บทที่ ๒

จักรราศี (๑)

**************************

                จักรราศี  หรือ  ราศีจักร หมายถึง  แผนที่แสดงตำแหน่งดวงดาวที่ใช้ในโหราศาสตร์แบบผูกดวงหรือที่เราท่านรู้จักกันดีในชื่อที่เรียกว่า  "แผ่นดวง   ซึ่งสมมติเป็นรูปแผ่นวงกลมขึ้นมา เปรียบได้กับปริมณฑลแห่งห้วงท้องฟ้า โดยแบ่งซอยแยกออกเป็น ๑๒ ช่องหรือ ๑๒ ราศี แต่ละราศีมีชื่อเรียกโดยเฉพาะราศี ซึ่งมาจากกลุ่มดาวที่คนไทยเรียกว่า "ดาว ๑๒ นักษัตร  และมีบทบาทสำคัญที่นักโหราศาสตร์นำมาใช้เป็นชื่อเดือนทั้ง ๑๒ เดือน และใช้ในการพยากรณ์อีกด้วย

                คำว่า "จักร" แปลตามตัวว่า "วงกลม" ส่วน "ราศี" นั้น ในทางโหราศาสตร์ แปลว่า "กลุ่มดาว"ดังนั้น ราศีจักร หรือ จักรราศี หากจะแปลตามตัว ก็คือ "กลุ่มดาวที่มาเรียงตัวกันเป็นรูปวงกลม"ในทางวิชาเรขาคณิต วงกลมหนึ่งมีด้วยกันทั้งสิ้น ๓๖๐ องศา ดังนั้นเมื่อมีการแบ่งออกเป็น ๑๒ ส่วน หรือ ๑๒ ราศี ดังนั้น ๑ ราศี จึงมีด้วยกันทั้งสิ้น ๓๐ องศา  ขอให้นักศึกษาและผู้สนใจ จดจำเรื่องขององศาเอาไว้ให้ดี พยายามทำความเข้าใจเสียแต่เบื้องต้น เพราะในบทต่อไป จะได้กล่าวถึงมุมต่าง ๆ ในทางโหราศาสตร์  ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการพยากรณ์

                ชื่อของราศี  มีที่มาจากการที่ "ดาวอาทิตย์" หรือ "ดวงอาทิตย์" โคจรผ่านกลุ่มดาว ๑๒ นักษัตรในแต่ละเดือน โดยจะมีการย้ายราศี หรือโคจรจากราศีหนึ่งไปยังราศีหนึ่ง อยู่ในช่วงประมาณกลางเดือน ดังนี้ คือ

                เมื่อโคจรผ่านกลุ่มดาว "ราศีเมษ" รูปแกะ ในช่วงกลางเดือนเมษายน ถึงกลางเดือนพฤษภาคมเราเรียก เดือนนี้ว่าเดือน "เมษายน" เมื่อโคจรผ่านกลุ่มดาว "ราศีพฤษภ" รูปวัว ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน เรียกว่า  "พฤษภาคม" เมื่อโคจรผ่านกลุ่มดาว "ราศีเมถุน" รูปคนคู่ ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ถึงกลางเดือนกรกฎาคม เรียกว่า "มิถุนายน" เมื่อโคจรผ่านกลุ่มดาว "ราศีกรกฏ" รูปปู ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ถึงกลางเดือนสิงหาคม เรียกว่า "กรกฏาคม"

                ผ่านกลุ่มดาว "ราศีสิงห์" รูปสิงโต เรียกว่า "สิงหาคม" ผ่านกลุ่มดาว "ราศีกันย์   รูปหญิงสาวเรียกว่า "กันยายน" ผ่านกลุ่มดาว "ราศีตุล" รูปคันชั่ง เรียกว่า "ตุลาคม ผ่านกลุ่มดาว  "ราศีพิจิก" รูปแมงป่อง เรียกว่า "พฤศจิกายน"  ผ่านกลุ่มดาว "ราศีธนู" รูปครึ่งคนครึ่งม้ายิงธนู เรียกว่า "ธันวาคม"

                ผ่านกลุ่มดาว "ราศีมังกร" รูปมังกร เรียกว่า "มกราคม" ผ่านกลุ่มดาว "ราศีกุมภ์" รูปคนถือหม้อน้ำ หรือ คณโฑ เรียกว่า "กุมภาพันธ์" และถ้าผ่านกลุ่มดาว "ราศีมีน" รูปปลาคู่ ซึ่งเป็นราศีสุดท้าย เรียกว่า "มีนาคม"

                เรื่องของราศีนี้มีความสำคัญมาก ขอให้ค่อย ๆ อ่าน และค่อย ๆ   ทำความเข้าใจไปทีละนิด อย่าปล่อยให้ข้ามไปโดยไม่เข้าใจเป็นอันขาด หากมีข้อสงสัยประการใด เขียนจดหมายมาถามได้  เวลาที่เราท่านทั้งหลายอ่านคำพยากรณ์ตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือวารสารต่าง ๆ  เขามักจะเขียนบอกเอาไว้เลยว่า   "ผู้มีลัคนาอยู่ในราศีเมษ หรือเกิดระหว่างวันที่  ๑๓  เมษายน  ถึง ๑๔ พฤษภาคม " ความหมายตรงนี้ มีหลายท่านที่เข้าใจสับสน เวลามาดูดวงกับผม ผมต้องอธิบายให้เข้าใจกันบ่อย ๆ ความหมายที่ว่านี้ เขามีนัยยะแห่งการพยากรณ์อยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นแรกก็คือ  

ผู้ที่มีลัคนาอยู่ในราศีนั้น ๆ ซึ่งทราบได้จากการผูกดวงอย่างถูกต้อง หากท่านไม่เคยผูกดวงมาก่อน ท่านจะไม่ทราบลัคนาของท่านหรอกครับว่า "อยู่ในราศีใด" (รายละเอียดเกี่ยวกับลัคนา จะนำมาเสนอในบทต่อไปดังนั้น หากท่านเคยผูกดวงมาแล้ว และรู้ว่าลัคนาอยู่ในราศีใด ท่านก็ต้องอ่านในราศีที่เขาบอกไว้นั้น อย่างเช่นผู้ที่เกิดในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๐๓ เวลา ๑๑.๒๐ น. กรุงเทพ ฯ หากผูกดวงนี้ออกมาแล้ว ลัคนาจะอยู่ในราศีสิงห์ ท่านจะต้องไปอ่านคำพยากรณ์สำหรับผู้มีลัคนาอยู่ในราศีสิงห์ โดยที่คนผู้นี้ไม่จำเป็นต้องเกิดระหว่างวันที่ ๑๗ สิงหาคม ถึง ๑๖ กันยายน ถึงจะเป็นการถูกต้อง ไม่ใช่ไปดูในราศีพฤษภ   หรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ถึง ๑๔ มิถุนายน เพราะผู้ที่จะอยู่ในราศีพฤษภ ได้จริง ๆ นั้นจะต้องเกิดในช่วงเวลาเช้า ก่อนหรือหลังพระอาทิตย์ขึ้น ประมาณ ๑ ชั่วโมง โดยประมาณ

ปัญหามันอยู่ที่ว่า  หากท่านไม่เคยผูกดวง และไม่ทราบลัคนาของท่านว่าอยู่ในราศีใด ?   ท่านจะต้องไปอ่านในข้อแม้ที่สอง ที่บอกว่า หรือผู้ที่เกิดระหว่างวันที่นั้น ถึงวันที่นี้  ซึ่งผลของคำทำนายอาจจะไม่เข้าเป้า และคลาดเคลื่อนได้มากกว่าการที่ท่านรู้ลัคนา ก็ถือว่าอ่านเล่น ๆ สนุก ๆ ก็แล้ว    อย่าซีเรียสหรือเครียดไปกับคำทำนายให้มันมากนัก ประสาทกินเปล่า ๆ

 

               

                 จากภาพที่นำมาประกอบ นักศึกษาจะเห็นว่า ราศีเมษ , ราศีกรกฎ, ราศีตุล และ ราศีมังกร จะอยู่ในมุมตั้งฉาก หรือมุมกากะบาด ซึ่งมีองศาแก่กันและกัน ๙๐ องศา เราเรียกราศีทั้งสี่นี้ว่า   "ราศีต้นธาตุ"โดยมีราศีเมษ เป็นราศีต้นธาตุไฟ , ราศีกรกฎ เป็นราศีต้นธาตุน้ำ, ราศีตุล เป็นราศีต้นธาตุลม และราศีมังกร เป็นราศีต้นธาตุดิน ซึ่งราศีต้นธาตุนี้ มีความสำคัญมาก   หากมีดาวใดไปสถิตอยู่ และต้องโฉลกกับธาตุ และตำแหน่งสำคัญด้วยแล้ว จะให้คุณแก่ดวงชะตาอย่างมาก เช่น ดาวอาทิตย์ ดาวกลางธาตุไฟ หากไปสถิตอยู่ในราศีเมษ ต้นธาตุไฟ จะได้ตำแหน่งมหาอุจจ์ ส่งผลให้มียศศักดิ์อัครฐาน หน้าที่การงานดี ฯลฯ

                เรื่องของธาตุในทางโหราศาสตร์นั้น มีด้วยกัน ๔ ธาตุ คือ ไฟ ดิน ลม และน้ำ     ผมจะได้นำมาเสนอให้ทราบในตอนต่อไป   ในเรื่องของ  "ธาตุประจำราศี" ตอนนี้หากอ่านแล้วไม่เข้าใจ อนุญาตให้อ่านผ่านไปก่อนได้ ซึ่งอันที่จริงแล้ว เรื่องของธาตุนั้น ผมเคยนำเสนอมาแล้วในเรื่องของเกร็ดความรู้ ในตอนที่ชื่อว่า "ธาตุ ๔ ในโหราศาสตร์" หากใครตัดเก็บเอาไว้ก็งัดเอาออกมาดู


ตอนถัดไป