กายวิภาคจักรราศี (๑๘)

*************

 

            คุณตริ  จินตยานนท์ น้องชายของท่านเจ้าคุณนร ฯ ได้เล่าเรื่องอดีตของพระภิกษุพระยานรรัตนรัตนราชมานิตผู้พี่  จากความทรงจำเอาไว้มากมายหลายเรื่อง ตั้งแต่สมัยเริ่มรับราชการใหม่ ๆ จนกระทั่งท่านมรณภาพ ผมจึงขอนำมาบันทึกไว้ ณ ที่นี้เท่าที่เห็นสมควร ท่านได้เล่าเอาไว้ว่า

                เมื่อครั้งที่ท่านเจ้าคุณนร ฯ เริ่มเข้ารับราชการครั้งแรก  ได้ใกล้ชิดพระยุคลบาทล้นเกล้าล้นกระหม่อมพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู่หัว  จนเป็นที่โปรดปรานไว้วางพระราชหฤทัย  เริ่มเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗  ถ้าจะนับย้อนหลังจาก พ.ศ. ๒๕๑๔ (ในปีที่คุณตริ เล่าเรื่องให้ คุณ ท. เลียงพิบูลย์ ฟัง ซึ่งข้อความทั้งหมด ผมได้คัดลอกมาจากหนังสือ ท่านผู้ให้แสงสว่าง อีกต่อหนึ่ง) ก็ประมาณ ๕๗ ปีผ่านมา นับว่าเป็นประวัติในอดีตที่น่าศึกษา (ถ้านับถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๙ คือปีนี้ ก็ผ่านมาถึง ๙๒ ปีแล้วล่ะครับ- อ.เล็ก)

                เมื่อพิจารณาดูแล้วก็จะรู้ว่า อันดวงชะตาชีวิตของมนุษย์เรานี้  แต่ละบุคคลย่อมจะมีสิ่งที่ผิดแปลกแตกต่างกัน แล้วแต่กรรมดีกรรมชั่วในอดีตจะหนุนนำ  บางครั้งดวงชะตาชีวิตก็เล่นตลกขบขัน  กลับพาชีวิตให้ไปสู่ความรุ่งโรจน์อย่างนึกไม่ถึง  ซึ่งเวลานั้นพระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต ยังเป็น  นายตรึก  จินตยานนท์  อยู่ในวัยหนุ่ม  ได้รับตำแหน่งหน้าที่เชิญเครื่องโต๊ะเสวยครั้งแรก  รับใช้เมื่อในหลวงทรงร่วมโต๊ะเสวยพร้อมกับข้าราชการผู้ใหญ่หลายท่าน  นายตรึก มีหน้าที่เปิดน้ำโซดา รินใส่แก้วถวายในหลวง และรินให้ข้าราชการผู้ใหญ่ทั่วกันในที่นั้น

                จะเป็นเพราะความไม่ชำนาญ หรือประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน  จึงเปิดน้ำโซดาที่บรรจุขวดหกเลอะเทอะ สมัยนั้นขวดโซดา หรือน้ำมะเน็ตใช้แบบเดียวกัน ใช้ขวดทำพิเศษ คอขวดคอดข้างหนึ่งและโป่งออกมาข้างหนึ่ง  สีขวดแก้วไม่ขาว เป็นสีค่อนข้างเขียวอ่อน ๆ  แต่มีความหนาเป็นพิเศษ มีลูกแก้วกลม ๆ แทนจุกขวด อัดขึ้นมาดันแหวนยางตอนปากขวดไว้แน่น  เวลาเปิดใช้ไม้สำหรับเปิดกดดันลูกแก้วให้ลงไป  หรือมือแข็งก็ใช้หัวแม่มือกดดันลูกแก้วให้ลงไป  ก็จะเกิดเสียงดังฟู่ด้วยแรงดันของลมอัดไว้ภายในพุ่งขึ้น  จะเป็นฟองเมื่อเวลาเทน้ำในขวดไหลลงแก้ว แต่ก็ต้องตะแคงขวดให้ลูกแก้วลงไปค้างอยู่ในช่องทำไว้โดยเฉพาะ  มิฉะนั้นเวลารินน้ำในขวด ลูกแก้วก็จะตกลงมาปิดปากขวด เทน้ำไม่ออก

                นายตรึก  จินตยานนท์  ในเวลานั้นจะขาดความชำนาญ หรือความประหม่า  เมื่อเปิดแล้วยกขวดโซดารินลงแก้ว ตะแคงผิดทาง  ลูกแก้วก็กลับตกลงมาอุดปากขวด  แล้วยกขวดขึ้นตั้งตรง ลูกแก้วก็จะตกลง แล้วเทใหม่  แต่ก็เข้าแบบเก่า  นายตรึกตกใจกลัวมาก ทำอะไรไม่ถูก   คนเรายิ่งกลัวก็ยิ่งลนลานก็ยิ่งผิด  ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก็เอานิ้วชี้อีกมือหนึ่งแหย่เข้าไปในปากขวด ดันลูกแก้วไว้ไม่ให้ปิด แล้วก็รินน้ำโซดาออกมา  แต่ลงในแก้วไม่มาก ไหลกระจายไปข้าง ๆ ทำให้บริเวณนั้นเปียกแฉะ โซดาเลอะผ้าปูโต๊ะ  นายตรึก มีความหวาดกลัวในหลวงทรงกริ้วยิ่งนัก  นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเคารพนับถือยึดมั่นในเวลานั้น ได้แก่พระพุทธรูป ๓ องค์ คือ หลวงพ่อพระแก้วมรกต วัดพระแก้ว, หลวงพ่อพระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศน์ และหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร  เมื่อคับขันไม่มีทางออกก็นึกถึงพระเป็นที่พึ่ง  จึงได้นึกอธิษฐานจิตอยู่ในใจ  ขอความช่วยคุ้มครองจากหลวงพ่อทั้งสามองค์  จะเป็นด้วยบารมีของพระพุทธรูปทั้งสามองค์ หรือบารมีของกรรมดีที่เคยสร้างสมไว้แต่อดีต  จะเป็นวาสนามีความรุ่งเรืองใกล้ชิดพระยุคลบาท จึงทำให้ในหลวงทรงเอ็นดู

                ตามปกติธรรมดาแล้วในหลวงท่านจะทรงกริ้วมาก  แต่เมื่อเห็นกิริยาท่าทางของนายตรึก  จินตยานนท์  ตื่นกลัว พระองค์ท่านกลับทรงพระสรวลเห็นเป็นเรื่องขบขัน  ทรงหันไปรับสั่งกับเจ้าพระยารามราฆพ ว่า “เจ้าเด็กคนนี้มาจากไหน” เจ้าพระยารามราฆพกราบบังคมทูลว่า “เป็นนักเรียนเสือป่าที่ทรงโปรดเกล้าให้คัดเลือกมา เมื่อคราวซ้อมรบ พระเจ้าข้า” (ในภาพประกอบเรื่องจะเห็นท่านเจ้าคุณนร ฯ ยืนอยู่เป็นคนที่ ๔ จากขวา) ต่อจากนั้นมา ในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๙ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าย้ายนายตรึก เข้าไปประจำห้องที่พระบรรทม

นี่ก็เห็นได้ว่า ชะตาชีวิตนี้เป็นสิ่งลี้ลับ การทำสิ่งใดลงไปจะเป็นการบกพร่อง เพราะไม่สันทัดมิได้เจตนาจะให้บกพร่อง พยายามทำดีที่สุด บางครั้งก็ทำให้ผู้ใหญเห็นความซื่อ และให้ความเอ็นดู  บางครั้งก็ถูกตำหนิโทษ ไม่มีสิ่งใดแน่นอน  ชะตาชีวิตได้ผลักดันให้นายตรึก  จินตยานนท์ เข้าไปรับใช้อยู่ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท  จนเป็นที่โปรดปรานเจริญในหน้าที่ราชการ จนเป็นเจ้ากรมมหาดเล็กห้องที่พระบรรทม ทรงไว้วางพระราชหฤทัย เป็นตำแหน่งสำคัญและสูงในราชสำนัก จนได้บรรดาศักดิ์ตามลำดับมาถึงเป็นพระยานรรัตนราชมานิต เป็นชั้นพระยาพานทองเมื่ออายุยังน้อย  ตลอดเวลาราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ไม่เคยถูกในหลวงทรงกริ้วเลย

พระยานรรัตนราชมานิตสูงด้วยความกตัญญู  มีความจงรักภักดี ต่อองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระอุปัชฌาย์อาจารย์ บิดามารดา และคุณยายผู้เลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด ทะนุถนอมรักใคร่มาแต่เล็กจนเติบใหญ่  เพราะคุณแม่ติดตามคุณพ่อซึ่งไปรับราชการอยู่ตามหัวเมือง  ดังที่คุณตริ จินยานนท์ได้บันทึกความทรงจำนับแต่เริ่มแรกเท่าที่รู้ จนบวชอุทิศส่วนกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ฯ และศึกษาธรรมจนมองเห็นทุกข์เวทนาของสัตว์โลก ที่ยังหลงงมงายติดอยู่ในวัฏฏะไม่สิ้นสุด  ท่านได้ศึกษาปฏิบัติ จนบรรลุธรรมชั้นสูง เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวพุทธทั่วไป  ดังที่ข่าวของผู้รู้ธรรมทั้งหลายลือกันว่า  ท่านสำเร็จเป็นองค์อรหันต์  ตลอดเวลาการปฏิบัติ ท่านรู้ถึงเวลามรณภาพ นี่เป็นความรู้สึกของผู้เขียน (ท.เลียงพิบูลย์) และจากคำบอกเล่าของคุณตริ  จินตยานนท์ แต่ข้อความที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นบันทึกความทรงจำของคุณตริ  จินตยานนท์ โดยตรง ดังต่อไปนี้

ตามปกติเจ้าคุณพี่เป็นคนมีรูปร่างผอมบาง  ไม่แข็งแรง  แต่เมื่อเข้าไปประจำทำงานในห้องที่พระบรรทม  มีหน้าที่ถวายอยู่งานนวด เวลาในหลวงบรรทมเป็นประจำ  จนกว่าจะบรรทมหลับ  ซึ่งกินเวลาเป็นชั่วโมง ๆ บางวันถ้ามีพระอาการทรงประชวรเล็กน้อย ก็ต้องนวดอยู่ตลอดเวลา วางมือไม่ได้  ถ้าวางมือก็จะทรงตื่นบรรทม  การมีร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรง ทำให้เจ้าคุณพี่ต้องปรับปรุงตนเอง  เพื่อได้สนองพระเดชพระคุณล้นเกล้า ฯ ให้ได้เต็มที่  โดยการฝึกออกกำลังกาย  ใช้เครื่องช่วยประกอบ เช่น ซันดาวน์ ดัมเบล กริ๊บ อินเดียนคลับบาร์  จนมีร่างกายแข็งแรงผิดกว่าเดิมเป็นคนละคน  ยิ่งกว่านั้น โดยที่ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระวรกายอ้วน  เส้นสายอยู่ลึก จะต้องจับนวดแรง ๆ จึงจะถูกเส้น การบีบขยำสุ่มไปก็ไม่ถูกเส้นสาย ย่อมไม่ได้ผล  เจ้าคุณพี่จึงพยายามหาทางที่จะศึกษาในเรื่องสรีรวิทยาเกี่ยวกับเส้นเอ็นในร่างกายของตน  จึงไปหาเจ้าคุณดำรงแพทยาคุณ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในสมัยนั้น  เพื่อขอศึกษา โดยดูการผ่าศพ พยายามไปพิจารณาศึกษา  จนพอจะเรียนรู้เส้นเอ็นต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์บ้าง จนสามารถนำความรู้มาเป็นประโยชน์ได้  ถวายการนวดเฟ้นล้นเกล้า ฯ จนเป็นที่พอพระราชหฤทัย และโปรดปรานได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นพิเศษ   ความจงรักภักดีของเจ้าคุณพี่ที่ถวายต่อล้นเกล้า ฯ นั้น เป็นผลสนองทำให้ล้นเกล้า ฯ ทรงมีพระเมตตาห่วงใยเป็นพิเศษ มักจะรับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า “สำหรับพระยานรรัตน ฯ ฉันขอใครอย่าไปรบกวนแกเป็นอันขาด เพราะแกตั้งใจปฏิบัติรับใช้ฉันแต่ผู้เดียว”

ระหว่างรับราชการอยู่  เจ้าคุณพี่ค้นคว้าหาความรู้ในเรื่อง การดูลายมือตามตำราต่างประเทศ  อ่านตำราโยคี และใช้เวลาว่างราชการศึกษาวิชาสะกดจิตเพ่งกสิณ  ซึ่งการเพ่งกสิณนี้ เป็นเรื่องที่คุณพ่อศึกษาอยู่แล้ว  เจ้าคุณพี่เห็นว่า จะทำความสงบให้กับจิตใจได้ก็ศึกษาบ้าง  ปรากฎว่าห้องพักของเจ้าคุณพี่ บางคราวที่มีคนมารบกวนติดต่อบ่อย ๆ จึงติดป้ายเขียนไว้หน้าห้องว่า “เจ้าของห้องต้องการความสงบ ไม่มีราชการ ห้ามติดต่อ”

การศึกษาในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ล้นเกล้า ฯ ทรงทราบ รับสั่งเตือนด้วยความเป็นห่วงว่า พระยานรรัตน ฯ อย่าหมกมุ่นกับวิชาเหล่านี้นักเลย จะเป็นบ้า หาเวลาพักผ่อน ควรหาความสุขสำราญเสียบ้าง แต่เจ้าคุณพี่ก็ยังคงใช้เวลาว่างจากราชการ  พอมีเวลาก็ศึกษาในเรื่องดังกล่าวอยู่เรื่อย ๆ ตามนิสัยชอบ เจ้าคุณพี่ มีความรู้ความชำนาญภาษาต่างประเทศมาก

เรื่องการขอพระราชทานที่ดินและบ้าน  เจ้าคุณพี่ก็มิได้กระตือรือร้นที่จะขอพระราชทานแต่อย่างใด  จนกระทั่งในหลวงรับสั่งว่า “เขาขอที่ดินกันทั้งนั้น ทำไมแกไม่ขอไว้สำหรับลูกหลานจะได้อยู่ต่อไป” จ้าคุณพี่ก็ปล่อยเรื่อยมา จนในตอนสุดท้ายก็นึกถึงที่ดินของหลวง หลังวัดโสมนัสวิหาร ซึ่งเป็นที่เดิมเคยอยู่มาก่อนย้ายมาอยู่ข้างวัด จึงถวายหนังสือกราบบังคมทูลขอที่โต๊ะเสวย ซึ่งมีเจ้าคุณราม ฯ นั่งรวมอยู่ด้วย ในหลวงทรงรับหนังสือ แล้วก็ส่งให้เจ้าคุณราม ฯ พิจารณาถวายความเห็นเช่นรายอื่น ๆ ตามปกติ เจ้าคุณราม ฯ กราบถวายบังคมทูลว่า ที่ดินแปลงที่ขอนี่เป็นมรดกของพระองค์เจ้าดิลก ฯ พระราชทานให้ผู้ใดมิได้ เป็นอันว่า เจ้าคุณพี่ไม่สนใจจะขอพระราชทานอีก เรื่องเลยมาระยะหนึ่ง ต่อมาในหลวงทรงพระกรุณา พระราชทานที่ดินอยู่สี่แยกราชเทวีเชิงสะพานหัวช้าง เนื้อที่ ๕ ไร่ พร้อมกับพระราชทานเงินปลูกบ้านหนึ่งหมื่นสองพันบาท โดยไม่ได้กราบทูลขอแต่อย่างใด

ก่อนที่คุณพ่อจะรับแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ให้เป็นพระนรราชภักดีนั้น  แต่เดิมคุณพ่อรับราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย  มีบรรดาศักดิ์ชั้นประทวน โดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงแต่งตั้งเป็นขุนชาญสุพรรณเขตร  ภายหลังย้ายสังกัดไปอยู่กรมสรรพากร กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ  ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนพิพัฒน์ศุภผล ในการไปซ้อมรบสนามจันทร์ นครปฐม  ล้นเกล้า ฯ รับสั่งกับเจ้าคุณพี่ว่า จะเลื่อนยศจากบรรดาศักดิ์ เจ้าหมื่นสรรเพธภักดี ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้ากรมมหาดเล็กห้องที่พระบรรทม จะทรงแต่งตั้งให้เห็นพระยา ฯ แต่เจ้าคุณพี่กราบบังคมทูลว่า สูงเกินกว่าผู้บังเกิดเกล้ามาก เพราะผู้บังเกิดเกล้ายศเพียงขุน ล้นเกล้า ฯ  รับสั่งว่า ลูกเป็นพระยา พ่อเป็นขุนเท่านั้นหรือ ทรงรับสั่งให้คุณพ่อเข้าเฝ้า แล้วรับสั่งกับเจ้าคุณพี่ว่า ข้าจะแต่งตั้งพ่อเจ้าเป็นพระยานรราชภักดี ลูกเป็นพระยานรรัตนราชมานิต กลับไปคราวนี้ ให้ไปรับสัญญาบัตรที่ในวังเป็นพิเศษ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า ฯ (คุณพ่อเล่าว่า เมื่อเข้าเฝ้าที่สนามจันทร์ คุณพ่อไว้หนวด เพราะเป็นข้าราชการมาแต่แผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งนิยมไว้หนวด ในหลวงรับสั่งว่า อ้อ ไว้หนวดด้วยหรือ แต่พอเข้ารับสัญญาบัตร คุณพ่อโกนหนวดออก พอเงยหน้าขึ้นจากถวายบังคม ในหลวงรับสั่งว่า อ้าว ตัดหนวดทิ้งเสียแล้วหรือ)

เมื่อคุณพ่อออกจากราชการแล้ว  ข้าพเจ้าพบแบบ ส. ขอรับบำนาญอยู่ที่ใต้โต๊ะเขียนหนังสือ  จึงถามคุณพ่อว่า ทำไม แบบ ส. เขียนไว้แล้วไม่ได้ยื่น  คุณพ่อบอกว่า เจ้าคุณพี่ของเจ้าเขาไม่ให้ยื่น  โดยให้เหตุผลว่า ในหลวงอุปการะเลี้ยงดูเจ้าคุณพี่ของเจ้าแล้ว  พี่เจ้าจะจ่ายค่าเลี้ยงดูให้พ่อเอง ไม่จำเป็นต้องรบกวนขอให้สิ้นเปลืองพระราชทรัพย์อีกจำนวนหนึ่ง  เรื่องนี้ เป็นการแสดงความจงรักภักดีในล้นเกล้า ฯ ของเจ้าคุณพี่อีกเรื่องหนึ่ง

เมื่อเจ้าคุณพี่ได้อุปสมบทที่วัดเทพศิรินทร์แล้ว  ต่อมาภายหลังคุณพ่อก็อุปสมบทที่วัดโสมนัส ฯ เจ้าคุณพี่ขอร้องไม่ให้คุณพ่อไปเยี่ยมที่วัดเทพศิรินทร์  เพราะตามวินัยสงฆ์นั้น  จะแก่อ่อนอายุทางโลกนั้นไม่สำคัญ ให้ถือบวชก่อนหลัง แก่และอ่อนพรรษา  ผู้อ่อนพรรษาจะต้องเคารพผู้แก่พรรษากว่า  เจ้าคุณพี่แก่พรรษากว่า จึงอยากเทิดทูนคุณพ่อ ป้องกันความไม่สบายทางจิตใจ วินัยสงฆ์กับวินัยทหารก็คล้ายกัน เคยเห็นพ่อเป็นเพียงจ่า แต่ลูกเป็นชั้นนายพัน เมื่ออยู่เครื่องแบบในงานต่าง ๆ พ่อต้องทำความเคารพลูกตามวินัยทหารเช่นกัน

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า  ตั้งแต่เริ่มรับราชการ จนกระทั่งล้นเกล้า ฯ สวรรคต ไม่เคยถูกกริ้วเลย  ทั้ง ๆ ที่ล้นเกล้า ฯ กริ้วผู้อื่นบ่อยที่สุด  เคยเล่ากันว่าตามปกติเวลารับสั่งหารือเข้าเฝ้าเวลากริ้วอยู่ก่อน เจ้าคุณพี่ก็มักอธิษฐานบนบานศาลกล่าว ส่วนมากก็อ้อนวอนของความคุ้มครองจาก พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศน์, พระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร และ พระแก้วมรกต พร้อมทั้งเพ่งกระแสจิตขอให้มีพระเมตตาไม่กริ้ว แล้วกราบลง พอเงยหน้าขึ้นสบพระเนตร ก็มักจะหายกริ้ว นี่เป็นกรณีหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นบุญแก่คู่บารมี ที่คงเคยสร้างสมไว้แต่ปางก่อน จึงทำให้ถูกพระราชหฤทัยไปทุกอย่าง


ตอนต่อไป

 ตอนที่

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

 

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved