กายวิภาคจักรราศี (๑๓)

*************

 

ระหว่างปี ๒๕๑๘ - ๒๕๒๑  กล่าวได้ว่าแทบจะไม่มีใครในแผ่นดินไทยที่ไม่รู้จักชื่อของเขา “ไอ้แสบ” แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ยอดมวยจากเมืองมะขามหวาน เพชรบูรณ์ ผู้สร้างตำนานอมตะชกมวยสากลเพียงแค่ ๓ ครั้งก็ได้เป็นแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่

ในฐานะแชมป์โลกรุ่นใหญ่ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา นั่นคือรุ่นซูเปอร์ไลต์เวต (จูเนียร์เวลเตอร์เวต) ของสภามวยโลก หรือที่คุ้นหูกันดีว่า WBC แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับ ลีลาและสีสันในชีวิตจริงของเขา ซึ่งแต่ละบทแต่ละตอนทั้งแสบทั้งซ่าสมชื่อ “ไอ้แสบ”

สมัยที่เฟื่องสุดขีดในแบบมวยไทยนั้น “ไอ้แสบ” เป็นรองก็แค่เพียง “ไอ้หนูเมืองตรัง” พุฒ ล้อเหล็ก คนเดียวเท่านั้น นอกนั้นล้วนแล้วแต่เจอฤทธิ์หมัดซ้าย พ่ายแพ้ทั้งน็อกและคะแนนไปตาม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น วิชาญน้อย พรทวี, วิสันต์ ไกรเกรียงยุค, ขุนพล สาครพิทักษ์, คงเดช ลูกบางปลาสร้อย, สรศักดิ์ ส.ลูกบุคคโล, การะเวก ขวัญใจชนบท, หรือแม้กระทั่งมวยโคตรทนขนาด “จอมมหากาฬ” ทองใบ เจริญเมือง

และหลังจากตันในรูปแบบมวยไทย ก็ได้รับการปลุกปั้นจาก “พญาอินทรี” เทียมบุญ อินทรบุตร “ไอ้แสบ” ก็สร้างตำนานสนั่นโลก เป็นแชมป์โลกด้วยการชกมวยสากลเพียงแค่ครั้งที่ ๓ เท่านั้น โดยการชนะทีเคโอ.เปอร์รีโก เฟอร์นันเดซ นักมวยชาวสเปน ยกที่ ๘ ในการชกที่สนามกีฬาหัวหมาก เมื่อวันที่ ๑๕ ก.ค. ๒๕๑๘

ช่วงเวลาของความรุ่งโรจน์ระหว่างปี ๒๕๑๘ - ๒๕๒๑ นั้น “ไอ้แสบ” เดินทางออกไปทำศึกกำปั้นในต่างแดนหลายต่อหลายครั้ง  และสร้างสถิติป้องกันตำแหน่งแชมป์ ๒ สมัยเอาไว้ได้ ถึง ๘ ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาแชมป์โลกชาวไทยสมัยนั้น และในช่วงนี้เองที่ได้เข้าสู่ประตูวิวาห์กับดาราสาวพราวเสน่ห์ ปริม ประภาพร  จนมีทายาทสืบสกุล “มั่นศรี” หนึ่งคนคือ ด.ช.เกรียงศักดิ์ มั่นศรี ก่อนที่ “ไอ้แสบ” จะเลิกรากับภรรยาดาราสาว ถึงขั้นเป็นเรื่องอื้อฉาวกล่าวขานกันอยู่นานหลายปี

แสนศักดิ์เสียแชมป์โลกให้นักชกเกาหลี คิม ซาง ฮุน เมื่อวันที่ ๒๐ ธ.ค. ๒๕๒๑ จากนั้นก็ขึ้นชกอีก ๕ ครั้งก่อนที่จะแขวนนวม ไฟต์แห่งความทรงจำไฟต์หนึ่งคือ การแพ้น็อก “เดอะฮิตแมน” โธมัส เฮิร์นส์ ยก ๓ ที่สหรัฐอเมริกา

หลังจากเลิกราสังเวียน “ไอ้แสบ” ไม่เคยประสบความสำเร็จในชีวิตเลย ตั้งวงดนตรีลูกทุ่งอยู่พักหนึ่ง ก็ไปไม่รอดขาดทุนป่นปี้ ลงสมัครผู้แทน ที่เพชรบูรณ์บ้านเกิดก็สอบตก เงินทองที่สะสมเอาไว้เริ่มร่อยหรอ แถมตาขวา ที่เผชิญกำปั้นกับคู่ศึกมาอย่างโชกโชนก็ทำท่าจะแย่ เสียค่ารักษาพยาบาลไปเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น ผลสุดท้ายก็บอดสนิท

เมื่อชะตากรรมตกต่ำถึงขีดสุด แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ก็ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ เมื่อพ.ศ.๒๕๓๒ และจำพรรษาอยู่ที่วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ โดยมีฉายาทางธรรมว่า “สุจิตโต ภิกขุ” และเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ “พระแสบ” ก็ลาสิกขาออกมาใช้ชีวิตฆราวาสอย่างเงียบ ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่ยินดีที่จะเป็นข่าวเท่าไหร่ ปัจจุบันแสนศักดิ์มีครอบครัวใหม่อยู่ที่ซอยโพธิ์ปั้น ดินแดง

ดวงชะตาแสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ผมถือว่าเป็นดวงครูอีกดวงหนึ่ง ที่ผมมักจะนำมาเป็นตัวอย่าง ในการให้ความรู้ทางด้านโหราศาสตร์ในเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ ทั้งเรื่องการเงิน การงาน และครอบครัว สำหรับในวันนี้ ผมจะนำดวงของเขามาให้ท่านพิจารณาในแง่ของสุขภาพร่างกาย โรคภัยไข้เจ็บ ที่เกิดจากการชกมวย จนกระทั่ง ตาข้างขวาบอดสนิท และยังมีเรื่องราว จากคำบอกเล่าของเจ้าตัว ที่บอกว่า เขานั้น ถูกคุณไสย์ ซึ่งเรื่องนี้ หากไม่เจอกับใครด้วยตนเอง เป็นไม่เชื่อโดยเด็ดขาด แต่ก็มีอีกหลายต่อหลายคน ที่เจอะเจอด้วยตนเอง หรือญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด โดนเข้าให้ ได้รู้ได้เห็นมากับตา อย่างนี้ถ้าจะไม่ให้เชื่อ ก็ดูจะเป็นการดูถูกภูมิปัญญาของตนไปสักหน่อย จริงไหม ?

ก่อนที่จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับดวงชะตาของไอ้แสบ เรามาอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการโดนของ หรือ “คุณไสย์” ซึ่งเจ้าตัวได้เล่าและนำมาตีพิมพ์เอาไว้ในนิตยสารฉบับหนึ่งกันก่อน ท่านจะเชื่อหรือไม่ ก็ขอให้อยู่ในวิจารณญาณของแต่ละท่าน ผมขอคัดลอกคำบอกเล่าของเขา ชนิดไม่ตัดตอนใด ๆ ให้ได้อ่านกัน ดังต่อไปนี้

" ผมจำได้ว่าผมขึ้นชกกับ ฟรานซิสโก โมริโน่ ที่เวทีมวยหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2521 การชกครั้งนั้นเป็นการชกป้องกันแชมป์โลก ของสภามวยโลกที่ครองอยู่ ฟรานซิสโก ก็หวังที่จะช่วงชิงเข็มขัดให้ได้ ผมเองก็ป้องกันไว้สุดชีวิตเหมือนกัน การชกครั้งนั้นมีนักพนันมวยมากันเยอะ ที่ลงฝ่าย ฟรานซิสโก ก็มีมาก ลงฝ่ายผมก็มีไม่น้อย เพราะการกีฬาทุกอย่างก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าไม่มีอะไรแน่นอน ถ้าถามว่ามั่นใจไหมกับการชกทุกครั้ง แน่นอนผมมั่นใจ แต่ในความมั่นใจนั่นบางครั้งก็พ่ายยับไปเหมือนกัน หมัดมันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว โดนตรงไหนมันก็จุกตรงนั้น บอกตรง ๆ ว่าการชกที่หาดใหญ่ครั้งนั้น ผมเหนื่อยมากเหมือนกันเพราะกว่าจะเอาชนะเค.โอได้ก็ผ่านไปตั้ง 13 ยก

หลังจากชกเสร็จ ผมก็กลับโรงแรม ผมถูกล้อมหน้าล้อมหลัง ด้วยกลุ่มนักข่าวหนังสือพิมพ์จะพักผ่อน เป็นส่วนตัวแทบไม่มี โดนประกบทุกอย่าง แต่ก็นั่นแหละ สิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่าจะเป็นไปได้ มันก็เป็นไป โดยที่ผมไม่ทันจะตั้งตัว ในห้องพักของผม มีผู้หญิงคนหนึ่งรออยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่ผมจะเข้าห้องมีนักข่าวกระซิบว่า มีรางวัลให้ ด้วยความคึกคะนองในวัยหนุ่ม แม้ว่าจะเพลียแสนเพลียจากเวทีมวยมา มันก็หายเหมือนปลิดทิ้ง ลองเป็นคุณทั้งหลาย  จะมีความรู้สึกอย่างนั้นอย่างผมหรือเปล่า แล้วทุกอย่างมันก็ดำเนินต่อไปตามธรรมชาติ  บนความสุขที่สุดในชีวิตของผมคืนนั้นนั่นเอง

ขณะที่ผมนอนหลับ ผมก็ฝันไปว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง ยืนมือมาจะจับผม มือของมันยาวมาก และตัวมันก็ใหญ่และดำ หน้าตาดุมาก ผมลุกขึ้นสู้กับมัน  พอผมรู้สึกตัว มันก็หายไปแล้ว  พอผมหลับตามันก็มา เป็นอย่างนี้อยู่ทั้งคืน ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ ในความรู้สึกผมรู้เพียงว่ามันคือวิญญาณ ที่มันจะมากระชากชีวิตผมไปจากโลก มันน่ากลัวมาก และเป็นที่สังเกตว่า  หลังจากคืนนั้นแล้ว และอยู่กินกับภรรยาที่นักข่าวหามาให้ ชีวิตของผม แทนที่จะก้าวหน้าขึ้นกลับถอยหลัง ไม่ว่าจะทำอะไร คิดอะไรจะมึนและงงไปหมด แม้แต่การชกมวย หรือว่าลงทุนทำอะไร ก็ขาดทุนย่อยยับไปเสียทุกอย่าง ที่น่าสังเกตสิ่งที่เกิดกับผมขณะที่อยู่กับภรรยาคนนี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียคนแรก ผมมีแต่ความทุกข์ ไม่เคยมีความสุข เพราะเขาทำตัวยิ่งกว่าผมเป็นทาส ใช้ผมทำทุกอย่างแม้กระทั่ง"ซักกางเกงใน"

ผมเองก็ไม่รู้ว่าผมทำได้อย่างไง แม้กระทั่งคนใช้ในบ้านผม ยังใช้ผมถูบ้านเลย ให้ทำอะไรต่ออะไร ผมก็ทำนะ อีกอย่างหนึ่ง ที่ผมฝังใจมาจนทุกวันนี้คือ เวลาที่ผมนอนหลับทุกครั้งที่ห้องนอนผม ผมมีความรู้สึกว่าเหมือนมีเสียงผู้หญิงพึมพำ ๆ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดว่า "รัก รัก รัก หลง หลง หลง " เป็นอย่างนี้ทุกคืน ผมพยายมจะจับว่าเป็นเสียงใคร ผมไม่เคยจับได้  เนื่องจากว่าผมจะหลับสนิททุกครั้ง ที่แปลกไปกว่านั้น  บางครั้งใต้หมอนผมนั้นจะมี ใบพลู ผมไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร เอาไว้ทำอะไร ในบางวันที่เมียผมไม่อยู่ ผมจะค้นดูข้างฝาห้อง ผมจะเห็นว่ามีขวดน้ำมันเล็ก ๆ นับได้ทั้งหมด 21 ขวด ผมถามเขาว่าขวดอะไร เขาก็ไม่ยอมรับ กลับปฎิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น สุขภาพจิตของผมช่วงนั้นไม่ค่อยจะดีนัก เงินทองที่มีอยู่เริ่มหมดไปอย่างรวดเร็ว ผมไม่อยากจะโทษหรอกนะว่าเขาเอาไป เขาเอาไปจากผมไม่เท่าไหร่เอง

จนกระทั่งหลายปีผ่านไป ผมทนไม่ไหวจึงหอบผ้าออกจากบ้านไป ชีวิตของผมถูกซ้ำเติมมาโดยตลอด ช่วงชีวิตผม ทำอะไรมันไม่ค่อยดีเลย ไปลงสมัคร ส.ส ที่เพชรบูรณ์บ้านเกิด ก็ไม่ได้ ก็คิดดูแล้วกันตอนที่คนอื่นขึ้นพูด มีคนฟังแน่นไปหมด พอมาถึงผมขึ้นพูดบ้างคนทยอยกลับกันหมด มันซวยจริง ๆ ตอนเลือกตั้งผมได้ไม่กี่คะแนนเอง ทุกอย่างมันซวยไปหมด ทำอะไรไม่เคยดีขึ้นเลย จัดมวยโลกที่ร้อยเอ็ดผมร่วมหุ้นกับโปรโมเตอร์หวังได้รวย แต่ที่ไหนได้มีคนเข้าดูไม่กี่คนเอง ผมขาดทุนที่ลงทุนไป 8 แสนบาท ทางพี่หนองก็ให้ผมหยุดชก ผมจะหยุดชกได้อย่างไงในเมื่อผมรู้ตัวเองว่าผมยังชกได้

เมื่อผมดื้อ เขาก็ไม่สนับสนุน ปล่อยผมลำพัง ทำอะไรก็พังและพัง กระทั่งผมรู้สึกตัวว่าตามันมองเห็นอะไรเบลอ ๆ จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลจุฬาตรวจรักษา 2 ครั้ง แต่ว่าไม่ขึ้นเขาบอกแต่เพียงว่ามันบอบช้ำมาก รักษาให้ดีต้องไปต่างประเทศ เขามีเครื่องมือครบ และผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไง อยากให้ตาหายก็อยาก แต่ว่าเงินไม่มีพอค่าเครื่องบิน และตรงนี้เองผมคิดแล้วว่าผมไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเพราะว่าลูกชายผมไปอยู่กับแม่ของเขา ผมอยู่คนเดียว ผมขายบ้าน ขายรถ ทั้งยังได้เพื่อนจากสมาคมคนละนิดละหน่อยผมได้เงินมาก้อนหนึ่งเป็นค่าเครื่องบิน ที่นั่นผมมีเพื่อนอยู่หลายคน เขารับเป็นผู้ดำเนินการทุกอย่างให้ระหว่างอยู่ที่อเมริกา (ลอส แองเจลิส)

อยู่ที่นั่นผมสบายพอสมควร หลังจากซ้อมมวยเสร็จก็ออกเที่ยวอย่างอิสระ ในขณะที่ผมไปพบหมอที่โรงพยาบาล สตีน ไอย์ เขาตรวจอย่างละเอียดที่เกี่ยวกับตา หมอบอกว่าอาจจะหายเนื่องจากเยื่อตาขาด การจะรักษาให้หายนั้นก็ออกจะลำบากไม่น้อย วันนั้นผมเดินคอตกกลับบ้านพัก พอเดินเข้าไปในบริเวณบ้านพัก ผู้จัดการที่เป็นคนไทยก็ถามขึ้นว่า"แกเป็นอะไรของแกว่ะ แสบ" ผมบอกว่า"มันพูดอะไรของมันก็ไม่รู้ หมอบ้านั่นมันบอกว่าจะหาย แสดงว่ามันพูดแบบเสียไม่ได้ ไม่รับรองเลยนี่นาพี่ แสดงว่าความหวังที่จะหายไม่มีเลย"..

"จะไห้เขารับรองได้เลยอย่างไงว่ะแสบ ทุกอย่างต้องใจเย็น ๆ ซี่ ตอนนี้สายตาก็ยังพอไหวอยู่ไม่ไช่เหรอ" "ไหวน่ะไหวแต่ผมต้องการให้มันหายขาดน่ะพี่ ไม่ไช่ไห้เดินเข้าโรงพยาบาลตลอดชีวิต ผมมาที่นี่เพื่อรักษาตา"

เพื่อนผมที่เป็นผู้จัดการคงทนไม่ได้จึงพูดสวนมาว่า "แล้วมึงจะเอาเงินที่ไหนวะแสบ มึงพูดหยั่งกะว่ามันหาง่ายนักนี่" "ผมมองเห็นทางแล้วพี่ เพราะผมเป็นอดีตแชมป์สภามวยโลก ตาของผมเสียเพราะการปฎิบัติหน้าที่จริงไหม เหตุนี้ผมว่าทางสภามวยคงช่วยผมได้" "คิดน่ะมันคิดได้นะแสบ แต่เวลาทำมันจะได้ผลหรือเปล่า" "เออน่าพี่ เชื่อผมเหอะไม่ได้ทางหนึ่งก็ต้องมีทางหนึ่งล่ะน่า" "เอาเหอะไอ้แสบ กูเชื่อมึง แต่ตอนนี้มึงนั่งรอนอนรอไม่ได้หรอก มึงต้องซ้อมลงนวม เป็นการรักษากำลังไว้เป็นผลดีกับตัวมึงเอง""ผมไม่ทิ้งอยู่แล้วครับผู้จัดการ แม้ว่าตาของผมยังไม่ได้รับการรักษา ผมยังมองเห็นคู่ต่อสู้อยู่" "ผมมาที่นี่ก็เดือนกว่าแล้วเงินทองผมก็หร่อยหรอลงไปทุกที"

"ให้ตายเถอะ กูเองก็ลืมไปเรื่องเงินเบี้ยเลี้ยงประจำวันของมึง เอางี้มึงจะเบิกได้วันละ 20 ดอลล่าร์ กินอยู่ไม่ต้อง เอาเงินส่วนนี้ไปเที่ยวไห้สบายใจของมึง""ที่ผ่านมาผมก็เบิกได้ย้อนหลังซิงั้น"

"ได้ซิแสบ เงินกองทุนของเราสำหรับแสบ มีอยู่แล้ว เบิกกับฝ่ายการเงินได้นี่ เดี๋ยวเย็นนี้กูจะบอกผู้จัดการฝรั่งอีกคนให้รู้" จนกระทั่งต่อมาผมได้ขึ้นชกกับนักมวยที่ผู้จัดการหามาไห้ที่ ดีทรอยซ์ ปรากฎว่ามีคนเข้าชมเพียง 50 คนเท่านั้นขาดทุนป่นนี้ ผมไม่รู้เป็นเพราะอะไรถึงซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้ บางครั้งผมก็คิดของผมเรื่อยเปื่อยนะว่าเขาทำอะไรกับผม เกี่ยวกับทางไสยศาสตร์น่ะ เนื่องจากตอนอยู่กันมีพิรุธหลายอย่าง ทั้งเรื่องขวดน้ำมัน 21 ขวดและใบพลูนั้นด้วย มันคืออะไร เขาทำอะไร ทั้งยังตอนดึกมีเสียงสวดอีก ความทุกข์ ความเดือดร้อนของผมมีมาตั้งแต่ปี 2521 ยันปี 2530 มันซวยขนาดที่มีเพียงกางเกงในตัวเดียวตลอดทั้งปีเลย เป็นเพราะอะไร ผมเองไม่รู้อยู่เฉย ๆ ก็ร้อนรนไม่เป็นสุข กินก็กินไม่ได้ (อ่านต่อฉบับหน้า)

 


ตอนต่อไป

 ตอนที่

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

 

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved