บทที่ ๗

ภพที่ ๑ ลัคนา

*********************

                ลัคนา  หมายถึง  ตัวตนของเจ้าชะตา  ถือเป็นหัวใจสำคัญของดวงชะตา  ที่จะต้องพิจารณาก่อนเรื่องอื่นใด  แม้จะมีการพิจารณาเรื่องอื่น ๆ เช่น คู่ครอง , การงาน , การเงิน , ที่อยู่อาศัย ก็จำต้องดูจุดสัมพันธ์นั้น ๆ กับลัคนา หรือ ดาวเจ้าเรือนลัคนา (ตนุลัคน์) ด้วยเสมอ เพราะความสำคัญเช่นนี้ โหรโบราณจึงเรียกชื่อเต็ม ๆ ว่า ลัคนาธิปติ แปลว่า ลัคนาผู้เป็นใหญ่

                ลัคนาได้มาจากการคำนวณโดยใช้เวลาเกิดของเจ้าชะตา และสมผุสอาทิตย์อุทัย หรือ พระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าในวันที่เกิด ซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาท้องถิ่นมาบวก หรือ มาลบกับเวลาเกิดซึ่งเป็นเวลานาฬิกา แล้วแต่กรณี  รายละเอียดในเรื่องนี้ได้เกริ่นเอาไว้บ้างแล้วในบทที่ ๓ เรื่อง การผูกดวงชะตา  ส่วนเนื้อหารายละเอียดและวิธีการคำนวณหานั้น  ต้องขอยกไว้ไม่นำมากล่าว ณ ที่นี้  เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องทำความเข้าใจกันอย่างมากทีเดียว

                เมื่อคำนวณหาลัคนาว่าอยู่ในราศีใดแล้ว  ราศีนั้นจะเป็นที่ตั้งของ ภพที่ ๑ หรือ เรือนลัคนา  อันเป็นภพหลักที่มีความสำคัญสูงสุด  เกษตรประจำราศีที่ลัคนาตั้งอยู่ เราเรียกว่า ดาวเจ้าเรือนลัคน์ หรือ ตนุลัคน์ จะเป็นตัวบ่งบอกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของเจ้าชะตา ไม่ว่าจะเป็นด้านรูปร่างหน้าตา อุปนิสัยใจคอ ชีวิตความเป็นอยู่ สุขภาพร่างกาย โรคภัยไข้เจ็บ แม้กระทั่ง อายุขัย ของเจ้าชะตา ก็ต้องพิจารณาจากลัคนา หรือ ดาวเจ้าเรือนลัคน์ เป็นสำคัญ

                ในดวงชะตาที่มีดาวเจ้าเรือนลัคน์เป็นเกษตร อยู่ร่วมกับลัคนา  เราเรียกว่า เกษตรกุมลัคน์ จะเป็น ดวงชะตาชั้นเดียว คือ ไม่สามารถตรวจสอบในชั้นอื่น ๆ ได้อีก หากจะเกิดเหตุดีร้ายประการใดกับเจ้าชะตาแล้ว มักจะคงเส้นคงวา ดีก็ดีใจหาย ร้ายก็ร้ายน่าดู ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดาวบาปเคราะห์ หรือศุภเคราะห์ ที่มาเกาะกุม ทำมุมให้คุณให้โทษแก่ลัคนา และดาวเจ้าเรือนลัคนานั้นด้วย

                ในดวงชะตา ที่มีดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ในภพอื่น ๆ ก็จะต้องให้ความหมาย ไปในด้านที่เกี่ยวข้องกับภพ  นั้น ๆ เราเรียกลักษณะเช่นนี้ว่า สัมพันธภาพของลัคนากับเรือนอื่น ๆ ดังจะอธิบายและให้ความหมาย เพื่อนำไปใช้ในการพยากรณ์ ดังนี้

                ดาวเจ้าเรือนลัคนากุมลัคนา หรือ เกษตรกุมลัคน์  ถือว่าให้คุณ แม้จะเป็นบาปเคราะห์ก็ตาม ย่อมให้คุณ แม้จะให้โทษก่อน หรือหลังก็ตาม บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ ทำสิ่งใดมักราบรื่น เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง มักพึ่งตนเองมากกว่าอาศัยการพึ่งพาผู้อื่น หากได้กระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ในมุมที่ให้คุณ (กุม,โยค,เล็ง หรือ ร่วมธาตุ) หรือล้อมหน้าล้อมหลัง ก็จะส่งผลให้มีวาสนาบารมี ชีวิตมีแต่ความสุขสบาย แต่ในทางตรงกันข้าม หากเป็นบาปเคราะห์มาทำมุมให้โทษ (กุม,เล็ง,กากะบาด, ปลายหอก บีบเรือน หรือล้อมหน้าล้อมหลัง) อย่างนี้แม้จะเกิดมามีวาสนาบารมี แต่วิถีชีวิตอาจหักโค่น บางรายตายก่อนวัยอันสมควร หรือประสบเคราะห์กรรมที่เลวร้ายในภายหลัง

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพกฎุมพะ  เจ้าชะตามักจะต้องไปข้องแวะในเรื่องของเอกสารการเงิน การติดต่อสื่อสาร การค้ำประกัน การพูด การเจรจา การประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ภพนี้เป็นภพที่เรียกว่า ศูนยพาหะ หากเจ้าเรือนลัคนาเป็นดาวบาปเคราะห์ ก็จะให้โทษ หรือชักนำไปในความหมายของบาปเคราะห์นั้น จะให้โทษแก่เจ้าชะตา และในเรื่องเกี่ยวกับภพที่ ๒ ทั้งหมดที่กล่าวมา ในทางตรงข้ามหากเป็นศุภเคราะห์ก็จะให้คุณ หลายรายมีฐานะความเป็นอยู่ดี และร่ำรวย ทำอะไรก็ราบรื่น ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับดาวเจ้าเรือนการเงิน หรือ จำนวนดาวศุภเคราะห์ หรือ บาปเคราะห์ที่อยู่ในเรือนการเงิน หรือทำมุมให้คุณให้โทษแก่ดาวเจ้าเรือนการเงินด้วย

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพสหัชชะ  มักจะเดินทางไปไหนมาไหน พบปะเกี่ยวข้องกับผู้คนมากหน้าหลายตา ชอบเข้าสังคม หรือ ทำตัวเด่นในสังคม

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพพันธุ  มักจะข้องแวะหรือเกี่ยวข้องพัวพันกับบ้าน ที่อยู่อาศัย การเดินทาง พี่ ๆ น้อง ๆ ท้องเดียวกัน ชอบที่จะทำอะไร หรือมีความเห็นคล้อยตามไปกับพี่ ๆ น้อง ๆ หรือมักคิดถึงพี่น้องพ่อแม่ก่อนตนเองเสมอ

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพปุตตะ  ชีวิตมักเกี่ยวข้องผูกพันกับเด็ก ๆ สัตว์เลี้ยง หรือมีบริวารมาก เป็นคนที่มีอารมณ์สุนทรีย์ในเรื่องของความรัก  มักมีโชคในด้านการเสี่ยง หรือจับฉลากชิงรางวัล

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพอริ  มักจะพบกับปัญหาอุปสรรคศัตรู  ทำอะไรมักติดขัดก่อนเสมอ ชีวิตไม่ราบเรียบ มีคนคอยขัดขวาง กลั่นแกล้ง ไม่ชอบขี้หน้า ใช้หรือไหว้วานผู้หนึ่งผู้ใด แม้จะทำโดยอำนาจหน้าที่ ก็มักจะไม่ได้รับความร่วมมือด้วยดี

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพปัตนิ  มักเกี่ยวข้องพัวพันกับคนรัก คู่ครอง เพศตรงข้าม มีอารมณ์รักใคร่ เพ้อคำนึงถึงแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ชอบที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามมาสนใจ หรือเอาอกเอาใจ ส่วนใหญ่มักจะมีคู่มากกว่า ๑ คน บางรายมีมากมาย ชนิดที่หาคู่เป็นตัวเป็นตนไม่ได้ก็มี

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพมรณะ  ต้องระวังให้มาก ชีวิตมักประสบกับความล้มเหลว ผิดหวัง หลายคนอายุสั้น หรือสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง มักมีโรคประจำตัว ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมาน หลายคนต้องข้องแวะกับเรื่องของความเป็นความตาย เช่น เป็นหมอ พยาบาล นักเสี่ยงภัย สัปเหร่อ เจ้าหน้าที่เก็บศพ ฯลฯ เป็นต้น

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพศุภะ  มักมีวาสนาบารมีเป็นที่ยกย่องนับหน้าถือตา ทำสิ่งใดมักจะราบรื่น ประสบความสำเร็จ หลายคนข้องแวะกับเรื่องต่างประเทศ หรือต่างแดน

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพกัมมะ  มักสนใจในเรื่องของตนเองมากกว่าผู้อื่น ทำอะไรมักยึดติด ยึดมั่นถือมั่น ทำอะไรทำจริง เป็นคนลุยงาน ลุยชีวิต ไม่ปล่อยวางง่าย ๆ มักใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะตัวอย่างเต็มที่ในเรื่องของการงาน และการดำเนินชีวิต ฯลฯ เนื่องจาก ดาวในภพนี้เป็นภพกลางฟ้า ขณะเกิด ซึ่งมีอิทธิพลมากไม่น้อยไปกว่าดาวกุมลัคนา ดังนั้น หากเป็นศุภเคราะห์ หรือ ดาวที่มีศักดิ์สูง ก็จะส่งผลให้ชีวิตราบรื่น ประสบความสำเร็จ ไม่ตกอับ หรืออาภัพ  แต่ถ้าเป็นดาวบาปเคราะห์ หรือ ดาวที่มีศักดิ์ต่ำ ก็จะส่งผลให้วิถีชีวิตเป็นไปในทางตรงข้าม คือ ไม่ค่อยสู้ดีนัก มักติดขัด หาคนช่วยเหลือเกื้อกูลยาก เวลาตกอับ และมักอาภัพ อับโชควาสนา ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่า จะดีหรือร้ายปานใด จากความหมายของดาว และเรือนของดาวนั้น  ๆ ว่ามาจากเรือนใดด้วย

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพลาภะ  มักมีผู้คอยเกื้อหนุนให้ความอุปถัมภ์ค้ำจุน ทำสิ่งใดมักได้ผลเกินความคาดหมาย ชีวิตมักพบกับความสุขสบาย มีคนรักใคร่เมตตา ไม่ตกอับง่าย ๆ ชีวิตมักมีทางออกเสมอ

                ดาวเจ้าเรือนลัคน์อยู่ในภพวินาศนะ  ชีวิตมักถูกกดถูกบีบคั้นจากภาวะรอบด้าน ทำอะไรไม่ราบรื่น หรือประสบความสำเร็จโดยง่าย มักมีเรื่องไม่คาดฝัน หรือคาดคิดทำให้กิจที่จะทำต้องพังทะลายล้มเหลว หลายคนอาจต้องไปอยู่ในที่ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน ไปอยู่ในที่ทุรกันดาร ที่จำกัดเขต หรือมีกฎระเบียบเข้มงวด ทำให้รู้สึกอึดอัด พบกับความทุกข์ หรือเหนื่อยยาก มีหลายคนที่ชอบอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ไม่สุงสิงหรือข้องแวะกับใคร

                ความหมายที่ให้ไว้นั้น เป็นความหมายเบื้องต้นที่ควรจดจำไว้เป็นหลักกลาง ๆ อาจจะมีการเพิ่มเติม พลิกแพลงไปในเรื่องอื่น ๆ ได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับโยคเกณฑ์ต่าง ๆ ของดาวที่มาทำมุมกับดาวเจ้าเรือนลัคน์ และดาวเจ้าเรือนที่ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่

                ความหมายของดาวเจ้าเรือนลัคน์ที่สถิตอยู่ในเรือนอื่น ๆ สามารถนำไปใช้ในการพยากรณ์ดาวจรได้อีกด้วย ไม่ใช่พยากรณ์ในพื้นดวงกำเนิดแต่อย่างเดียว  ความหมายของภพ ของเรือนนั้น ค่อนข้างกว้าง  ไม่ใช่มีความหมายเพียงที่ยกตัวอย่างเท่านั้น  จุดนี้ เราจะต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจ ค่อย ๆ ศึกษา และจดจำ จากเอกสารการสอนที่จะสอนให้เป็นเรื่อง ๆ และต้องหมั่นอ่านบทวิเคราะห์ดวงชะตา หรือ บทวิจารณ์ดวงชะตาให้มาก ๆ จะทำให้นักศึกษามีความรู้ และประสบการณ์เพิ่มพูนมากขึ้น ไม่ใช่อ่านแต่เพียงเอกสารประกอบการสอนที่ผมทำไว้ให้แต่เพียงอย่างเดียว

การพิจารณาดวงชะตาที่มากกว่า ๑ ชั้น  จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อในดวงชะตานั้น ไม่ใช่ดวงชะตาที่มีดาวเกษตรกุมลัคน์ เท่านั้น ซึ่งเราสามารถตั้งภพ หรือ เรือนขึ้นมาใหม่ ซ้อนกันในดวงเดิม เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา และอ่านดวงชะตาได้ละเอียดละออยิ่งขึ้น เป็นศิลปในการพยากรณ์ในชั้นที่สูงขึ้นไป บางคนอาจจะได้มากถึง ๙ ชั้น (จากประสบการณ์ของผม) ก็เคยมีให้เห็น แต่ไม่พบบ่อยนัก

และไม่ว่าดวงชะตานั้น ๆ จะสามารถอ่านได้กี่ชั้นก็ตาม  ต้องยึดหลักชั้นที่หนึ่งไว้สำคัญในการพิจารณาดาวจรที่มากระทบกับพื้นดวงเดิม ข้อนี้เป็นข้อพึงระวังที่นักศึกษาต้องทำความเข้าใจไว้ให้มั่น อย่าเผลอเอาชั้นอื่น ๆ มาใช้ในการพยากรณ์จรเชียวนะ เพราะอาจทำให้ผิดพลาดได้ง่าย และพาลจะสับสนวุ่นวายไปเปล่า ๆ

การอ่านดวงชะตาที่ลึกลงไปหลายชั้น สำหรับดวงที่สามารถอ่านได้นั้น จะช่วยให้เราเกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น เมื่อผลของการอ่านในชั้นอื่น ๆ เป็นไปในทางเดียวกับชั้นแรก หรือ จะช่วยไขปัญหา ปริศนาที่เราอ่านไม่ออก หรือไม่เคลียร์ในชั้นแรก ให้เราเกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น ในกรณีที่เกิดการขัดแย้งกัน อย่างชั้นที่หนึ่งบอกว่า ได้คู่ดี  แต่ชั้นที่ ๒ บอกว่า ได้คู่ไม่ดี  ชั้นที่ ๓ บอกว่าไม่ดี ชั้นที่ ๔ บอกว่าไม่ดี อย่างนี้ต้องระวังให้มาก จริงอยู่ เจ้าชะตาอาจจะได้คู่ที่ดีก่อน ตามอิทธิพลของชั้นที่ ๑ ที่เป็นชั้นสูงสุด แต่ในภายหลัง อาจจะมีปัญหาเลิกราหย่าร้าง หรือ มีเหตุทำให้ชีวิตสมรสไม่ราบรื่น อยู่กันแล้วไม่มีความสุข หวานอมขมกลืนก็ได้ หรือบางทีกว่าจะได้คู่ดีกับเขา ก็เจอคู่ที่ไม่ดีมามากมายจนนับไม่ถ้วน

ดวงชะตาหลายชั้นมีส่วนช่วยอย่างมาก ในกรณีที่ชั้นแรก บอกไม่ดีเลยนะในเรื่องนี้ แต่ชั้นต่อไป กลับบอกว่า ดี ยิ่งหลายชั้นที่ลึกลงไป บอกว่า ดี หมด อย่างนี้ จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือร้ายกลายเป็นดีในภายหลังได้

ส่วนดวงชั้นเดียวนั้น เวลาที่จะเกิดเหตุดีเหตุร้าย จากผลของดาวที่มากระทบ ก็มักจะเกิดทันทีทันใด ยากที่จะหลีกเลี่ยง หรือกลับร้ายให้เป็นดี ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้  ถ้าจะเปรียบกับการกระทำ หรือ กรรมของบุคคล ก็ได้กับคนที่ทำกรรมมาหนัก และยังไม่ได้รับการชดใช้ หรือใช้ไปบ้างแล้ว แต่ยังเหลืออีกมาก  หรือทำกรรมนั้นซ้ำซาก เป็นประจำ (อาจิณกรรม) จนกรรมนั้นไม่สามารถผ่อนปรนได้ เมื่อถึงเวลามันก็จะส่งผล หรือมาตัดรอนให้วิถีชีวิตพบกับความอับปางในเรื่องต่าง ๆ หรือบางทีอาจตายได้ก่อนวัยอันสมควร ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับลัคนา หรือ ดาวเจ้าเรือนลัคน์

จำไว้เลยว่า ดวงชะตายิ่งมากชั้น กรรมยิ่งเบาบาง ส่วนดวงชะตา ๓ หรือ ๔ ชั้น ถือว่าเป็นดวงชะตาที่มีกรรมกลาง ๆ ชั้นเดียว หรือ ๒ ชั้น มักจะมีกรรมหนัก หรือ หนักมาก หากเป็นกรรมดีก็ดีไป หากเป็นกรรมชั่ว ก็ต้องหมั่นสร้างกุศลในชาตินี้ให้มาก อาจจะช่วยบรรเทาเบาบางได้บ้างไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ ทั้งนั้น ขึ้นกับ เจ้ากรรมนายเวร ว่าเขาจะ อโหสิกรรม หรือไม่ด้วย

จะยกตัวอย่างการอ่านดวงชะตาเป็นชั้น ๆ ในเรื่องของคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน ของผมให้ได้พิจารณากัน  ที่ไม่ยกของคนอื่น เพราะผมไม่รู้เรื่องของคนอื่นได้ดีเท่ากับของตัวเอง ประการหนึ่ง และสิ่งที่เกิดขึ้น ผ่านเข้ามาในเรื่องนี้ จนทำให้ผมทุกข์เศร้านั้น ไม่ใช่ ว่าผมจะไม่รู้ไม่ทราบ และที่ไม่ยอมหลีกเลี่ยง และกล้าเผชิญนั้น เพราะผมต้องการใช้กรรม ไม่คิดหลีกเลี่ยง  นี่เป็น ประการที่สอง อย่างน้อยก็จะได้เป็น ดวงครู ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากของจริงชนิดที่มีข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน

 

อ.เล็ก  พลูโต

๑๔  มิถุนายน  ๒๕๐๓  เวลา ๑๑.๒๐ น. (กทม.)

 

                ลัคนาอยู่ในราศีสิงห์ เราตั้ง ชั้นที่ ๑ ไว้ที่จุดนี้ จะเห็นดาวมฤตยู (๐) ซึ่งเป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิอยู่ในภพวินาศนะ แปลว่า คู่อยู่ไกล หรือ พบคู่ต่างถิ่นแดนไกล ไม่ใช่คนพื้นเพเดียวกัน ได้คู่ที่ไม่จริงใจ หรือไม่รักใคร่เราจริง มักคิดนอกใจไปหาใหม่ หรือ คบชู้สู่ชาย ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนวินาศนะ อยู่ในภพปัตนิ ทำให้ได้คู่ที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน หรือได้เสียกันก่อนแต่ง หรือ ไม่ได้แต่ง คือ แบบลับ ๆ ไม่เปิดเผย

                ชั้นที่ ๒  ดาวอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนลัคน์ หรือ ตนุลัคน์ตัวที่ ๑ อยู่ในภพกัมมะที่ราศี พฤษภ เราตั้งภพที่ ๑ ในชั้นที่สอง ไว้ที่จุดนี้  ทำให้ดาวอังคาร (๓) เป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ จะเห็นว่า อังคาร (๓) นั้น อยู่ในภพวินาศนะ

                ชั้นที่ ๓  ดาวแบคคัส (บ) เจ้าเรือนจุดที่ ๒  หรือ  ชั้นที่ ๒  ที่อาทิตย์ (๑) ตนุลัคน์ ไปอยู่นั้น อยู่ในภพวินาศนะ ที่ราศี กรกฎ เราจึงตั้งจุดนี้เป็นจุดที่ ๓ หรือ ชั้นที่ ๓ ทำให้แบคคัส (บ) เป็นตนุลัคน์ตัวที่ ๒ เมื่อเราตั้งภพที่ ๑ ที่จุดนี้  ดาวเสาร์ (๗) จะเป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ และอยู่ในภพอริ ของแบคคัส (บ) ส่งผลให้มีปัญหาขัดแย้ง มีอุปสรรคกับคนรักคู่ครอง ไม่ค่อยลงรอยกัน และมักมีศัตรูคอยแย่งคนรักไป

                ชั้นที่ ๔  ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนจุดที่ ๓ ที่แบคคัส (บ) ไปอยู่นั้น ถือเป็นตนุลัคน์ตัวที่ ๓ เราจึงตั้งจุดพิจารณาชั้นที่ ๔ หรือชั้นที่ ๔ ที่ราศี กุมภ์ อันเป็นราศีที่จันทร์ (๒) สถิตอยู่ จะเห็นว่า อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนปัตนิของชั้นนี้ อยู่ในภพพันธุ กุมกับดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนภพศุภะ ทำให้ได้คู่อยู่ต่างถิ่นแดนไกล หรือ ต่างบ้านต่างเมือง ราหู (๘) ที่อยู่ในเรือนปัตนิ ของชั้นที่ ๔ ส่งผลให้ได้คู่เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา หรือ ต่างแดน เป็นหม้ายผ่านการมีเรือนมาแล้ว พลูโต (พ) ที่อยู่ด้วยนั้น ส่งผลให้พลัดพราก เลิกราหย่าร้างกัน พลูโต (พ) มาจากเรือนสหัชชะ ทำให้ได้คู่ที่เคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน อายุไม่ต่างกันมาก คือ รุ่นราวคราวเดียวกัน หรือ เพื่อนฝูงญาติมิตร แนะนำให้รู้จักกัน ราหู (๘) มาจากเรือนปุตตะ ทำให้ได้คู่ที่อายุมากกว่า (เท่าไรก็ได้) หรือหากอ่อนกว่า ก็จะอ่อนกว่ากัน ๕ ถึง ๑๐ ปี ขึ้นไป

                อันที่จริง ถ้าเรามีความชำนาญในการอ่านดวงชนิดตีดวงแตกแล้วล่ะก็ แม้ดวงนี้ จะดูได้ถึง ๔ ชั้น ในเรื่องต่าง ๆ ดังเรื่องคู่ครองที่ยกตัวอย่างมานี้  ผู้ชำนาญสามารถที่จะอ่านได้ทั้งหมด จากชั้นเดียว คือ ชั้นที่ ๑ โดยไม่ต้องไปอ่านชั้นอื่น ๆ เลย ก็จะได้ความหมายทั้งหมด ที่บอกไว้ใน ๔ ชั้น ดังที่ผมจะอ่านให้ฟัง หรือ ได้เห็นกัน (อ่านเป็นภาษาเขียน ใช้คำว่าเห็น น่าจะถูกกว่านะ)  ดังนี้

                ดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนปัตนิ กุมดาวเกตุ (๙) ซึ่งมีความหมายเหมือน หรือใกล้เคียงกับราหู (๘) เพราะเป็นพวกเดียวกัน คือ ได้คู่ที่มีตำหนิ เป็นหม้ายผ่านการมีเรือนมาแล้ว เกตุ (๙) เป็นตัววิปริต อาเพท ส่งผลให้ได้คู่อายุแก่กว่า หรืออ่อนกว่ากันหลายปี พลูโต (พ) เจ้าเรือนภพศุภะ เดินนำหน้า มฤตยู (๐) ส่งผลให้ได้คู่อยู่ไกล หรือ ต่างถิ่น และมักพลัดพรากจากคู่ครอง

                ดวงนี้ มฤตยู (๐) เจ้าเรือนปัตนิ ถูกเบียนมาก คือ เกตุ (๙) กุม อังคาร (๓) กับ เนปจูน (น) ทำมุมกากะบาด ราหู (๘) กับ พลูโต (พ) นำหน้า ส่งผลให้ชีวิตรักไม่สมหวัง ชีวิตสมรสไม่ราบรื่น มีปัญหาอุปสรรค จนทำให้เลิกราหย่าร้างกันในที่สุด จัดเป็นดวง อาภัพคู่ ดวงหนึ่งทีเดียว

                แต่แรกเริ่มที่เรียนโหราศาสตร์แล้วเริ่มหัดอ่านดวงตัวเอง  แทบจะไม่อยากจะเชื่อคำพยากรณ์ที่อ่านได้ในตำรา มีอย่างที่ไหน ได้คู่แก่กว่ากันแถมยังเป็นแม่หม้ายอีกต่างหาก ตอนที่เรียนนั้นมีครอบครัวแล้วกับแม่ของลูก อายุอ่อนกว่ากันเพียง ๑ ปี ถือเป็นรุ่นราวคราวเดียวกัน ได้เสียกันอยู่กินกันโดยไม่ได้แต่งงานตามประเพณี แต่จดทะเบียนสมรส และมาหย่ากันภายหลัง เขาเป็นคนอุบลฯ พูดภาษาอีสานจ้อ ส่วนผมนั้นเป็นคนเชื้อสายจีน อยู่กรุงเทพ ฯ จะเห็นว่า ต่างชาติ (มีเชื้อลาว ส่วนผมเชื้อจีน) ต่างภาษา ต่างแดน อ้อ รู้จักกันเพราะเพื่อนครูที่โรงเรียนแนะนำ ทุกอย่างเข้าตามตำรา

                พอเลิกรากับเขาหลังจากที่ผมมาอยู่อเมริกาได้ไม่นาน เขาก็ไปมีใหม่โดยที่ผมมารู้ภายหลัง ก็เลยบินกลับมารับลูกมาอยู่ด้วยกัน เลี้ยงลูกตามลำพังจนลูกอายุได้ ๑๔ ปี ถึงแต่งงานใหม่อีกครั้งที่อเมริกา คนนี้อายุแก่กว่ากัน ๔ ปี เป็นหม้ายมีลูกติด ๒ คน โตมากแล้ว เธอแต่งกับผมเพราะเหตุผลทางการเมือง คือ ไม่ได้รักใคร่อะไรหรอก (มารู้ภายหลัง ถึงรู้ว่าเจอคนไม่จริงใจ) พอเขาได้สิทธิที่จะอยู่อย่างถูกต้องในอเมริกาครบบริบูรณ์แล้ว (ประมาณ ๔ ปี) ก็ตกลงแยกทางกัน แล้วเขาก็ไปแต่งงานใหม่ เพื่อให้สิทธิใบเขียว (กรีนคาร์ด) กับคนของเขาต่อไป เอวัง ฯ ก็มีด้วยประการ ฉะนี้

อ้อ ลืมบอกไป คนที่สองนี้ เป็นคนพิษณุโลก เป็นคนไทยแท้ ไม่มีเชื้อสายจีน แม้จะไม่ต่างภาษา แต่ก็พบกันต่างแดน คือ เจอกันที่อเมริกา คนนี้แหละที่ผมรู้ทุกอย่างจากดวงล่วงหน้า แต่ไม่ยอมฝีนดวง อยากลองวิชาน่ะ แล้วผลก็ออกมาอย่างที่เห็น ใครไม่เคยเจอกับตนเอง ไม่มีวันรู้ซึ้งถึงหลักวิชาหรอกครับ จากจุดนี้ ทำให้ทราบว่า คำว่า ต่างชาติ ต่างภาษา นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคนต่างประเทศเสมอไป เป็นคนไทยด้วยกันก็ได้ อย่างคุณแม่ของผมนั้น มีเกตุ (๙) อยู่ในภพปัตนิ ได้กับเตี่ย (มีครอบครัวมาก่อน) ที่มาจากเมืองจีน (จีนนอกไม่ได้เกิดเมืองไทย) อย่างนี้ ถือว่า ได้คู่ต่างชาติ ต่างภาษา อย่างชัดเจน อย่างบางคนที่ได้คู่เป็นคนไทยด้วยกันแต่อยู่คนละภาค เขาสามารถพูดภาษาท้องถิ่นเขาได้ ชนิดที่เราฟังไม่รู้เรื่องและพูดไม่ได้ อย่างนี้ ก็เข้าข่าย ต่างชาติ (เชื้อชาติ) และต่างภาษา หรือ บางคนไปได้ลูกคนจีน ที่ครอบครัวเขาพูดภาษาจีน แต่เราพูดไม่ได้สักคำ เวลาคนในครอบครัวเขาคุยกัน เราก็งงเป็นไก่ตาแตก เพราะเขาคุยภาษาของเขา อย่างนี้ ถือว่า เป็นต่างชาติ ต่างภาษา จึงขอทำความเข้าใจตรงจุดนี้ไว้ด้วย

ความหมายของดาวกุมลัคน์ ดาวเจ้าเรือนลัคน์ หรือสัมพันธ์กันในมุมร่วมธาตุ

                อาทิตย์ (๑) กุมลัคน์ เป็นคนหยิ่งในเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่ก้มหัวให้ใครง่าย ๆ ไม่ยอมให้ใครมาคอยบังคับ ทำอะไรมักตามใจตน ชอบให้คนมาเอาใจ ชอบความเป็นใหญ่ หรือทำตนเป็นหัวหน้า ฯลฯ

                จันทร์ (๒) กุมลัคน์ อ่อนหวาน นิ่มนวล มีมนุษยสัมพันธ์ดี ปรับตัวเข้ากับคนอื่น หรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ง่าย เพ้อฝัน จินตนาการกว้างไกล เอาอกเอาใจเก่ง ไม่แข็งขืน ทำตัวสบาย ๆ ฯลฯ ชอบเป็นผู้ตาม มากกว่าผู้นำ และมักจะเป็นผู้ตามที่ดี ตรงกันข้ามกับอาทิตย์แทบทุกประการ

                อังคาร (๓) กุมลัคน์ มุทะลุ บุ่มบ่าม เจ้าโทสะ ปากกับใจตรงกัน (มักปากจัด) กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ ขยันขันแข็งอดทนต่อสู้งาน ไม่นิ่งดูดาย มักเจ็บตัวบ่อย หรือ ขี้โรค มักเจออุบัติเหตุร้ายแรง หรือมีการผ่าตัด อย่างน้อย ๑ ครั้งในชีวิต ฯลฯ

                พุธ (๔) กุมลัคน์ มันสมองดี ความจำเป็นเลิศ มีวาทะศิลป์ดี มีพรสวรรค์ในด้านการขีดเขียน หรืองานประพันธ์  อยู่ไม่ติดที่ ชอบเดินทาง อารมณ์อ่อนไหว แปรปรวน เอาแน่นอนอะไรไม่ได้นัก ทำอะไรมักมีปัญหาอุปสรรคก่อนเสมอ ฯลฯ

                พฤหัสบดี (๕) กุมลัคน์ สติปัญญาดี รักคุณธรรม ใฝ่ดี เคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ ทำอะไรมักก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ โดยง่าย มีโอกาสเดินทางไกล ใช้ชีวิตต่างแดน ฯลฯ

                ศุกร์ (๖) กุมลัคน์  สนุกสนานรื่นเริง รักสวยรักงาม รักศิลปะ ฝักใฝ่สนใจในเรื่องของเพศตรงข้าม อารมณ์อ่อนไหว เข้ากับคนง่าย ชอบที่จะทำงานสบาย ๆ ไม่หนัก หรือรับผิดชอบมากนัก ฯลฯ

                เสาร์ (๗) กุมลัคน์  เจ้าทุกข์ คิดมาก งานหนัก แบกภาระรับผิดชอบสูง มักขี้โรค มองโลกในแง่ร้าย ทำอะไรมักจะพบกับปัญหาอุปสรรคเสมอ เชื่องช้า ไม่กระตือรื้อร้นเท่าที่ควร มักซังกะตายในเรื่องของรัก ๆ ใคร่ ๆ ตรงข้ามกับศุกร์ (๖) กุมลัคน์ แทบทุกประการ

                ราหู (๘) กุมลัคน์  มักลุ่มหลงมัวเมา เอาแต่ใจตนเอง หักห้ามใจตนเองไม่ได้ ใฝ่ในทางอบายมุข เชื่อคนง่าย รักใครชอบใครทุ่มเทให้หมดทั้งกายและใจ บ้าอะไรเป็นพัก ๆ ไม่ใส่ใจในศีลธรรมมากนัก

                เกตุ (๙) กุมลัคน์  มักลุ่มหลงมัวเมาแบบเดียวกับราหู  แต่ค่อนข้างไปในทางที่แปลกแหวกแนวกว่าสังคมในยุคปัจจุบัน หรือสังคมทั่วไป บางคนสนใจในเรื่องของเก่าของโบราณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จิตวิญญาณ บางคนสนใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ  สินค้าใหม่ ๆ  ทรงผมแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่ล้ำยุคล้ำสมัย ฯลฯ มักมีนิสัยและความนึกคิดต่างจากคนอื่น ๆ  บางคนลองเชื่ออะไรแล้ว มักเชื่ออย่างหัวปักหัวปำ ฯลฯ

                มฤตยู (๐) กุมลัคน์  รักอิสระ ไม่ชอบหยุดนิ่ง หรือทำอะไรที่ซ้ำซากจำเจ ชอบท่องเที่ยว เดินทาง เปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเสมอ หากอยู่ร่วมกับศุภเคราะห์หลายดวง หรือได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์มาก ๆ จะทำให้เป็นผู้มีลาภผล วิถีชีวิตอาจเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีอย่างคาดไม่ถึง แต่ถ้าหากกุมบาปเคราะห์ หรือได้รับอิทธิพลจากบาปเคราะห์มากดวง จะส่งผลร้ายอย่างรุนแรงเฉียบพลันได้ชนิดวิบัติทันตาเห็นเช่นกัน

                เนปจูน (น) กุมลัคน์ มักเข้าสังคมหรือชอบพบปะกับคนทั่วไป  ชอบแสดงออกถึงความสามารถในตนเอง  เป็นนักแสดงที่ดีตีบทแตก หากดีก็ดีใจหาย หากร้ายก็ร้ายน่าดู  มีหลายคนที่เก็บอารมณ์และความรู้สึก  หรือเปลี่ยนแปลงอารมณ์และความรู้สึกได้ดี  เหมือนพวกนักแสดงที่อยู่ในแวดวงมายา ดังนั้น อาจดูเหมือนไม่จริงใจ หรือมีหลายรายที่มักปลีกตัวออกห่าง ไม่ยุ่งสุงสิงกับใคร ถ้าไม่จำเป็น ประเภทปลีกวิเวก ทำนองนั้น

                พลูโต (พ) กุมลัคน์  ส่วนมากเท่าที่เจอมักจะเป็นนักเก็บ นักสะสมตัวยง ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง  ไม่ทิ้งอะไรง่าย ๆ ประเภทรกของดีกว่ารกคน  มักมีนิสัยมักง่าย นึกจะทำอะไรก็ทำ รักความเที่ยงธรรม สนใจในเรื่องโหราศาสตร์ และพิธีกรรมต่าง ๆ  ส่วนมากมักจะพลัดพรากจากของรัก หรือถูกแย่งชิงของรักไป

                เท่าที่ยกตัวอย่างมานี้เพื่อให้จำไว้เป็นหลักกลาง ๆ ถึงความหมายของดาวต่าง ๆ ที่มากุมลัคน์ ซึ่งจะส่งอิทธิพลสูงสุด หรืออยู่ในภพที่ ๑๐ (กัมมะ) ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด ซึ่งมีอิทธิพลเทียบเท่า หรือไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าดาวกุมลัคน์  นอกจากนั้น หากดาวเหล่านี้อยู่ในมุมเล็ง หรือ มุมร่วมธาตุ (ตรีโกณ) ก็จะส่งผลและคุณลักษณะแก่เจ้าชะตาเช่นเดียวกัน ส่วนจะมากหรือน้อย ต้องขึ้นอยู่กับความเป็นศุภเคราะห์ บาปเคราะห์ ศักดิ์ของดาว ฯลฯ หรืออื่น ๆ เช่น ความหมายของเรือน คู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาตุ ด้วย

                เรื่องความหมายของดาวนั้น  ยังมีมากมายก่ายกองนัก ที่ยกตัวอย่างนี้เพียงสังเขป พอเหมาะกับเวลา นักศึกษาต้องไปอ่านเพิ่มเติม ตามหนังสือที่ได้แนะนำไว้ในบทก่อน ๆ แม้กระทั่งความหมายของเรือน สัมพันธภาพของดาวกับดาว ของดาวกับเรือน หรือ ของเรือนกับเรือน ก็เช่นกัน หากจะให้ผมอธิบาย หรือยกตัวอย่างก็ทำให้ได้แต่พอสังเขป หากถึงเวลาหรือบทที่จะต้องนำมาอธิบาย วิชานี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน ต้องค่อยเป็นค่อยไป ค่อยฝึกฝนนำมาใช้ หัดพยากรณ์ดวงตัวเอง แล้วจะเกิดทักษะ ความชำนาญ ความเข้าใจขึ้นมาเอง ทีละนิดทีละน้อย เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถรู้แจ้งกระจ่างใจในที่สุด

                ดาวจรทับลัคน์ หรือ ทับเจ้าเรือนลัคน์ ถือเป็นจุดสำคัญในการพยากรณ์เหตุดีร้าย ที่จะเกิดขึ้นแก่เจ้าชะตา ในช่วงเวลาที่ดาวนั้นจรมาทับลัคน์  หรือ ดาวเจ้าเรือนลัคน์ หากเป็นบาปเคราะห์ร้าย เช่น อังคาร (๓) เสาร์ (๗) ราหู (๘)  ต้องระวังให้มาก ยิ่งมาจากเรือนอริ มรณะ หรือวินาศนะด้วยแล้ว ทำอะไรต้องระวัง ไม่ควรประมาทในทุกเรื่อง ทั้งนี้ ทั้งนั้น สำคัญที่สุด ต้องพิจารณาถึงดาวที่เข้ามาทำมุมเสริมในมุมให้คุณ หรือ ให้โทษด้วยทุกครั้ง ดังจะยกตัวอย่างการพยากรณ์ ดังนี้

                อาทิตย์ (๑) ทับลัคน์  มักร้อนใจต้องจากที่อยู่  มีเหตุต้องจร ต้องเดินทาง อยู่ไม่ติดที่ หากมีศุภเคราะห์มาทำมุมเสริม หรืออยู่ร่วม ก็จะให้บังเกิดลาภผล ความสำเร็จ แต่ถ้าหากมีบาปเคราะห์ร้าย เช่น อังคาร (๐) มฤตยู (๐) อยู่ร่วม หรือทำมุมเล็ง กากะบาดล่ะก็ ต้องระวังเหตุร้ายอุบัติภัย อันตรายให้มาก อาจเจ็บไข้ไม่สบายกระทันหัน หรือผ่าตัดอย่างฉุกเฉิน

                จันทร์ (๒) ทับลัคน์  จะมีคนมาสู่หา ลาภผลเข้ามา อย่างน้อยก็ได้ลาภปาก มีคนเลี้ยงอาหาร ส่วนมากมักจะข้องแวะกับพี่ ๆ น้อง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องพิจารณาดาวอื่น ๆ ที่มาอยู่ด้วย หรือทำมุมเสริม เช่นเดียวกัน

                อังคาร (๓) ทับลัคน์  ไม่ดีเอามาก ๆ ต้องระวังอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัด มักเจ้าอารมณ์ โกรธง่าย เป็นช่วงที่กรำงานหนัก ศึกหนัก โรคเก่ากำเริบ ปวดเมื่อยไปทั้งตัว และก็เช่นเดียวกัน ต้องระวังบาปเคราะห์ที่จะมาทำมุมให้โทษ เช่น เล็ง กากะบาด ปลายหอก ฯลฯ ด้วย หากเจอมากดวง หรือครบทุกจุด หลายรายได้รับอันตราย ถึงตายได้

                พุธ (๔) ทับลัคน์  แม้จะเป็นศุภเคราะห์ แต่มันเป็นดาวเจ้าเรือนอริ ของลัคนาโลกธรรมที่ราศีเมษ ดังนั้น โบราณถึงว่า ไม่ดี มักมีเหตุร้ายต่าง ๆ ได้รับข่าวร้าย ทำอะไรมักติดขัด แต่ก็นั่นแหละ ต้องพิจารณาว่าพุธเดิมในพื้นดวงนั้น เป็นดาวเจ้าเรือนอะไรด้วย ถ้ามาจากเรือนทุสถานะ อย่างนี้ไม่ดีแน่ ถ้ามาจากเรือนที่ดี และมีศุภเคราะห์เสริมในมุมที่ให้คุณ (กุม โยค ตรีโกณ) อย่างนี้ก็อาจจะให้โชคลาภ ความสำเร็จได้ แม้จะติดขัดชะงักงัน ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ตาม

                พฤหัสบดี (๕) ทับลัคน์  ทำอะไรมักจะประสบความสำเร็จ ถ้าเป็นชายท่านว่าได้บวช ถ้าเป็นหญิงอาจได้แต่งงาน ส่วนมากมักได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง  ผู้ใหญ่ให้การอุปถัมภ์ ดาวนี้หนึ่งปีย้ายที ถือว่าเป็นปีทองก็ว่าได้ แต่ต้องระวังนิดหนึ่ง หากพฤหัสบดี (๕) เดิมมาจากเรือนทุสถานะ คือ อริ มรณะวินาศนะ อย่างนี้จะทายดีโดยส่วนเดียวไม่ได้ อาจได้ดีแต่ช้า หรือ สำเร็จไม่ง่ายดายนัก หรือหากมีบาปเคราะห์อื่นมาทับ หรือทำมุมให้โทษ อย่างนี้ แทนที่จะดี กลับร้าย บางคนถึงกับตายในขณะที่พฤหัสบดี (๕) ทับลัคน์ หรือทำมุมให้คุณกับลัคน์ ก็มีให้เห็น ดังนั้น ผมถึงเน้นนักเน้นหนา แทบจะตลอดเวลา ให้พิจารณาเรือนที่มา พิจารณาจุดสัมพันธ์ของดาวบาปเคราะห์ ศุภเคราะห์ ที่มาทำมุมให้คุณให้โทษทุกครั้ง ก่อนที่จะพยากรณ์ออกไป  ไม่งั้น หน้าแตก อย่ามาว่ากันนะ เพราะเน้นแล้วก็เน้นอีก จนเบื่อแล้วหละ

                ศุกร์ (๖) ทับลัคน์  ลาภผลดี โบราณท่านว่าอย่างนั้น คงเนื่องจากท่านให้เครดิตศุกร์ (๖) เป็นดาวโภคทรัพย์ กระมัง แต่เท่าที่มีประสบการณ์จากตนเอง มักสดชื่น รื่นเริง เข้าสังคม ชมศิลปการบันเทิง สนใจในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มีคนเข้ามาทำให้หัวใจวาบหวาม หรือไปปิ๊งใครต่อใครน่ะแหละ หากมีคู่อยู่แล้ว ก็จะหวานชื่น แจ๋วแหววในระยะนั้น  

                เสาร์ (๗) ทับลัคน์  งานหนัก หดหู่ เชื่องซึม ทุกข์ เศร้า อกหักผิดหวัง เจ็บไข้ไม่สบาย ฯลฯ  ตรงข้ามกับศุกร์ (๖) ราวภูเขา กับ เหว นั่นเชียว และต้องระวังให้มาก ด้วยเป็นบาปเคราะห์ใหญ่ ให้โทษรุนแรง หากมีบาปเคราะห์ร้าย ๆ มาเสริมในมุมที่ให้โทษ หรือเสาร์มาจากภพทุสถานะ หลายรายวิบัติ และสูญสิ้นทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต เลยเชียวนะ

                ราหู (๘) ทับลัคน์  โบราณว่าไว้ซะน่ากลัว คือ ท่านว่า เคราะห์ร้ายหนัก อาจถึงตายได้ ทำให้หลายคนกลัวราหูยิ่งกว่าหนูกลัวแมวซะอีกแน่ะ อันที่จริงถ้าพิจารณาตามที่ผมเน้นนักเน้นหนา เกือบทุกข้อที่ผ่านมาล่ะก็ ไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด เคยพบเห็นราหูทับลัคน์ หรือเล็งลัคน์ กลับได้คู่ ได้แต่งงาน เพราะราหูเดิมเป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ แต่ถ้าราหูมาจากเรือนอริ มรณะ หรือวินาศนะ อย่างนี้ล่ะก็ ระวังให้หนัก ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน ยิ่งบาปเคราะห์มาเสริมด้วยแล้ว บูชาอย่างไร ก็ไม่ช่วยให้พ้นเวรกรรมไปได้หรอก ราหูนั้น มีความหมายในเรื่องของคนเลว คนร้าย จึงต้องระวังคนพวกนี้ไว้ด้วย ที่หนักก็อาจจะโดนจี้ โดนปล้น หรือไม่ก็ถูกมันฆ่าตาย ที่เบาหน่อยก็อาจจะโดนใส่ร้ายป้ายสี โดนกลั่นแกล้ง โดนบัตรสนเท่ห์ ถูกทรยศหักหลัง ผู้ใหญ่ให้โทษ บริวารคิดไม่ซื่อ บางคนหมดเนื้อหมดตัวเพราะคนพวกนี้ก็มี ไม่ใช่เห็นราหูทับลัคน์ แล้วทายว่า ตาย ทุกราย อย่างนี้ใช้ไม่ได้ หากไม่ดูให้รอบคอบซะก่อน

                เกตุ (๙) ทับลัคน์  น้อง ๆ ราหู นะครับ เป็นส่วนหางของราหู แต่คนไม่ค่อยกลัวเกตุสักเท่าไร ทั้งที่มันก็น่ากลัวไม่น้อยไปกว่ากัน หลายรายตายกระทันหัน เช่น ฆ่าตัวตาย ถูกเขาฆ่าตาย ในช่วงที่เกตุทับลัคน์ หรือเจ้าเรือนลัคน์ คนที่ตายด้วยอาวุธปืน หรือฆ่าตัวตาย หลายรายครับ ที่เกตุมีบทบาทกุม หรือทำมุมสัมพันธ์ กับลัคนา และเข้าร่วมกับบาปเคราะห์อื่น ๆ ดังนั้น เกตุทับลัคน์ ก็ต้องระวังให้มากเช่นกัน แต่ก็ไม่ควรตกใจหรือวิตกกังวลจนเกินเหตุเหมือนราหู เพราะเกตุย้ายราศีทุก ๒ เดือน โอกาสที่เกตุทับลัคน์ หรือมาทำมุมกับลัคน์ย่อมมีมาก พอ ๆ กับอังคาร (๓) ไม่งั้นประสาทกินแน่ เท่าที่เห็นมา เกตุทับลัคน์ มักเบลอ ๆ สมองมึนงง พบเห็นสิ่งแปลก ๆ แม้กระทั่งในความฝันก็มีมาให้เห็น บางคนเข้าไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไปเห็นการทรงเจ้าเข้าผี ฝันเห็นจิตวิญญาณต่าง ๆ ที่เจอจัง ๆ แบบไม่ฝันก็มี อ้อ ระวังคุณไสย์ หรือ พวกยาเบื่อ ยานอนหลับ ยาปลุกเซ็กส์ ฯลฯ ไว้ด้วย เนื่องจากเกตุมีความหมายถึง ความวิปริต อาเพท ไม่เป็นตัวของตัวเอง ดังนั้น ไม่ควรประมาท กินอะไรส่งเดช หรือให้ความไว้วางใจใครในช่วงที่เกตุทับลัคน์ ทำมุมสัมพันธ์กับลัคน์ หรือเข้าร่วมกับบาปเคราะห์อื่น ๆ ในมุมที่ให้โทษ

                มฤตยู (๐) ทับลัคน์ ชื่อน่ากลัวครับ แต่ที่จริงแล้ว ไม่น่ากลัวเท่าไร ถ้าไม่มีบาปเคราะห์ร้าย ๆ มาเสริมในมุมที่ให้โทษล่ะก็ ไม่ต้องตกใจไป ยิ่งมีศุภเคราะห์มาอยู่ด้วย หรือเสริมในมุมที่ให้คุณ ยิ่งมากดวงด้วยแล้ว  จะทำให้ชะตาชีวิตพลิกผันจากร้ายกลายเป็นดี ที่ยากจนค่นแค้นอยู่ ก็จะกลายเป็นเศรษฐีในพริบตา แต่ก็นั่นแหละ ดาวนี้ย้ายราศีช้า ๗ ปีกว่า ย้ายหน อย่าเพิ่งด่วนฟันธงไปว่า ดีแน่ แย่แน่ ต้องดูดาวอื่น ๆ ประกอบด้วย  ส่วนมากเท่าที่เห็นเมื่อดาวตัวนี้ทับลัคน์ หรือทำมุมสัมพันธ์กับลัคน์ ก็คือ ได้ลาภผล ได้เดินทาง มักข้องแวะกับการต่างประเทศ หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ พวกเครื่องอิเลคโทรนิคต่าง ๆ

                เนปจูน (น) ทับลัคน์ ไม่ควรประมาทนะครับ แม้ดาวดวงนี้จะทับนานถึง ๑๓ ปีกว่าก็ตาม เพราะเป็นบาปเคราะห์ใหญ่ เมื่อให้โทษมักจะรุนแรงไม่น้อยไปกว่าเสาร์ (๗) และราหู (๘) ทีเดียว ต้องคอยระวังบาปเคราะห์อื่นมาเสริมในมุมให้โทษ ดาวนี้มีความหมายในด้านสังคม ดังนั้น มักจะต้องเข้าสังคม พบปะคนมากหน้าหลายตา ซึ่งล้วนแต่ใส่หน้ากากเข้าหากัน (เนปจูน เป็นวินาศนะลัคนาโลกธรรม ที่ราศีเมษ ดังนั้น จึงมีความหมาย เร้นลับ ไม่เปิดเผย ไม่จริงใจ ฯลฯ ) เป็นดาวที่ดูเผิน ๆ แล้ว ไม่น่ากลัว คือ สนุกสนาน ร่าเริง ท่องเที่ยว เดินทาง ฯลฯ แต่ก็นั่นแหละ ทะเลก็คือทะเล เนปจูน คือ ดาวเกี่ยวกับทะเล หรือมหาสมุทร ดูเหมือนจะราบเรียบ แต่เวลามันพิโรธ หรือให้โทษขึ้นมา ก็พังยับเยินเหมือนกัน หลายคนครับ หนีสังคมหนึ่งไปสังคมหนึ่ง หรือไม่ก็ไม่ยอมเข้าสังคมกับใครก็มีให้เห็น ในช่วงที่ดาวดวงนี้ทับลัคน์ หรือเจ้าเรือนลัคน์

                พลูโต (พ) ทับลัคน์  เป็นบาปเคราะห์เล็ก ๆ ครับ ๒๐ ปี ย้ายราศีหนหนึ่ง ดูไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไรนัก แต่ก็ต้องระวัง เพราะมันทับนาน หากมีบาปเคราะห์อื่น ๆ มาทำมุมเสริมให้โทษ อย่างนี้ก็จะส่งผลรุนแรงได้เช่นกัน พลูโตเป็นดาวที่เที่ยงธรรม เหมือนพญามัจจุราชน่ะแหละครับ ทำดีให้ไปสวรรค์ ทำชั่วให้ไปโลกันต์ ดังนั้น หากมีบาปเคราะห์มาทำมุมเสริมมาก ๆ อาจทำให้เคราะห์ร้ายหนักถึงตายได้ แต่ถ้าหากมีศุภเคราะห์มาทำมุมเสริมมาก ๆ แล้วคนนั้นเป็นคนดีอยู่ในศีลธรรม ผลแห่งกรรมดี จะส่งผลให้พลิกผันจากร้ายกลายเป็นดี หนักเป็นเบา หรือที่ลำบาก ยากจน ก็จะทำให้ร่ำรวยได้เหมือนกัน

                เน้นอีกครั้ง  อย่าลืมพิจารณาด้วยว่า ดาวที่มาทับนั้น มาจากเรือนอะไร หากเป็นบาปเคราะห์มาจากเรือนที่ให้โทษ อย่างนี้ต้องระวังให้หนัก แต่ถ้าเป็นศุภเคราะห์ มาจากเรือนให้โทษ อย่างนี้อาจจะได้ผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย และอย่าลืมดูด้วยว่า มีดาวศุภเคราะห์ มาเสริมในมุมที่ให้คุณบ้างไหม ? มีบาปเคราะห์มาทำมุมที่เลวร้าย มากน้อยเพียงใด ประกอบกับการพิจารณาลัคนาจร , ดาวเสวยอายุ เสวยแทรก ประกอบไปด้วยทุกครั้ง อย่าผลีผลามทำนายไปโดยที่ไม่พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ให้ครบถ้วน และรอบคอบเสียก่อน และก็ไม่ต้องตกใจ หรือวิตกกังวลให้มากนัก หากรักที่จะเรียนรู้โหราศาสตร์ อยากรู้เรื่องที่จะเกิดขึ้นกับตัวเรา หรือใครก็ตาม ต้อง ยอมรับความจริง ยอมรับการเปลี่ยนแปลง หากทำใจให้ยอมรับไม่ได้ เลิกเรียน หรือไม่ต้องไปดูดวงชะตาจะดีกว่า เชื่อผมเหอะ มันยังไม่สายเกินไป


สารบัญ