บทที่ ๘

ภพที่ ๒ กฎุมพะ

********************

                ภพที่ ๒ นับจากลัคนาซึ่งเป็นภพที่ ๑ เป็นที่ตั้งของ “ศูนยพาหะ” หรือตัวนำพาชีวิต หากมีดาวใดมาอยู่ในภพนี้ ไม่ว่าจะเป็นศุภเคราะห์ หรือบาปเคราะห์ก็ตาม จะส่งผลให้แก่เจ้าชะตาโดยตรงไม่น้อยไปกว่าดาวกุมลัคน์ หรือ ดาวลอยเหนือศีรษะขณะเกิดในภพกัมมะ จะมีบทบาทชักนำดวงชะตาไปในทางที่ดีหรือร้ายได้ ตามความหมายของดาวนั้น ๆ

                กฎุมพะ มาจากคำว่า กฎุมพี แปลว่า เศรษฐี หรือ ผู้มีทรัพย์ โหรทั่วโลกใช้ภพที่ ๒ นี้ ดูเรื่องการเงิน เศรษฐกิจ รายได้ แต่โหรอินเดีย นำภพนี้ดูเกี่ยวกับครอบครัว การเจรจา ส่วนโหรตะวันตก นำภพนี้ดูเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ความสงบสุข เสรีภาพ นอกเหนือไปจากดูเรื่องของการเงินเศรษฐกิจรายได้

                ส่วนโหรไทย โดยเฉพาะระบบพลูหลวงนั้น ใช้ภพที่สองดูเกี่ยวกับการเงิน เศรษฐกิจ รายได้ ของเจ้าชะตา ดูเกี่ยวกับการพูด การเจรจา การติดต่อสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ ดูเกี่ยวกับหนังสือ เอกสารสัญญาต่าง ๆ สิ่งใดก็ตาม ถ้าหากมีผลประโยชน์ในด้านการเงิน ไม่ว่าจะได้เงิน หรือเสียเงิน ก็ ต้องพิจารณาจากภพนี้ทั้งสิ้น เช่น การขายที่ดิน จะได้เงินหรือไม่ ต้องดูภพนี้ประกอบ, การเสี่ยงโชค คือ การซื้อล็อตเตอรี่ หรือ เล่นการพนันทุกชนิด , การเก็งกำไรในธุรกิจต่าง ๆ รวมไปถึงหุ้นต่าง ๆ , การทวงหนี้ การกู้หนี้ยืมสิน การค้ำประกัน เงินค่าจ้าง ค่าเปอร์เซ็นต์ต่าง ๆ ที่หวังจะได้ ,เงินปันผล ฯลฯ สรุปก็คือ ถ้ามีเรื่องของเงินทองเข้ามาล่ะก็ ต้องดูภพนี้ประกอบด้วยทุกครั้ง

                หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาภพที่ ๒ กฎุมพะ นี้ ได้ให้รายละเอียดไปแล้ว ในเรื่องของ “ดวงเศรษฐี” ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการก็เหมือน ๆ กัน กับการดูลัคนา หรือภพอื่น ๆ ที่จะเรียนต่อไป หากใครอ่านภพใดภพหนึ่งได้อย่างแตกฉานแล้ว ภพอื่น ๆ ก็สามารถอ่านได้อย่างแตกฉานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นดวง หรือ ดาวจร หลักสำคัญที่เน้นนักเน้นหนา คือ ดูที่เรือน และดาวเจ้าเรือน, ดูดาวบาปเคราะห์ศุภเคราะห์ที่มากุม หรือมาทำมุมให้คุณให้โทษกับดาวเจ้าเรือน หรือเข้ามาอยู่ในเรือน และดูดาวที่เกี่ยวข้องจากจุดลัคนาโลกธรรมที่ราศีเมษ สำหรับภพที่สองนี้ต้องพิจารณาดาวแบคคัส (บ) ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะ ของลัคนาโลกธรรมที่ราศีเมษ ทุกครั้ง

 

ตัวอย่างคำพยากรณ์ ดาวบาปเคราะห์อยู่ในเรือน หรือ จรเข้าเรือนการเงิน

                ดาวอาทิตย์ (๑) อยู่ในเรือนการเงิน มักมีวาสนาทางการเงิน ลาภผลทางการเงิน มีลักษณะนิสัยตรงไปตรงมา ชอบในการเป็นผู้นำ พูดจาเชื่อถือได้ และมีน้ำหนัก ไม่พูดพล่าม มักพูดในสิ่งที่เป็นจริง หากอาทิตย์จรเข้าการเงิน หรือทับดาวการเงิน จะได้ลาภผลทางการเงินในระยะนั้น โดยเฉพาะจากบรุษเพศ  คนที่อายุน้อยกว่า ลูกน้อง หรือบริวาร เสี่ยงโชคดี ติดต่อการงาน หรือเรื่องอื่นใด มักจะประสบความสำเร็จ

                ดาวจันทร์ (๒) อยู่ในเรือนการเงิน มักเป็นผู้ที่มีฐานะความเป็นอยู่ค่อนข้างดี มาจากตระกูลที่ดี ทำมาหากินทางค้าขาย ติดต่อ สื่อสาร เดินทาง ราบรื่น ปลอดภัย มีนิสัยอ่อนไหว ปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ไม่ขัดใจใคร ไม่ขัดคอคน มักคล้อยตาม แม้สิ่งนั้นจะไม่ชอบใจ หรือชอบด้วยเหตุผล หากจันทร์ จรเข้าการเงิน หรือ ทับดาวการเงิน มักได้ลาภผลจากพี่น้อง หรือคนใกล้ชิด สตรีเพศ หรือการเดินทาง

                ดาวอังคาร (๓) อยู่ในเรือนการเงิน ไม่ค่อยดีนัก มักมีเรื่องเสียเงิน ถูกคดโกง เอารัดเอาเปรียบ มีเรื่องที่ต้องเสียเงินบ่อยครั้ง เก็บเงินไม่อยู่ ใช้จ่ายมือเติบ บางคนมักทำเอกสารหาย ทำเงินหายหรือถูกจี้ถูกปล้น นิสัยมักเป็นคนกล้า คนขยัน พูดจาตรงไปตรงมา แทงใจดำคน ไม่เกรงกลัวใคร ไม่ประหยัดคำพูด เข้าทำนอง ปากร้าย เจ้าโทสะ มักเจ็บตัวบ่อย หรือมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และจะมีโอกาสเจออุบัติเหตุครั้งใหญ่ หรือผ่าตัด อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่อังคารเสวยอายุ (๔๑ - ๕๐ ปี) หรือในปีที่ดาวอังคารเสวยแทรก

                อังคารเป็นบาปเคราะห์ร้าย เป็นดาวฆาต ที่มีความหมายถึงการสูญเสียโดยตรง เมื่อจรมาทับดาวการเงิน หรือเข้าเรือนการเงิน ก็ต้องระวังการใช้จ่ายเงินให้มาก ไม่ควรพกพาเงินติดตัวมาก ๆ ระวังการถูกคดโกง เอารัดเอาเปรียบ ไม่ควรค้ำประกันใคร แม้แต่ญาติพี่น้อง คนสนิท ก็ไม่ควร มักมีปากมีเสียง ทะเลาะกับคนรอบข้าง จะทำธุรกรรมใด ๆ ในเรื่องการเงิน จะทำสัญญาใด ๆ ต้องรอบคอบให้มาก

                ดาวพุธ (๔) อยู่ในเรือนการเงิน แม้จะเป็นศุภเคราะห์ก็จริง แต่ไม่ดีนัก เพราะพุธเป็นดาวรวนเร และเป็นดาวเจ้าเรือนอริลัคนาโลกธรรม มักทำให้เจ้าชะตาติดขัดชะงักงันในเรื่องของการเงิน การเงินไม่คล่องตัว มีคนคอยขัดขวาง กลั่นแกล้ง หรือฉุดยื้อเอาไว้ ทำให้ไม่ได้รับลาภผลทางการเงินโดยง่าย นิสัยมักพูดพล่าม ไม่ค่อยยั้งคิด ก่อให้เกิดศัตรูรอบด้าน แต่ที่พูดดีเป็นศรีแก่ปาก มีความสามารถในด้านการประพันธ์ การเจรจาก็มีไม่น้อย ขึ้นอยู่กับว่า พุธได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ หรือได้รับกระแสที่ร้ายจากบาปเคราะห์ มากน้อยแค่ไหนด้วย

                พุธ จรเข้าการเงิน หรือ ทับดาวการเงิน ไม่ควรประมาทในเรื่องของการใช้จ่าย เพราะพุธเป็นดาวที่รวนเรที่สุด โอกาสที่จะได้ลาภผลทางการเงิน หรือความสำเร็จในการติอต่อ พอจะมีเข้ามาบ้าง แต่อย่าปักใจมากนัก ต้องดูดาวบาปเคราะห์ หรือศุภเคราะห์อื่น ๆ ที่มากุม หรือทำมุมร่วมด้วย

                ดาวพฤหัสบดี (๕) อยู่ในเรือนการเงิน เป็นผู้ที่มีวาสนาทางการเงิน การเงินไม่ติดขัดชะงักงัน ทำธุรกรรมทางด้านการเงินราบรื่น ประสบความสำเร็จ เศรษฐกิจรายได้ดี นิสัยมักสุขุมรอบคอบในการใช้จ่าย มีการวางแผนที่ดี จนบางทีดูเหมือนเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว เป็นคนพูดจาดี มีเหตุผล มีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ ชีวิตข้างหน้ามักพบพานกับสิ่งที่ดีงาม ตั้งมั่นอยู่ในครรลองครองธรรม

                พฤหัสบดี (๕) จรเข้าเรือนการเงิน หรือทับดาวการเงิน จะประสบความสำเร็จในด้านลาภผลทางการเงินในระยะนั้น การติดต่อสื่อสาร การเจรจา มักจะประสบความสำเร็จ ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือ มีรายได้เพิ่มพูน หรือได้ลาภผลทางการเงิน จากต่างถิ่นแดนไกล หากยื่นเอกสารการขอวีซ่าไปต่างประเทศ ขณะที่ดาวพฤหัสบดีอยู่ในเรือนการเงิน หรือ ทับดาวการเงิน มักจะประสบความสำเร็จ

                ดาวศุกร์ (๖) อยู่ในเรือนการเงิน  มักจะได้คู่ที่มีฐานะความเป็นอยู่ดีกว่าตน คู่สนับสนุนในเรื่องการเงิน และเอกสารต่าง ๆ มักได้ลาภผลจากเพศตรงข้าม  ส่วนมากมักจะมีนิสัยใจคอที่สนุกสนานร่าเริง ชอบศิลปการบันเทิงทุกชนิด รักสวยรักงาม พูดจาดีมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม หากดาวศุกร์ (๖) จรเข้าเรือนการเงิน หรือทับดาวการเงิน มักจะได้ลาภผลจากคนรัก คู่ครอง เพศตรงข้ามในระยะนั้น มีการติดต่อพูดจากัน หวานแหวว หรือได้เดินทางร่วมกันอย่างมีความสุข

                ดาวเสาร์ (๗) อยู่ในเรือนการเงิน เป็นบาปเคราะห์ใหญ่ ไม่ดีในเรื่องความทุกข์เศร้า ติดขัด ลำบาก ฝืดเคืองในเรื่องของการเงิน ทำมาหากินไม่คล่อง เหนื่อยยาก รายได้ไม่คุ้มค่าเหนื่อย แบกภาระรับผิดชอบสูง มักเป็นคนที่ทุกข์เศร้า ไม่ค่อยรื่นเริง คิดมาก คิดหนัก มีปัญหาชีวิตแทบทุกด้าน หากเสาร์ (๗) จรเข้าเรือนการเงิน หรือทับดาวการเงิน ต้องระวังให้ดี จะมีปัญหาอุปสรรคในด้านการเงิน การติดต่อสื่อสาร ติดขัดชะงักงัน ลาภผลที่จะได้ไม่เป็นไปตามที่หวัง

                ราหู (๘) อยู่ในเรือนการเงิน  โบราณเรียก “ราหูล้วงทรัพย์” ไม่ดีเอามาก ๆ เก็บเงินไม่อยู่ เงินทองรั่วไหล ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หมดเปลืองไปกับสิ่งเสพติดหรืออบายมุข หรือไม่ก็มักจะทำเงินหาย ถูกจี้ ถูกปล้น ถูกโกง จากคนร้าย คนพาลสันดานหยาบ มักมีนิสัยดื้อรั้น เอาแต่ใจตน พูดจาไม่ไพเราะรื่นหู หลงอะไร ทำอะไรเป็นพัก ๆ หากราหูจรเข้าเรือนการเงิน หรือ ทับดาวการเงิน ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย ไม่ควรพกพาเงินติดตัวมาก ๆ ไม่ควรค้ำประกันให้ใคร หากจะทำธุรกรรมการเงิน ต้องรอบคอบให้มาก อาจเสียหายได้ในภายหลัง

                เกตุ (๙) อยู่ในเรือนการเงิน  ไม่ดีเหมือนกัน พอกันกับราหู การเงินมักปั่นป่วนวุ่นวาย เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ มักเป็นหนี้เขา นิสัยใจคอมักผิดแผกแตกต่างจากคนทั่วไป หากไม่มีหัวก้าวหน้า ก็หัวโบราณไปเลย อ่อนไหว เชื่อคนง่าย ทำอะไรตามใจตน นึกอยากทำอะไรก็ทำ อยากพูดอะไรก็พูด บางทีกวนอารมณ์กวนประสาทคนอื่นเขาไปทั่ว หากเกตุ (๙) จรเข้าเรือนการเงิน หรือทับดาวการเงิน ต้องระวังการเป็นหนี้ หรือมีการจ่ายเงินอย่างปุบปับ กระทันหัน ไม่คาดคิด หากจัดสรรการใช้จ่ายไม่ดี จะทำให้การเงินปั่นป่วนวุ่นวาย ชักข้างหน้าไม่ถึงข้างหลัง

                มฤตยู (๐) อยู่ในเรือนการเงิน เป็นบาปเคราะห์ร้ายก็จริงอยู่ แต่ดาวดวงนี้หากได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์หลาย ๆ ตัว อาจพลิกผันจากร้าย กลายเป็นดี พลิกฐานะจากยากจน มาสู่ฐานะร่ำรวยเป็นเศรษฐีกับเขาได้ในพริบตา นิสัยใจคอมักรักอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว หากมฤตยูจรเข้าเรือนการเงิน หรือ ทับดาวการเงิน ซึ่งนานพอดู จะส่งผลให้การเงินพลิกผัน อาจมีเรื่องได้เงินอย่างกระทันหัน หรือเสียเงินอย่างกระทันหัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดูบาปเคราะห์ หรือ ศุภเคราะห์ ที่มาทำมุมเสริมด้วย

                เนปจูน (น) อยู่ในเรือนการเงิน เป็นบาปเคราะห์ที่ให้โทษในด้านการแทรกซึม บ่อนทำลาย เมื่ออยู่ในเรือนการเงิน จะประมาทไม่ได้ ด้วยเป็นบาปเคราะห์ใหญ่ เวลาให้โทษมักจะรุนแรงมากกว่าดาวเสาร์เสียอีก เนื่องจากเป็นดาวเดินช้า นานนับสิบปีถึงจะย้ายราศีสักหน จึงต้องพิจารณาดาวอื่น ๆ ที่มาสัมพันธ์ด้วย ส่วนมากมักจะมีนิสัย ชอบไปในทางเข้าสังคม มากกว่าเก็บตัว เงินทองมักจะร่อยหรอกหรือหมดไปในเรื่องของงานสังคม

                ดาวพลูโต (พ) อยู่ในเรือนการเงิน ดาวดวงนี้ เป็นดาวบาปเคราะห์ก็จริงอยู่ แต่เป็นบาปเคราะห์เล็ก เวลาให้โทษ ไม่รุนแรงมากนัก ถ้าไม่มาจากเรือนทุสถานะล่ะก็ และยิ่งได้กระแสที่ดีจากดาวศุภเคราะห์ด้วยแล้ว ยิ่งส่งผลดีใหญ่ อาจร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้ เพราะเป็นนักสะสมเงินน่ะเอง แต่ดาวดวงนี้ก็ยังเป็นบาปเคราะห์อยู่นั่นแหละ เมื่ออยู่ในเรือนการเงินผู้ใด มักจะใช้จ่ายเงินตามอำเภอใจ นึกอยากจะซื้ออะไรก็ซื้อ ระยะเวลาที่จรอยู่ในเรือนการเงินนั้น นานถึง ๒๐ ปี จึงทำให้การพยากรณ์ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน เพราะต้องใช้ดาวศุภเคราะห์ หรือ บาปเคราะห์ มาทำมุมถึง เข้าช่วยในการพยากรณ์ด้วย

                ดาวแบคคัส (บ) อยู่ในเรือนการเงิน เป็นดาวมหาลาภที่ให้คุณยิ่งใหญ่ในด้านการเงิน ส่งผลให้มีรายได้ดี มีเงินทองไหลมาเทมา ไม่ขาดมือ หากได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์หลายดวง ก็ทำให้ร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้  ตัวอย่างมีให้อ่านมากมายในเรื่องของ “ดวงเศรษฐี” ดาวดวงนี้ย้ายราศีครั้งหนึ่ง นานนับ ๗๐ – ๘๐ ปี หรือบางทีมากกว่านั้น การพยากรณ์ค่อนข้างยุ่งยาก พอ ๆ กับ มฤตยู เนปจูน และพลูโต คือ ต้องอาศัยดาวศุภเคราะห์ บาปเคราะห์ที่มาทำมุมให้คุณให้โทษ ประกอบการพิจารณาด้วยเช่นกัน

                คำพยากรณ์ที่ให้ไว้ เป็นตัวอย่างกว้าง ๆ และใช้ทั่วไป หลักสำคัญก็คือ หากมีบาปเคราะห์เข้าเรือนการเงิน หรือในพื้นดวงมีบาปเคราะห์หลายดวงอยู่ มักจะใช้เงินมือเติบ เก็บเงินไม่อยู่ มักถูกโกง หาเงินมาเท่าไร ก็ไม่พอใช้จ่าย มักเป็นหนี้ ชีวิตมักพบกับความลำบาก หากมีศุภเคราะห์เข้าเรือนการเงิน หรือในพื้นดวงมีศุภเคราะห์อยู่หลายดวง มักจะขี้เหนียว เก็บเงินเก่ง มีแผนการใช้จ่ายรัดกุม มีเศรษฐกิจรายได้ดี ทำงานคุ้มค่าแรง ค่าเหนื่อย ชีวิตมักพบกับความสุขสบาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สำคัญที่สุดก็คือ ดาวศุภเคราะห์ หรือบาปเคราะห์ที่มาทำมุมให้คุณให้โทษ เป็นหลักการเดียวกันกับการอ่านดวงชะตาในทุกภพทุกเรือน ขอให้นักศึกษาหัดอ่าน หัดพิจารณาอย่างถ้วนถี่แยกแยะดีเลว ให้คุณให้โทษ ออกจากกัน แล้วจะเข้าใจเองว่า บาปเคราะห์ หรือ ศุภเคราะห์นั้น สามารถให้คุณ และให้โทษได้ ทุกดวง

 

สัมพันธภาพระหว่างเรือนการเงินกับเรือนอื่น ๆ หมายถึง ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะ อยู่ในเรือนต่าง ๆ หรือ จรเข้าเรือนต่าง ๆ กุม หรือ จรร่วม กับดาวเจ้าเรือนต่าง ๆ พอจะยกตัวอย่างการพยากรณ์โดยสังเขป ดังนี้

                กฎุมพะ - ลัคน์  ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะ กุมลัคนา หรือ ดาวเจ้าเรือนลัคน์ในพื้นดวง มักจะมีวาสนาทางการเงิน มีช่องทางในการทำมาหากิน หรือ หาเงิน มักจะเป็นผู้มีเศรษฐกิจรายได้ดี มีเงินทองไม่ขาดมือ การติดต่อสื่อสาร การเจรจา มักจะราบรื่น ประสบความสำเร็จ หากจรมาทับลัคน์ หรือ จรร่วมกับดาวเจ้าเรือนลัคน์ จะทำให้เศรษฐกิจการเงิน รายได้ในช่วงนั้น อยู่ในเกณฑ์ดี ทำธุรกรรมด้านการเงินดี ประสบความสำเร็จก้าวหน้า ติดต่อเจรจาลุล่วง สำเร็จตรงตามเป้าหมาย

                กฎุมพะ–เกษตร ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะเป็นเกษตรในพื้นดวง จะประสบความสำเร็จในด้านการเงิน การติดต่อสื่อสาร การเจรจา มีวาสนาทางการเงิน เงินทองไม่ขาดมือ รายได้ดี ทำงานคุ้มค่าเหนื่อย มีวิธีหาเงินมาอย่างง่าย ๆ หากจรมาเข้าเรือนตนเอง ยิ่งทำให้เศรษฐกิจ การเงิน รายได้ การติดต่อสื่อสาร การเจรจา ในช่วงนั้น ประสบความสำเร็จ ราบรื่น

                กฎุมพะ-สหัชชะ  ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะอยู่ในภพสหัชชะ หรือกุมดาวสหัชชะในพื้นดวง มักจะมีหรือติดต่อคบหาสมาคม กับ พรรคพวกเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ที่มีฐานะความเป็นอยู่ดี พอจะพึ่งพาอาศัยได้ในเรื่องของเงินทอง จะร่วมหุ้นลงทุนทำธุรกิจกับใคร มักจะราบรื่น ประสบความสำเร็จ มักอยู่ไม่ติดบ้าน ต้องเดินทางบ่อย ๆ ชอบที่จะพบปะพูดคุยกับคนมากหน้าหลายตา งานที่พบปะผู้คนจะทำให้ร่ำรวยและก้าวหน้า หากดาวกฎุมพะจรเข้าภพสหัชชะ หรือ จรร่วมกับดาวสหัชชะ มักจะมีเรื่องราวที่ต้องติดต่อ สื่อสาร หรือพัวพัน เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง วงสังคม

                กฏุมพะ-พันธุ   ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะอยู่ในภพพันธุ หรือ กุมดาวพันธุในพื้นดวง มักจะมีพ่อแม่ พี่น้องคลานตามกันมา หรือ พ่อ –แม่ เดียวกัน อยู่ในฐานะมีอันจะกิน พ่อแม่มักจะให้เงินใช้ไม่ขาดมือ พึ่งพาอาศัยเงินทองจากพี่น้องได้ มักมีการติดต่อสื่อสาร หรือเกี่ยวข้องพัวพันกับพ่อแม่พี่น้องอย่างใกล้ชิด ส่วนมากมักจะอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ มักมีบ้านหรู รถยนต์ราคาแพง หากดาวกฎุมพะจรเข้าภพพันธุ หรือจรร่วมกับดาวพันธุ ก็มักจะมีเรื่องที่จะต้องติดต่อสื่อสาร หรือพัวพันเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับพ่อแม่ พี่น้อง หรืออาจจะมีการใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ หรือ การเดินทาง

                กฎุมพะ-ปุตตะ  ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะอยู่ในภพปุตตะ หรือ กุมดาวปุตตะในพื้นดวง มักโชคดีและมีวาสนาทางการเงิน  เสี่ยงโชค เสี่ยงรางวัล มีโอกาสสมหวัง ไม่ตกอับลำบากยากจน มักมีคนช่วยเหลือทางการเงินเมื่อถึงคราวคับขัน บุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง มักให้คุณ หากดาวกฎุมพะ จรเข้าภพปุตตะ หรือ เดินร่วมกับดาวปุตตะ มักจะมีเรื่องที่จะต้องสื่อสาร หรือ พัวพันเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับบุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง เป็นระยะที่ดีในการเสี่ยงโชค หรือพบปะพูดคุยกับคนรัก

                กฎุมพะ-อริ  ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะอยู่ในภพอริ หรือ กุมดาวอริในพื้นดวง มักมีปัญหาอุปสรรคในด้านการเงิน การติดต่อสื่อสาร ขอความช่วยเหลือ หรือขอความร่วมมือจากใคร แม้แต่ลูกน้อง หรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ที่เรามีอำนาจสั่งงานตามหน้าที่ มักจะสร้างปัญหามาให้เสมอ ไม่ควรให้ใครกู้หนี้ยืมสิน หรือค้ำประกันใคร จะพูดจะจากับใครต้องระวังปากให้มาก หากดาวกฎุมพะจรเข้าภพอริ หรือกุมดาวอริในพื้นดวง ก็จะมีปัญหาติดขัดชะงักงัน ในเรื่องของการเงิน การติดต่อสื่อสาร การเดินทาง และมักมีเรื่องเสียเงิน หรือทำเอกสารสำคัญสูญหาย

                กฎุมพะ-ปัตนิ  ดาวเจ้าเรือนกฏุมพะอยู่ในภพปัตนิ หรือ กุมดาวปัตนิในพื้นดวง มักโชคดี ได้รับเงินทอง ของมีค่า จากคนรักคู่ครอง เพศตรงข้าม ชอบที่จะพบปะพูดคุยกับเพศตรงข้าม หากทำธุรกิจเกี่ยวกับเพศตรงข้าม จะนำความสำเร็จ ก้าวหน้า และร่ำรวยมาให้ ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะจรเข้าภพปัตนิ หรือ จรร่วมกับดาวปัตนิ  มักจะมีการติดต่อสื่อสาร เกี่ยวข้องพัวพัน กับคนรักคู่ครอง เพศตรงข้าม ในเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ หรือ การเดินทาง คนรักคู่ครอง เพศตรงข้ามมักจะอำนวยลาภผลทางการเงินมาให้ในระยะนั้น

                กฎุมพะ-มรณะ  ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะอยู่ในภพมรณะ หรือ กุมดาวมรณะในพื้นดวง การเงินไม่ดี เศรษฐกิจรายได้ไม่แน่นอนสม่ำเสมอ หากินฝืดเคือง ทำงานหนักเหนื่อยแต่ค่าแรงไม่คุ้ม มักมีเรื่องเสียเงิน ทุกข์ร้อนเรื่องเงิน ถูกโกง ถูกจี้ปล้น แย่งชิง หรือมักทำเงินทองของมีค่า เอกสารสำคัญสูญหาย หากดาวกฎุมพะจรเข้าเรือนมรณะ หรือ จรร่วมกับดาวมรณะ ต้องระวังรักษาทรัพย์สินมีค่าให้ดี ใช้จ่ายด้วยความรอบคอบ มักมีเรื่องเสียเงิน ไม่ควรค้ำประกันใคร หากจะทำธุรกรรมด้านการเงิน ต้องระมัดระวังให้มาก หลีกได้หลีก เลี่ยงได้เลี่ยง พูดจาระวังปาก การติดต่อสื่อสาร การยื่นเรื่องราว มักล้มเหลว

                กฎุมพะ-ศุภะ   ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะอยู่ในภพศุภะ หรือจรร่วมกับดาวศุภะในพื้นดวง มีวาสนาทางการเงินดี มีเศรษฐกิจรายได้ เงินเดือน ค่าตอบแทนสูง ติดต่อเจรจา ทำเอกสารสัญญา หรือธุรกรรมการเงินใด ๆ มักจะประสบความสำเร็จ มีคนให้ความช่วยเหลือ บิดาในดวงชาย มารดาในดวงหญิง มักมีฐานะดี หรือ เกื้อกูลส่งเสียเงินทอง มีให้ใช้ไม่ขาดมือ ไม่ทอดทิ้งให้ลำบาก ในเรื่องเงินทอง หากดาวกฎุมพะจรเข้าเรือนศุภะ หรือ จรร่วมกับดาวศุภะ มักจะประสบความสำเร็จในด้านการติดต่อสื่อสารการเจรจา เศรษฐกิจการเงินรายได้ในระยะนั้นอยู่ในเกณฑ์ดี มีเกณฑ์ได้เงิน หรือมีลาภผลทางการเงิน มีโอกาสเดินทางไกล หรือได้ลาภผลจากทางไกล

                กฎุมพะ-กัมมะ  ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะอยู่ในภพกัมมะ หรือจรร่วมกับดาวกัมมะในพื้นดวง มักมีรายได้จากการทำงานค่อนข้างสูง ทำงานคุ้มค่าเหนื่อย มีช่องทางหาเงินมาได้โดยง่าย  การติดต่อสื่อสาร การเจรจาในเรื่องงาน หรือทำงานด้านนี้ หรือธุรกิจท่องเที่ยวเดินทาง มักจะประสบความสำเร็จก้าวหน้า มีเงินทองไหลมาเทมา มักมีฐานะการเงินค่อนข้างดี ไม่ลำบากขัดสน หลายคนอาจเกิดมาบนกองเงินกองทอง หรือหากยากจนมาก่อน ก็จะมีโอกาสร่ำรวยเป็นเศรษฐีกับเขาได้เหมือนกัน  หากดาวกฎุมพะจรเข้าเรือนกัมมะ หรือจรร่วมกับดาวกัมมะ มักจะมีลาภผลทางการเงินจากการทำงาน หลายท่านอาจได้เลื่อนขั้นเงินเดือน ธุรกิจที่ทำอยู่จะทำกำไรมาให้อย่างงดงาม การติดต่อ เจรจา เรื่องงาน มักประสบความสำเร็จ ราบรื่นด้วยดี

                กฎุมพะ-ลาภะ  ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะอยู่ในภพลาภะ หรือ จรร่วมกับดาวลาภะในพื้นดวง มักไม่อัตคัตขัดสนในเรื่องของเงินทอง มีเศรษฐกิจรายได้ค่อนข้างดี มีเงินทองเข้ามาอย่างง่าย ๆ ฟลุ้ค ๆ เสมอ หากถึงคราวคับขัน มักจะมีคนให้ความช่วยเหลือสนับสนุนในเรื่องของเงินทองเสมอ พูดจา หรือ ติดต่อสื่อสารกับผู้ใด มักมีคนให้ความเชื่อถือ และให้ความร่วมมือ หากดาวเจ้าเรือนกฎุมพะจรเข้าภพลาภะ หรือจรร่วมกับดาวลาภะ จะทำให้เศรษฐกิจ การเงิน รายได้ การติดต่อสื่อสาร การเจรจา ในระยะนั้น ประสบความสำเร็จ ก้าวหน้า มีลาภผลเข้ามาไม่ขาดมือ

                กฎุมพะ-วินาศนะ  ดาวเจ้าเรือนกฎุมพะอยู่ในภพวินาศนะ หรือ จรร่วมกับดาววินาศนะ ในพื้นดวง ต้องระวังให้มาก ในการรักษาทรัพย์สินเงินทองของมีค่าที่มีอยู่ มักจะถูกเบียดเบียน หรือร่อยหรอลงไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่ควรไปร่วมหุ้นลงทุนกับใคร ซื้อหุ้นก็ไม่ได้ มักเก็บเงินไม่อยู่ รักษาไว้ไม่ได้ อย่าให้ใครกู้ยืม หรือไปค้ำประกันผู้หนึ่งผู้ใด หลายคนมักจะแก้เคล็ดด้วยการไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือสลากออมสิน ซึ่งมีหลักประกันมั่นคง ได้เงินคืนแน่นอนพร้อมดอกเบี้ย เพราะหากเก็บเงินไว้ในธนาคาร วันดีคืนดีอาจหายไปได้ ก็ตัวเราน่ะแหละเบิกออกมา แล้วใช้จ่ายไปอย่างเผลอไผลไม่ตั้งใจ หรือใจอ่อน ถูกใครชักชวนไปลงทุนทำการค้า โดยที่ตนเองไม่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ อย่างนี้ก็หมดกับหมด สำหรับการติดต่อ สื่อสาร การเจรจานั้น จะต้องรอบคอบ ดูให้ถ้วนถี่ มักมีอะไรแอบแฝงอยู่ ทำให้เดือดร้อนภายหลังได้ จะพูดจากับใครก็ระวัง บางทีหวังดีกับคนที่เขาไม่อยากได้รับ ผลลัพธ์ก็จะตกมายังตัวเราในทางที่ไม่ดี

                หากดาวกฎุมพะจรเข้าภพวินาศนะ หรือ จรร่วมกับดาววินาศนะ มักจะมีเหตุที่ทำให้ต้องเสียเงินไปแบบลับ ๆ หรือไม่รู้ตัวมาก่อนล่วงหน้า จะทำเอกสารสัญญา หรือธุรกรรมการเงินกับผู้ใด ต้องรอบคอบและดูให้ถ้วนถี่ อาจเสียเปรียบเขาได้ ระมัดระวังรายจ่ายให้รัดกุม อาจมีรายจ่ายจรเข้ามาโดยเราไม่รู้ล่วงหน้าก็เป็นได้

                ตัวอย่างคำพยากรณ์ที่ให้ไว้ เพื่อเป็นแนวทาง อย่าลืมกฎเกณฑ์อื่น ๆ ที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย เช่น บาปเคราะห์ ศุภเคราะห์ โยคเกณฑ์ต่าง ๆ มุมต่าง ๆ ที่ให้คุณให้โทษ อย่าผลีผลามทำนายตามที่บอกโดยไม่พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ให้รอบคอบ มีหวังหน้าแตก ไม่รู้ด้วยนา

 

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการพิจารณาดาวการเงินจร

๑. จะต้องคำนึงถึงความเป็นศุภเคราะห์ บาปเคราะห์ และศักดิ์ของดาว เช่น เกษตร ประ นิจ อุจจ์ ฯลฯ ด้วยทุกครั้ง อย่างเช่น ลัคนาราศีเมถุน (ธาตุลม) มีราหู (๘) กับ เกตุ (๙)  เป็นดาวเจ้าเรือนลัคน์ ดาวจันทร์ (๒) เป็นดาวการเงิน จรเข้าเรือนศุภะ ในราศีกุมภ์ ร่วมกับ อังคาร (๓) เจ้าเรือนอริ โดยมีมฤตยู (๐) เกษตรเจ้าเรือนศุภะกุมอยู่ด้วย กรณีนี้ อย่าได้ทายว่าจะได้เงินเด็ดขาด เพราะจันทร์จรร่วมกับบาปเคราะห์ถึง ๒ ดวง โดยเฉพาะดาวทั้งคู่เป็นดาวคู่ทำลายอย่างเฉียบพลัน อาจทำให้เสียเงินได้อย่างไม่คาดฝัน เช่น ถูกฉ้อโกง ลักขโมย เสียค่าปรับ หรือชดใช้ค่าเสียหาย ฯลฯ คือเป็นไปในลักษณะมีเรื่องราวคดีความ ตามลักษณะของจันทร์ที่จรเข้าภพศุภะ และถูกเบียนโดยบาปเคราะห์ทั้งสอง

จากตัวอย่างเดียวกัน หากจันทร์จรเข้าภพลาภะที่ราศีเมษ เป็นมหาจักร แม้จะมีราหู (๘) กุมอยู่ด้วย และหากราหูไม่ได้เป็นดาวลอยในภพทุสถานะ (อริ มรณะ วินาศนะ) แล้วล่ะก็ อย่างนี้มีโอกาสได้เงิน แต่จะดูจากจุดนี้เพียงจุดเดียวไม่ได้ จะต้องดูดาวศุภเคราะห์อื่น ๆ มาสัมพันธ์กับจันทร์จรมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีดาวพฤหัสบดี (๕) และแบคคัส (บ) ทำมุมร่วมธาตุ มีดาวศุกร์ (๖) เกษตรเล็ง หรือมีศุภเคราะห์อื่น ๆ หลายดวง ทำมุมสัมพันธ์กับจันทร์จร อย่างนี้มีโอกาสได้เงิน

๒. พึงให้ความสำคัญดาวเจ้าเรือนการเงินในพื้นดวงมากกว่า ดาวที่จรเข้ามาในภพการเงิน (ในกรณีที่ดาวการเงินในพื้นดวงไม่ใช่เกษตร หรือ อยู่ในเรือนการเงิน) เช่น ในพื้นดวงเดิม ลัคนาอยู่ในราศีสิงห์ ดาวพุธ (๔) เจ้าเรือนการเงิน อยู่ในภพลาภะ ปรากฎว่า มีเสาร์ (๗) เจ้าเรือนอริ จรเข้าทับดาวพุธ โดยมี เนปจูน (น) พลูโต (พ) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง อังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) ทำมุมร่วมธาตุ แม้จะมีดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนปุตตะ ทับลัคน์ ร่วมกับแบคคัส (บ) ดาวมหาลาภ มีอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนลัคน์ จรร่วมด้วยพุธ (๔) เกษตร ในภพกฎุมพะ โดยมีศุกร์ (๖) เป็นเกษตรนำขบวน อย่างนี้ จะทายว่าได้ลาภผลทางการเงิน คงไม่ได้เต็มปากเต็มคำ เพราะดาวการเงินในพื้นดวงถูกเบียนมาก แม้จะมีศุภเคราะห์หลายดวง จรให้คุณกับลัคนา หรือ เรือนการเงินก็ตาม ยิ่งดาวศุภเคราะห์จรทุกดวงที่ให้คุณ ถูกบาปเคราะห์จรให้โทษด้วยแล้ว อย่างนี้นอกจากจะไม่ได้เงินแล้ว ยังพาลเสียเงินอีกต่างหาก

ในกรณีเดียวกัน หากมีบาปเคราะห์จรเข้าเรือนการเงิน แต่ดาวการเงินในพื้นดวงที่อยู่ในภพลาภะ หรือภพอื่นใดก็ตาม แม้กระทั่งภพทุสถานะ หากได้รับกระแสที่ดีคือ มีดาวศุภเคราะห์หลายดวง มาทับ ,มาเล็ง, ทำมุมร่วมธาตุ แวดล้อมหน้าหลัง โยคหน้า โยคหลัง อย่างนี้ แม้ป่วยใกล้ตาย ก็จะมีคนนำเงินมาให้ ทายไปเถอะ มีโอกาสได้เงิน ชัวร์

๓. เรื่องของการเงิน มีอยู่ ๒ ประเด็นเท่านั้น ในการทำนาย คือ ไม่ได้ ก็เสีย แต่ก็มีบางดวงที่ได้ และเสีย พร้อม ๆ กัน หรือในเวลาไล่เรี่ยกัน ดังนั้น การพิจารณาเรื่องนี้ ต้องแยกพิจารณาออกเป็น ๒ จุด หรือ ๒ ฝ่าย คือ ได้หรือไม่ ให้ดูที่ศุภเคราะห์ จรมาทำมุมให้คุณมากน้อยเพียงใดกับดาวเจ้าเรือนการเงินในพื้นดวง  เสียหรือไม่ ให้ดูที่บาปเคราะห์ จรมาทำมุมให้โทษมากน้อยเพียงใดกับดาวเจ้าเรือนการเงินในพื้นดวง ส่วนบาปเคราะห์ หรือ ศุภเคราะห์ที่จรเข้าเรือนการเงินนั้น ก็มีส่วนร่วมในการพิจารณา ว่า จะได้อย่างเดียว เสียอย่างเดียว หรือ ทั้งได้ทั้งเสีย สำคัญก็คือ ต้องแยกพิจารณา จะมาหักกลบลบล้างกันไม่ได้โดยเด็ดขาด

 

ตัวอย่างที่ ๑

 

พวกที่ได้มรดกนั้น ส่วนมากดาวเจ้าเรือนการเงิน หรือ ดาวแบคคัส (บ) จะสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนมรณะ หรือ ดาวอังคาร (๓) ดาวมรณะ , ดาวเจ้าเรือนมรณะ มักจะจรอยู่ในเรือนการเงิน หรือ สัมพันธ์กับดาวการเงิน (กุม, เล็ง,โยค,ตรีโกณ)

ในดวงนี้ เกตุ (๙) เจ้าเรือนมรณะตัวที่สอง อยู่ในเรือนการเงิน กุมกับดาวเสาร์ (๗) โดยมี ราหู (๘) คู่มิตร และเป็นดาวเจ้าเรือนมรณะตัวที่หนึ่ง ร่วมธาตุ และ เนปจูน (น) เจ้าเรือนภพปุตตะ ทำมุมร่วมธาตุอีกดวงหนึ่ง ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า บาปเคราะห์ที่ทำมุมร่วมธาตุกัน ไม่ว่าจะกุมลัคนา หรือ ดาวใดก็ตาม มักจะให้คุณแก่ลัคนา และดาวนั้นเสมอ เพราะมุมตรีโกณเป็นมุมที่ให้คุณ แต่ขณะเดียวกัน เนื่องจากมันเป็นบาปเคราะห์ โอกาสที่จะให้โทษก็ย่อมมี ส่วนจะให้คุณก่อน หรือให้โทษก่อน ต้องพิจารณาดาวครองวัย หรือ ดาวเสวยอายุ เสวยแทรก ถึงจะรู้ได้

พฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนการเงิน เดินนำหน้าราหู (๘) เจ้าเรือนมรณะ เป็นศูนยพาหะ เน้นอีกครั้ง ดาวที่อยู่ข้างหน้า จะมีอิทธิพลต่อดาวที่อยู่ข้างหลัง หรือชักนำดาวข้างหลังเสมอ เหมือนลัคนาทุกประการ ในกรณีนี้ ดาวการเงินชักนำดาวมรณะ ซึ่งหมายถึง มรดก เลยทำให้ได้มรดก แต่ถ้าในทางตรงกันข้าม ดาวมรณะ นำหน้า ดาวการเงิน อย่างนี้ อย่าทายว่าได้มรดกนะครับ ต้องทายว่า ให้ระวังรักษาทรัพย์ให้ดี ไม่งั้นมีหวังถูกเบียน ถูกทำลายย่อยยับได้ หรือ มักจะมีแต่เรื่องเสียเงินเสมอ

ดวงนี้ได้บ้านและที่ดิน เพราะจันทร์ (๒) เจ้าเรือนภพศุภะ อยู่ลาภะ มีพฤหัสบดี (๕) ทำมุมร่วมธาตุ ศุกร์ (๖) เกษตรนำหน้า อาทิตย์ (๑) กับ พุธ (๔) โยคหน้า แบคคัส (บ) ดาวมหาลาภ โยคหลัง จันทร์นั้นหมายถึง บ้านและที่ดิน เมื่อได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ทุกดวงเช่นนี้ ย่อมมีโอกาสมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองแน่ ถ้าจะให้ชัวร์ ก็ดูที่ดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนพันธุ จะเห็นว่า อยู่ในภพปุตตะ มีพฤหัสบดี (๕) ดาวการเงิน โยคหน้า , อาทิตย์ (๑) พุธ (๔) และอังคาร (๓) เกษตร ที่กุมลัคน์ ทำมุมร่วมธาตุ โดยมีแบคคัส ทำมุมร่วมธาตุอีกมุมหนึ่ง  มฤตยู (๐) นั้น เป็นดาวที่ใช้พิจารณาลาภผล ด้วยเป็นเจ้าเรือนลาภะของลัคนาโลกธรรม ที่ราศีเมษ เมื่อสัมพันธ์ที่ดีกับลัคนา ยิ่งในภพปุตตะ หมายถึง ลาภผล , การเสี่ยงโชค ฯลฯ ด้วยแล้ว ยิ่งให้คุณเด่นชัด

วันที่ได้รับมรดกนั้น อายุได้ ๓๐ ปี อยู่ในวัยของดาวศุกร์ (๖) ที่เป็นเกษตรในพื้นดวง และยังแวดล้อมด้วยดาวศุภเคราะห์ จันทร์ (๒) อาทิตย์ (๑) พุธ (๔) โดยมีอังคาร (๓) เกษตรคู่มิตร นำหน้า เลยทำให้โชคดีในวัยของดาวศุกร์ (๒๑ – ๓๐ ปี)

ลัคนาจร เข้าภพอริก็จริง แต่จรทับดาวราหู (๘) เจ้าเรือนมรณะ ที่อยู่ในภพอริ ทำให้ไม่มีปัญหาอุปสรรคใด ๆ ในการรับมรดก หรือมีการแย่งชิงมรดกกัน ถ้าพิจารณาจากพื้นดวง (ดูที่พื้นดวง โดยเอาลัคนาจรวางไว้ที่ราศีเมษ) จะเห็นว่า พฤหัสบดี (๕) นั้น จะกลายเป็นดาวเจ้าเรือนศุภะ ในภพการเงิน, แบคคัส (บ) เจ้าเรือนการเงิน ของลัคนาจร อยู่ในภพพันธุ โยคหน้าพฤหัสบดี (๕) ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนพันธุ อยู่ในภพอริ โยคหน้าแบคคัส (บ) โดยมี อาทิตย์ (๑) และพุธ (๔) โยคหน้าดาวจันทร์อีกต่อหนึ่ง ลักษณะเช่นนี้ ถือว่าให้คุณในด้านการเงิน บ้าน และที่ดิน ตามลักษณะของดาวพฤหัสบดี (๒) ดาวเจ้าเรือนพันธุ และ ดาวจันทร์ (๒)

มาดูลัคนาจรในดวงจร หรือ วันที่ได้รับมรดกบ้าง จะเห็นว่า ลัคนาจรนั้น ได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ทุกดวง คือ แบคคัส (บ) จันทร์ (๒) และศุกร์ (๖) ทำมุมจตุโกณ มีอาทิตย์ (๑) กับ พุธ (๔) โยคหลัง พฤหัสบดี (๕) เกษตร ทำมุมร่วมธาตุในภพศุภะของลัคนาจร

ที่สำคัญก็คือ ดาวมฤตยู (๐) ดาวลาภผล กุมกับแบคคัส (บ) ดาวมหาลาภ ในภพพันธุ ซึ่งมฤตยูนั้น เป็นดาวเจ้าเรือนลาภะของลัคนาจรอีกด้วย จึงส่งผลให้ได้รับมรดกบ้านและที่ดิน ชนิดนอนมาทีเดียวแหละครับ

สำคัญมาก เพราะอีกหลายดวง จะมีลักษณะการนับอายุเหมือนกันกับดวงนี้ และอีกหลายดวงที่ผ่านมาก็เช่นกัน ก็แปลกดี ที่ไม่มีนักศึกษาคนไหนเขียนเข้ามาถามเลยสักคน ไม่รู้ว่าสังเกตกันบ้างไหม ว่าการนับอายุของเจ้าชะตานั้น มีสิ่งใดผิดปกติจากการนับทั่ว ๆ ไปบ้าง

อย่างดวงนี้ เจ้าชะตาเกิดวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๔๗๒  ได้รับมรดก วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๓ ลองเอา ๒๕๐๓ ตั้ง แล้วลบด้วย ๒๔๗๒ สิครับ ออกมาเท่าไร ปรากฎว่าได้ ๓๑ ปี แล้วทำไมผมถึงได้ระบุลงไปว่า เจ้าชะตาอายุ ๓๐ ปี ใครทราบเหตุผลบ้างเอ่ย ? อย่านึกว่าผมคำนวณผิด หรือ เฉไฉ โกงอายุ เอามาสอนนักศึกษานะครับ ผมไม่ทำอย่างนั้นแน่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎ กติกา จะมามั่วนิ่มไม่ได้เด็ดขาด เอ้า ถ้าใครไม่ทราบ ผมจะบอกให้

ในดวงนี้เจ้าชะตา จะมีอายุเต็ม ๓๑ ก็ต่อเมื่อถึงวันที่  ๑๗  พฤษภาคม ๒๕๐๓  ไม่ได้พิมพ์ผิดนะ งง หรือ เปล่า ทำไม ไม่เป็นวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๓ ล่ะ ถึงตอนนี้ใครรู้บ้าง ว่าทำไม ผมถึงต้องบวกไปอีก ๓ เดือน ถ้าไม่รู้จะบอกให้ ก็เพราะว่า จอมพล ป. พิบูลสงคราม ท่านประกาศให้ปีใหม่ไทย จากเดิม ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ของทุกปี เปลี่ยนเป็นวันที่ ๑ มกราคม ของทุกปี ให้เหมือนกับประเทศอื่น ๆ เขา โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ เป็นต้นไป ส่งผลให้ ปฏิทินในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ นั้น มีเพียง ๙ เดือน คือ เมษายน ถึง ธันวาคม ส่วนเดือนมกราคม ถึง มีนาคมนั้น หายไป กลายเป็น มกราคม ถึง มีนาคม ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ แทน (ลักลั่นจุดนี้ถึง ๑ ปี กับ ๓ เดือน)

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ทุกคน หากจะนับอายุกันจริง ๆ ว่า เต็มบริบูรณ์เท่าไรในปีปัจจุบัน หรือ ปีที่ต้องการนับ จะต้องบวกเข้าไป ๓ เดือน ทุกราย ถึงจะเป็นการถูกต้อง หากจะฉลองวันเกิดตามปฏิทิน ก็ไม่ว่ากัน แต่จะบอกว่า วันที่ฉลองนั้น ตนอายุครบปีบริบูรณ์ ย่อมผิดความจริงแน่ จะยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ เลยนะ หากเจ้าชะตาเกิดวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๘๒ หากต้องการฉลองครบรอบวันเกิด ๑ ปีบริบูรณ์ ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๘๓ นั้น คงทำไม่ได้ เพราะเขายกเลิกไปซะแล้ว ต้องไปฉลองวันเกิดในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๘๔ ซึ่งก็เป็นวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๘๓ เดิมน่ะแหละ

ทีนี้หากจะคำนวณอายุ โดยใช้ พ.ศ. นั้น เราจะเห็นผลต่างกัน ถึง ๒ ปี เต็ม (๒๔๘๔ ตั้ง เอา ๒๔๘๒ ลบ) ซึ่งความจริงมีอายุแค่ ๑ ปี มันไม่ใช่ ๒ ปี ตามที่เราคำนวณ เพราะ ๓๑ มีนาคม ๒๔๘๔ ถ้าจะนับแบบเดิม คือ เอาเมษายนเป็นเดือนแรก มันจะต้องบวกเดือนมกราคม ถึง มีนาคม ๒๔๘๓ ที่ตัดทิ้งไป ๓ เดือนเข้าไปก่อน แล้วนับต่อจากนั้น เป็นเมษายน ๒๔๘๔ เป็นเดือนแรก กว่าจะไปบรรจบวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๔๘๔ เป็นเดือนสุดท้าย จริง ๆ ก็ต้องทิ้งห่างกันถึง ๑๕ เดือน หรือ ๑ ปี กับ อีก ๓ เดือน

ดังนั้น ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ทุกคน (รวมถึงผู้ที่เกิดในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ที่มี ๙ เดือนด้วย) หากจะนับอายุวันเกิดบริบูรณ์จริง ๆ ต้องบวกเข้าไป ๓ เดือน ที่ขาดหายไป ที่ไม่บวก ๑๕ เดือน นั้น เพราะปีมันลักลั่นกัน เป็นการผิดความจริง ดังที่อธิบายไว้แล้ว

 

ตัวอย่างที่ ๒

 

ดวงนี้แม้อังคาร (๓) เจ้าเรือนมรณะ จะไม่ได้ทำมุมสัมพันธ์กับดาวแบคคัส (บ) เจ้าเรือนการเงินโดยตรง แต่ก็กุมกับราหู (๘) เจ้าเรือนการเงินตัวที่หนึ่ง ของ พลูโต (พ) เจ้าเรือนลัคน์ และเล็งไปยังดาวเกตุ (๙) เจ้าเรือนการเงินของพลูโต เจ้าเรือนลัคน์ (ตนุลัคน์) อีกตัวหนึ่ง ที่อยู่ในภพวินาศนะกับลัคนา ทำให้เจ้าชะตาได้รับมรดกเรือนล้านเอาก็เมื่ออายุปาเข้าไปตั้ง ๕๗ ปี แก่ใกล้โลงเลยทีเดียว และคงไม่ได้มาจากพ่อแม่ แต่อาจจะได้มาจากภรรยา หรือ ลูกสาวมากกว่า เนื่องจาก ดาวศุกร์ (๖) ปัตนิ กุม แบคคัส (บ) เจ้าเรือนการเงิน โยคหน้าลัคนา อาทิตย์ (๑) ปุตตะ กุมดาวพุธ (๔) ในเรือนการเงิน นำหน้าลัคนา อันนี้ไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ดูจากดวง น่าจะเป็นเช่นนั้น

คนที่จะรวยและมีเงินหรือทรัพย์สินเป็นล้านนั้น ดูไม่ยากหรอกครับ อย่างดวงนี้ ลัคนาแวดล้อมด้วยดาวศุภเคราะห์ทุกดวง ดาวแบคคัส (บ) การเงิน และเป็นดาวมหาลาภ เดินนำหน้าพลูโต (พ) เจ้าเรือนลัคน์ โยคหน้าลัคนา มีศุกร์ (๖) กุม พฤหัสบดี (๕) ทำมุมร่วมธาตุเสริมกำลัง เนปจูน (น) วินาศนะ ที่กุมอยู่ด้วยนั้น ทำให้ได้รับมรดกแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว หรือ คาดฝันมาก่อน ที่สำคัญ มฤตยู (๐) เจ้าเรือนลาภะ ที่อยู่ในภพมรณะนั้น บ่งบอกถึงการได้ลาภจากความเป็นความตาย อย่างเห็นได้ชัด ถ้าดาวมรณะ อยู่ลาภะ จะมีความหมายเหมือนกัน คือ ได้ลาภจากความเป็นความตาย หรือ มรดก หรือ อาจจะมีความหมายในทางเสื่อม หรือ ทำลายก็ได้ คือ มรณะ เข้าเรือนไหน มักทำลายเรือนนั้น เข้าการเงิน เสียเงิน เข้าปัตนิ ต้องเลิกราหย่าร้าง หรือสูญเสียสามี เข้าลาภะ ทำให้เสื่อมลาภ หรือ ไม่มีลาภ ฯลฯ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาดาวการเงิน ดาวลาภผล (ปุตตะ) ดาวความสำเร็จสมหวัง (ศุภะ) แม้กระทั่งลัคนา และดาวเจ้าเรือนลัคน์ประกอบ รวมไปถึงการได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์หรือไม่ด้วย ถ้าได้กระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ ก็ให้ทำนายไปในทางที่ดี หากได้กระแสที่ไม่ดีจากบาปเคราะห์ ก็ต้องทำนายไปในทางที่ร้าย การที่ดาวลาภะ เข้ามรณะ จะตีความหมายได้ ๒ อย่าง คือ ได้ลาภจากความตาย หรือ การสูญเสีย และ ได้ลาภจากความทุกข์ อาจจะเจ็บไข้ไม่สบาย หรือได้รับอุบัติเหตุ ได้เงินประกัน เงินชดเชย ฯลฯ เป็นต้น

วันที่ได้มรดกนั้น อายุ ๕๗ ปี อยู่ในวัยของพฤหัสบดี (๕) เสวยอายุ ในพื้นดวง จะเห็นว่าพฤหัสบดีนั้น เป็นเจ้าเรือนศุภะ ลอยอยู่ในภพลาภะ มีดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนพันธุ นำหน้า ศุกร์ (๖) แบคคัส (บ) ตรีโกณถึง ดาวพุธ (๔) ดาวอริ ที่อยู่ในเรือนการเงิน เสวยแทรก แม้จะเป็นดาวอริ ก็ไม่ส่งผลเสียแก่เจ้าชะตา เพราะพุธ (๔) กุมอาทิตย์ (๑) ปุตตะ จันทร์ (๒) คู่มิตร โยคหลัง ศุกร์ (๖) กับ แบคคัส (บ) นำหน้า แม้จะมีปัญหาอุปสรรคบ้างในปีนั้น เช่น อาจจะมีการฟ้องร้อง แบ่งมรดกกัน ก็จะไม่มีปัญหาอะไรยุ่งยาก เพราะพุธได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ดังกล่าวข้างต้น หลายดวง

อายุ ๕๗ ปี ลัคนาจรเข้าภพศุภะ ให้คุณแก่เจ้าชะตาอย่างเห็นได้ชัด หากวางในพื้นดวงเดิม ก็จะทำให้เสาร์ (๗) เป็นเกษตรในเรือนการเงินของลัคนาจรในปีนั้น จะเห็นได้ว่า เสาร์ (๗) ในพื้นดวงนั้นให้คุณแก่เจ้าชะตาเป็นทุนเดิม ในเรื่องของการงานอาชีพ เพราะเป็นเกษตรในเรือนกัมมะ มีพฤหัสบดี (๕) ศุภะนำหน้า อาทิตย์ (๑) กับ พุธ (๔) ศุภเคราะห์ ตรีโกณ ราหู (๘) คู่มิตร ก็ตรีโกณอีกมุมหนึ่ง

หากวางในวันที่ได้รับมรดก หรือ ดวงจรนั้น จะทำให้เสาร์ (๗) การเงิน กุมลัคนาจร พุธ (๔) พฤหัสบดี (๕) นำหน้า อาทิตย์ (๑) โยคหน้า จันทร์ (๒) เจ้าเรือนมรณะ โยคหลัง อยู่ในภพลาภะ (จุดนี้ให้คุณ เพราะจันทร์ อยู่ในมุมจตุสดัย ที่มีศุภเคราะห์ตรึงกัน ๔ จุด และมีอาทิตย์ ตรีโกณ) แต่การดูว่าจะได้เงินหรือไม่ จะดูจุดนี้จุดเดียวไม่ได้ จุดใหญ่สำคัญก็คือ มีศุภเคราะห์ มาทำมุมให้คุณแก่ดาวการเงินในพื้นดวงเดิมมากน้อยเพียงใด ปรากฎว่า มีอาทิตย์ (๑) กับจันทร์ (๒) จรทำมุมร่วมธาตุกับแบคคัส โดยมี ศุกร์ (๖) โยคหลัง แบคคัส (บ) จรมานำหน้า แบคคัสในพื้นดวง อย่างนี้จัดได้ว่า ได้รับกระแสจากศุภเคราะห์ไม่น้อย คือ ได้ถึง ๔ ดวง จากศุภเคราะห์ทั้งหมด ๖ ดวง

และถ้ามองกลับไปที่ดวงดาวจร จะเห็นว่า แบคคัสนั้น มีดาวศุภเคราะห์ ถึง ๔ ดวง อยู่ครบทุกจุด ในมุมจตุโกณ หรือ จตุสดัย เช่นเดียวกับจันทร์ คือ จันทร์ (๒) ศุกร์ (๖) กากะบาด พุธ (๔) กับ พฤหัสบดี (๕) เล็ง แม้แบคคัส (บ) จะจรอยู่ในภพมรณะกับลัคนาจร (ในดวงดาวจร) แต่ก็มาจากเรือนอริ ดังนั้น ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะมีมา จึงทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างจึงลุล่วงไปด้วยดี ได้รับมรดกเงินล้านในที่สุด

 

ตัวอย่างที่ ๓

 

มาดูดวงจริง จากประสบการณ์ของผมกันบ้าง ดวงนี้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ร่วมพ่อแม่เดียวกันกับผมเอง ก็อยู่ที่อเมริกาด้วยกันนี่แหละ แต่ต่างเมืองกันเท่านั้น เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อ ๕ – ๖ ปี ที่ผ่านมา เขาได้ประสบอุบัติเหตุ หกล้ม ในขณะทำงานขนของให้กับธนาคาร ล้มในธนาคาร ของมันหนักมาก จังหวะไม่ดี ทำให้หลังกระแทกพื้น กระดูกทิ่มเข้าไปในเส้นประสาท ต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง ๕ ครั้ง ในรอบ ๕ ปี ที่ผ่านมา หยุดงาน ได้เงินชดเชยมาตลอด จนกระทั่งได้เงินก้อนใหญ่ ถึง ๔ แสนเหรียญ หลังจากจ่ายให้ทนาย และล่ามแล้ว คิดเป็นเงินไทยคร่าว ๆ ก็ตกประมาณ ๑๖ ล้านบาท

ในพื้นดวง จันทร์ (๒) เจ้าเรือนการเงิน กุมพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนปัตนิ ในภพกัมมะ ทำงานด้านการเอกสาร การเงิน (กฎุมพะ – กัมมะ) ได้คู่ที่มีฐานะความเป็นอยู่ดีกว่า (ปัตนิ – กฎุมพะ) ซึ่งก็เป็นความจริง พ่อตาเขามีกิจการขายกาแฟ ส่งไปทั่วทุกภาคเมืองไทย ดาวพลูโต (พ) ลาภะ อยู่ในเรือนการเงิน ได้ลาภผลทางการเงิน กุมแบคคัส (บ) ดาวมหาลาภ ซึ่งมาจากเรือนวินาศนะ คือ ได้มาแบบลับ ๆ ไม่เปิดเผย หรือ แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน กว่าจะได้กินเวลาเนิ่นนานถึง ๕ – ๖ ปี (มีการดึงเรื่อง ดำเนินการล่าช้า มีการต่อรอง สารพัด กว่าจะได้มา ก็ต้องไปหาหมอ ไปศาล หลายครั้งทีเดียว ตรงกับลักษณะของ วินาศนะ คือ ถูกกด ถูกบีบ มีแรงกดดัน) ศุกร์ (๖) ศุภเคราะห์ จากภพปุตตะ ทำมุมตรีโกณถึงจันทร์ ส่งผลให้การได้เงินมาก้อนโต เหมือนเสี่ยงโชค ถูกรางวัลที่หนึ่งอย่างไรอย่างนั้น (ปุตตะ –เสี่ยงโชค จับรางวัล)

ก็อย่างที่บอกไว้ในหลาย ๆ ตัวอย่าง คนที่จะมีเงินเป็นล้าน ๆ นั้น ดาวการเงิน กับ แบคคัส (บ) ต้องได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ อย่างดวงนี้เป็นต้น จันทร์ ได้กระแสที่ดีอย่างไร ว่าไปแล้ว แบคคัส (บ) ที่อยู่ในเรือนจันทร์ (๒) กุมศุกร์ (๖) ปุตตะ กุมพลูโต (พ) ลาภะ มีจันทร์ (๒) กับ พฤหัสบดี (๕) ตรีโกณ โดยมีอาทิตย์ (๑) กับ พุธ (๔) คอยส่งเสริมสนับสนุนอยู่ข้างหลัง

พูดถึงหลัง ดาวพระเคราะห์ที่หมายถึงหลังนั้น คือ ดาวพุธ ที่ครองบริเวณหน้าท้อง เหนือสะดือ หรือ กระดูกไขสันหลัง นั่นเอง (ถ้าหน้าท้องใต้สะดือลงไป คือ ดาวศุกร์ ถ้าอวัยวะเพศ คือ ดาวอังคาร) จะเห็นว่าดาวพุธ (๔) ที่กุมลัคน์อยู่นั้น ถูกบาปเคราะห์ อังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) คู่อุบัติเหตุ หรือ การผ่าตัด กุมอยู่ โดยมีอาทิตย์ (๑) ส่งแสงเสริมพลัง ทำให้ผ่าตัดตรงจุดนี้ถึง ๕ ครั้ง ถ้าดูที่ราศีกันย์ ที่พุธเป็นเกษตร และมีความหมายถึง หน้าท้อง หรือ ไขสันหลัง ก็จะเห็นดาวเสาร์ (๗) เจ้าเรือนมรณะ กับเนปจูน (น) ประธานฝ่ายบาปเคราะห์ทั้งคู่ กุมกัน เบียนอยู่ในราศีกันย์ ทำให้จุดที่หลัง เป็นจุดเปราะของร่างกาย

เข้ามาดูดาวจรวันที่ได้เงินกันดีกว่า กว่าจะได้รับเช็ค และไปขึ้นเงิน หรือเอาเข้าบัญชีได้ ก็วันนี้พอดีเป๊ะ ไม่ใช่ว่า ศาลตัดสิน แล้วได้เงินทันทีทันใด บริษัทประกันมีอำนาจที่จะถ่วงเวลา หรือ ประวิงเวลาได้นานถึง ๔๕ วัน ได้เช็ควันศุกร์ที่ ๒๘ ตอนเย็น แต่ไปเข้าบัญชี และได้เงินวันที่ ๓ มีนาคม จึงถือเอาวันที่ได้เงินเป็นสำคัญ

อายุ ๕๑ ปี ลัคนาจร เข้าภพสหัชชะ โยคหน้า ลัคนาเดิม จรร่วมกับแบคคัส (บ) มหาลาภ อาทิตย์ (๑) จันทร์ (๒) พุธ (๔) เล็ง โดยมีพฤหัสบดี (๕) มหาอุจจ์ เสริมกำลังอยู่ด้านหลัง ในวันที่ได้รับเงินนั้น จันทร์ (๒) เจ้าเรือนการเงิน จรเข้าภพศุภะ ร่วมกับอาทิตย์ (๑) พุธ (๔) และ มฤตยู (๐) เกษตร เจ้าเรือนภพศุภะ และเป็นลาภะของลัคนาโลกธรรม ที่ต้องใช้พิจารณาในเรื่องลาภผลทุกครั้ง

จันทร์ (๒) เจ้าเรือนการเงิน ในพื้นดวงเดิม มีพฤหัสบดี (๕) มหาอุจจ์ เข้าไปอยู่ในเรือนการเงิน ทำมุมตรีโกณ โดยมี พลูโต (พ) เจ้าเรือนลาภะ ทำมุมตรีโกณอีกมุมหนึ่ง ศุกร์ (๖) โยคหลัง ถือว่าให้คุณกับจันทร์ และ เรือนการเงินอย่างมาก ส่งผลให้ได้รับเงินจำนวนมหาศาล สมค่าแห่งการรอคอยทีเดียว

กฎเกณฑ์มีอยู่ว่า หากมีดาวศักดิ์สูง เช่น เกษตร มหาอุจจ์ หรือ มีดาวศุภเคราะห์ หลาย ๆ ดวง อยู่ในเรือนใด จะให้คุณแก่เรือนนั้น และดาวเจ้าเรือนนั้น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นพื้นดวง หรือ ดาวจร แต่ในทางตรงกันข้าม หากมีดาวศักดิ์ต่ำ หรือ บาปเคราะห์หลายดวง อยู่ในเรือนใด แม้ดาวเจ้าเรือนนั้น จะเด่นเป็นมหาอุจจ์ เป็นเกษตร หรือให้คุณแก่ชะตาปานใด เมื่อเรือนตัวเองถูกทำลายเช่นนี้ จะส่งผลให้ดาวเจ้าเรือนที่ถูกทำลายนั้น ย่อยยับไปด้วย ไม่สามารถให้คุณแก่เจ้าชะตาได้เลย หรือ อาจจะให้บ้าง แต่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ตรงนี้ ไม่แน่ใจว่าเคยอธิบายให้ฟังหรือยัง ในเรื่องของบทวิจารณ์ดวงชะตา แต่ถึงอย่างไร จุดนี้สำคัญมาก เป็นเคล็ดลับที่นักศึกษาทุกคนต้องจำ เผื่อเจอในตัวอย่างอื่น ๆ จะได้ชี้ให้เห็น และจะไม่อธิบายซ้ำอีกแล้ว

อายุ ๕๑ ปี ดาวพฤหัสบดี เข้าเสวยอายุ และเสวยแทรกตัวเอง เมื่อจรมาเป็นมหาอุจจ์ ในเรือนการเงิน เช่นนี้  ส่งผลให้เจ้าชะตามีเงินหลายสิบล้านบาท ซื้อบ้านและที่ดินเป็นเงินสดในอเมริกาสบาย ๆ

 

ตัวอย่างที่ ๔

 

เป็นดวงชะตาที่ได้เคยวิจารณ์ในบทความเรื่อง ดวงเศรษฐี ภาค ๑ มาแล้ว แต่ไม่ได้ยกตัวอย่างดาวจร ที่มากระทบในพื้นดวงให้ดู โอกาสนี้เลยนำเสนอซะเลย เอาสั้น ๆ ได้ใจความ ไม่ต้องอธิบายพื้นดวงล่ะนะ ว่ากันด้วยดาวจรล้วน ๆ เลย ใครอยากทราบพื้นดวง ก็ไปหาอ่านกันเอาเอง

อายุ ๔๗ ปี ลัคนาจร อยู่ในภพลาภะ ถ้าวางไว้ในพื้นดวงเดิม ก็จะกุมดาวจันทร์ (๒) ศุภะ ของลัคนาเดิม นำหน้าดาวศุภเคราะห์ทุกดวง คือ พฤหัสบดี (๕) แบคคัส (บ) อาทิตย์ (๑) พุธ (๔) ศุกร์ (๖) แต่ถ้าวางในดวงดาวจรวันที่ถูกหวย ก็จะนำดาวศุภเคราะห์ ทุกดวง เช่นกัน เป็นปรากฎการณ์ที่มหัศจรรย์มาก ไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก

พฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนการเงิน ในพื้นดวงเดิม มีดาวแบคคัส (บ) มหาลาภ จากภพศุภะ จรมาทับ มีอาทิตย์ (๑) กับ ศุกร์ (๖) โยคหลัง จันทร์ (๒) เล็ง แบคคัส (บ) ในพื้นดวงเดิม มีพุธ (๔) และ พฤหัสบดี (๕) มหาอุจจ์ จรมาทับ แบคคัส (บ) นำหน้า อาทิตย์ (๑) กับ ศุกร์ (๖) ตามหลัง โอบอุ้มอยู่เช่นนี้ ส่งผลให้มีโชคลาภมหาศาลจากการเสี่ยงโชค ถูกหวยล้านกว่าบาท

อายุ ๔๗ ปี อยู่ในวัยของดาวอังคาร (๓) เสวยอายุ ดาวอาทิตย์ (๑) เสวยแทรก ดาวสองตัวนี้ เป็นคู่ศัตรูกัน และเป็นคู่อุบัติเหตุ เมื่อเสวยอายุ – เสวยแทรก ไม่น่าจะส่งผลดีถึงกับถูกหวยล้านกว่าได้เลย แต่ทำไม ถึงตรงกันข้ามกันได้ล่ะ น่าจะมาวิเคราะห์กันหน่อย

ก่อนอื่น ดูจากดาวอังคาร (๓) ที่เสวยอายุก่อน อังคารในพื้นดวง เป็นดาวเจ้าเรือนลัคน์ จรอยู่ในภพพันธุ ได้รับกระแสที่ดีจากดาวศุภเคราะห์ ๓ ดวง คือ อาทิตย์ (๑) พุธ (๔) และ ศุกร์ (๖)  มีพฤหัสบดี (๕) เล็ง อย่างนี้ถือว่า ได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ถึง ๔ ดวง จากจำนวน ๖ ดวง

ทีนี้มาพิจารณาในแง่ของคู่มิตร คู่ศัตรู กันบ้าง อาทิตย์ (๑) ศัตรูกับอังคาร ตรีโกณ , ศุกร์ (๖) คู่มิตรกับอังคาร ตรีโกณ ทั้งสองอยู่ในจุดเดียวกัน เท่ากับ อังคาร มีทั้งมิตร และศัตรู พร้อม ๆ กัน ทำให้อังคารปลอดภัย ไม่เกิดผลเสียแต่อย่างไร แต่ที่สำคัญก็คือ ดาวเนปจูน (น) ดาวคู่มิตรกับอังคารอีกตัวหนึ่ง ที่ผมได้จัดไว้ ทำมุมร่วมธาตุกับอังคาร อันที่จริง ผมแอบบันทึกสถิติเอาไว้หลายดวงทีเดียว ว่า ดาวคู่นี้นั้น หากกุมกัน เล็งกัน ร่วมธาตุกัน กากะบาดกัน แล้วไม่ส่งผลกระทบไปยังลัคนา หรือ ดาวเจ้าเรือนลัคน์โดยตรงแล้ว มักจะให้คุณกับดวงชะตา ยิ่งทั้งคู่ หรือ ดวงใดดวงหนึ่ง อยู่ในภพทุสถานะ ด้วยแล้ว มักจะเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ทำอะไรมักประสบความสำเร็จ ก้าวหน้ามีชื่อเสียง เช่น สมรักษ์ คำสิงห์ ลัคนา อยู่ราศีธนู มีอังคาร (๓) กับ เนปจูน (น) กุมกันอยู่ในภพวินาศนะ ราศีพิจิก ,ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ลัคนาอยู่ราศีเมถุน เนปจูน (น) อยู่ในภพอริ ราศีพิจิก มีอังคาร (๓) ทำมุมกากะบาดในภพศุภะ ที่ราศีกุมภ์,  ท่านนายกทักษิณ ลัคนาราศีตุลย์ เนปจูน (น) อยู่วินาศนะ ที่ราศีกันย์ มีอังคาร (๓) ทำมุมกากะบาด อยู่ในภพศุภะ ที่ราศีเมถุน ,พี่เบิร์ด ธงไชย ลัคนาราศีพิจิก  เนปจูน (น) อยู่ในภพวินาศนะ ที่ราศีตุลย์ โดยมี อังคาร (๓) เล็ง อยู่ในภพอริ ราศีเมษ ฯลฯ เป็นต้น

เข้ามาว่ากันต่อ เมื่อเนปจูน (น) คู่มิตรกับอังคาร ทำมุมร่วมธาตุเสริมอีกมุมหนึ่งในภพวินาศนะเช่นนี้ ส่งผลให้อังคาร (๓) เป็นดาวที่ให้คุณแก่ดวงชะตา ยิ่งมีราหู (๘) กับ เสาร์ (๗) คู่มิตร กุมลัคนา ซึ่งเป็นเรือนของอังคารด้วยแล้ว ยิ่งเห็นได้ชัด เพราะโหรโบราณตั้งกฎเกณฑ์ เกี่ยวกับลาภใหญ่ ไว้ว่า

“ผิว์จะดูโชคใหญ่ในชันษา ถ้าองค์พระสุรินทร์ต้องเสารา พระสุริยาต้องครู เป็นคู่คง เสาร์เล็งอสุราท่านว่าไว้ เป็นโชคใหญ่ในปีนั้นดังประสงค์ พระเสาร์ต้องราหูดูนิยม อังคารคงเล็งศุกร์และสุริยา ถูกพระพฤหัสบดีมีโชคชัย มีลาภใหญ่ในชันษา”

แปลว่า จะดูโชคใหญ่ ในปีนั้น ให้สังเกตเห็นว่า ราหู (๘) ถึง เสาร์ (๗) , อาทิตย์ (๑) ถึง พฤหัสบดี (๕) , เสาร์ (๗) เล็ง ราหู (๘) นี่เป็นประการที่หนึ่ง

ประการที่สอง  เสาร์ (๗) ต้อง ราหู (๘) อังคาร (๓) เล็งศุกร์ (๖) อาทิตย์ (๑) ถึง พฤหัสบดี (๕) ถ้าเข้าเกณฑ์ดังกล่าว ท่านว่า จะมีโชคใหญ่ในปีนั้น

ในดวงนี้ ถ้าจะว่ากันตามตำราเป๊ะ ๆ ล่ะก็ ไม่เข้าเค้าครับ เพราะ ราหู (๘) ไม่ได้จรมาทับเสาร์ (๗) ในดวงเดิม , อาทิตย์ (๑) ไม่ได้จรมาทับพฤหัสบดี (๕) เสาร์ (๗) ไม่ได้จรมาเล็งราหู (๘)

แต่ดวงนี้ ราหู (๘) แม้ไม่จรมาทับเสาร์ (๗)  แต่ก็เล็งเสาร์ (๗) , อาทิตย์ (๑) แม้ไม่จรมาทับพฤหัสบดี (๕) แต่ก็จรมาโยคหลังพฤหัสบดี (๕) แต่มีคู่มิตร ที่ทดแทนได้ถึง ๓ คู่ ก็คือ อังคาร (๓) จรทำมุมร่วมธาตุ กับศุกร์ (๖) และ ศุกร์ (๖) จรทำมุมร่วมธาตุกับอังคาร , จันทร์ (๒) จรทำมุมร่วมธาตุกับพุธ (๔) และยังมีดาวคู่มหาลาภ จรทับกัน คือ แบคคัส (บ) จรทับ พฤหัสบดี (๕) ,พฤหัสบดี (๕) จรทับแบคคัส (บ) อย่างนี้ ก็น่าจะอนุโลมแทนกันได้ สำหรับสิ่งที่ขาดหายไป ไม่ต้องตามตำรานัก หรือ นักศึกษา โหราจารย์ท่านอื่น จะมีความคิดเห็นเช่นไร ผมยินดีน้อมรับฟังเสมอ

 

ตัวอย่างที่ ๕

 

มาดูการเสียเงิน หรือ เสียทรัพย์สินกันบ้าง รายนี้ สูญตุ้มหูเพชร บนเครื่องบิน ไปได้ไม่นานนัก ก็มาเสียเข็มกลัดเพ็ชร ที่ซื้อมาเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ราคา ๕๐,๐๐๐ เหรียญ ยูเอส. ไปอีก ในขณะที่เดินช็อปปิ้งอยู่ในมอลล์ อะไรจะโชคร้ายปานนั้น ดวงของสุภาพสตรีท่านนี้ ผมได้ขออนุญาตนำมาเป็นดวงครู ไว้ให้นักศึกษาได้ศึกษาหลายเรื่อง เพราะท่านได้เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของท่านตั้งแต่ต้นมาให้ มันมีทั้งทุกข์ สุข โศกปนเศร้า คละเคล้ากันไป แต่หนักไปในทางเศร้ามากกว่า ทั้งที่มาจากตระกูลที่มีฐานะอยู่ในขั้นมหาเศรษฐี เป็นสาวไฮโซ เมืองไทย แต่บั้นปลายชีวิต ก็ต้องมาตกระกรำลำบากในต่างถิ่นแดนไกล เอาไว้มีโอกาส จะนำเสนอบทวิจารณ์ให้อ่านกัน ตอนนี้ ว่าด้วยเรื่องของหายก่อน ไม่น้อยเลยนะครับ สำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ เจ้าของเองก็รัก และหวงมาก ทำใจได้ยากทีเดียว เพราะถ้าจะหามาใหม่ในขณะนี้ แทบจะไม่มีหนทางเลยทีเดียว

ดูในพื้นดวงกันก่อน ว่า ทำไมถึงมีเงินมากขนาดซื้อเครื่องเพชร ราคาหลักล้านได้ พฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนการเงิน แม้จะอยู่ในภพวินาศนะ แต่ก็กุมดาวพุธ (๔) เจ้าเรือนลาภะ มีอาทิตย์ (๑) กับศุกร์(๖) นำหน้า  จันทร์ (๒) มหาจักร เล็ง แบคคัส (บ) ดาวการเงินอีกตัวหนึ่ง อยู่ในภพศุภะ ทำมุมร่วมธาตุกับลัคนา มี อาทิตย์ (๑) กับ ศุกร์ ทำมุมร่วมธาตุ โดยมี พฤหัสบดี (๕) พุธ (๔) และจันทร์ (๒) อยู่ในมุมจตุโกณ เมื่อดาวพฤหัสบดี (๕) กฎุมพะ และ ดาวแบคคัส (บ) ได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ หลายดวงเช่นนี้ ส่งผลให้ท่านผู้นี้ มาจากตระกูลที่ดี ได้รับการศึกษาอย่างดี และดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมไฮโซเมืองไทย มากกว่าครึ่งค่อนชีวิต

แต่ดาวพฤหัสบดี (๕) ก็มีจุดเสีย คือ อยู่วินาศนะ มีเกตุ (๙) กุม เนปจูน (น) กับ อังคาร (๓) บีบเรือนหน้าหลัง เสาร์ (๗) กับ พลูโต (พ) กากะบาด มฤตยู (๐) ทำมุมร่วมธาตุ ทำให้มักจะถูกเพื่อนโกง, ทำทรัพย์สินหาย , หรือมีทรัพย์สินของตนเอง ก็ต้องยอมสละให้ผู้อื่น เพื่อแลกกับบางสิ่งบางอย่าง เช่น อิสรภาพ เป็นต้น

ดวงนี้ราหู (๘) เล็งลัคน์ เป็นภินทุบาทว์ หรือ ดวงแตก ตามตำราโบราณ ส่งผลให้ชีวิตที่เคยมีแต่ความสุขสบาย ต้องพบกับความยากลำบาก ต้องมาทำงานหาเลี้ยงตนเอง พลัดพรากจากลูก และสามี อยู่ในต่างถิ่นแดนไกล ยิ่งดวงนี้ เป็นดวงชั้นเดียว คือ มีเกษตรกุมลัคน์ด้วยแล้ว ยิ่งให้โทษหนักมาก ไม่ว่าจะกรรมดีหรือกรรมชั่ว มักได้รับโดยตรง และรุนแรง ยากที่จะแก้ไข นอกจากทำความดีให้มากไว้ หากวันใดกรรมไม่ดีหมดลงเมื่อไร กรรมดีที่สร้างสมไว้ในปัจจุบัน ผนวกกับกรรมดีในอดีตชาติ จะส่งผลให้ได้รับความสุขสบายทันที

อายุ ๕๖ ปี  (๕ ธันวาคม ปีนี้ ถึงจะ ๕๗) หากไล่ลัคนาจรแล้ว จะเห็นว่า ตกอยู่ในภพมรณะ ทำให้ต้องมีการพลัดพราก สูญเสีย ทีนี้ ลูกก็โตแล้ว แยกกันอยู่ ก็คงไม่สูญเสียเรื่องลูก ส่วนสามี ก็แยกทางกันแล้ว ต่างคนต่างไป พ่อแม่ ก็ไม่เหลือให้เสียแล้ว ที่เหลือก็คือ งานที่ทำประจำ กับ เครื่องเพชร ที่เป็นสมบัติเก่า ติดตัวไว้ด้วยความรักและหวงแหน ปรากฎว่ายังไงรู้ไหม เครื่องเพชรหายก่อนเลย โดยเฉพาะชุดใหญ่ หายในวันที่ปรากฎในดวงดาวจร  ส่วนเรื่องงานนั้น จู่ ๆ ก็มีปัญหาขัดแย้งกับนายใหม่ เขาเลยไม่ต่อสัญญาให้ พอต้นเดือนกันยายน เท่านั้น เขาก็ยกเลิกสัญญา ตกงานจนทุกวันนี้ น่าสงสารไหมครับ

ผมพยากรณ์เรื่องงานให้ ว่า ระหว่างกลางเดือนสิงหาคม ถึง กลางเดือนกันยายน ช่วงที่ อาทิตย์ (๑) พฤหัสบดี (๕) และ แบคคัส (บ) พุธ (๔) และ ศุกร์ (๖) ศุภเคราะห์ล้วน ๆ เข้าเรือนการงานนั้น น่าจะประสบความสำเร็จในด้านการงาน จะมีผู้ชาย หรือ พระเอกขี่ม้าขาว มาช่วยให้ได้งานทำ ปรากฎว่า มีจริง ๆ เขาบอกว่า ให้พักผ่อนสัก ๒ สัปดาห์ กลางเดือนให้ไปรายงานตัวเข้าทำงาน เป็นไงรู้ไหม คนที่จะช่วยเข้าทำงาน กลับถูกระเบิดพลีชีพ สังหารตายพร้อมเพื่อนร่วมงานอีกหลายคน เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมไปทั่วโลก อย่าว่าแต่เจ้าชะตาเขาจะช็อค เลยครับ ผมเองก็แทบช็อค ไปกับเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝัน แม้แต่ในพื้นดวงของเจ้าชะตา ผมก็ยังมองพลาดไป

ก็ในขณะที่ศุภเคราะห์หลายตัวกระจุกในราศีสิงห์นั้น อย่าลืมว่า มีบาปเคราะห์คู่สำคัญ คู่อุบัติเหตุอันตรายฉับพลัน คือ อังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) เล็งเบียนอยู่ โดยมี พลูโต (พ) ตรึงในมุมกากะบาดอีกมุมหนึ่ง อีกประการหนึ่ง ผมให้ความสำคัญกับดาวลอยในเรือนการงานมากไป โดยลืมดูดาวอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนการงานที่อยู่ในราศีพิจิกเสียสนิท ปรากฎว่า อาทิตย์ (๑) ถูกพลูโต จรทับ มีราหู (๘) กับ เสาร์ (๗) ทำมุมปลายหอก อังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) ทำมุมกากะบาด ผมจึงเขียนไว้เป็นกฎเกณฑ์จากประสบการณ์โดยตรงเลยว่า ให้พิจารณาดาวเจ้าเรือนว่าถูกบาปเคราะห์เบียนมากน้อย หรือ ศุภเคราะห์ให้คุณมากน้อยเพียงใด เป็นหลักสำคัญมากกว่าดาวจร หรือ ดาวลอยในภพหรือเรือนนั้น แล้วจะได้เห็นชัดแจ้งในดวงตัวอย่างต่อไป

วันที่เจ้าชะตาสูญเครื่องเพชรนั้น ดาวพฤหัสบดี (๕) การเงิน ในพื้นดวง ถูกอังคาร (๓) กับ เนปจูน (น) คู่ศัตรู จรทำมุมกากะบาด โดยมีเกตุ (๙) กับ มฤตยู (๐) ทำมุมร่วมธาตุ ราหู (๘) กับ เสาร์ (๗) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง แม้จะแค่มุมเดียว ข้างเดียว แต่ก็ให้โทษรุนแรง ด้วยมีถึง ๒ ตัว และเป็นบาปเคราะห์ใหญ่ ให้โทษร้ายแรงด้วยกันทั้งคู่

ดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนการเงิน จรเป็นมหาอุจจ์ ในภพศุภะ แถมยังมีแบคคัส (บ) จรร่วมด้วย อย่างนี้ใครทายว่า ได้เงิน มีลาภผลทางการเงินล่ะก็ หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ แม้กระทั่งกระผมเองก็เถอะ ถึงบอกไงว่า อย่าให้ความสำคัญกับดาวลอยให้มากนัก ต้องดูดาวการเงินในพื้นดวง ว่าถูกบาปเคราะห์ให้โทษ หรือมีศุภเคราะห์ให้คุณ เป็นหลักใหญ่ ส่วนดาวการเงิน มันจะลอยไปไหน ก็ต้องดูให้ละเอียดด้วยว่า มันถูกเบียนจากบาปเคราะห์อื่นใดหรือเปล่า ไม่ใช่เห็นดาวการเงิน เป็นมหาอุจจ์ ในภพ ศุภะ กุมแบคคัส แล้วทาย โดยไม่ดูจุดอื่น ๆ อย่างนี้พังกับพังลูกเดียว

พฤหัสบดี (๕) การเงิน ที่เข้าภพศุภะ เป็นมหาอุจจ์ ร่วมกับแบคคัส (บ) นั้น ถูกอังคาร (๓) กับ เนปจูน (น) คู่ศัตรูร้ายกาจของพฤหัสบดี เล็งเบียนอย่างจัง โดยมีพลูโต (พ) ทำมุมร่วมธาตุ และมฤตยู (๐) ทำมุมปลายหอก เสาร์ (๗) กับราหู (๘) โยคหลัง ลัคนาจรที่อยู่ในภพมรณะนั้น มีเกตุ (๙) กุม อังคาร (๓) เนปจูน (น) พลูโต (พ) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง บ่งบอกว่าจะมีเคราะห์ พฤหัสบดี กับ แบคคัส ที่อยู่ในเรือนการเงินของลัคนาจรนั้น ช่วยอะไรไม่ได้ ด้วยถูกเบียนด้วยกันทั้งคู่ ยิ่งแบคคัส (บ) ด้วยแล้ว มาจากเรือนวินาศนะ หมายถึง การสูญเสีย แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวนั่นเอง และยังมีเสาร์ (๗) กับ ราหู (๘) ไปเบียนในเรือนอีก ทำให้ตัวเอง แม้จะอยู่ร่วมกับพฤหัสบดี (๕) มหาอุจจ์ คู่มหาลาภ ก็ต้องเสื่อมลงหมดสิ้น ถึงขนาดต้องสูญเสียทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล นับล้านบาท ก็เพราะอิทธิพลของมหาอุจจ์ กับ ดาวมหาลาภ ที่ถูกเบียน ตามที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง

 

ตัวอย่างที่ ๖

 

                เห็นรายการเกิดแล้ว ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้นะ ว่าใคร เพราะคุ้น ๆ กันอยู่ มีให้อ่านได้ทุกเรื่อง ทุกตอนเลยทีเดียว ดูสิครับ ศุภเคราะห์ล้วน ๆ คือ พฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนปุตตะ แบคคัส (บ) เจ้าเรือนการงาน จรทับลัคนา มีพุธ (๔) เจ้าเรือนการเงิน จรเข้าเรือนตนเอง เป็นเกษตร ร่วมกับอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนลัคน์ มีศุกร์ (๖) เป็นเกษตร นำหน้าอีกดวงหนึ่ง แถมจันทร์ (๒) ยังจรเล็งลัคน์ อีกต่างหาก มันน่าจะได้เงิน ถูกหวยรวยล็อตโต้กับเขาบ้างนะ ถ้าดูแต่ดาวลอยที่เข้าทับลัคน์ และการเงินอย่างเดียวล่ะก็

                แต่พอดูพื้นดวงแล้ว ร้อง อ้ายหยา...ทีเดียวเชียวหละ ดาวพุธ เจ้าเรือนการเงิน ที่อยู่ในภพลาภะนั้นโดนเสาร์(๗ ) เจ้าเรือนอริ ทับ มีเนปจูน (น) กับพลูโต (พ) จรเล็งเบียน โดยมีอังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) ตรีโกณ ราหู (๘) โยคหลัง และเกตุ (๙) ทำมุมกากะบาด เท่ากับดาวการเงินในพื้นดวง ถูกบาปเคราะห์กระหน่ำซ้ำเติมทุกดวง และทุกจุด

                อย่างนี้ดาวลอยให้เลิศเลอ เพอร์เฟค หรือ มีมากมายเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้ได้เงินกับเขาได้ง่ายนักหรอก ยิ่งดาวบาปเคราะห์หลายดวง ดาหน้าทำมุมเล็งบ้าง ปลายหอกบ้าง ทิ่มแทงดาวศุภเคราะห์ทุกดวงอย่างนี้ล่ะก็ อย่าหวังลม ๆ แล้ง ๆ เลยครับ แม้จะได้เงินเข้ามาจากการงาน แต่ก็หมดไปเพราะถูกเบียน มีรายจ่ายจรเข้ามาเสมอ ๆ แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังซื้อล็อตโต้ที่นี่ทุกงวดเหมือนกัน ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไป เรียกว่า พิสูจน์ดวงให้ถึงที่สุด ใครจะไปรู้ อาจจะถูกรางวัลใหญ่เข้าให้ก็ได้ ถูกเมื่อไร คงมีสถิติมาให้ได้ศึกษากันแน่ ยิ่งกว่าแช่แป้งเสียอีก


สารบัญ