บทที่ ๖

การพยากรณ์จร

                การพยากรณ์จร  คือ การพยากรณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากที่เราได้ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกนี้แล้ว ด้วยการใช้ตำแหน่งดาวที่มีการเคลื่อนย้ายในจักรราศี หรือ ที่เราเรียกว่า ดาวจร ในแต่ละวันเป็นตัวช่วยในการพยากรณ์ ประกอบพื้นดวงชะตา

ปกติทั่วไปเมื่อเราคลอดออกมาจากท้องแม่ มักเอาทางหัวออกมาก่อน เมื่อขาทั้งสองพ้นออกมา ทารกก็จะร้องจ้า  เวลาในขณะนั้นเขาเรียกว่า เวลาตกฟาก หรือ เวลาเกิด ที่เราจะต้องนำมาคำนวณหาลัคนา และตำแหน่งดาวที่อยู่ในวันเวลาที่เกิด ไม่ว่าจะลอยอยู่เหนือท้องฟ้า หรือ อยู่ลับฟ้า ในจักรราศีนั้น เราเรียกว่า ดวงกำเนิด หรือ พื้นดวงชะตา ซึ่งจะเป็นตัวกำหนด หรือบ่งบอกวิถีชีวิต หรือ การดำเนินชีวิตของเราในภายภาคหน้า ว่าจะต้องพบเจออะไรบ้าง สุข ทุกข์ อย่างไร มีวาสนาบารมีมากน้อย หรือตกอับอาภัพเพียงไร ดวงกำเนิดนี้ เมื่อผูกขึ้นมาอย่างถูกต้องแล้ว จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปดาวใด ๆ หรือเคลื่อนย้ายลัคนาใด ๆ ทั้งสิ้น เราจะใช้เป็นพื้นฐานในการพยากรณ์สิ่งต่าง ๆ ทุกเรื่องได้ตลอดเวลาที่เราต้องการ จนกว่าเราจะตายจากโลกนี้ไป

ถ้าจะว่ากันตามหลักความจริงของธรรมชาติแล้ว  ดาวทุกดวงที่เราเห็นว่ามันเคลื่อนย้าย หรือเปลี่ยนตำแหน่งจากราศีหนึ่ง ไปสู่ราศีหนึ่งนั้น มันไม่ได้เคลื่อนย้ายจริง มันก็อยู่ของมันอย่างนั้นชั่วนาตาปี เพียงแต่มันจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ ในทิศทางเดียวกับโลก ซึ่งโคจรรอบดวงอาทิตย์เหมือนกัน คือ โคจรในลักษณะจาก ขวา ไป ซ้าย หรือ ตามเข็มนาฬิกา เป็นรูปวงรี

ทีนี้เมื่อเราสังเกตว่ามันเคลื่อนย้ายผ่านราศี หรือ กลุ่มดาวต่าง ๆ นั้น เนื่องมาจาก โลกของเรา ที่มีการหมุนรอบตัวเอง ในทิศทางจาก ซ้าย ไป ขวา หรือ ทวนเข็มนาฬิกา จึงทำให้การย้ายของดาวเคราะห์ทุกดวงเดินตามวิถีจักร คือ เดินจาก ซ้าย ไป ขวา ในลักษณะ ทวนเข็มนาฬิกา เช่นเดียวกับโลก โดยไล่จาก ราศีเมษ ไป พฤษภ ...เมถุน...กรกฏ....ฯลฯ  ยกเว้น ราหู (๘) กับ เกตุ (๙) ซึ่งไม่ใช่ดาวเคราะห์ แต่เป็นจุดคำนวณคราส เดินย้อนวิถีจักร คือ ไม่เหมือนชาวบ้านเขา ในลักษณะ ตามเข็มนาฬิกา  จาก เมษ ไป มีน.....กุมภ์......มังกร ฯลฯ เป็นต้น

เนื่องจากดาวพระเคราะห์ต่าง ๆ ที่เราใช้ในโหราศาสตร์นั้น  อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระยะใกล้ ไกล ต่างกัน จึงทำให้จุดสังเกตการณ์เคลื่อนย้ายของดาวต่าง ๆ เหล่านั้น บนโลก จากราศีหนึ่ง ไปสู่ราศีหนึ่ง กินระยะเวลาไม่เท่ากัน  ดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ย่อมมีวิถีการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ครบหนึ่งรอบ กินระยะเวลาที่น้อยกว่า ดาวที่อยู่ห่างไกลออกไป ดังจะได้แสดงให้เห็นในตาราง ดังนี้

 

ดาวพระเคราะห์

๑ ราศี เดินได้

๑๒ ราศี หนึ่งรอบวงกลมเดินได้

อาทิตย์ (๑)

๑  เดือน

๑  ปี

จันทร์ (๒)

๒ วัน ครึ่ง

๑  เดือน

พุธ (๔)

๑  เดือน *

ไม่แน่นอน

ศุกร์ (๖)

๑  เดือน

๒๒๕  วัน

อังคาร (๓)

๑  เดือน ครึ่ง

๖๘๗ วัน

พฤหัสบดี (๕)

๑  ปี

๑๒  ปี

เสาร์ (๗)

๒ ปี ครึ่ง

๓๐ ปี

ราหู (๘)

๑ ปี ครึ่ง

๑๘ ปี ๑๐ วัน

เกตุ (๙)

๒ เดือน

๖๗๙ วัน

มฤตยู (๐)

๗ ปี

๘๔  ปี

เนปจูน (น)

๑๓ ปี ๙ เดือน

๑๖๕ ปี

พลูโต (พ)

๒๐ ปี

๒๔๘  ปี

แบคคัส (บ)

๕๗ ปี *

๖๘๕  ปี

* ดาวพุธ (๔) เป็นดาวที่เดินรวนเรที่สุดในจักรราศี เอาแน่นอนไม่ได้ อยู่ใกล้อาทิตย์มากที่สุด

* ดาวแบคคัส (บ) จากการคำนวณพบว่า ย้ายราศีไม่แน่นอน อยู่ไกลอาทิตย์มากที่สุด

 

                จากตารางนี้  จะเห็นว่า ดาวมฤตยู (๐) จะโคจรช้ามาก ๗ ปี จึงจะย้ายราศีสักครั้งหนึ่ง  กว่าจะครบรอบจักรราศีทั้งหมด ต้องใช้เวลานานถึง ๘๔ ปี  ในชั่วชีวิตของคนเรา เห็นจะไม่มีวันได้เห็นดาวมฤตยู (๐) โคจรครบรอบวงกลมดวงชะตาของตนเป็นแน่  ยิ่งดาวเนปจูน (น)  พลูโต (พ) แบคคัส (บ) ด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีโอกาสเลยทีเดียว บางคนในชั่วชีวิต จะมีโอกาสเห็นดาวพลูโต (พ) โคจรพ้นจากจุดเดิมไปเพียง ๓ ราศี เท่านั้น ยิ่งแบคคัส (บ) ด้วยแล้ว บางคนเกิดมาแล้วตายไป ในขณะที่แบคคัส (บ) ยังไม่ย้ายราศีเลย ก็มีให้พบเห็นกันมาก

                การย้ายของดาวที่เดินช้าเช่นนี้  แต่ละครั้งย่อมมีอิทธิพล ทำให้ชีวิตผันแปรไปในรูปใหม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ภายในช่วงระยะเวลา  ๒ ปีครึ่ง , ๗ ปี, ๑๔ ปี และ ๒๐ ปี อันเป็นช่วงระยะเวลาการย้ายราศีของดาวพระเคราะห์ เสาร์ (๗) มฤตยู (๐) เนปจูน (น) และ พลูโต (พ) จึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ตามระยะเวลานั้นทุกครั้ง

                สำหรับดาวแบคคัสนั้น การโคจรของมันแน่นอน แต่ การย้ายราศีของมันไม่แน่นอน รายละเอียดไปอ่านได้ในเรื่อง แบคคัส (ดาวโสม) ดังนั้นผู้ที่เกิดในช่วงที่ดาวแบคคัส(บ)ย้าย คือในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ และ ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ จึงต้องระมัดระวังให้มาก เพราะชีวิตอาจมีการพลิกผัน เปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ

                ส่วนดาวพุธ (๔) ซึ่งเป็นดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ มากที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล เราจะสังเกตเห็นการย้ายราศีของมัน เดินหน้าอย่างรวดเร็ว (เสริต) หรือ ถอยหลัง (พักร์) บ่อยครั้ง บางทีก็เดินอืดอาดยืดยาด ชักช้า (มณท์) หาความแน่นอนไม่ได้ ดังนั้น ท่านจึงจัดให้ดาวพุธ เป็นดาวที่เดินรวนเรที่สุดในจักรราศี และเมื่อมันเดินผิดปกติบ่อยครั้งเช่นนี้ จึงต้องระวังให้มาก สำหรับผู้ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดาวพุธ ไม่ว่าจะเป็นผู้ทีเกิดในราศีกันย์ พุธ เป็นเกษตร เจ้าเรือนลัคนา หรือ ในราศีอื่น ๆ ที่พุธ เป็นดาวเจ้าเรือนต่าง ๆ ต้องระวังในเรื่องนั้น ๆ ให้มาก เมื่อพุธเดินผิดปกติ

                แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ดาวต่าง ๆ  ที่ว่านี้ มีกำหนดย้ายเมื่อไร ?  เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อ มีปฏิทินโหร ที่มีการคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าเท่านั้น เราถึงจะรู้ว่าดาวเหล่านั้น มันจะจรจากราศีหนึ่ง สู่ราศีหนึ่งเมื่อไร  สำหรับในยุคปัจจุบันนี้ ได้มีการคำนวณปฏิทินโหรล่วงหน้า มากกว่า ๑๐ ปี ขึ้นไป (ไม่เกี่ยวกับโปรแกรมคำนวณ ซึ่งสามารถคำนวณล่วงหน้า ย้อนหลัง เป็นร้อย ๆ ปี หรือ หลายร้อยปี) วิธีที่เราจะรู้ว่ามันย้ายราศีเมื่อไร ก็ต้องเปิดดูเอา ถ้าจะถามว่า แล้วใช้โปรแกรมเปิดดูดาวย้ายได้หรือไม่ ก็อาจจะได้นะ ถ้าเป็นวันต่อวัน แต่ถ้ามากกว่านั้น คุณต้องกดหาทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี กว่าจะหาเจอ เหงื่อตกพอดี หรือบางทีอาจจะมีผู้คิดค้น ป้อนข้อมูลดาวย้ายไว้ในโปรแกรมแล้วก็ได้ อันนี้ไม่ขอออกความเห็น เดี๋ยวโดนเขาโห่ฮาเอาน่ะ

                หากต้องการดูดาวย้ายราศี ชนิดวันต่อวัน ในรอบ ๑ ปี ที่สะดวกและสบายที่สุด ก็ต้องใช้ไดอารี่โหร ประจำปี  ซึ่งมีหลายต่อหลายอาจารย์ผลิตกันขึ้นมา  ที่นิยมแพร่หลายที่สุด ก็ต้องยกให้ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว ปรมาจารย์ด้านการคำนวณ ที่ได้รับความนิยมจากบรรดาโหราจารย์ทั้งหลายมานาน ผมเองก็ใช้ของท่านประจำ ยาวนาน ๒๐ กว่าปี นับตั้งแต่เริ่มเรียนก็ว่าได้ ขอรับรองว่าใช้ได้ดีจริง ๆ สิ่งสำคัญที่ย้ำเตือนก็คือ หากผูกดวงใช้ปฏิทินโหรของอาจารย์ท่านใด เวลาดูดาวจร ควรใช้ปฏิทินโหร หรือ ไดอารี่โหร ประจำปี ของอาจารย์ท่านนั้น อย่าได้ใช้ผิดอาจารย์เป็นอันขาด เพราะจะทำให้การพยากรณ์คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงได้ ดังนั้น หากใครจะให้ผมดูดวงให้ ผมต้องผูกดวงด้วยตนเองเสมอ และใช้ปฏิทิน หรือ ไดอารี่โหรของตนเอง จะไม่ไปพยากรณ์ให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้า โดยไม่รู้ข้อมูลการผูกดวง ยิ่งไม่เคยพิสูจน์ดวงที่ผูกมาก่อนนั้น ว่าถูกต้องหรือเปล่า ขืนพยากรณ์ออกไป ตกม้าตายเปล่า ๆ เป็นข้อเตือนให้นักศึกษาทั้งหลายพึงระวัง และให้ความสำคัญในจุดนี้ไว้ด้วย และเพื่อเป็นการสะดวก สำหรับนักศึกษาที่เรียนกับผม ผมได้ทำตารางการย้ายของดาวสำคัญ ๆ ไว้ให้ เท่าที่จำเป็น และเห็นสมควร เอาไว้ใช้ในการพยากรณ์จรล่วงหน้า  ส่วนดาวที่ย้ายราศีเร็ว เช่น จันทร์ พุธ อาทิตย์ นั้น ผมไม่ได้ทำไว้ให้ ถ้าอยากรู้ ก็ต้องหาไดอารี่โหรประจำปี หรือ เปิดปฏิทินโหรดูกันเอาเอง เอาเฉพาะดาวหลัก ๆ ใหญ่  ๆ ที่สำคัญ ไปก่อน โดยเริ่มจากศุกร์ อังคาร พฤหัสบดี เสาร์  ราหู เกตุ มฤตยู  ส่วน เนปจูน พลูโต แบคคัส นั้น ได้ทำไว้ให้แล้ว ดาวสามดวงหลังนี้ นาน ๆ ย้ายที หลายปี เป็นสิบปีขึ้นไปย้ายหน คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก ที่จะต้องมาจดจำ ว่ามันอยู่ในราศีใด

 

ปฏิทินการย้ายราศีของดาวศุกร์ (๖)

ระหว่างวันที่  ๓๐  พฤศจิกายน  ๒๕๔๘  ถึง    มกราคม  ๒๕๕๐

 

วัน เดือน ปี

เวลา

ย้ายเข้าราศี

๓๐  พฤศจิกายน  ๒๕๔๘

๐๕.๔๒ .

มังกร (ม)

๑  เมษายน  ๒๕๔๙

๐๘.๕๕ .

กุมภ์

๑  พฤษภาคม  ๒๕๔๙

๑๒.๐๖ .

มีน (ส)

๒๕  พฤษภาคม  ๒๕๔๙

๒๓.๐๘ .

เมษ (ส)

๒๐  มิถุนายน  ๒๕๔๙

๒๐.๕๙ .

พฤษภ (ส)

๑๕  กรกฎาคม  ๒๕๔๙

๑๓.๔๓ .

เมถุน (ส)

๙  สิงหาคม  ๒๕๔๙

๒๑.๑๘ .

กรกฎ (ส)

๓  กันยายน  ๒๕๔๙

๐๙.๑๑ .

สิงห์ (ส)

๒๗  กันยายน  ๒๕๔๙

๒๓.๕๙ .

กันย์ (ส)

๒๒  ตุลาคม  ๒๕๔๙

๐๓.๒๗ .

ตุล (ส)

๑๕  พฤศจิกายน  ๒๕๔๙

๐๑.๔๕ .

พิจิก (ส)

๘  ธันวาคม  ๒๕๔๙

๒๒.๕๖ .

ธนู (ส)

  มกราคม  ๒๕๕๐

๐๐.๔๕ .

มังกร (ส)

  มกราคม  ๒๕๕๐

๐๖.๒๐ .

กุมภ์ (ส)

๑๙  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๐

๐๖.๐๒ .

มีน (ส)

๑๖  มีนาคม  ๒๕๕๐

๐๕.๐๓ .

เมษ (ส)

๙  เมษายน  ๒๕๕๐

๑๒.๒๐ .

พฤษภ (ส)

๕  พฤษภาคม  ๒๕๕๐

๐๗.๒๗ .

เมถุน (ส)

๓๐  พฤษภาคม  ๒๕๕๐

๒๒.๓๖ .

กรกฎ (ส)

๓๐ มิถุนายน  ๒๕๕๐

๑๗.๕๕ .

สิงห์ (ม)

๓  พฤศจิกายน  ๒๕๕๐

๑๓.๓๘ .

กันย์ (ส)

  ธันวาคม  ๒๕๕๐

๒๓.๒๔ .

ตุล (ส)

๖  ธันวาคม  ๒๕๕๐

๒๒.๑๖ .

พิจิก (ส)

๑  มกราคม  ๒๕๕๑

๑๐.๕๔ .

ธนู (ส)

 

ปฏิทินการย้ายราศีของดาวอังคาร (๓)

ระหว่างวันที่  ๑๖  กรกฎาคม ๒๕๔๘  ถึง วันที่  ๓๐  มีนาคม  ๒๕๕๐

 

วัน เดือน ปี

เวลา

ย้ายเข้าราศี

๑๖  กรกฎาคม  ๒๕๔๘

๑๔.๑๗ .

เมษ (มณฑ์)*

  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๙

๐๐.๐๔ .

พฤษภ

  เมษายน  ๒๕๔๙

๑๐.๒๕ .

เมถุน

๒๔  พฤษภาคม  ๒๕๔๙

๑๖.๕๖ .

กรกฎ

๑๓  กรกฎาคม ๒๕๔๙

๐๗.๑๑ .

สิงห์

๒๙  สิงหาคม  ๒๕๔๙

๒๒.๑๒ .

กันย์

๑๔  ตุลาคม  ๒๕๔๙

๐๙.๐๒ .

ตุลย์

๒๖  พฤศจิกายน  ๒๕๔๙

๒๒.๒๐ .

พิจิก

  มกราคม  ๒๕๕๐

๐๖.๐๔ .

ธนู

๑๘  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๐

๐๐.๑๕ .

มังกร

๓๐  มีนาคม  ๒๕๕๐

๐๘.๓๗ .

กุมภ์

๘  พฤษภาคม  ๒๕๕๐

๑๐.๐๗ .

มีน

๑๗  มิถุนายน  ๒๕๕๐

๑๔.๕๑ .

เมษ

๒๘  กรกฎาคม  ๒๕๕๐

๑๑.๔๘ .

พฤษภ

๑๕  กันยายน  ๒๕๕๐

๐๔.๓๙ .

เมถุน (มณฑ์) *

๒๘  เมษายน  ๒๕๕๑

๒๓.๐๑ .

กรกฎ

 

ปฏิทินการย้ายราศีของดาวพฤหัสบดี (๕)

ระหว่างวันที่  ๒๓  กันยายน  ๒๕๔๘  ถึง วันที่  ๒๖ เมษายน  ๒๕๕๓

 

วัน เดือน ปี

เวลา

ย้ายเข้าราศี

๒๓  กันยายน  ๒๕๔๘

๐๔.๔๓ .

ตุลย์ (มณฑ์) *

๒๒  ตุลาคม  ๒๕๔๙

๑๔.๔๘ .

พิจิก (มณฑ์) *

๑๖  พฤศจิกายน  ๒๕๕๐

๑๕.๑๑ .

ธนู

๒๑  เมษายน  ๒๕๕๑

๑๑.๒๘ .

มังกร (มณฑ์) *

  มิถุนายน  ๒๕๕๑

๑๙.๔๑ .

ธนู (พักร์) *

  ธันวาคม  ๒๕๕๑

๑๗.๓๕ .

มังกร

๒๐  เมษายน  ๒๕๕๒

๐๗.๑๖ .

กุมภ์ (มณฑ์) *

๑๕  สิงหาคม  ๒๕๕๒

๐๘.๔๐ .

มังกร (พักร์) *

๑๔  ธันวาคม  ๒๕๕๒

๐๗.๒๓ .

กุมภ์

๒๖  เมษายน  ๒๕๕๓

๐๑.๑๒ .

มีน (มณฑ์) *

 

ปฏิทินการย้ายราศีของดาวเสาร์ (๗)

ระหว่าง วันที่  ๒๙  พฤษภาคม  ๒๕๔๘  ถึง วันที่  ๓๐  กันยายน  ๒๕๕๒

 

วัน เดือน ปี

เวลา

ย้ายเข้าราศี

๒๙  มิถุนายน  ๒๕๔๘

๐๔.๔๕ .

กรกฎ (มณฑ์) *

๑๐  สิงหาคม  ๒๕๕๐

๑๗.๒๑ .

สิงห์ (มณฑ์) *

๓๐  กันยายน  ๒๕๕๒

๑๔.๓๓ .

กันย์ (มณฑ์) *

 

ปฏิทินการย้ายราศีของราหู (๘)

ระหว่าง วันที่  ๒๒  สิงหาคม  ๒๕๔๘  ถึง วันที่   พฤศจิกายน  ๒๕๕๒

 

วัน เดือน ปี

เวลา

ย้ายเข้าราศี

๑๒  มีนาคม  ๒๕๔๘

๑๘.๐๙ .

มีน

๒๙  กันยายน  ๒๕๔๙

๑๔.๓๕ .

กุมภ์

๑๗  เมษายน  ๒๕๕๑

๑๘.๓๓ .

มังกร

  พฤศจิกายน  ๒๕๕๒

๒๑.๔๑ .

ธนู

 

ปฏิทินการย้ายราศีของเกตุ (๙)

ระหว่างวันที่  ๑๕  พฤศจิกายน  ๒๕๔๘  ถึง วันที่  ๑๖  มกราคม  ๒๕๕๑

 

วัน เดือน ปี

เวลา

ย้ายเข้าราศี

๑๕  พฤศจิกายน  ๒๕๔๘

๐๔.๔๖ .*

มังกร*

๑๐  มกราคม  ๒๕๔๙

๑๘.๔๖ .

ธนู

๘  มีนาคม  ๒๕๔๙

๐๘.๔๖ .

พิจิก

๓  พฤษภาคม  ๒๕๔๙

๒๒.๔๖ .

ตุล

๒๙  มิถุนายน  ๒๕๔๙

๑๒.๔๖ .

กันย์

๒๕  สิงหาคม  ๒๕๔๙

๐๒.๔๖ .

สิงห์

๒๐  ตุลาคม  ๒๕๔๙

๑๖.๔๖ .

กรกฎ

๑๖  ธันวาคม  ๒๕๔๙

๐๖.๔๖ .

เมถุน

๑๐  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๐

๒๐.๔๖ .

พฤษภ

๘  เมษายน  ๒๕๕๐

๑๐.๔๖ .

เมษ

๔  มิถุนายน  ๒๕๕๐

๐๐.๔๖ .

มีน

๓๐  กรกฎาคม  ๒๕๕๐

๑๔.๔๖ .

กุมภ์

๒๕  กันยายน  ๒๕๕๐

๐๔.๔๖ . *

มังกร *

๒๐  พฤศจิกายน  ๒๕๕๐

๑๘.๔๖ .

ธนู

๑๖  มกราคม  ๒๕๕๑

๐๘.๔๖ .

พิจิก

 

ปฏิทินการย้ายราศีของดาวมฤตยู (๐)

ระหว่างวันที่  ๒๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๕  ถึง วันที่   มีนาคม  ๒๕๕๒

 

วัน เดือน ปี

เวลา

ย้ายเข้าราศี

๒๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๔๕

๒๒.๔๑ .

กุมภ์ (มณฑ์) *

  มีนาคม  ๒๕๕๒

๑๔.๐๑ .

มีน (มณฑ์) *

  

                จากปฏิทินการย้ายราศีของดาวหลัก ๆ นอกเหนือไปจากอาทิตย์ (๑) ซึ่งย้ายทุก ๆ กลางเดือน ดาวจันทร์ ที่ย้ายทุก ๒ วันครึ่ง และ ดาวพุธ ซึ่งย้ายราศีแบบไม่แน่นอน เลยไม่ได้นำมาลงไว้  จะสังเกตได้ว่า ราหู (๘) กับ เกตุ (๙) ซึ่งเป็นจุดคำนวณคราสนั้น จะไม่มีการเดินผิดปกติ และมีกำหนดย้ายที่แน่นอน ชั่วนาตาปีไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนดาวอังคาร (๓) นั้น เวลาเดินปกติ ก็จะเป็นปกติติดต่อกันนานหลายเดือน แต่เวลามันเดินมณฑ์ หรือ อืดอาด ยืดยาด ชักช้า แล้วล่ะก็ จะกินเวลานานประมาณ ๕ ๖ เดือน เลยทีเดียว ส่วนดาวศุกร์ (๖) นั้น ก็คล้าย ๆ กับอังคาร ตอนที่เวลาเดินปกติ ก็จะเป็นปกติติดต่อกันหลายเดือน แต่ดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวที่เดินผิดปกติครบสูตร เช่นเดียวกับพุธ (๔) แต่รวนเรน้อยกว่า คือ มีทั้งพักร์ (ถอยหลัง) ทั้งมณฑ์ (อืดอาด) และทั้งเสริต (คือ เดินเร็ว) แต่ระยะเวลาการพักร์ หรือ มณฑ์ นั้น ไม่มากนัก และไม่ยาวนานเหมือนอังคาร (๓) แต่เวลาดาวดวงนี้เดินเร็ว หรือ เสริต แล้วล่ะก็ จะเดินเร็วติดต่อกันยาวนานเลยทีเดียว แต่จะกินระยะเวลาไม่นานเช่นเดียวกัน

                ส่วนดาวที่มีการย้ายราศีช้า เช่น พฤหัสบดี (๕) มักจะเดินอืดอาด หรือ มณฑ์ ซะเป็นส่วนใหญ่ นาน ๆ ถึงจะพักร์ราศีสักครั้ง (ขณะที่ดาวทุกดวงเดินมณฑ์นั้น มักจะมีการพักร์องศา แต่ไม่พักร์ราศี ข้อนี้ นักศึกษาจะต้องพิจารณาจากไดอารี่โหร หรือ ปฏิทินโหรเอาเอง) ยิ่งดาวเสาร์ (๗) หรือ มฤตยู (๐) ด้วยแล้ว ไม่ค่อยพบเห็นการเดินเร็ว หรือ เสริต มากนัก ส่วนมากมักจะอืดอาดยืดยาด หรือ มณฑ์ ทำให้การย้ายราศีหนึ่ง สู่ราศีหนึ่ง กินระยะเวลานานมากกว่า ๒ ปี (เสาร์ ) หรือ ๗ ปี มฤตยู (๐)

                สิ่งสำคัญที่นักศึกษาต้องจำเป็นอย่างยิ่งก็คือ  ดาวที่เดินผิดปกติ  ไม่ว่าจะเป็นดาวเล็ก ดาวใหญ่ อยู่ใกล้ ไกล มาน้อยเพียงใด จำไว้เลยว่า ย่อมให้โทษ เสมอ เหมือน คนบ้า น่ะแหละ ไม่ว่าคนดี หรือ คนเลว ลองเสพสิ่งเสพติดจนเมา หรือ กินยาบ้าเข้าไป ย่อมทำอะไรที่ร้าย ๆ ได้ยิ่งกว่าตอนที่ยังมีสติดีอยู่ ยิ่งดาวใหญ่ ๆ ด้วยแล้ว เหมือนมหาวายร้ายเลยแหละ คือ ตนมีอำนาจมาก แล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่ง บ้าดีเดือดขึ้นมา ก็ย่อมจะใช้อำนาจที่ตนมีอยู่นั้น สร้างความเลวร้ายได้มากยิ่งขึ้น ขอให้ยึดหลักความจริงของธรรมชาตินี้ไว้ ส่วนดาวที่พักร์ มณฑ์ เสริต จะให้โทษในด้านใด มากน้อยเพียงใด ก็ต้องพิจารณาในเรื่องอื่น ๆ ประกอบกันไปด้วย จะพิจารณาเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง หาได้ไม่

 

กฎเกณฑ์การพิจารณาดาวจร

                ไม่แตกต่างไปจากหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ได้ให้ไว้ในการพิจารณาพื้นดวง หากนักศึกษาอ่านพื้นดวงได้แตกฉานเท่าใด การพิจารณาดาวจร ก็จะสามารถอ่านได้แตกฉานไม่น้อยไปกว่ากัน สิ่งสำคัญที่แตกต่างไปจากการพิจารณาพื้นดวง เห็นจะมีเพียงจุดเดียวก็คือ เราต้องเอาดาวในพื้นดวงเป็นตัวตั้งรับ และ เอาตำแหน่งดาวที่จร ในแต่ละวัน หรือ วันหนึ่งวันใดที่เราต้องการทราบ เป็นตัวกระทำ หรือมากระทบ  อย่างเช่น บุคคลที่มีลัคนาอยู่ใน ราศีสิงห์ จะเห็นได้ว่า ราหู (๘) จะอยู่ในราศีเมษ หรือภพศุภะ ของราศีสิงห์ ตั้งแต่วันที่  ๒๔ สิงหาคม  ๒๕๔๖ ถึง วันที่  ๑๒  มีนาคม  ๒๕๔๘ สิ่งที่คนราศีสิงห์ต้องระวังก็คือ สุขภาพร่างกาย เกียรติยศชื่อเสียง ซึ่งต้องทำนายไปในทางที่ไม่ดี เพราะราหู (๘) เป็นดาวร้าย เป็นตัวอันธพาล มันอาจจะส่งผลให้เราเจ็บไข้ไม่สบายกระทันหัน หรือ ป่วยเรื้อรังได้นานปี หรือมิเช่นนั้น ก็อาจจะมีคนให้ร้าย ใส่ร้ายป้ายสี ดูถูกดูแคลน หาเรื่องราวมาให้เรา ทำให้เราเสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียง ความดีงาม เพราะเราอาจจะตะบะแตก เข้าไปมีเรื่องราวกับพวกเขาเหล่านั้นได้

                หากผู้ใดมีดาวใดอยู่ในราศีเมษ แล้ว ราหู (๘) ทับอยู่ ก็ต้องพิจารณาถึงเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น ตามความหมายของดาวนั้น ๆ ว่า มีความหมายอย่างไร มาจากเรือนใด อย่างในกรณีดวงของผมนั้น มีอังคาร (๓) เจ้าเรือนพันธุ อยู่ในภพศุภะ เมื่อราหู (๘) ทับอังคาร (๓) อย่างนี้ ผมคงต้องระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับ พี่น้อง รถยนต์ บ้านที่อยู่อาศัย เท่าที่ผมเคยเจอมา มักมีปัญหาการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่อาศัยบ่อยครั้ง หรือ เดินทางบ่อยครั้ง อยู่ไม่ติดบ้าน และมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ ต้องซ่อม หรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุ ทำให้รถเสียหาย  ส่วนพี่น้องนั้น มักจะมีเรื่องวุ่น ๆ เรื่องร้อนใจมาให้ ในขณะที่ราหูทับอังคาร (๓) เจ้าเรือนพันธุ

                ส่วนผู้ที่มีลัคนาอยู่ในราศีเมษ  เมื่อ ราหู (๘) ทับลัคน์ ท่านว่า ดวงตก มีเคราะห์ร้าย หากพื้นดวงไม่ดี ไม่เข้มแข็งพอ มีหวังไม่ตายก็คางเหลือง วิถีชีวิตอาจหักโค่น ชนิดหน้ามือเป็นหลังเท้า ยิ่งตอนนี้ ดาวพลูโต (พ) เจ้าเรือนลัคนา ของผู้ที่มีลัคนาอยู่ในราศีเมษ อยู่ในภพมรณะ และมี ราหู (๘) กับ เสาร์ (๗) ทำมุมปลายหอก โดยมีอังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) ทำมุมกากะบาด อย่างนี้ คนราศีเมษ ไม่ควรทำอะไรที่เสี่ยง ไม่ควรไปในที่เปลี่ยว หรือ ที่อาจมีอันตราย ไม่ควรซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เพราะอาจเจอเรื่องร้าย ๆ อย่างที่บอกไว้ได้ นึกภาพออกไหม ถ้านึกภาพไม่ออก ผมจะยกตัวอย่างภาพดาวจรในขณะนี้ ให้ท่านพิจารณากัน

 

ตำแหน่งดาวจรในวันที่ ๑๙  กันยายน  ๒๕๔๖

 

                ที่ทำสีแดงไว้ให้นั้น เป็นดาวบาปเคราะห์ ส่วนลัคนาที่เห็นนั้น เป็นลัคนาสมมติ ของผู้ที่มีลัคนาอยู่ในราศีเมษ จะเห็นว่าชาวราศีเมษ นั้น จะตั้งอยู่บนความประมาทไม่ได้เลย เพราะราหู (๘) ทับลัคน์ เป็นเวลาปีครึ่ง ในขณะที่ดาวพลูโต (พ) เจ้าเรือนลัคนา อยู่ในราศีพิจิก ภพมรณะ และมีบาปเคราะห์ เสาร์ (๗) กับ ราหู (๘) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง แถมท้ายด้วยอังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) ทำมุมกากะบาดเสริม อย่างนี้ต้องระวังให้มาก จนกว่าจะพ้นวันที่ ๕ ธันวาคม  ๒๕๔๖ ซึ่งอังคารย้ายออกไป แต่ก็ใช่ว่าจะหมดเคราะห์นะครับ เพราะเกตุ (๙) นั้น ได้เข้ามาอยู่ร่วมกับมฤตยู (๐) และอังคาร (๓) ตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน  ๒๕๔๖ แม้อังคาร (๓) จะออกไป แต่เกตุ (๙) ก็ยังคงอยู่ร่วมกับมฤตยู (๐) จนถึงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๗ ดังนั้น เวลาผมพยากรณ์ประจำทุก ๒ สัปดาห์ในเวป ผมมักจะเตือนคนราศีเมษ เสมอ ไม่ให้ประมาทในเรื่องอุบัติเหตุอันตราย โรคภัยไข้เจ็บ

                ลักษณะของบาปเคราะห์เรียงราย ติดต่อกันหลายราศีเช่นนี้ ทุกราศีต้องระวัง ไม่ใช่เฉพาะราศีเมษ อย่างเดียวที่ควรระวัง ราศีพิจิก ก็ใช่ย่อย ราศีสิงห์ ก็ยังไม่พ้นอันตราย ยิ่ง ราศีกุมภ์ ด้วยแล้ว ประมาทไม่ได้เลยครับ เพราะโดนเต็ม ๆ ไม่น้อยไปกว่าราหู (๘) ทับลัคน์สักเท่าไร ด้วย อังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) เป็นคู่อุบัติเหตุร้ายแรง หรือ การผ่าตัด ดังนั้น ชาวราศีกุมภ์ หากมีเรื่องใดที่จะต้องผ่าตัด หรือต้องทำฟันแล้วล่ะก็ ทำเสียตอนที่ดาวสองตัวนี้ทับลัคน์ อาจช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

                คนราศีเมถุน ก็น่าเป็นห่วงนะครับ เพราะเสาร์ (๗) ที่มาทับลัคน์นั้น มาจากเรือนมรณะ มีสิทธิ์กลับบ้านเก่าได้ทุกเมื่อ ยิ่งพื้นดวงไม่แข็ง หรือลัคนาจรตกอยู่ในภพมรณะ หรือ ภพทุสถานะแล้วล่ะก็ ไม่ควรประมาท  ราศีกันย์ ก็เช่นเดียวกัน แม้จะไม่มีบาปเคราะห์มาทับ แต่ในช่วงที่เกตุ (๙) มาเล็ง แล้วโดนบาปเคราะห์ทิ่มแทงด้วยมุมปลายหอก อย่าได้ประมาทเชียว อย่างน้อยนักศึกษาที่เรียนโหราศาสตร์กับผม ควรจะดูดวงตัวเองได้บ้าง เป็น First Aid ก็ยังดี หากตีดวงไม่แตก หรือข้องใจจริง ๆ ก็เขียนมาถามผมได้ อย่าปล่อยให้ช้าเกินการ หรือ สายเกินแก้ ถ้าแย่ แล้วจะแก้ไม่ทันครับ


สารบัญ