กายวิภาคจักรราศี (๓๑)

*************

                ท่านเจ้าคุณนร ฯ ท่านเกิดในขณะที่ลัคนาสถิตอยู่ราศีกุมภ์ ธาตุลม ในกลุ่มดาวฤกษ์ที่ ๒๕ อันมีชื่อว่า บุรพภัทรบท ในหมวดฤกษ์เพชฌฆาต หรือ เสวยเพชฌฆาตฤกษ์ ตามที่ได้กล่าวมาบ้างแล้วในตอนก่อน และเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของฤกษ์มากขึ้น จึงจำเป็นต้องนำเรื่องของฤกษ์มาให้อ่าน และศึกษากันพอสังเขป เป็นการปูพื้นฐานให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น และถูกต้องตรงกัน เพราะหลายคนที่เคยได้ยินเรื่องของฤกษ์ แต่ไม่เข้าใจ และก็มีหลายคนที่เข้าใจกันผิด ๆ พออ่านบทความตอนนี้แล้ว คงจะเข้าใจถูกต้องตรงกันเสียที

                คำว่า ฤกษ์ แปลกันอย่างง่าย ๆ ตามความหมายในทางโหราศาสตร์ก็คือ กลุ่มดาวบนท้องฟ้า เป็นดาวที่มีแสงในตัวเอง ที่เราเรียกกันว่า ดาวฤกษ์ นั่นเอง อันกลุ่มดาวฤกษ์นี้เรียงรายรอบจักรราศี หรือ ทางช้างเผือก มีด้วยกันทั้งสิ้น ๒๗ กลุ่ม หรือ ๒๗ ฤกษ์ ซึ่งเป็นโหราศาสตร์ระบบที่เก่าแก่และโบราณที่สุด  เพราะในสมัยก่อนนั้น คนโบราณเฝ้าสังเกตดวงจันทร์โคจรผ่านกลุ่มดาวฤกษ์ หรือ ฤกษ์ต่าง ๆ แล้วนำมาพยากรณ์เทียบเคียงกับวิถีชีวิตประจำวัน ความเป็นไปของบุคคล ซึ่งอุบัติขึ้นมาในระยะนั้นได้อย่างแม่นยำที่สุด การหาฤกษ์ยามในปัจจุบันนี้ โหรทั่วไปก็ยังใช้ระบบเก่าอยู่ คือ ดูดาวจันทร์โคจรผ่านดาวฤกษ์ที่ดีอันเหมาะกับฤกษ์นั่นเอง  ต่อมาสมัยหลังโหราจารย์จึงได้แบ่งราศีเสียใหม่เป็น ๑๒ ราศี เท่ากับจำนวนของเดือนทางจันทรคติ ซึ่งสอดคล้องพอดีกับการโคจรของอาทิตย์ จะใช้เวลาโคจรเดือนละ ๑ ราศี

                เนื่องจากการจัดกลุ่มดาวฤกษ์เป็นระบบเก่าแก่โบราณในทางโหราศาสตร์ ดังนั้น การเรียกชื่อเดือนสมัยโบราณ จึงเรียกชื่อตามกลุ่มดาวฤกษ์ ซึ่งถือเอาในขณะที่ดวงจันทร์เพ็ญ หรือ พระจันทร์เต็มดวง คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ ในแต่ละครั้ง แต่ละเดือนเป็นหลัก เช่น เดือนวิสาขมาส หรือ วันเพ็ญเดือน ๖, อาษาฒมาส หรือ วันเพ็ญเดือน ๘ ที่เราชาวพุทธ รู้จักกันดี  เป็นต้น

                โหราศาสตร์ระบบจักรราศี หรือ ผูกดวง ยกย่องว่า ราศีเมษเป็นใหญ่ที่สุด เป็นราศีอันเป็นที่ตั้งของลัคนาโลกธรรม เพราะเหตุว่า หากมีดาวใดไปสถิตอยู่ มักจะเด่นและมีอิทธิพลรุนแรง ด้วยเป็นใจกลางของอุตตรกุรุทวีป หรือ ทวีปที่อยู่ทางทิศเหนือ (ตามคัมภีร์ไตรภูมิพระร่วง อันเป็นคัมภีร์เก่าแก่ทางพระพุทธศาสนา รายละเอียดเรื่องของทวีปจะขอละไว้ไม่นำมากล่าวในที่นี้) เช่น อาทิตย์ (๑) สถิตราศีเมษ เป็นมหาอุจ, จันทร์ (๒) สถิตราศีเมษ เป็นมหาจักร, พฤหัสบดี (๕) สถิตราศีเมษ ฯลฯ เป็นราชาโชค เป็นต้น

                แต่โหราศาสตร์ระบบเก่าแก่แบบดาวฤกษ์ ได้ยกย่องดาวฤกษ์ มฤคศิระ หรือ ดาวหัวเนื้อ ว่าสำคัญที่สุด ในคัมภีร์ภควคีตา จารไนยไว้ว่า เดือนที่เลิศที่สุดคือเดือน มฤคศิรมาส ที่ยกย่องก็เพราะว่า เมื่อพระจันทร์โคจรมาเพ็ญ หรือ เต็มดวงที่ราศีนี้ จะมีศักดิ์สูงเป็นมหาอุจ มีกำลังมาก ในบรรดา ๒๗ ดาวฤกษ์นี้ จะมีดาวฤกษ์เพียง ๑๒ กลุ่มเท่านั้น ที่จันทร์โคจรเข้าเสวยในขณะเพ็ญเต็มดวง  คือ

                ฤกษ์ที่ ๑๔ จิตรา เรียกว่า จิตรมาส หรือ เดือน ๕, ฤกษ์ที่ ๑๖ วิสาขะ เรียก วิสาขมาส หรือ เดือน ๖, ฤกษ์ที่ ๑๘ เชษฐา เรียก เชษฐมาส หรือ เดือน ๗, ฤกษ์ที่ ๒๐ ปรุพอาษาฒ เรียก อาษาฒมาส หรือ เดือน ๘, ฤกษ์ที่ ๒๒ สวณะ เรียก สาวนมาส หรือ เดือน ๙, ฤกษ์ที่ ๒๕ บุรพภัทรบท เรียก โปฐบทมาส หรือ เดือน ๑๐, ฤกษ์ที่ ๑ อัศวินี เรียก อัศวยุชมาส หรือ เดือน ๑๑, ฤกษ์ที่ ๓ กฤติกา เรียก กฤติกามาส หรือ เดือน ๑๒, ฤกษ์ที่ ๕ มฤคศิระ เรียก มฤคศิรมาส หรือ เดือนอ้าย (เดือน ๑) , ฤกษ์ที่ ๘ ปุษยะ เรียก ปุษยมาส หรือ เดือนยี่ (เดือน ๒) , ฤกษ์ที่ ๑๐ มาฆะ เรียก มาฆมาส หรือ เดือน ๓ และ ฤกษ์ที่ ๑๒ อุตตรผลคุณี เรียก ผัคคุณมาส หรือ เดือน ๔

                ดาวฤกษ์ แบ่งออกเป็น ๙ หมวด ตามลักษณะของบุคคลที่ประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ หรือ มีลักษณะนิสัยใจคอความประพฤติตามลักษณะความหมายต่าง ๆ กันไป ซึ่งแต่ละหมวด จะประกอบไปด้วยกลุ่มดาวฤกษ์ ๓ กลุ่ม โคจรเรียงรายตั้งแต่ราศีเมษ ราศีพฤษภ เรื่อยไปจนครบรอบจักรราศีที่ราศีมีน เป็นราศีสุดท้ายครบทั้ง ๒๗ กลุ่ม โดยจำแนกออกเป็นหมวดหมู่ตามรายชื่อ และกลุ่มดาวประจำหมวด ดังนี้

                ๑. ทลิทโทฤกษ์ แปลว่า ผู้ขอ หรือ ขอทาน จะเป็นในลักษณะของบุคคลที่ชอบขอความช่วยเหลือ ขอความร่วมมือจากผู้อื่น ชอบบอกบุญเรี่ยไรการกุศล พวกวณิพกที่เร่ร่อนร้องเพลง หรือ แสดงศิลปต่าง ๆ เพื่อแลกกับเงิน หรือสิ่งของ, พวกพ่อค้าย่อยผู้ยากจน ขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ พอประทังชีวิต พวกกรรมกรขายแรงงาน หาเช้ากินค่ำ

                ในหมวดฤกษ์นี้ จะประกอบไปด้วยบุคคล ที่มีจันทร์ หรือ ลัคนากำเนิด สถิตอยู่ในกลุ่มดาวที่ ๑ อัศวินี หรือ ดาวม้า, กลุ่มดาวที่ ๑๐ มาฆะ หรือ ดาวงูตัวผู้ และ กลุ่มดาวที่ ๑๙ มูละ หรือ ดาวช้างน้อย

                ลักษณะอาชีพของบุคคลผู้เกิดในทลิทโทฤกษ์ ใช่ว่าจะลำบากยากจน หาเช้ากินค่ำ หรือ เป็นขอทานเสมอไป บางคนอาจจะเป็นเศรษฐมีธุรกิจร้อยล้านพันล้านก็ได้ เพราะอาชีพของบุคคลทลิทโทฤกษ์ เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวกับการขอทุกชนิด เช่น ขอสัมปทานต่าง ๆ จากรัฐ, ขอทำสัญญาธุรกิจต่าง ๆ แบบผูกขาดทั้งในภาครัฐและเอกชน, ขอวีซ่าเข้าประเทศต่าง ๆ (พวกบริษัททัวร์) , นักการทูต ที่ต้องทำงานขอเจริญความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ, อาชีพตัวแทน นายหน้า ผู้ติดต่อประสานงาน ประสานประโยชน์ ฯลฯ เป็นต้น

                เท่าที่ผมสังเกตมา บุคคลทลิทโทฤกษ์ มักจะเป็นคนที่พูดจาดี หว่านล้อมเก่ง รู้จักออมชอมและโอนอ่อนผ่อนตาม จึงทำให้มีเสน่ห์เมตตาในตัวเอง คือ ใครเห็นใครรัก มักเมตตาสงสาร เปรียบเสมือนขอทานที่ร่างกายพิการ บางทีไม่ต้องเอ่ยปากขอก็ให้แล้ว จึงเหมาะกับบุคคลที่มีอาชีพศิลปิน หรือให้บริการต่าง ๆ อีกด้วย เพราะอาชีพเหล่านี้ ต้องการความรัก ความเมตตาสงสาร ความนิยมชมชื่นจากมหาชนและคนทั่วไป ที่จะหยิบยื่นรางวัลเล็ก ๆ น้อย ตอบแทนให้ หรือ ที่ฝรั่งเขาเรียกกันว่า ทิป น่ะแหละ

                ๒. มหัทธโนฤกษ์ แปลว่า เศรษฐี หรือ ผู้มีทรัพย์มาก คือ บุคคลที่อยู่ในชนชั้นผู้มีอันจะกิน หรืออยู่ในสังคมไฮโซ  เช่น พ่อค้า นายห้าง  นายธนาคาร  ลูกท่านหลานเธอ  พ่อค้าเพชรพลอย ผู้ออกเงินให้กู้ (นายทุน) พวกเล่นหุ้นเป็นอาชีพ, ผู้ค้าเงินตราระหว่างประเทศ ฯลฯ

                ในหมวดฤกษ์นี้ จะประกอบไปด้วยบุคคลที่มีจันทร์ หรือ ลัคนากำเนิด สถิตอยู่ในกลุ่มดาวที่ ๒ ภรณี หรือ ดาวก้อนเส้า, กลุ่มดาวที่ ๑๑ บุรพผลคุนี หรือ ดาวงูตัวเมีย และ กลุ่มดาวที่ ๒๐ บุรพอาษาฒ หรือ ดาวสัปคับช้าง

                ลักษณะอาชีพของบุคคลผู้เกิดในมหัทธโนฤกษ์ ใช่ว่าจะมีวิถีชีวิตที่ร่ำรวย สุขสบาย ท่ามกลางกองเงินกองทองเสมอไป  บางคนอาจจะลำบากยากจน หาเช้ากินค่ำก็ได้ เพราะบางคนนั้น ทำงานเป็นแค่เสมียนในธนาคาร, ทำงานเป็นพนักงานส่งเอกสารให้ธนาคาร, ทำงานในบริษัทที่เขาออกเงินให้กู้ โรงรับจำนำ หรือ พวกทรัสต์ต่าง ๆ , ทำงานเป็นพนักงานแลกเงิน ค้าขายเงินตรา, ทำงานด้านการบัญชี การเงิน การติดต่อสื่อสาร หรือทำงานขายเครื่องประดับของสวย ๆ งาม ๆ ที่พอจะมีค่า มีราคา โดยเป็นลูกน้องเขา ได้เงินเดือนไม่มากนัก พอยาไส้ไปวัน ๆ ก็มีให้เห็นมากมายก่ายกอง

ไม่ต้องดูอื่นไกล อย่างผู้เขียน ทำงานเป็นพนักงานส่งเอกสาร แม้จะอยู่ต่างประเทศ ทำงานเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ร่ำรวย มีวิถีชีวิตอย่างสุขสบายกับเขาเสียที ยังหาบ่าย หาค่ำ ดึกดื่นเที่ยงคืน ยันเช้า ถึงกลับเข้ามานอนรังอยู่จนทุกวันนี้ แต่ก็ใช่ว่าคนที่เกิดมหัทธโนฤกษ์จะไม่มีโอกาสร่ำรวยนะครับ ก็อาจจะรวยกับเขาได้เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนจะรวย จะจน จะต้องพิจารณาดาวการเงิน เรือนการเงิน และดาวที่เกี่ยวข้องกับการเงินในพื้นดวงชะตาเป็นหลัก รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมได้เขียนเอาไว้ในบทความเรื่อง ดวงเศรษฐีแล้ว อยากรู้ก็ต้องไปหาอ่านกันเอาเองในเวปไซด์ ไม่ใช่เห็นว่าเกิดฤกษ์เศรษฐี แล้วทำนายตูมว่าเป็นเศรษฐีกลับชาติมาเกิดเป็นเศรษฐีอีกล่ะก็ อย่างนี้มีหวัง วังเวง วิเวก วิเหวโหว อย่างแน่นอน

                เท่าที่ผมสังเกตมา รวมทั้งสังเกตตัวเองด้วย เห็นว่า คนเกิดฤกษ์เศรษฐีนี้ มักจะมีนิสัยใจคอ ความประพฤติ การดำเนินชีวิต แบบเศรษฐี ทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นเศรษฐีกับเขาสักหน่อย กล่าวคือ มักใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ไม่เสียดายเงินทองที่หามาได้ด้วยความยากลำบาก มักเป็นคนใจป้ำ (ไม่ใช่ ปล้ำ) คือ ใจดี ไม่ขี้เหนียว ไม่ขี้ตืด ซึ่งเศรษฐีจริง ๆ นั้น เขาไม่ขี้เหนียว ขี้ตืด แต่ใจดี ใฝ่ในทานและบุญกุศล อันเป็นนิสัยดั้งเดิมจากชาติปางก่อน จึงทำให้ชาตินี้เกิดมาเป็นเศรษฐี อย่างในสมัยพุทธกาล ได้แก่ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี หรือในสมัยปัจจุบัน อย่างบิล เกตต์, หรือ ของไทยเท่าที่เห็นเศรษฐีใจบุญในอดีตเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ก็คือ ท่านประยงค์ ตั้งตรงจิตร ฯลฯ เป็นต้น

                ๓. โจโรฤกษ์ หรือ ฤกษ์ดาวโจร ได้แก่พวกที่ชอบชิงสิ่งของ เงินตรา อำนาจ หรือ ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นมาเป็นของตน ได้แก่พวกโจร มิจฉาชีพ ผู้ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม เผด็จการ ปฏิวัติ รัฐประหาร หรือพวกคดโกง กินบ้าน โกงเมือง ทรยศขายชาติ บ้านเมืองจะพังพินาศไม่เป็นไร ขอให้ตนและพวกพ้องอยู่สุขสบายเป็นพอ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นคนไม่ดี เกิดมารกโลก หนักแผ่นดิน

                   ในหมวดฤกษ์นี้ จะประกอบไปด้วยบุคคลที่มีจันทร์ หรือ ลัคนากำเนิด สถิตอยู่ในกลุ่มดาวที่  กฤติกา หรือ ดาวลูกไก่, กลุ่มดาวที่ ๑๒  อุตรผลคุนี หรือ ดาวเพดาน  และ กลุ่มดาวที่ ๒๑  อุตรอาษาฒ หรือ ดาวแตรงอน

                อันที่จริง คนที่เกิดโจโรฤกษ์ ใช่ว่าจะเป็นโจร มิจฉาชีพ หรือเป็นคนเลวเสมอไป มีหลายคนที่เป็นคนดีมีศีลธรรมก็เยอะแยะมากมายก่ายกอง เพราะลักษณะของโจรนั้น เป็นลักษณะของการใช้อำนาจ ซึ่งอำนาจนั้น เหมือนดาบสองคม ถ้าใช้ไปในทางที่ดี มีคุณค่า และประโยชน์สุขแก่สังคม ส่วนรวม ประเทศชาติ เราเรียกอำนาจนั้นว่า อำนาจที่เป็นธรรม ได้แก่ พวกตำรวจ ทหาร ข้าราชการฝ่ายปกครอง อย่างในสมัยอดีตกาล เราจะเคยทราบมาว่า มีกษัตริย์นักปกครองหลายพระองค์ ได้กรีฑาทัพเข้ารบพุ่งแย่งชิงบ้านเมืองของผู้อื่นมาเป็นของตน เพื่อรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น และเมื่อบ้านเมืองสงบสุขปราศจากสงครามแล้ว ก็ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองนั้นให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจ

 

 

                ยกตัวอย่างดวงพระบรมราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ท่านทรงมีพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๗๙ เวลา ๐๒.๔๒ น. ตรงกับวันพุธ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะโรง จ.ศ. ๑๐๙๘ (โบราณถือว่าเกิดคืนวันอังคาร) เมื่อเฉลิมรูปดวงพระราชชะตาแล้ว จะเห็นว่า พระราชลัคนาของพระองค์ท่านนั้น สถิตอยู่ในราศีมังกร ธาตุดิน เสวยอุตราษาฒ นักษัตร์ฤกษ์ที่ ๒๑ ประกอบด้วยโจโรฤกษ์

                ตลอดพระชนมชีพของพระองค์ ทรงเป็นนักปกครอง นักการทหาร รับราชการมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา จนได้รับพระราชทานยศเป็นถึงเจ้าพระยาจักรี สมุหกลาโหม และสูงสุดเป็นถึง สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ในแผ่นดินกรุงธนบุรี ในสมัยที่พระองค์ท่านยังเป็นทหารรับใช้แผ่นดินอยู่นั้น ได้เป็นแม่ทัพรบพุ่งเคียงบ่าเคียงไหล่กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็น ๑ ใน ๓ ของทหารเสือคู่พระทัย  รวบรวมแผ่นดินไทยที่แตกเป็นก๊กเป็นเหล่าเข้าไว้เป็นปึกแผ่น ขยายพระราชอาณาเขตไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล มากกว่าทุกรัชกาลที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ และเมื่อบ้านเมืองเกิดจลาจลในปลายรัชสมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรี พระองค์ในขณะนั้นได้ยกทัพไปตีเวียงจันทน์ และตีได้สำเร็จ ต้องรีบนำทัพกลับเข้ามาแก้ไขวิกฤติการณ์ จนบ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติ ข้าราชการทหาร พลเรือน ประชาชนทุกหมู่เหล่า จึงพร้อมใจกันอัญเชิญท่าน ให้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ สถาปนาราชวงศ์จักรีจนเจริญรุ่งเรืองมาตราบเท่าทุกวันนี้ สมดังพระราชปณิธานของพระองค์ที่ทรงตรัสไว้ว่า

                ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา จะป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนและมนตรี ซึ่งพระองค์ท่าน และพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ต่อมา ก็ได้ทรงยึดเอาพระราชปณิธาน และทรงบำเพ็ญตามรอยพระเบื้องยุคลบาทด้วยดีเสมอมา นับว่าเป็นบุญของพสกนิกรชาวไทยและทุกคนที่อยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารจริง ๆ


ตอนต่อไป

 ตอนที่

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

 

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved