กายวิภาคจักรราศี (๔๔)

*************

                ผู้ที่เกิดในเพชฌฆาตฤกษ์ ส่วนใหญ่มักจะดวงแข็ง มีสภาวะร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว ทำอะไรมักจริงจัง สุขภาพร่างกายมักแข็งแรง และมักจะมีอายุยืนยาว แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่ผมกล่าวไว้เสมอว่า การพิจารณาดวงชะตาของบุคคลนั้น จะพิจารณาเพียงหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งแล้วทำนายออกมา โอกาสที่จะผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

เพราะเรื่องราวในชีวิตของคนเราที่เกิดมานั้น มันยุ่งยากสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน บางคนยิ่งกว่านวนิยายเสียอีก ทั้งนี้ อันเนื่องมาจากกรรมที่ได้กระทำไว้หลายภพหลายชาติ เมื่อถึงเวลาที่จะชดใช้กรรมในชาติที่เกิดมานี้ และยิ่งเป็นชาติสุดท้ายด้วยแล้ว จำต้องชดใช้ให้หมด จะยกเว้นได้ในกรณีที่ได้รับการอโหสิกรรมจากเจ้ากรรมนายเวร ไม่งั้นไม่อาจละสังขารเข้าสู่แดนนิพพานได้ แม้จะสำเร็จภูมิธรรมขั้นพระอรหันต์ก็ตาม

ท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ หรือ ธัมมวิตักโก ภิกขุ แห่งวัดเทพศิรินทราวาส  ที่หลายคนเชื่อว่า ท่านบรรลุภูมิธรรมขั้นอรหันต์ และผมได้นำดวงชะตาของท่าน มาวิเคราะห์วิจารณ์เทียบเคียงกับชีวประวัติ ปฏิปทาของท่านอย่างละเอียดทุกแง่ทุกมุม จะเป็นตัวอย่างอันดี และเป็นคำตอบสุดท้าย ที่จะบอกกับเราท่านทั้งหลายทราบว่า ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้นั้น มีกรรมที่เขากำหนดให้มาชดใช้ หากเป็นชาติภพสุดท้าย ก็จะต้องชดใช้กรรมนั้นให้หมด ยากที่จะหลีกเลี่ยงได้

ในตอนนี้เราจะได้มาพิจารณาดวงชะตาของท่าน ในเรื่องของสุขภาพร่างกาย โรคภัยไข้เจ็บ ที่เบียดเบียนตัวท่าน ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาที่ผมได้กล่าวไว้ในตอนที่แล้ว โดยหลักเกณฑ์ข้อแรก จะต้องพิจารณาจากดาวเจ้าเรือนศุภะ ซึ่งในดวงของท่านคือ ดาวศุกร์ (๖) และ ดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนศุภะโลกธรรม

ศุกร์ (๖) เจ้าเรือนศุภะนั้นอยู่ในภพวินาศนะ อันเป็นภพทุสถานะ หรือ ภพที่ให้โทษ แปลความหมายของคำว่า ศุภะ–วินาศนะ ในเรื่องของสุขภาพร่างกายได้ว่า มักจะมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน เจ็บออด ๆ แอด ๆ สามวันดี สี่วันไข้ เป็น ๆ หาย ๆ หรือไม่ก็มักจะเป็นโรคเรื้อรัง มักมีโรคประจำตัว โรคที่เป็นแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว, โรคที่รักษาได้ยาก หรือรักษาไม่หาย รักษาไม่ได้ ต้องรอตายสถานเดียว

ศุกร์ (๖) นอกจากจะถูกเบียน ด้วยการอยู่ในเรือนวินาศนะแล้ว ยังถูกอังคาร (๓) ดาวฆาต หรือ ดาวมรณะ, ราหู (๘)  กับ เกตุ (๙) กุม โดยมี มฤตยู (๐) ทำมุมกากบาท ถือได้ว่า ศุกร์ (๖) เจ้าเรือนศุภะ ถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างยับเยินหลายดวง แม้แต่ศุภเคราะห์ที่เกาะกุมให้คุณ คือ อาทิตย์ (๑) กับ พุธ (๔) ก็ให้โทษแก่ศุกร์ (๖) ด้วยเช่นกัน เพราะอาทิตย์ (๑) มาจากเรือนอริ หรือ เป็นดาวเจ้าเรือนอริ ส่วนพุธ (๔) นั้น มาจากเรือนมรณะ หรือเป็นดาวเจ้าเรือนมรณะ จึงให้โทษไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าดาวบาปเคราะห์ร้ายที่ให้โทษดังกล่าวข้างต้น

ส่วนดาวพฤหัสบดี  (๕)  เจ้าเรือนศุภะโลกธรรมนั้น  ก็ถูกเบียนโดยเรือนเช่นกัน คือ  อยู่ในภพมรณะ   แม้จะถูกเบียน จัง  ๆ ด้วยบาปเคราะห์เพียง ๑ ดวง คือ มฤตยู (๐) นำหน้า แต่ก็ถูกบาปเคราะห์ที่เหลือ เบียนครบทุกดวง คือ มีอังคาร (๓) ราหู (๘) เกตุ (๙) ตรีโกณ ในภพวินาศนะ และ พลูโต (พ) เนปจูน (น) ตรีโกณในภพพันธุ โดยมีเสาร์ (๗) โยคหน้า นำขบวนต่อจากมฤตยู (๐)

โดยปกติแล้ว ดาวบาปเคราะห์ที่อยู่ในมุมตรีโกณ อันเป็นมุมที่ให้คุณนั้น ย่อมให้คุณแก่ดวงชะตา แต่เนื่องจากสภาพของบาปเคราะห์ ก็ย่อมให้โทษด้วยเช่นกัน ถ้าให้คุณแก่ดวงชะตาก่อน มักจะให้โทษในภายหลัง แต่ถ้าให้โทษก่อน ก็จะเป็นไปในทางตรงข้าม คือ ให้คุณในภายหลัง

ท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ นั้น ท่านมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงมาแต่เล็ก ๆ แต่พอท่านโตขึ้น สุขภาพร่างกายท่านกลับดีขึ้นมาก ไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ ในการศึกษาเล่าเรียน หรือการทำงาน และท่านเองก็พัฒนาสุขภาพร่างกายของท่าน ด้วยการออกกำลังกาย ค้นคิดวิธีบริหารร่างกายประจำวัน เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งท่านก็ทำได้สำเร็จ

ในภพศุภะของท่าน มีดาวมฤตยู (๐) บาปเคราะห์ร้ายเบียนอยู่  เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาในข้อที่ ๒ ในความหมายของมฤตยู (๐) คือ ดาวแห่งการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน รวดเร็ว ฉับพลัน ไม่รู้เนื้อรู้ตัว เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ฯลฯ เมื่ออยู่ในภพศุภะ ก็ทำนายเกี่ยวกับสุขภาพของท่านได้ว่า มักเจ็บไข้ไม่สบายอย่างกระทันหัน ไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน เป็นง่าย หายเร็ว  หรือลักษณะอาการที่เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ บทจะเป็นก็เป็น บทจะหายก็หาย เป็นต้น

ในคราวที่ท่านต้องประสบกับอันตราย อันเกิดจากการขบกัดของสัตว์มีพิษ คือ คางคก และงู หรือแม้แต่การที่ท่านเจ็บป่วยด้วย โรคมะเร็งกรามช้าง และ โรคมะเร็งที่ลำคอ ซึ่งอาจทำอันตรายให้กับท่านถึงกับมรณภาพได้ แต่ด้วยพลังจิตอันเข้มแข็งของท่าน ท่านก็สามารถแยกกายกับจิตออกจากกัน สามารถใช้ขันติหรือความอดทน ขจัดปัดเป่าความเจ็บปวดทั้งหลายไม่ให้บังเกิดแก่กายขันธ์ของท่าน เรียกว่า แม้โรคภัยไข้เจ็บจะร้ายแรงแค่ไหน เพียงไร ก็ไม่อาจทำอันตราย หรือทำให้ท่านต้องทุกขเวทนาได้

การพิจารณาจุดเปราะ หรือ จุดอันตราย ที่โรคภัยไข้เจ็บจะบังเกิดขึ้นในร่างกายของเรานั้น จะต้องพิจารณาจาก ดาวบาปเคราะห์ที่ไปสถิตอยู่ในเรือน หรือ ราศี หากมีบาปเคราะห์ใดไปอยู่ ก็มักจะให้โทษแก่เรือน และราศี ตามความหายของราศีนั้น  ๆ ว่าตรงกับส่วนใดของร่างกาย อีกทั้งยังต้องพิจารณาความหมายของดาว ที่ถูกเบียนจากบาปเคราะห์ว่า ดาวที่ถูกเบียนจากบาปเคราะห์นั้น เป็นดาวที่มีความหมายถึงส่วนใดของร่างกาย ก็ทำนายทายทักไปได้เลยว่า จะได้รับอันตราย หรือเจ็บไข้ไม่สบายในบริเวณส่วนนั้น ๆ ของร่างกาย ซึ่งผมได้อธิบายถึงความหมายของราศี และ ดาว ว่า มีอิทธิพลกับร่างกายในส่วนใดของร่างกายไว้แล้ว จึงไม่ขอนำมาเสนอซ้ำอีก

ท่านเจ้าคุณนรรัตนฯนั้น ท่านป่วยด้วยมะเร็งกรามช้าง ท่านบอกว่า คงเป็นเพราะกรรมพันธุ์ เนื่องจากคุณย่าของท่านก็เคยเป็นมาก่อน กรามข้างแก้มของท่านบวม มีแผลในปาก ระหว่างที่กลัดหนอง หนองยังไม่แตก มีอาการทรมานมาก พูดออกเสียงไม่สะดวก เพราะอ้าปากไม่ขึ้น เมื่อแผลแตกมีหนองออก อาหารที่ส่งไปถวายก็ให้เอากลับ ไม่ฉันนานถึง ๕-๗ วัน โดยสั่งว่า หนองแตกแล้ว ถ้าฉันอาหารก็จะพาเอาหนองลงไปในกระเพาะ อาจเกิดโทษ ต้องงดฉัน แต่ก็ให้นำเอาอาหารไปทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าหนองจะแห้งเมื่อใด

ในระยะที่แผลแตกมีหนองไหลนี้ นอนไม่ได้ ต้องนั่งหลับ โดยเอาหมอนกองสูงถึงอก ก้มหน้าหนุนบนหมอน อ้าปากให้หนองไหลลงกระโถน พอรีดดูหนองแห้ง จึงรับอาหารไว้ฉัน บอกว่าหนองแห้งหมดแล้ว เมื่อหายแล้ว ยังปรากฏแผลเป็นที่แก้มเป็นรอยบุ๋มเห็นชัด ท่านไม่ได้อาศัยหยูกยาใด ๆ ในการรักษา ปล่อยให้เป็นไปตามกรรมที่เขากำหนด หรือ ปล่อยตามยถากรรม เป็นเองได้ ก็หายเองได้ ถ้าไม่หาย ก็ยอมตาย สละได้แม้ชีวิต เพื่อชดใช้ให้เจ้ากรรมนายเวร หากเขาต้องการ

ราศีที่มีความหมายเกี่ยวกับปาก คือ ราศีพิจิก ซึ่งมี ดาวอังคาร (๓) เป็นเกษตรเจ้าเรือน ดังนั้น อังคาร (๓) จึงมีความหมายเกี่ยวกับปาก และอวัยวะที่อยู่ในช่องปาก อันได้แก่  ฟัน กราม เหงือก ลิ้น ไปในตัว เมื่อพิจารณาในดวงชะตาของท่าน จะพบว่า มีดาวเสาร์ (๗) ดาวทุกข์โทษ เจ้าเรือนวินาศนะอยู่ในราศีพิจิก ท่านจึงมีโรคภัยเกี่ยวกับปาก และอวัยวะในช่องปาก ต้องได้รับทุกขเวทนา ถ้าเป็นคนสามัญธรรมดา เป็นหนักขนาดนี้ ไม่ยอมรักษา ใส่หยูกยา  ก็อาจตายได้เช่นกัน

และถ้าพิจารณาจากอังคาร (๓) ที่เป็นดาวเกี่ยวกับปาก และอวัยวะในช่องปาก จะพบว่า อังคาร (๓) นั้น อยู่ในภพวินาศนะ ถูกบาปเคราะห์ และดาวร้ายที่ให้โทษ เบียนอย่างแสนสาหัส คือ ราหู (๘) เกตุ (๙) กุม อาทิตย์ (๑) คู่ศัตรู เจ้าเรือนอริ, พุธ (๔) เจ้าเรือนมรณะ กุม มฤตยู (๐) คู่อุบัติเหตุ เจ็บไข้ไม่สบายหนัก หรือ เจ็บป่วยอย่างกระทันหัน ทำมุมกากบาท

จากประวัติของท่าน จะพบว่า สุขภาพปากและฟันท่านไม่ค่อยดีนัก ท่านบอกว่า ฟันของท่านไม่แข็งแรง โยกคลอน หลุดออกมาเอง ทั้ง ๆ ที่ฟันก็ไม่ผุ ไม่มีแมงกินแม้แต่ซี๋เดียว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสมัยที่ท่านหนุ่ม ๆ ท่านเล่นกีฬาชกมวย จึงทำให้เหงือกกับฟันท่านได้รับผลกระทบ เกาะกันไม่แน่น  ฟันจึงหลุดออกมาเมื่อถึงวาระ

ลัคนาของท่าน ที่สถิตอยู่ในราศีกุมภ์นั้น แม้จะไม่ถูกบาปเคราะห์ร้ายใด ๆ กุม หรือ เล็งให้โทษ แต่ก็ได้รับโทษจากบาปเคราะห์ที่ทำมุมกากบาท ถึง ๓ ดวง คือ เนปจูน (น) พลูโต (พ) กากบาทในราศีพฤษภ เสาร์ (๗) กากบาทในราศีพิจิก โดยมีจันทร์ (๒) และพฤหัสบดี (๕) คู่ศัตรู ร่วมกันให้โทษในมุมปลายหอก

มฤตยู (๐) ดาวเจ้าเรือนลัคน์ที่อยู่ในภพศุภะเองก็ถูกเบียนไม่น้อย โดยจะเห็นว่า ถูกเสาร์ (๗) ดาวทุกข์โทษ นำหน้า มีดาวอังคาร (๓) ราหู (๘) เกตุ (๙) ทำมุมกากบาท เนปจูน (น) พลูโต (พ) เบียนในมุมปลายหอก แม้เพียงมุมเดียวก็ให้โทษ

จากหลักเกณฑ์ข้อที่ ๓ ที่เราพิจารณาจากลัคนา และดาวเจ้าเรือนลัคน์ ดังกล่าวข้างต้น จะพบว่า ทั้งลัคนา และดาวเจ้าเรือนลัคน์  ถูกบาปเคราะห์เล่นงานอย่างย่ำแย่ สาหัสสากรรจ์เช่นกัน จึงส่งผลทำให้สุขภาพร่างกายท่านไม่แข็งแรงนัก ท่านมักจะประสบกับอันตราย ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เช่น ถูกงูกัด คางคกไฟโขก ได้รับทุกขเวทนา ถึงกับต้องงดลงโบสถ์เพื่อทำวัตรเลยทีเดียว

งูกัด คางคกไฟโขกท่านที่ขา ซึ่งราศี และดาวที่ครองส่วนขา คือ ราศีมังกร กับ ดาวเสาร์ (๗) ครองตั้งแต่ขาส่วนล่าง คือ ตั้งแต่หัวเข่า ถึงกลางหน้าแข้ง และ ราศีกุมภ์ กับ ดาวมฤตยู (๐) ที่ครองตั้งแต่บริเวณกลางหน้าแข้งลงไปถึงตาตุ่ม

เราจะพบว่า ในราศีมังกรนั้น มีดาวบาปเคราะห์ร้าย และดาวที่เป็นเจ้าเรือนทุสถานะ ชุมนุมให้โทษอยู่ถึง ๕ ดวง คือ อังคาร (๓) ราหู (๘) เกตุ (๙) , อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนอริ และพุธ (๔) เจ้าเรือนมรณะ โดยมีศุกร์ (๖) เจ้าเรือนศุภะ หมายถึง สุขภาพร่างกาย โรคภัยไข้เจ็บ กุมอยู่ด้วย ดังนั้น จุดเปราะของร่างกายท่านที่ต้องระวังให้มาก ก็คือ บริเวณขาส่วนล่าง ตั้งแต่หัวเข่าลงมา ถึงบริเวณกลางหน้าแข้ง หรือ กลางน่อง

และถ้าพิจารณาจากดาวเสาร์ (๗) ก็จะพบว่า เสาร์ (๗) นั้น ถูกเนปจูน (น) พลูโต (พ) เล็งเบียนให้โทษ โดยที่ดาวเสาร์ (๗) เองก็ย่ำแย่ หมดสภาพที่จะช่วยตัวเองได้ เพราะถูกบาปเคราะห์ร้าย และดาวที่ให้โทษ ไปสถิตอยู่ในเรือนของตนดังกล่าวข้างต้น

ราศีกุมภ์ ที่ครองบริเวณกลางหน้าแข้ง ลงไปถึงตาตุ่ม ไม่มีบาปเคราะห์ หรือ ดาวร้ายใด ๆ ไปสถิตอยู่  เราจึงต้องพิจารณาดาวเจ้าเรือน หรือ เกษตรราศีกุมภ์ คือ มฤตยู (๐) ว่าถูกเบียนอย่างไรบ้าง ผลปรากฏว่า มฤตยู (๐)  อันเป็นดาวเจ้าเรือนลัคน์ ถูกเบียนไม่น้อย ตามที่กล่าวเอาไว้ข้างต้น ดังนั้น จุดเปราะในร่างกายของท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ ที่ต้องระวัง ก็คือ ขาส่วนล่าง บริเวณหัวเข่าลงไป ถึง ตาตุ่ม หรือ เท้านั่นเอง

ท่านเจ้าคุณนรรัตน ฯ ท่านเป็นมะเร็งที่ลำคอ ที่ท่านเรียกว่า “ฝีสบาย” คือ แตกเมื่อไร ก็สบายเมื่อนั้น มะเร็งลำคอที่ว่านี้ ท่านเล่าว่า “อาตมารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างวิ่งเป็นริ้ว ๆ อยู่ภายในตัวของอาตมา อาตมาจึงอธิษฐานจิตว่า อะไรก็ตามที่กำลังอยู่ภายใน หากเป็นไปเพื่อกรรมแล้ว ขอให้ออกมาปรากฏภายนอกเพื่อให้ได้เห็นกันชัด ๆ และแล้วสิ่งที่วิ่งเป็นริ้ว ๆ นั้น ก็ออกมาวิ่งอยู่ที่ลำคอของอาตมา และจับตัวกันเป็นก้อนแข็ง เรียกว่า ฝีสบาย”

ต่อมาเม็ดฝีที่ลำคอนั้น ก็โตขึ้นเรื่อย ๆ มีขนาดใหญ่กว่าผลมะนาวเสียอีก เมื่อสุกงอมเต็มที่ จึงได้แตกออก เมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ตั้งแต่เริ่มเป็นจนกระทั่งแผลแตก ท่านไม่ยอมให้ใครรักษา หรือใส่ยาใด ๆ ทั้งสิ้น มีคุณหมอไพบูลย์  บุษปธำรง เพียงท่านเดียว ที่ท่านยอมให้ทำการล้างแผล โดยไม่ใส่ยาฆ่าเชื้อ หรือ รักษา ซึ่งนายแพทย์ผู้ถวายการล้างแผลกล่าวว่า อาการปวดของเนื้อร้ายนั้นจะรุนแรงมาก แม้คนที่อดทนถึงที่สุด ก็ยังทุรนทุรายส่งเสียงครวญคราง แม้จะได้มีการฉีดยาระงับปวด แต่พระคุณเจ้ากลับไม่แสดงอาการ นับว่าเป็นเรื่องที่ประหลาดมาก


ตอนต่อไป

 ตอนที่

 

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved