กายวิภาคจักรราศี (๑๖)

*************

โรคมะเร็ง เป็นโรคที่รักษาหายได้ยาก ผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ส่วนมากมักจะเสียชีวิต และมีอายุไม่ยืนยาว เมื่อมะเร็งแพร่กระจายลุกลาม หรืออยู่ในขั้นที่ไม่อาจรักษาได้อีกต่อไป มะเร็ง คือ สิ่งวิปริตอาเพทที่เกิดขึ้นในร่างกาย ดาวที่เป็นตัวการทำให้เกิดมะเร็ง ก็คงไม่พ้น ราหู (๘) และ เกตุ (๙) ที่เป็นคราส หรือ สิ่งวิปริตอาเพทที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เมื่อเกิดคราสร้ายบดบังอาทิตย์ และจันทร์ ย่อมทำให้เกิดการดับมืด เช่นเดียวกัน ถ้าหากราหู (๘) หรือ เกตุ (๙) เบียนดาวพระเคราะห์ใดในดวงชะตา ก็จะทำให้ดาวเคราะห์นั้นดับมืดไปด้วย ในทางโหราศาสตร์ จึงใช้ราหู (๘) กับ เกตุ (๙) เป็นจุดพิจารณาเริ่มต้นว่า เจ้าชะตาจะป่วยเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ ?

มะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้กับอวัยวะทั่วทุกส่วนของร่างกาย หากอยากจะทราบว่า อวัยวะส่วนใดของร่างกายมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็ง ก็ต้องพิจารณาจากดาวพระเคราะห์ในพื้นดวง หากดาวพระเคราะห์ใดในพื้นดวง ไม่ว่าจะเป็นศุภเคราะห์ หรือ บาปเคราะห์ก็ตาม ถูกบาปเคราะห์ หรือ ดาวที่ให้โทษ เช่น คู่ศัตรู, ประ, นิจ ฯลฯ เบียนให้โทษอย่างรุนแรง ในมุมกุม, เล็ง, นำหน้าศูนยพาหะ, กากบาท, ปลายหอก, หรือ ถูกบาปเคราะห์พาดผ่านเรียงรายนำหน้า หรือ ล้อมหน้าล้อมหลังหลายดวง อย่างนี้ก็อาจเกิดโทษกับอวัยวะส่วนนั้น หรือ อวัยวะส่วนนั้นมีโอกาสถูกทำร้าย ทำลายจากโรคมะเร็ง หรือ โรคร้ายอื่น ๆ ได้

อย่างเช่น อาทิตย์ (๑) ถูกเบียน อาจเป็นมะเร็งที่หัวใจ, ศีรษะ ฯลฯ จันทร์ (๒) ถูกเบียน อาจเป็นมะเร็งที่โลหิต หรือ มะเร็งเม็ดเลือด, มะเร็งทรวงอก, เต้านม ฯลฯ อังคาร (๓) ถูกเบียน อาจเป็นมะเร็งเม็ดเลือด (อังคารธาตุน้ำ หมายถึง เลือด เช่นเดียวกับจันทร์) , มะเร็งไขกระดูก, มะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์ หรือ มะเร็งมดลูก, มะเร็งที่ปาก ฯลฯ  พุธ (๔) ถูกเบียน อาจเป็นมะเร็งที่ตับ, มะเร็งที่กะเพาะอาหาร, มะเร็งที่หู ฯลฯ พฤหัสบดี (๕) ถูกเบียน มักจะเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือ ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายโดยทั่วไป เพราะพฤหัสบดี เป็นดาวสำคัญที่หมายถึงชีวิต และสุขภาพ เป็นดาวสำคัญที่สุดดวงหนึ่งรองจากอาทิตย์ และ จันทร์ ในดวงชะตา หากถูกเบียนมาก ๆ โอกาสที่จะมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน มีโรคร้ายเบียดเบียน หรือ พิกลพิการ อายุไม่ยืนยาว ย่อมเป็นไปได้มาก

ศุกร์ (๖) ถูกเบียนมาก มักจะเป็นมะเร็งที่จมูก, มะเร็งลำไส้ ฯลฯ เสาร์ (๗) ถูกเบียนมาก มักจะเป็นที่ขาส่วนบน , หัวใจ ฯลฯ มฤตยู (๐) ถูกเบียนมาก มักจะเป็นมะเร็งที่ขาส่วนล่าง, มะเร็งที่ตา เป็นต้อต่าง ๆ ฯลฯ เนปจูน (น) ถูกเบียนมาก มักเป็นมะเร็งที่เท้า พลูโต (พ) ถูกเบียนมาก มักเป็นมะเร็งที่บริเวณศีรษะ และ แบคคัส (บ) ถูกเบียนมาก มักจะเป็นมะเร็งที่คอ

 

กฎเกณฑ์การพิจารณาเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

                    ๑.       ลัคนา หรือ ดาวเจ้าเรือนลัคน์ มักถูกราหู (๘) และเกตุ (๙) กุม เล็ง นำหน้าในตำแหน่งศูนยพาหะ หรือไม่ก็สัมพันธ์ในมุมร่วมธาตุ (ตรีโกณ) และมักถูกบาปเคราะห์หลายดวงเบียน

                            ๒.     ลัคนา หรือ ดาวเจ้าเรือนลัคนา มักถูกดาวเจ้าเรือนมรณะ หรือ ดาวอังคาร (๓) ดาวฆาต เกาะกุม เล็ง นำหน้าในตำแหน่งศูนยพาหะ หรือไม่ก็สัมพันธ์ในมุมร่วมธาตุ (ตรีโกณ) และมักถูกบาปเคราะห์หลายดวงเบียน

                            ๓.     ดาวเจ้าเรือนภพศุภะ, ดาวพฤหัสบดี (๕), อาทิตย์ (๑) และ จันทร์ (๒) มักจรอยู่ในภพทุสถานะ คือ อริ มรณะ วินาศนะ และมักถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างหนัก มีบาปเคราะห์เบียนในภพศุภะ

                            ๔.     ถ้าดาวพระเคราะห์ใดในพื้นดวง ถูกราหู (๘) เกตุ (๙) กุม เล็ง ทำมุมสัมพันธ์ถึง หรือ ราหู (๘) เกตุ (๙) ไปอยู่ในเรือนของพระเคราะห์นั้น ๆ อีกทั้ง ดาวพระเคราะห์นั้น ถูกบาปเคราะห์เบียน หรือไปอยู่ในเรือนของตนมากหลายดวง โอกาสที่จะเป็นมะเร็งในส่วนต่าง ๆ ตามความหมายของพระเคราะห์นั้น ย่อมมีมาก ดังที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น

 

 

                ตัวอย่างที่ ๑ เป็นหญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งที่ลำคอ เราจะเห็นว่า ในพื้นดวงเธอนั้น ราหู (๘) ที่เป็นดาวคราสร้าย เล็งลัคนาในพื้นดวง เข้าเกณฑ์การพิจารณาข้อที่หนึ่ง สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ที่มักจะมีราหู (๘) กับเกตุ (๙) ทำมุมกุม เล็ง  สัมพันธ์กับลัคนา หรือ ดาวเจ้าเรือนลัคน์

                ลัคนาที่ราศีกรกฎ นอกจากจะถูกราหู (๘) เล็งเบียนแล้ว ยังถูกบาปเคราะห์ทุกดวง เบียนอย่างหนัก โดยมีมฤตยู (๐) เจ้าเรือนมรณะกุม เข้าหลักเกณฑ์ข้อที่สอง มี อังคาร (๓) ดาวฆาต นำหน้า พลูโต (พ) นำหน้า เนปจูน (น) โยคหน้า  เสาร์ (๗) ทำมุมกากบาท ซึ่งจะเห็นว่า มีบาปเคราะห์กุม และพาดผ่านนำหน้าเป็นขบวนถึง ๕ ดวง โดยมี เกตุ (๙) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง แม้เป็นเพียงปลายหอกด้านเดียว ก็ให้โทษร้ายแรง เพราะเป็นคราสร้ายน้อง ๆ  ราหู และยังเป็นดาวเจ้าเรือนวินาศนะอีกด้วย

                ดาวเนปจูน (น) เจ้าเรือนศุภะ อาทิตย์ (๑) ดาวสำคัญในดวงชะตา ที่อยู่ในภพสหัชชะ ถูกบาปเคราะห์ล้อมหน้าล้อมหลัง ถึง ๔ ดวง คือ มีเสาร์ (๗) บีบข้างหน้า อังคาร (๓) พลูโต (พ) บีบหลัง มฤตยู (๐) โยคหลัง โดยมี ราหู (๘) บาปเคราะห์ร้าย ตัวการของโรคมะเร็ง ทำมุมตรีโกณถึง เกตุ (๙) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง ถือว่า เนปจูน (น) เจ้าเรือนศุภะ และ อาทิตย์ (๑) ถูกบาปเคราะห์เบียนทุกดวง

                ดาวพฤหัสบดี (๕) ดาวสำคัญในดวงชะตา ที่เป็นดาวเจ้าเรือนศุภะของลัคนาโลกธรรม เป็นประ เสื่อมสภาพ และอยู่ในภพวินาศนะของดวงชะตา ถูกจันทร์ (๒) คู่ศัตรู เล็ง เนปจูน มรณะ กากบาท ราหู (๘) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง และยังถูกบาปเคราะห์นำหน้าพาดผ่านเป็นขบวนถึง ๕ ดวง คือ มฤตยู (๐) นำหน้า อังคาร (๓) พลูโต (พ) โยคหน้า เนปจูน (น) กากบาท เสาร์ (๗) ตรีโกณ

                จันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ และเป็นดาวที่สำคัญอีกดวงหนึ่งในดวงชะตา อยู่ในภพอริ ที่หมายถึง ปัญหา อุปสรรค โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ฯลฯ  ถูกพฤหัสบดี (๕) คู่ศัตรู และเป็นดาวเจ้าเรือนอริ เล็งเบียน เนปจูน (น) กากบาท ราหู (๘) นำหน้า มฤตยู (๐) เจ้าเรือนมรณะ บาปเคราะห์ร้าย ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง ให้โทษ

                สรุปได้ว่า เนปจูน (น) เจ้าเรือนศุภะ อาทิตย์ (๑) จันทร์ (๒) พฤหัสบดี (๕) ดาวสำคัญในดวงชะตา ล้วนถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างยับเยินทุกดวง เข้าหลักเกณฑ์ข้อที่สามครบถ้วนทุกประการ

                ป่วยเป็นมะเร็งที่คอ ดาวที่มีความหมายเกี่ยวกับคอก็คือ ดาวแบคคัส (บ) และ ดาวอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนภพที่สองของดวงชะตา  เราจะเห็นว่า แบคคัส (บ) ที่กุมลัคนาอยู่นั้น ถูกมฤตยู (๐) มรณะกุม และถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างหนัก ดุจเดียวกับลัคนา ตามที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น อาทิตย์ (๑) ก็เช่นกัน ถูกบาปเคราะห์เบียนในตำแหน่งเดียวกับดาวเนปจูน (น) เจ้าเรือนศุภะ และที่สำคัญ ในราศีสิงห์ อันเป็นภพที่สอง ก็ยังมีบาปเคราะห์ถึงสองดวง คือ อังคาร (๓) ดาวฆาต และพลูโต (พ) เข้าไปเบียนอยู่ ดังนั้น เมื่อประมวลทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว เจ้าชะตาจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ลำคอ มีอายุไม่ยืนยาว ตถนัง เป็นเช่นนี้แล ฯ (ขอยืมวลียอดฮิตของ ด็อกเตอร์ทุศีล  กินเป็นวัตร นายกหน้าด้าน อย่างหนา หน้าสารพัดเหลี่ยมมาใช้สักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าตกยุค ไม่ทันสมัยซะเลย)

 

 

                มาดูตัวอย่างที่ ๒ อีกสักดวง ตัวอย่างนี้มีวันเดือนปีที่เจ้าชะตาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่ลำคอ เมื่อเจ้าชะตามีอายุได้เพียง ๓๙ ปี มาประกอบการศึกษา เรามาพิจารณาดวงกำเนิดททางซ้ายมือกันก่อน จะเห็นว่า ลัคนาที่ราศีพฤษภ อันเป็นราศีที่ตั้งของลำคอนั้น ถูกบาปเคราะห์ร้ายเบียนอย่างหนักทุกดวง กล่าวคือ มีอังคาร (๓) ดาวฆาต , พลูโต (พ) เจ้าเรือนวินาศนะ กุม มีเนปจูน (น) นำหน้า , ราหู (๘) โยค หน้า , เกตุ (๙) กากบาท เรียกว่า ถูกบาปเคราะห์กุม และพาดผ่านนำหน้าเป็นขบวนถึง ๔ ดวง, บาปเคราะห์ที่เหลืออีกสองดวง คือ เสาร์ (๗) ตัวทุกข์โทษ ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด ทำมุมกากบาท อีกมุมหนึ่ง และแถมท้ายด้วย มฤตยู (๐) บาปเคราะห์ร้าย ทำมุมปลายหอก แม้เพียงมุมเดียว ก็ให้โทษร้ายแรงไม่น้อยเหมือนกัน

ดวงนี้ แม้ลัคนาจะไม่ถูกราหู (๘) กับเกตุ (๙) กุม และเบียนโดยตรง แต่ แบคคัส (บ) เจ้าเรือนลัคนา และดาวที่หมายถึง ลำคอ ถูกราหู (๘) นำหน้า โดยมีเกตุ (๙) โยคหน้านำหน้า โดยมีเกตุ (๙) โยค หน้าในราศีถัดไป  อย่างนี้ก็เข้าเกณฑ์การพิจารณาที่ได้ให้ไว้

ที่น่าสังเกตเป็นพิเศษสำหรับดวงนี้ก็คือ พฤหัสบดี (๕) ดาวสุขภาพดวงหนึ่ง ที่กุมลัคนาอยู่นั้น เป็นดาวเจ้าเรือนมรณะ จึงให้โทษแก่เจ้าชะตา และเมื่อเป็นดาวสำคัญ อยู่ตำแหน่งเดียวกับลัคนา เช่นเดียวกับอาทิตย์ (๑) ที่เกาะกุมลัคนาอยู่ด้วย เมื่อลัคนาถูกเบียนมากดังกล่าวไว้แล้ว ดาวทั้งสองที่เกาะกุมอยู่ จึงถูกเบียนไปพร้อม ๆ กันด้วย

มาพิจารณาดาวจันทร์ (๒) ดาวสำคัญอีกดวงหนึ่งที่ใช้ในการพิจารณาดวงชะตาที่ป่วยด้วยโรคร้าย หรือ มีอายุสั้น ดวงนี้ แม้จันทร์ (๒) จะเป็นเกษตร แต่เมื่อถูกราหู (๘) คราสร้ายกุม ดับรัศมีจันทร์ มีเกตุ (๙) บีบหน้า เนปจูน (น) บีบหลัง อังคาร (๓) พลูโต (พ) โยคหลัง จะเห็นว่าจันทร์ (๒) นั้น ถูกบาปเคราะห์กุม และพาดผ่านถึง ๕ ดวง ส่วนบาปเคราะห์ที่เหลืออีก ๒ ดวง คือ เสาร์ (๗) กับ มฤตยู (๐) ยังทำมุมปลายหอกทิ่มแทงลัคนาทั้งสองมุม โดยมีราหู (๘) ตั้งรับอยู่ปลายหอก ด้วยเหตุนี้ จันทร์ (๒) ที่โบราณท่านว่า มีความสำคัญเทียบเท่าลัคนา จึงถูกเบียนอย่างมาก และยับเยินที่สุดดวงหนึ่งเลยทีเดียว

และเหตุที่จันทร์ (๒) เป็นดาวครองวัย หรือ เสวยอายุ ระหว่างอายุ ๓๑ ถึง ๔๐ ปี ดังนั้น เจ้าชะตาจึงไม่อาจมีชีวิตยืนยาวพ้นวัยดาวจันทร์ไปได้ เจ้าชะตาต้องเสียชีวิตด้วยโรคร้าย เมื่ออายุ ๓๙ ปี ย่าง ๔๐ ปี และเมื่อวางลัคนาจร ในพื้นดวงกำเนิดทางซ้ายมือ ที่ราศีกรกฎ ภพสหัชชะ อันเป็นตำแหน่งที่จันทร์ตั้งอยู่ ก็เท่ากับ ลัคนาจรนั้น ถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างยับเยินดุจเดียวกับจันทร์ในพื้นดวงกำเนิด

มาพิจารณาดาวเสวยแทรกกันบ้าง อายุ ๓๙ ปี ดาวจันทร์ เสวยอายุ ดาวพุธ (๔) เสวยแทรก เราจะเห็นว่า พุธ (๔) ในพื้นดวงกำเนิดนั้น กุมลัคนา เมื่อลัคนาถูกเบียนอย่างไร พุธ (๔) ก็ถูกเบียนอย่างนั้น เมื่อในดวงนี้ ทั้งดาวเสวยอายุ และเสวยแทรก ถูกเบียนมาก ดังนั้น ในปีที่ถูกเบียนนั้น จึงเป็นปีที่อันตราย ที่เจ้าชะตาอาจจบชีวิตได้ นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่ควรจำ และนำไปใช้ในการพิจารณาได้ในพื้นดวงกำเนิด โดยแทบจะไม่ต้องพิจารณาดาวจรที่มากระทบเลยก็ได้

และเมื่อเรานำเอาดาวจรทางขวามือ ในวันที่เจ้าชะตาตายมาร่วมพิจารณา เราก็จะเห็นชัด และมั่นใจยิ่งขึ้น เพราะในวันที่เจ้าชะตาตายนั้น มฤตยู (๐) บาปเคราะห์ร้าย ที่จรอยู่ในภพมรณะของพื้นดวงกำเนิด จรมาทับลัคนา โดยมีราหู (๘) เสาร์ (๗) บีบหน้า เกตุ (๙) บีบหลัง พลูโต (พ) อังคาร (๓) โยค หน้า สรุปก็คือ โดนบาปเคราะห์กุม และพาดผ่าน ล้อมหน้าล้อมหลังถึง ๖ ดวง

ที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่ง สำหรับดวงชะตาที่ถึงฆาต ก็คือ นอกจากลัคนาจะถูกเบียนอย่างมากแล้ว ดาวสำคัญในดวงชะตา ก็จะถูกบาปเคราะห์ร้ายเบียนอย่างหนักด้วย ข้อนี้ สำหรับอาทิตย์ (๑) กับพฤหัสบดี (๕) คงไม่ต้องสงสัย เพราะอยู่ตำแหน่งเดียวกับลัคนา ส่วนจันทร์ (๒) ที่อยู่ราศีกรกฎนั้น ก็อยู่ในตำแหน่งที่บาปเคราะห์กุม และล้อมหน้าล้อมหลังเช่นกัน แต่ที่หนักกว่าก็คือ จันทร์ (๒) ถูกพฤหัสบดี(๕) ดาวมรณะ คู่ศัตรู และเกตุ (๙) ทำมุมกากบาทถึง ๒ จุด

ที่น่าแปลก เมื่อพิจารณาดาวจรในพื้นดวงด้านขวามือ เราจะเห็นว่า ดาวศุภเคราะห์เกือบทุกดวง เว้นแบคคัส (บ) ล้วนจรอยู่ในภพทุสถานะของลัคนาในพื้นดวงกำเนิด คือ อาทิตย์ (๑) จันทร์ (๒) พุธ (๔) ศุกร์ (๖) อยู่ภพมรณะ และ พฤหัสบดี (๕) อยู่ในภพอริ นี่ก็เป็นอีกเกณฑ์หนึ่งที่ใช้พิจารณาดวงชะตาที่ถึงเวลาสิ้นอายุขัย


ตอนต่อไป

 ตอนที่

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

 

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved