กายวิภาคจักรราศี (๒๕)

*************

 

            มาติดตามเรื่องราวคำบอกเล่าจาก พ.ต. นายแพทย์ไพบูลย์  บุษปธำรง หมอเพียงคนเดียว ที่ท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ อนุญาตให้ทำแผลท่านได้ โดยไม่มีการรักษาหรือใส่ยาฆ่าเชื้อโรคใด ๆ กันต่อ คุณหมอท่านเป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์วันที่ท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ มรณภาพ และได้ให้สัมภาษณ์กับคุณ ท.เลียงพิบูลย์ เพื่อนำมาลงพิมพ์ไว้ในหนังสือ “ท่านผู้ให้แสงสว่าง” ตามที่ผมได้นำมาเสนอติดต่อกันหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งความตอนที่แล้วจบลงตอนที่ท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ บอกให้หลานที่นำมาอาหารมาถวายในตอนเช้ากลับไป บอกว่า วันนี้ท่านไม่ฉัน และให้บอกพระที่อยู่กุฏิใกล้เคียงด้วยว่า ท่านไม่ลงโบสถ์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะท่านเคยบอกไว้เสมอว่า วันใดที่ท่านไม่ลงโบสถ์ วันนั้น เป็นวันที่ไม่มี ธัมมวิตักโก ภิกขุ อยู่ในโลกนี้แล้ว เลยทำให้ทุกท่านที่อยู่ที่วัดในวันนั้น พากันวิตก และไม่สบายใจ

                และเมื่อตอนเย็น ท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ ท่านก็ยังไม่ลงโบสถ์ พระเณร และประชาชนต่างก็เป็นทุกข์ร้อน เพราะท่านเคยบอกว่า ถ้าท่านขาดทำวัตรเมื่อใด ก็หมายถึง อาตมาสิ้นลมเมื่อนั้น ฉะนั้นในเย็นวันศุกร์ที่ ๘ มกราคม ๒๕๑๔ ก็มีผู้วิตกห่วงท่านมาก  เวลานั้นมีผมที่ไปเยี่ยมท่านอยู่ด้วย และเป็นหมอคนเดียวที่ท่านเคยกล่าวย้ำถึง ๓ ครั้งว่า หมอคนเดียวที่จะทำแผลให้อาตมาเป็นคนแรกและคนสุดท้าย ยังดังก้องอยู่ในหูไม่รู้ลืม ทำให้ผมรู้สึกวิตก  ยิ่งเป็นโรคเนื้อร้าย หรือ มะเร็งแล้ว ก็ไม่มีเว้นว่าคนดีคนชั่ว ฉะนั้น ผมกับคุณโกศล ปัทมะสุนทร  หลานชายท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ และพระมหาเสริม  ซึ่งพระมหาเสริม  ท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ สั่งให้เข้ากุฏิได้ถ้ามีอะไรผิดปกติ สำหรับผมในฐานะเป็นหมอเคยทำแผลให้ท่าน ส่วนพระเณรและอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย ก็ยังอออยู่ที่หน้ากุฏิ คอยฟังข่าวอาการของท่านด้วยความเป็นห่วง และร้อนใจ เพราะท่านห้ามผู้อื่นเข้า ทุกคนก็เคารพคำสั่งของท่าน ไม่ละเมิด

                พระมหาเสริม เมื่อเข้าไปแล้ว  ในกุฏิของท่านไม่มีไฟใช้  นอกจากจุดเทียนส่อง  ท่านมหาเสริมต้องใช้ไฟฉายส่องทาง  ท่านมหาก็เปิดมุ้งของท่านเข้าไปดู  นึกว่าท่านคงหลับ ก็เห็นท่านจำวัดในท่าปกติ หงายมือ คงจะพนมอยู่เหนืออกก่อนหมดลม เมื่อพิจารณา มหาเสริมก็สะดุ้งตกใจ เวลาผ่านไปสักครู่ ท่านก็ตั้งสติได้ มาตามให้ผมเข้าไปในกุฏิเป็นคนที่ ๒ ติดตามด้วยคุณโกศล เมื่อผมเข้าไปตรวจดู ก็รู้ว่าท่านสิ้นลมไปนานแล้ว  เพราะมือที่พนมอยู่ตกห่างจากตัว  แต่ก็ยังมีท่าพนมมือ  เราต่างก็หันมามองดูตากันว่า เราจะทำอย่างไรดี  แล้วก็ตกลงกันว่า เราจะต้องปิดเป็นความลับไว้ก่อน อย่าเพิ่งเปิดเผยให้ผู้อื่นทราบ เรารู้กันแต่เพียง ๓ คน และควรปิดคุณจำเนียรไม่ให้รู้ในเรื่องนี้  เพราะว่าผู้หญิง หากรู้เรื่องอย่างนี้แล้ว คงเสียอกเสียใจ ปิดความลับไม่อยู่ เรื่องก็จะแตก ความตั้งใจที่จะปิดเป็นความลับก็จะเสียหมด

                การที่เราตกลงใจปิดไว้เป็นความลับก่อน เหตุผลก็คือ  ในรุ่งขึ้นที่  ๙   มกราคม   พ.ศ.  ๒๕๑๔   พวกสานุศิษย์ของท่าน พระครูอุดมคุณาทร มีมุทิตาจิตจัดงานฉลองแสดงความยินดี  ที่ท่านอาจารย์พระครูอุดมคุณาทร ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระอุดมสารโสภณ ฉะนั้น หากท่านเจ้าคุณอุดมสารโสภณ ทราบเรื่องการมรณภาพ ของพระภิกษุพระยานรรัตน ฯ แล้ว ท่านคงไม่ยอมให้พวกศิษย์มีการฉลองเด็ดขาด เพราะท่านเจ้าคุณอุดม ฯ ท่านเคารพนับถือพระภิกษุพระยานรรัตน ฯ มาก ทั้งถือว่า ภิกษุพระยานรรัตน ฯ มีพระคุณกับท่านมากมาย งานที่ลูกศิษย์ลูกหาจัดเตรียมการลงทุนลงแรงไว้อย่างใหญ่โต ก็จะต้องเลิกล้ม เสียพิธีและเสียน้ำใจ แทนที่จะแสดงความยินดี

                เมื่อคิดแล้วว่า  เมื่อถึงเวลาจำเป็นที่จะยอมให้ข่าวนี้แพร่ออกไปก่อนงานฉลองไม่ได้  ผมจะต้องแสดงละครฉากพิเศษ  ซึ่งเราทั้งสามจะต้องร่วมใจกัน แต่คิดว่า   ท่านมหาเสริม   ท่านเป็นสงฆ์ ท่านไม่ต้องร่วมแสดง  เพียงแต่ไม่ต้องพูด  ผมรับบทแทนทุกอย่าง แต่การ แสดงครั้งนี้ เพื่อยังประโยชน์ส่วนรวม เมื่อเราตกลงกันแล้ว ผมก็ต้องเป็นตัวเอกในฐานะผมเป็นแพทย์ จะต้องแสดงกิริยาท่าทางให้แนบเนียน เพื่อมิให้พระเณรและผู้ที่เคารพทั้งชายหญิง ที่กำลังรอคอยฟังข่าวอย่างร้อนรนที่หน้ากุฏิ  ซึ่งต่างมีความรู้สึกไปต่าง ๆ การแสดงของผมครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่คำพูดและกิริยาท่าทางกับจิตใจไม่ตรงกัน แต่ก็ต้องแสดงด้วยความจำเป็น เมื่อผมได้แง้มประตูค่อย ๆ เดินออกมาเป็นคนแรก ทั้งพระทั้งเณร และพวกสัปบุรุษและสีกา กำลังกระหายที่จะรอฟังข่าวรายงานของผม ถึงอาการของท่านเจ้าคุณนรรัตนฯ จะเป็นอย่างได

                เมื่อผมเดินออกมาก็แสดงกิริยา และสีหน้ายิ้มย่อง แสดงในปฏิกิริยา เพื่อแสดงให้ทราบว่า ไม่มีอะไรน่าวิตกทุกข์ร้อน  เมื่อเห็นกิริยาท่าทางของผมแล้วก็มีเสียงถามถึงอาการ ผมก็บอกไปว่า หายเป็นห่วงได้ ไม่ต้องเป็นทุกข์เป็นร้อนไปเลย ผมทำแผลให้ท่านแล้ว ท่านต้องการพักผ่อนอีกวันก่อน ขออย่าให้ทุกคนรบกวนท่านด้วยการทำเสียงดัง  ความจริงก็มีหลายท่านเป็นห่วง เพราะท่านไม่ได้ฉันอาหาร แต่การอดอาหารสำหรับท่านเจ้าคุณนร ฯ นั้น เกือบจะเป็นของธรรมดา ผิดแต่ที่ท่านไม่ลงโบสถ์เช้าเย็นเท่านั้น ฉะนั้น การที่จะพูดเพื่อให้เข้าใจ จึงไม่ยากนัก เพียงบอกว่า พรุ่งนี้เช้าก็จะไม่ให้ลงโบสถ์ เย็นก็พอจะทราบว่า ท่านลงโบสถ์ได้หรือไม่

                คำพูดพร้อมด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ไม่มีอะไรแฝงไว้ให้สงสัย น้ำหนักคำพูดของผมผู้เป็นหมอ ทำให้ทุกท่านที่อยู่ที่นั้น  ต่างก็โล่งใจ คลายวิตกกังวล เชื่ออย่างสนิทสนม ตลอดทั้งท่านเจ้าคุณอุดมสารโสภณ ก็ไม่ได้สงสัย เมื่อผมได้พูดและบอกตามบทละคร ที่แสดงด้วยความจำเป็นแล้ว ผมก็ออกมาขึ้นรถกลับบ้าน แสดงให้เห็นว่า ผมไม่มีอะไรเป็นห่วง  หน้าตายิ้มแย้ม ผู้คอยฟังข่าวของท่านก็ทยอยกันกลับ คลายความเป็นห่วงลงบ้าง นับว่าละครที่ผมแสดงฉากนั้นด้วยความไม่สบายใจ แต่ก็สำเร็จเรียบร้อย ทำให้ทุกคนเชื่อได้

                เมื่อผมขับรถออกมาแล้วก็นึกคิด และละอายใจที่จำเป็นต้องปิดบังความจริงไว้  ผมไม่ได้กลับบ้านอย่างผมแสดง ผมพยายามขับรถวกเวียนถ่วงเวลาจนเกือบเที่ยงคืน  แล้วผมก็วกกลับมาที่วัด จอดรถไว้ห่างไกล เป็นเวลาเงียบสงัด ผู้คนในวัดหลับนอนกันแทบหมดแล้ว ผมต้องคอยแอบไปหาท่านเจ้าคุณใหญ่ ท่านเจ้าอาวาส และท่านพระครูปัญญาภรณ์โสภณ ได้แจ้งให้ท่านทราบเหตุผลว่า ผมได้ปิดบังเรื่องเจ้าคุณนรรัตน ฯ ท่านได้มรณภาพแล้ว

                ท่านเจ้าคุณใหญ่ฟังด้วยความสงบ และเห็นใจที่ต้องทำเช่นนั้น  เพื่อให้งานฉลองท่านเจ้าคุณอุดมสารโสภณผ่านไปก่อน  เพราะพวกลูกศิษย์ต่างกำลังชื่นชมยินดี เมื่อรุ่งขึ้น งานเริ่มแต่เช้าถึงเวลาบ่าย งานฉลองท่านเจ้าคุณอุดม ฯ ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงคิดว่า ถึงเวลาแจ้งข่าวการมรณภาพของท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ ให้ทราบ แล้วข่าวก็แพร่ออกมาภายนอกในบ่ายวันเสาร์ที่ ๙ นั่นเอง

                ความจริงท่านมหาเสริมกับผมไปเห็นท่านนอนหงายอยู่ในท่าสงบ  ผมได้พิจารณาดูสิ่งแวดล้อมและเหตุผลแล้ว เห็นร่างกายของท่านอยู่บนเสื่อ มีผ้าห่ม เอามุ้งลง และมีไม้ทับไว้ทุกด้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนท่านจะรู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว ตอนเช้า ๘.๐๐ น. ท่านยังยืนที่หน้าต่าง บอกกับหลานผู้ส่งอาหารว่า วันนี้งดฉัน ให้เอากลับไป ทั้งท่านยังให้ช่วยบอกพระที่อยู่ใกล้เคียงให้บอกว่า วันนี้ท่านงดไม่ลงโบสถ์ ท่านคงมรณภาพหลังจาก ๐๘.๐๐ น. แล้ว

                ข่าวลือกันต่อ แพร่ออกมาจากผู้ไม่รู้ไม่เห็น ได้แต่เดาผิด ๆ ว่าท่านมรณภาพในห้องน้ำ ทั้งบอกว่า พระมหาเสริมกับผมได้พรางเรื่องไว้ โดยจัดแจงช่วยกันยกร่างที่หมดลมของท่านขึ้นไปชั้นบน เรื่องนี้ ไม่เป็นความจริง  พระมหาเสริมกับผมไม่ได้เคลื่อนไหวร่างของท่านเลย ผมขอรับรองด้วยความสัตย์จริง คนที่ไม่ได้เห็นก็มักจะเดาผิด ๆ ทำให้คนเข้าใจผิด ถ้าไปได้เห็นภายในกุฏิของท่านแล้ว คงจะไม่พูดเช่นนั้น ผมขอพูดด้วยเกียรติลูกผู้ชาย เราไม่ได้ยกร่างของท่านเคลื่อนที่ไปไหนเลย ในกุฏิไม่มีไฟฟ้าใช้ มีแต่เทียน เวลานั้นประมาณ ๑ ทุ่ม แม้จะเดินตัวเปล่าก็แทบจะคลำกันแล้ว ดีไม่ดีหกล้ม นี่แหละครับ มีคนกุข่าวให้เข้าใจผิด ไม่นึกถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

                ข้าพเจ้า (ท.เลียงพิบูลย์) ฟังหมอเล่าแล้วพิจารณาดูก็เห็นใจ จึงบอกว่า “ผมเชื่อที่หมอพูดเป็นความจริง เพราะคนพูดเขาไม่ได้เห็น คนที่เห็นเขาคงไม่พูด ผมเชื่อเพราะเหตุผลของหมออย่างหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่ง ที่ผมแน่ใจว่าท่านเป็นพระปฏิบัติธรรมบรรลุชั้นสูง ท่านรู้เวลา ท่านมาถอดกลอนไว้ล่วงหน้าก่อน ซึ่งตามปกติท่านจะใส่กลอน แสดงว่าท่านเตรียมพร้อมที่จะสละร่างไป ท่านเป็นผู้ที่ไม่ประมาท มีสติ ย่อมจะไม่มรณภาพในห้องน้ำแน่นอน ฉะนั้น ผมจึงคิดว่า คนที่พูดไม่เห็น คนที่เห็นไม่พูด หากผู้ฟังแล้วคิดพิจารณาด้วยสติปัญญาหาเหตุผลด้วยตนเองแล้ว ไม่มีใครเชื่อ หากผู้ฟังแล้วไม่คิด เป็นคนเชื่อง่ายก็คงมี เป็นเรื่องธรรมดาของแต่ละบุคคล และส่วนมากในยุคปัจจุบัน ความจริงย่อมหนีความจริงไม่พ้น

                ข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณ พ.ต. นายแพทย์ไพบูลย์  บุษปธำรง  ที่ได้ให้ความรู้ที่ยังมีผู้สนใจอยากรู้อีกมาก นอกจากนั้นยังได้ทราบว่า ท่านพระภิกษุพระยานรรัตน ฯ ท่านได้อุทิศแผ่ส่วนกุศลถวายแด่พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ และได้สวดมนต์แผ่ส่วนกุศลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งพระบรมราชินีนาถ และพระญาติ พระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ทุกพระองค์ ตลอดทั้งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอลูกเธอเจ้าฟ้าทุกพระองค์ ด้วยสัพพสิทธิคาถา ภายหลังที่ทำแผลให้ท่านเสร็จแล้วทุกคืน นับว่าเป็นพระภิกษุที่หาได้ยากในยุคปัจจุบันนี้

                มีหลายท่านทราบว่า ข้าพเจ้าจะเกี่ยวข้องกับการเขียนประวัติท่าน “ธัมมวิตักโก” จึงถามข้าพเจ้าว่า “จริงไหม เขาลือว่า ท่านบรรลุพระอรหันต์” ข้าพเจ้าฟังแล้วก็งง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เกินความสามารถความรู้ที่ข้าพเจ้าจะตอบได้ ก็ได้แต่เปรียบให้ท่านฟังว่า ข้าพเจ้ามีความรู้เพียง ก.ข. ถ้าจะให้ตอบความรู้ชั้นอาจารย์มหาวิทยาลัยแล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่มีทางจะตอบได้ เรียนไม่ถึง แต่ก็ได้ยินท่านผู้มีความรู้ทางธรรมชั้นสูง ท่านพูดเช่นนั้น ข้าพเจ้าก็ไม่กล้าเดาว่า จะผิดหรือถูก

                แต่ข้าพเจ้าแน่ใจว่า เมื่อยังมีพุทธศาสนา มีพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ตราบใด ตราบนั้น แผ่นดินจะไม่ว่างเว้นพระอรหันต์ แต่เราไม่สามารถจะรู้ จะทราบได้ว่า องค์ใดท่านบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้วเท่านั้น

                ข้าพเจ้ามิได้เขียนในเรื่องเกี่ยวกับอภินิหาร และเรื่องกายทิพย์อย่างที่เขาเล่าลือกันมากมาย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ เมื่อท่านได้รับและได้อ่านหนังสือเล่มนี้ คงจะทราบแล้วว่า บัดนี้ สังขารของท่าน พระธัมมวิตักโก ได้แปลงสภาพเป็นเถ้าถ่าน อัฏฐิไปหมดแล้ว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จทรงพระราชทานเพลิงเป็นอันเสร็จเรียบร้อย เหลือไว้แต่ความดีที่ท่านได้ปฏิบัติเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ให้เราท่านได้ระลึกถึงตลอดไป

                ผมคงจะยุติเรื่องราวชีวประวัติของท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ จากหนังสือ “ท่านผู้ให้แสงสว่าง” เอาไว้เพียงนี้ คงไม่คัดลอกมาทั้งเล่ม ทั้ง ๆ ที่ยังมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจอีกไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับอัฏฐิและเถ้าอังคารของท่าน ที่ภายหลังจากพระราชทานเพลิงศพแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินาถ ทรงโปรดเกล้าให้เก็บรวบรวมไว้ในที่เดียวกัน คือ บรรจุไว้ในอนุสาวรีย์ของท่าน ไม่ให้กระจัดกระจายไปยังผู้หนึ่งผู้ใดทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับอภินิหารพลังจิตของท่าน ที่ทราบเหตุการณ์ล่วงหน้า, เกี่ยวกับการป้องกันภัยจากลูกระเบิด ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งลงมาที่สถานีรถไฟหัวลำโพง แต่พลาดเป้าไปตกในวัดเทพศิรินทร์เสียหลายลูก กุฏิวิหารหลายหลังได้รับความเสียหายอย่างมาก แม้แต่กุฏิของท่านเองก็ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด แต่ตัวท่านไม่ได้หนีไปไหน คงอยู่ในกฺฏิ สำรวมจิตแผ่เมตตาให้เลิกรบราฆ่าฟันกัน เมื่อสิ้นเสียงระเบิด ตัวท่านไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น ฯลฯ

                อย่างไรก็ตาม ผมยังมีเรื่องราวจากนักเขียนท่านอื่น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่านในเรื่องของปาฏิหารย์ ซึ่งผมนำจะมาเสนอเท่าที่เห็นสมควร อีกทั้งยังมีบทวิเคราะห์เกี่ยวกับท่านในข้อที่ว่า “ท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์จริงหรือ” อย่าพลาดการติดตามในสัปดาห์หน้า สวัสดี


ตอนต่อไป

 ตอนที่

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

 

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved