าเรือนมรณะของลัคนาจรนั้น แต่เดิมอยู่ในภพกัมมะของลัคนาเดิม และจะสังเกตุเห็นว่า พฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนมรณะของลัคนาเดิม จะกลายมาเป็น ดาวลอยในภพกัมมะของลัคนาจร จากความสัมพันธ์ของดาวเจ้าเรือนมรณะที่สัมพันธ์กับภพกัมมะ อันหมายถึง การทำงาน ได้บ่งบอกเอาไว้อย่างชัดเจนว่า เจ้าชะตาจะต้องตายในขณะทำงาน หรือ มีสาเหตุมาจากการทำงาน

อายุ ๕๘ ปี ดาวที่เสวยอายุ คือ ดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนมรณะ และดาวที่เสวยแทรก ก็คือ ดาวศุกร์ (๖) ที่ลอยอยู่ในภพมรณะ ลักษณะที่ดาวเสวยอายุ เสวยแทรก เป็นดาวที่เกี่ยวข้องกับมรณะ จึงเป็นลางมรณะบอกเหตุ ทำให้เจ้าชะตาอาจตายในปีที่ดังกล่าวเสวยอายุ หรือ เสวยแทรกได้

มาพิจารณาจุดกระทบของดาวจร ในวันที่อาชัชตาย ว่ากระทบกับดาวในพื้นดวงเดิมอย่างไร ? ลัคนาที่ราศีพฤษภ มีพลูโต (พ) เล็ง มฤตยู (๐) เกตุ (๙) กากบาท อาทิตย์ (๑) นิจ พฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนมรณะ และศุกร์ (๖) ดาวเจ้าเรือนอริ ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง, แบคคัส (บ) เจ้าเรือนลัคน์ ที่อยู่ในราศีกรกฎ ถูกเสาร์ (๗) ทับ เนปจูน (น) เล็ง อังคาร (๓) , อาทิตย์ (๑) คู่ศัตรู พฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนมรณะ ทำมุมกากบาท

อาทิตย์ (๑) หัวใจ ที่อยู่ในภพศุภะของลัคนาดวงกำเนิด ถูก ดาวเนปจูน (น) ทับ เสาร์ (๗) เล็ง อังคาร (๓) กับ อาทิตย์ (๑) คู่ศัตรู และพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนมรณะของลัคนาดวงกำเนิด ทำมุมกากบาท โดยมีบาปเคราะห์ มฤตยู (๐) เกตุ นำหน้า ราหู (๘) โยคหน้า พาดผ่านเป็นขบวน

ลัคนาจรในพื้นดวงดาวจร ถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างยับเยินเช่นกัน กล่าวคือ มี มฤตยู (๐) เกตุ (๙) กุม และยังถูกบาปเคราะห์อื่น ๆ เบียนให้โทษอีกมากมายหลายดวง คือ ราหู (๘) นำหน้า   เนปจูน (น) ตามหลัง อังคาร (๓) โยคหน้า และพลูโต (พ) ทำมุมกากบาท ดาวอาทิตย์ (๑) หัวใจ เดินเป็นนิจ เสื่อมสภาพ แล้วยังถูกพุธ (๔) เจ้าเรือนมรณะของลัคนาจรกุม อังคาร (๓) เล็ง เสาร์ (๗) กับ เนปจูน (น) กากบาท

เนื้อที่นำเสนอหมดแล้ว ขออานิสงส์แห่งการวิจารณ์ดวงชะตาเพื่อเป็นวิทยาทานในครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ดวงวิญญาณอาชัชวาลย์  สิริยานนท์ จงไปสู่สุคติในสัมปรายภพ เสวยทิพยวิมานสมบัติ ตลอดกาลนาน ด้วยเทอญ.  พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า ในโรคที่เกี่ยวกับดวงตา สวัสดี.


ตอนต่อไป

 ตอนที่

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

                   

 

 

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved