บทที่ ๙

ภพที่ ๓ สหัชชะ

********************

                นับจากภพที่หนึ่ง อันเป็นที่ตั้งของลัคนาเวียนมาทางขวา หรือ จากซ้ายมาขวาของตัวเรา ทวนเข็มนาฬิกา เมื่อผ่านภพที่ ๒ กฎุมพะ (การเงิน) แล้ว ก็จะเป็นที่ตั้งของภพที่ ๓ คือ ภพสหัชชะ หรือ เรือนสหัชชะ ซึ่งเป็นภพที่อยู่ในตำแหน่งโยคหน้ากับลัคนา ปกติมุมนี้ จะเป็นมุมที่ให้คุณ หากมีดาวศุภเคราะห์สถิตอยู่ แต่ถ้าเป็นบาปเคราะห์ แม้จะอยู่ในมุมที่ให้คุณ ก็ย่อมให้โทษก่อน หรือ หลัง เสมอ ด้วยสภาพของบาปเคราะห์นั้น ๆ ที่เบียนอยู่ในเรือน เหมือนกับการพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ นั่นเอง

                คำว่า สหัชชะ (บางท่านอาจจะเรียกเพี้ยน หรือ เขียนผิดพลาดไป เป็น สุหัชชะ) มีรากศัพท์มาจากคำว่า “สห” แปลว่า รวม ,หมู่, ร่วมกัน สนธิกับคำว่า “ชาต” แปลว่า กำเนิด หรือ เกิด เขียนรวมกันว่า “สหชาติ” แปลตามตัวว่า ผู้ที่เกิดมาร่วมชาติ ร่วมแผ่นดิน ร่วมทุกข์ ร่วมสุข มีเวรกรรมผูกพันกัน ให้ต้องมาพบปะเจอะเจอ ปะทะสังสรรค์ต่อกัน ถ้าจะสรุปความง่าย ๆ แปลว่า เพื่อนฝูง วงสังคม ก็ไม่ผิดนัก แต่แท้ที่จริงแล้ว ความหมายของคำนี้มันกว้างมากกว่านั้น หลายท่านนำไปใช้ในการดูเกี่ยวกับวงศาคณาญาติ หรือคนรู้จักมักคุ้น , คนที่เราติดต่อการงาน, เพื่อนบ้าน, เพื่อนร่วมงาน, ลูกค้า ฯลฯ และถ้าหากจะนำไปดูเกี่ยวกับพี่น้อง คลานตามกันมา อันที่จริงก็ดูได้นะครับ แต่ความหมายของพี่น้อง ร่วมท้องเดียวกันนั้น น่าจะใช้ภพพันธุ หมายถึง เผ่าพันธุ์ น่าจะถูกต้องใกล้เคียงกว่า เรื่องนี้ก็ต้องฝากเอาไว้ให้นักศึกษา ไว้ค้นคว้าพิจารณาต่อไป

                นอกจากสหัชชะ จะใช้พิจารณาเกี่ยวกับ พรรคพวกเพื่อนฝูง วงสังคม คนที่รู้จักมักคุ้น วงศาคณาญาติแล้ว โหรหลายท่าน ยังใช้ในการพิจารณาเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น โหรตะวันตก ใช้ภพนี้ทำนายเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเจ้าชะตา (ความหมายกว้างมาก) , การศึกษา (น่าจะเป็นการศึกษาระยะสั้น หรือ ต่ำกว่าอุดมศึกษา) , การฝึกฝน อบรม สัมมนา, วรรณคดี (ไม่น่าจะเกี่ยวสักเท่าไร น่าจะเป็นเรื่องของภพที่ ๒ การขีดเขียน การแต่งเรื่อง งานประพันธ์ แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ เมื่อวรรณคดีต่าง ๆ เป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคม ชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้น) , ระบบประสาท (อันนี้ค่อนข้าง “งง” เพราะยังไม่เคยใช้ หรือมีประสบการณ์ในการดูเรื่องนี้มาก่อน) และการเดินทางระยะใกล้, จดหมาย, ข่าวลือ, ความฝัน, พี่ชาย, พี่หญิง, และเพื่อนบ้าน

                ส่วนโหรระบบฮินดูนั้น ใช้ทำนายเกี่ยวกับพี่น้องเพศชาย (แปลกดีนะครับ ต้องระบุเพศด้วย อันนี้ไม่ทราบเหตุผลความเป็นมา) และอำนาจราชศักดิ์ (นึกยังไงก็นึกไม่ออก แต่ก็เป็นไปได้ หากมีดาวศักดิ์สูง หรือศุภเคราะห์ที่ยิ่งใหญ่ เช่น พฤหัสบดี โยคหน้า ก็อาจจะชักพาชีวิตให้มีอำนาจราชศักดิ์ได้), อวัยวะลำคอ (ข้อนี้ ต่างกับโหรไทยครับ เพราะโหรไทยใช้ภพที่ ๒ หรือ ราศีพฤษภ ดูจุดนี้) ความกล้าหาญ ,ภาชนะที่ใช้ในบ้าน, เครื่องประดับกาย เช่น สร้อยคอ และการต่อสู้

                สังเกตดูความหมายของโหรฝรั่ง และ โหรแขก ดูนะครับว่า มีนัยยะแห่งความหมาย และการตีความภพนี้อย่างกว้างขวางมาก ชนิดที่ว่า เราเองก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับนักศึกษาล่ะครับ ว่าจะลองเอาไปใช้พิจารณาดู ว่าได้ผลมากน้อยเพียงไร อันไหนที่นำไปใช้พิจารณาแล้ว มันไม่ได้ผล ก็ทิ้งมันซะบ้าง ที่ยกเรื่องราวมาทั้งหมดให้พิจารณา ก็เพื่อจะเปิดกว้างว่า นานาทัศนะนั้น อาจเหมือน หรือต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน อย่าได้นำความเห็นของแต่ละคน มาวัดกันว่า ใครผิด ใครถูก ใครแน่ มีหวังตีกันตายก่อนที่จะรู้ความจริง

                สำหรับในบทเรียนที่ผมจะนำมาสอนนักศึกษานั้น ผมจะเน้นหนักไปที่เรื่อง เพื่อนฝูง วงสังคม คนรู้จักมักคุ้น (ไม่สนิทกันมากนัก เพราะถ้าสนิทกันมาก ๆ ต้องพิจารณาภพลาภะ หมายถึง เพื่อนสนิท) หรือ วงศาคณาญาติ ที่ไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา เช่น ลูกพี่ลูกน้อง, ญาติผู้ใหญ่ เช่น ลุง ป้า น้า อา ฯลฯ

                เรื่องของเพื่อนฝูง วงสังคม เป็นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะมนุษย์เราเป็น สัตว์สังคม จะดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยวลำพัง โดยไม่พึ่งพาอาศัยผู้อื่นเลย คงทำไม่ได้ แม้แต่พระภิกษุสงฆ์ที่ออกบวช หรือ ตัดขาดทางโลกโดยสิ้นเชิง ยังต้องพึ่งพาอาหารบิณฑบาต จากญาติโยมเลย มีหลายคนครับ ที่ได้ดิบได้ดี เพราะพรรคพวกเพื่อนฝูง วงศาคณาญาติให้การสนับสนุน เกื้อกูล แต่ก็มีหลายคนเช่นกัน ก็อาจพังเพราะเพื่อน เพราะญาติ หรือคนที่เคยให้การช่วยเหลือเกื้อกูลมาก่อน กลับลำ จากมิตรกลายเป็นศัตรูได้ หลายคนต้องติดคุกติดตะราง ต้องระหกระเหเร่ร่อน ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ หรือบางคนเสียผู้เสียคน เสียอนาคต เพราะหลงคบคนผิด คบเพื่อนเสเพล คบเพื่อนกิน ไม่ใช่เพื่อนแท้ เพื่อนตาย ชักพาไปในทางที่เสื่อมเสีย หลงติดกับอบายมุข ทั้งหลาย สุรานารี พาชี กีฬาบัตร หรือ ยาเสพติดให้โทษ ฯลฯ เป็นต้น

                การพิจารณาในเรื่องของสหัชชะ หรือ เพื่อนฝูงวงสังคมนั้น ก็เหมือนกับการพิจารณาในเรื่องอื่น ๆ คือ ต้องพิจารณาจากดาวเจ้าเรือน และ ดาวลอยที่อยู่ในเรือนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นพื้นดวง หรือ ดาวจรก็ตาม หากได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ หรือ ดาวศักดิ์สูง ก็จะให้คุณ หากโดนบาปเคราะห์ หรือ ดาวที่มีศักดิ์ต่ำ เบียน หรือ ทำมุมให้โทษ ก็จะให้โทษ และก็เช่นเดียวกัน ต้องแยกพิจารณาว่า ให้คุณอย่างไร ให้โทษอย่างไร อย่าได้ปะปน หรือหักกลบลบหนี้กันเป็นอันขาด

                นอกจากพิจารณาดาวเจ้าเรือนสหัชชะ ในพื้นดวงแล้ว อย่าลืมพิจารณา ราหู (๘) กับ เกตุ (๙) ที่เป็นดาวเจ้าเรือนสหัชชะ ของลัคนาโลกธรรมที่ราศีเมษด้วย ที่น่าทึ่งอย่างหนึ่งก็คือ ดาวทั้งสองที่เป็นจุดคำนวณ เป็นดาวเทียม ไม่ใช่ดาวแท้นี้ สามารถใช้เป็นเกษตรในราศีเมถุนได้เป็นอย่างดี เพราะภพนี้เป็นภพเกี่ยวกับสังคม การที่มีดาวสองดวงเป็นเกษตรคู่กันเช่นนี้ นับว่าถูกต้องเป็นจริง และดาวคู่นี้เป็นดาวที่มีความหมายถึง ความลุ่มหลงมัวเมา มีหลายคนที่หลงสังคม หลงมัวเมาไปกับเพื่อนฝูง ก็เพราะดาวคู่นี้

 

ตัวอย่างคำพยากรณ์ ดาวพระเคราะห์อยู่ในเรือน หรือ จรเข้าเรือนสหัชชะ

                อาทิตย์ (๑) อยู่ในเรือนสหัชชะ มักจะทำตัวเด่นในสังคม เป็นผู้นำในหมู่เพื่อนพ้อง ได้รับความสนับสนุนจากพรรคพวกเพื่อนฝูง วงสังคมด้วยดี มีโอกาสเดินทางระยะใกล้ มีคนไปมาหาสู่ หรือต้องพบปะกับคนมากหน้าหลายตา

                จันทร์ (๒) อยู่ในเรือนสหัชชะ มักจะมีความเห็นคล้อยตามไปกับเพื่อนฝูง วงสังคม มีเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป เข้ากับสังคมได้ดี มีสังคมกว้างขวาง วงศาคณาญาติเยอะ มีการพบปะไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ หากจรเข้าเรือนสหัชชะ มักจะมีเกณฑ์เดินทางระยะใกล้ ไปมาหาสู่ หรือต้องพบปะกับคนมากหน้าหลายตา เช่นเดียวกับอาทิตย์ เข้าสหัชชะ

               อังคาร (๓) อยู่ในเรือนสหัชชะ มักมีปัญหาอุปสรรค ขัดแย้งกับพรรคพวกเพื่อนฝูงวงสังคม วงศาคณาญาติ เข้ากับใครไม่ค่อยได้ คบกับใครไม่ได้นาน ทำคุณคนไม่ขึ้น เพื่อนฝูงมักตายจาก หรือพลัดพราก หากจรเข้าภพสหัชชะ ต้องระวังให้มากในการพบปะกับผู้คนทั่วไป อาจได้รับอันตรายจากการเดินทาง ไม่ควรไปในที่เปลี่ยว หรือกลับบ้านผิดเวลา มักมีปัญหาอุปสรรค ขัดแย้งกับเพื่อนฝูง ผู้ร่วมงาน หรือ เพื่อนฝูงผู้ร่วมงาน วงศาคณาญาติ ได้รับทุกข์ หรือนำความเดือดร้อนมาให้

                พุธ (๔) อยู่ในเรือนสหัชชะ มักไม่ค่อยลงรอยกับใครต่อใคร พบปะพูดคุยกับใครมักจะสวนคำพูด หรือมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน อยู่ไม่ติดบ้าน หรือเป็นที่เป็นทาง มักจรหรือเดินทางอยู่เสมอ ชีวิตมักจะพบกับคนมากหน้าหลายตา เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพัน แสวงหาประโยชน์จากตน หรือ นำความเดือดร้อนมาให้อยู่ประจำ หากจรเข้าสหัชชะ มักจร หรือเดินทาง อยู่ไม่ติดบ้าน มีปัญหาขัดแย้งกับคนรอบข้าง

                พฤหัสบดี (๕) อยู่ในเรือนสหัชชะ เพื่อนเยอะ ญาติแยะ สังคมกว้างขวาง มักจะได้รับการต้อนรับด้วยดีจากพรรคพวกเพื่อนฝูง วงสังคม วงศาคณาญาติ มีผู้ใหญ่ หรือ ญาติผู้ใหญ่ เจ้านาย ผู้บังคับบัญชา ชักนำ หรือชี้ช่องทางในการดำเนินชีวิต ให้ประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง หากจรเข้าภพสหัชชะ ในปีนี้จะพบกับความสำเร็จในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการติดต่อพบปะเจรจาในเรื่องใด ๆ มักจะประสบความสำเร็จ อาจมีผู้ชักชวนให้ร่วมหุ้นลงทุน หรือ ชักนำชีวิตให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

                ศุกร์ (๖) อยู่ในเรือนสหัชชะ มักชอบติดต่อคบค้าสมาคมกับเพศตรงข้าม  คู่ครอง เพศตรงข้ามให้คุณ มักเกื้อหนุนชักนำให้ประสบความสำเร็จก้าวหน้าในชีวิต มักได้คู่ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือ เกี่ยวดองเป็นญาติ เพื่อนหรือญาติชักพาให้รู้จักกัน หากจรเข้าภพสหัชชะ จะมีการเข้าสังคมกับคนหมู่มาก มักจะได้รับความสนใจจากเพศตรงข้าม หรือมีเพศตรงข้ามเข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันมากหน้าหลายตา

                เสาร์ (๗) อยู่ในเรือนสหัชชะ ไม่ดีเลย เพื่อนฝูงวงสังคม วงศาคณาญาติมักจะนำพาความทุกข์ หรือความเดือดร้อนใจมาให้เสมอ เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้คน ชอบแบกภาระปัญหาต่าง ๆ ของเพื่อนฝูง หรือญาติทั้งหลาย ชีวิตอาจตกต่ำ และลำบากเพราะเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องได้ หากจรเข้าภพสหัชชะ ต้องระวังให้มาก มักจะมีเรื่องร้อนใจ หรือมีปัญหากับคนรอบข้าง การเดินทางมักติดขัดชะงักงัน จะร่วมหุ้นลงทุน หรือเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิต ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะอาจล้มเหลวได้ทุกเมื่อ

                ราหู (๘) อยู่ในเรือนสหัชชะ มักจะรักเพื่อนมาก หลงเพื่อนมาก  ชอบที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่น ๆ เสมอ มักถูกเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ชักนำไปในทางที่ไม่ดี จะคบกับใครต้องระวัง พลาดพลั้งชีวิตอาจพังครืน เข้าตำรา พังเพราะเพื่อน น่ะแหละ บางคนเชื่อเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ ครู อาจารย์ซะอีก  หากจรเข้าสหัชชะ จะติดต่อคบหาสมาคมกับใครในระยะนั้น ต้องระวังคนชั่ว คนพาล คนเลว เข้ามาเกลือกกลั้ว จะทำให้ตนเองต้องหมองมัว มักจะถูกติฉินนินทา ถูกใส่ร้ายป้ายสี จากสังคม หรือคนรอบข้าง เดินทางต้องระวังภัยจากโจรผู้ร้าย ไม่ควรกลับบ้านผิดเวลา หรือไปในที่เสี่ยง และอันตราย พรรคพวกเพื่อนฝูง วงสังคม วงศาคณาญาติ มักได้รับทุกข์ หรือนำความเดือดร้อนมาให้

                เกตุ (๙) อยู่ในเรือนสหัชชะ มีความหมายพอ ๆ กันกับราหู หรือไม่ต่างกันนัก แต่เกตุ (๙) ยังเบากว่าหน่อย พอที่จะหยุดยั้ง หรือผ่อนปรนได้ มักจะลุ่มหลงมัวเมาไปกับเพื่อนฝูงที่มีนิสัยแปลก ๆ มีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบน มีนิสัยที่ผิดแผกแตกต่างไปจากคนทั่วไป มักจะมีผู้ชักพาไปในทางที่ข้องแวะกับของเก่า ของโบราณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือพิธีกรรมต่าง ๆ หรือไม่ก็ชักพาให้ลุ่มหลงไปกับของแปลก ๆ ใหม่ ๆ ล้ำยุคล้ำสมัยไปเลย  หากจรเข้าสหัชชะ ก็ต้องระวังภัยอันตรายจากการเดินทาง หรืออาจมีปัญหากับคนรอบข้าง ที่มักเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ในระยะนั้น สิ่งสำคัญ บางทีอาจเจอคนร้าย ใจทราม คิดทำเสน่ห์ยาแฝด คุณไสย์เข้าใส่ หรือไม่ก็แอบมอมยา มอมเหล้า เพื่อกระทำมิดีมิร้าย หรือประสงค์ร้ายต่อตน และทรัพย์สิน

                มฤตยู (๐) อยู่ในเรือนสหัชชะ มักพบปะกับคนมากหน้าหลายตา ไม่เลือกชั้นวรรณะ ชาติ ภาษา ผิวพรรณ มักคบกับใครไม่ได้นาน มักอยู่ไม่ติดที่ ติดบ้าน ต้องจร หรือเดินทางไปไหนมาไหนเสมอ อาจจะมีคนชักพา หรือชักนำให้เดินทางไปอยู่ต่างประเทศต่างแดน หากจรเข้าสหัชชะ ต้องระวังการติดต่อสื่อสารกับคนทั่วไป อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน อย่าคบคนจรหมอนหมิ่น เพราะมันเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ในสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นในระยะนั้น แต่ดาวดวงนี้นานถึง ๗ ปี กว่าจะย้ายราศี หากมีดาวศุภเคราะห์ หลาย ๆ ดวง ทำมุมสัมพันธ์ที่ดี ก็จะกลับร้ายกลายเป็นดี นำโชคลาภ ความสำเร็จต่าง ๆมาให้ได้ ต้องพิจารณาในส่วนอื่น ๆ ประกอบด้วย จะดูเพียงจุดนี้จุดเดียวไม่ได้

                เนปจูน (น) อยู่ในเรือนสหัชชะ เพื่อนฝูงเยอะ สังคมแยะ ชอบที่จะพบปะกับคนทั่วไป หรือชอบเข้าสังคมกับคนหมู่มาก แต่มักจะเจอคนไม่จริงใจต่อกัน ซึ่งเป็นธรรมดาของสังคมโดยทั่วไป มักใส่หน้ากากเข้าหากัน คบกันเพียงผิวเผิน เหมือนกับเอามือผิงไฟ หากใกล้เท่าไร ยิ่งร้อนรุ่ม และเกิดอันตรายมากเท่านั้น บางคนที่คิดได้ และเข้าใจในสัจธรรม ก็อาจจะเลือกคบคน หรือไม่ข้องแวะกับใครเป็นพิเศษ จะเรียกว่า มีเพื่อนที่คบหากันจริงจังน้อยก็ได้ และส่วนใหญ่ มักจะรู้จักกันธรรมดา ไม่ลึกซึ้งอะไรนัก  หากจรเข้าสหัชชะ ซึ่งอยู่นานถึง ๑๓ ปี ก็ต้องระวังกันยาวหน่อย ในการคบหากับใคร จะช่วยเหลือใคร จะร่วมหุ้นลงทุนกับใคร หรือหากจะเปลี่ยนแปลงอันใดที่สำคัญ ต้องพิจารณาให้ดี เพราะอาจมีปัญหาตามมาได้

                พลูโต (พ) อยู่ในเรือนสหัชชะ มักจะมีเพื่อนเยอะ ญาติแยะ สังคมกว้าง มักจะปรับตัวให้เข้ากับพรรคพวกเพื่อนฝูง วงสังคม วงศาคณาญาติได้ดี แต่มักทำคุณคนไม่ขึ้น มักพลัดพรากจากเพื่อน หรือ ญาติ หรือไม่ก็มักตายจากกัน หากจรเข้าภพสหัชชะ ซึ่งอาจอยู่ยาวนานถึง ๒๐ ปี ก็ต้องระวังให้ดีสักหน่อย ในการติดต่อคบหากับใคร อาจเดือดร้อนและทุกข์ใจได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ หรือไกลกันก็ตาม

 

สัมพันธภาพระหว่างเรือนสหัชชะกับเรือนอื่น ๆ หมายถึง ดาวเจ้าเรือนสหัชชะ อยู่ในเรือนต่าง ๆ หรือ จรเข้าเรือนต่าง ๆ กุม หรือ จรร่วม กับดาวเจ้าเรือนต่าง ๆ พอจะยกตัวอย่างการพยากรณ์โดยสังเขป ดังนี้

                สหัชชะ-ลัคน์ มักจะมีเพื่อนฝูง วงศาคณาญาติ เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันในการดำเนินชีวิต หรือพบปะสังสรรค์กับคนมากหน้าหลายตา มีคนไปมาหาสู่ประจำ หรือมิเช่นนั้นก็มักจะออกงานสังคมบ่อยครั้ง

                สหัชชะ-กฏุมพะ เพื่อนฝูง วงสังคม หรือวงศาคณาญาติ จะมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต อาจชักพา หรือชี้ช่องทางต่าง ๆ ให้เดินตาม มักจะข้องแวะหรือเข้าสังคมบ่อย ๆ มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก และมักจะมีความเห็นคล้อยตาม ไม่ขัดแย้งกับใคร ๆ ในสังคม อาจจะมีญาติพี่น้อง หรือ เพื่อนฝูง ช่วยส่งเสริมสนับสนุนในด้านการเงิน หรือเอกสารสำคัญต่าง ๆ หรือคบหาสมาคมกับญาติ หรือ เพื่อนที่มีฐานะความเป็นอยู่ดีกว่าตน

                สหัชชะ – เกษตร เพื่อนเยอะ ญาติแยะ มักทำตัวข้องแวะกับวงสังคม ต้องติดต่อคบค้าสมาคมกับคนมากหน้าหลายตา อาจจะมีการไปมาหาสู่ หรือพบปะสังสรรค์กันบ่อย ๆ เพื่อนฝูง ญาติมิตร มักให้คุณ หรืออำนวยความสำเร็จ สมหวังมาให้

                สหัชชะ – พันธุ มักจะมีเพื่อนที่เกี่ยวพันเป็นญาติกัน หรือเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มักเข้าสังคมกับพี่น้องที่คลานตามกันมา มีการไปมาหาสู่กันระหว่างเครือญาติบ่อยครั้ง มักข้องแวะกับสังคมที่กว้างใหญ่ เช่น สมาคม ชมรมต่าง ๆ พรรคการเมือง ฯลฯ มีหลายคนที่รักใคร่ผูกพันกันเสมือนพี่น้องคลานตามกันมา หรือจะเรียกว่า “ผูกเสี่ยว” หรือ “เพื่อนร่วมสาบาน” ก็ได้

                สหัชชะ –ปุตตะ มักคบค้าสมาคมกับคนที่ต่างวัย ญาติพี่น้อง วงสังคมมักจะให้คุณ และเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไปในสังคม ตลอดวงศาคณาญาติ ชอบเล่นกับลูก หรือหยอกล้อกับเด็ก ชอบเลี้ยงสัตว์ และให้ความปราณีกับสัตว์ หรือผู้ที่อ่อนอาวุโส อ่อนแอกว่า

                สหัชชะ – อริ มักมีปัญหาอุปสรรคกับเพื่อนฝูง วงศาคณาญาติ ไม่ลงรอยกับคนรอบข้าง เข้ากับสังคมไม่ค่อยได้ หรือมักจะมีคนคอยอิจฉาริษยา ใส่ร้ายป้ายสี กีดกันเราไม่ให้ได้ดี ไม่ให้เจริญเติบโต ในวงสังคม หรือ หน้าที่การงาน หรือบางทีญาติมิตร วงสังคม มักจะมีเรื่องทุกข์ร้อน หรือนำความร้อนใจมาให้เสมอ

                สหัชชะ – ปัตนิ มักจะคบค้าสมาคมกับเพศตรงข้าม หรือในวงสังคม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง มักจะมีเพศตรงข้ามเข้ามาข้องแวะในชีวิตมากกว่าเพศเดียวกัน มักจะได้คู่ที่เคยเป็นเพื่อนเรียน เพื่อนร่วมงาน หรือเกี่ยวพันเป็นญาติ มิเช่นนั้น อาจได้คู่จากการชักนำของเพื่อน ญาติ หรือรู้จักกันในวงสังคม

                สหัชชะ – มรณะ เพื่อนฝูง ญาติมิตร วงสังคม มักจะมีเรื่องเดือดร้อน หรือนำความเดือดร้อนมาให้ หรือบางทีอาจจะได้รับอันตราย มักพลัดพราก สูญเสีย เพื่อน หรือ ญาติ มักทำคุณคนไม่ขึ้น อาจจะมีหลายคนที่เก็บตัว ไม่ยุ่งสุงสิงกับใคร กลายเป็นคนไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ

                สหัชชะ – ศุภะ เพื่อนฝูงญาติมิตร วงสังคม มักจะอำนวยความสุขใจ ความก้าวหน้า และสำเร็จมาให้ ทำอะไรมักจะเป็นที่ยอมรับของเพื่อนฝูง ญาติมิตร วงสังคม หลายคนชอบที่จะคบหาสมาคมกับคนที่มีระดับสูงกว่าตน หรือมักจะได้รับการสนับสนุนจากคนที่เหนือกว่า นำพาชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จ

                สหัชชะ – กัมมะ มักมีเพื่อนเยอะ ญาติแยะ สังคมกว้างขวาง เป็นที่รู้จักกันดีของคนทั่วไปในสังคม สังคมให้ความยอมรับนับถือ ในหน้าที่การงาน มักจะเข้าไปช่วยเหลือในกิจการงานต่าง ๆ ให้กับสังคม หรือ ญาติมิตร

                สหัชชะ – ลาภะ เพื่อนฝูง ญาติมิตร วงสังคม มักจะให้ความยอมรับนับถือ รักใคร่ ให้ความเมตตา ส่งเสริมสนับสนุนให้เจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ หากจะขอความร่วมมือจากใคร มักจะสมหวังและได้รับความร่วมมือด้วยดี

                สหัชชะ – วินาศนะ เพื่อนฝูง ญาติมิตร วงสังคม มักจะอยู่ไกลกัน หรือไม่สนิทชิดเชื้อ ให้ความเข้าใจ ให้ความจริงใจ หรือเห็นอกเห็นใจกันสักเท่าไร มักจะได้รับความเดือดร้อน หรือเบียดเบียนจากสังคมบ่อยครั้ง จะคบหาสมาคมกับใครต้องระวัง เพราะอาจเจอคนไม่จริงใจอยู่เสมอ ประเภทรู้หน้า แต่ไม่รู้ใจน่ะแหละ

                ตัวอย่างที่ให้ไว้นี้ มุ่งเน้นไปที่พรรคพวก เพื่อนฝูง ญาติมิตร วงสังคม เท่านั้น หากจะพิจารณาในเรื่องอื่น ๆ นักศึกษาก็สามารถทำได้ หัดผสมผสานความหมายของเรือนให้ดี และจะเกิดความรู้ความเข้าใจขึ้นมาเอง คนที่จะประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียนโหราศาสตร์ ต้องหมั่นสังเกต จดจำ ทำบันทึก ต้องรู้จักพลิกแพลง เพราะดาวแค่ ๑๓ ดวง กับลัคนา ที่อยู่ใน ๑๒ เรือนนั้น จะอ่านเรื่องราวในชีวิตของคนเราร้อยแปดพันประการได้ ก็ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง และรู้จักนำมาพลิกแพลง ใช้ให้ถูกกับเรื่องราว และสถานการณ์

 

ตัวอย่างที่ ๑

 

                ท่านผู้นี้หลายท่านอาจจะไม่รู้จัก หรือได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาก่อน แต่ถ้าคนรุ่นเก่าที่สนใจในประวัติศาสตร์การเมือง การปกครองของไทย หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ น่าจะได้ยินชื่อของท่านผ่านหูผ่านตามาบ้าง เพราะท่านเป็นนายทหารนักปฏิวัติรุ่นเก่า ที่ทำการปฏิวัติสำเร็จมาหลายครั้ง แต่ในครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑ ท่านพลาด เลยกลายเป็น “กบฎพระยาทรง” ไป ทั้งนี้ทั้งนั้น มีสาเหตุมาจากเพื่อนร่วมปฏิวัติของท่าน “หักหลัง” ไปเข้ากับฝ่ายตรงข้าม ท่านเลยพังเพราะเพื่อน เรามาดูพื้นดวงท่านดีกว่า ทำไม เพื่อนถึงให้โทษ ถึงกับทำให้ท่านต้องระหกระเหเร่ร่อน ลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศ

                ในพื้นดวงของท่าน จะเห็นว่า ดาวพุธ (๔) เจ้าเรือนสหัชชะ ที่กุมลัคนาอยู่นั้น ถูกบาปเคราะห์ทำมุมให้โทษอย่างแสนสาหัสทุกดวง คือ เกตุ (๙) กับ อังคาร (๓) เล็ง ราหู (๘) กับ มฤตยู (๐) ทำมุมกากะบาดตรึงทั้งสองจุด โดยมี พลูโต (พ) กับ เนปจูน (น) โยคหลัง และ เสาร์ (๗) โยคหน้า โดยปกตินั้น มุมโยคเป็นมุมที่ให้คุณ ซึ่งในดวงนี้ เพื่อนฝูง ก็ให้คุณ คือ มีสมรรคพรรคพวกมาก ทั้งชักนำ (โยคหน้า) และสนับสนุน (โยคหลัง) แต่เนื่องจากเป็นบาปเคราะห์ ดังนั้น จึงชักนำไปในทางที่ไม่ดี และมีการหักหลังกันในที่สุด

                จุดที่ใช้ในการพิจารณาว่ามีพรรคพวกมาก และส่งเสริมสนับสนุน ชักนำ ก็คือ พุธ (๔) เจ้าเรือนสหัชชะกุมลัคน์ (สหัชชะ –ลัคน์) มีจันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ คู่มิตรกับพุธ อยู่ในภพศุภะ (ชื่อเสียง ความสำเร็จ) ทำมุมร่วมธาตุ และจุดที่พลาดที่เห็นเด่นชัด ในกรณีที่ถูกเพื่อนทรยศ หักหลังก็คือ เสาร์ (๗) ซึ่งเป็นดาวทุกข์โทษ ความล้มเหลว อยู่ในภพสหัชชะ และเมื่อมาจากเรือนปัตนิ ที่มีความหมายถึง ศัตรูแบบเปิดเผยด้วยแล้ว (ปัตนิ – สหัชชะ) ทำให้เพื่อนที่เคยร่วมงาน และไว้วางใจกันมาก่อน แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายศัตรู อย่างออกหน้าออกตาเลยทีเดียว

 

ตัวอย่างที่ ๒

 

                ท่านผู้นี้เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ได้ทำการยึดอำนาจรัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ เมื่อทำการสำเร็จก็ดำรงตำแหน่งประธาน รสช. โดยแต่งตั้งให้นายอานันท์  ปันยารชุน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นฉบับที่ถูกประชาชนต่อต้านมากที่สุด จนเกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬขึ้น ในระหว่างวันที่ ๘ – ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๓๕

                ในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่ง ประธาน รสช. นั้น ท่านถูกบีบคั้นทั้งด้านการเมือง และการทหาร หลังจากท่านเกษียณอายุราชการในปีนั้นแล้ว เท่ากับท่านอยู่ในตำแหน่ง โดยไม่มีอำนาจของผู้บัญชาการทหารสูงสุดรองรับ ทำให้ท่านถึงกับหลุดปากแก่นักข่าวหลายครั้งว่า อยากจะลาออก แต่เมื่อขี่หลังเสือแล้ว การจะลงจากหลังเสือนั้น มันไม่ง่าย เมื่อคณะ รสช. หมดวาระลง หลังจากการเลือกตั้ง และมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ สุจินดา คราประยูร แล้ว ท่านก็เหมือนกับยกภูเขาออกจากอก เมื่อผ่านเหตุการณ์พฤษภาทมิฬไม่นาน ท่านก็ตัดสินใจไปพำนักต่างประเทศ จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

                ท่านผู้นี้เป็นที่รักใคร่ของนายทหารรุ่นราวคราวเดียวกัน และรุ่นน้อง เป็นเจ้าของสโลแกนที่ว่า “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” ดูจากดาวพุธ (๔) เจ้าเรือนสหัชชะ ที่อยู่ในภพกฎุมพะ เป็นศูนยพาหะ ทำให้ท่านต้องข้องแวะ และมีคนรู้จักมากมาย สังคมกว้างไกล มีชื่อเสียงปรากฎ มีเอกลักษณ์ของตนเอง (ใส่เสื้อรัดทรง คับติ้วทีเดียว) ด้วยเหตุที่เนปจูน (น) เจ้าเรือนศุภะ กุม พุธ (๔) สหัชชะ นั่นเอง (สหัชชะ – ศุภะ เพื่อนฝูงให้คุณ คบคนมีระดับ มีเกียติยศปรากฎในวงสังคม) และยังมีจันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ คู่มิตรที่อยู่ในภพมรณะ เล็งให้คุณอยู่ด้วย

                การที่จันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ ไปอยู่ในภพมรณะ และถูกบาปเคราะห์ล้อมหน้าหลังนี้ ใช่ว่าจะทำให้วาสนา บารมีของท่านลดน้อยถอยลงก็หาไม่ เพราะจุดที่ดี และเด่นในดวงนี้ ก็คือ เป็นดวงสามเหลี่ยม หรือ หนุมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาวที่กุมลัคน์นั้น เป็นดาวศุภเคราะห์ล้วน ๆ เมื่อจันทร์ มีดาวศุภเคราะห์ไปอยู่ในเรือนตนมาก ๆ แม้ตนเองจะถูกเบียน ก็พอจะผ่อนหนักเป็นเบาได้ แต่ถึงอย่างไร จันทร์ ก็ให้โทษอยู่ดี เพราะดวงนี้ มีการเลิกราหย่าร้างกับภรรยาคนแรก และไปมีภรรยาน้อย ถือว่า ผู้หญิงให้โทษ ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ ไปอยู่ต่างประเทศ และเสียชีวิตในต่างแดน เพราะจันทร์ เป็นดาวที่มีความหมายถึง พันธุ ด้วย

                การที่อังคาร (๓) บาปเคราะห์ และเป็นเจ้าเรือนปุตตะ มาอยู่ในภพสหัชชะ นั้น ทำให้ท่านต้องคอยแก้ปัญหาใหักับลูกน้อง และผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาอยู่บ่อยครั้ง เป็นคนกลางที่ประสานรอยร้าวระหว่าง เพื่อน กับ รุ่นน้อง ในกรณีของบิ๊กจิ๋ว กับ บิ๊กสุ เป็นต้น และนี่เป็นอีกชนวนหนึ่งของการบีบคั้น ที่ทำให้ท่านเบื่อหน่าย ถึงกับจะลาออกจากประธาน รสช. วันละหลายเวลา (ถ้าทำได้)

                ในวันที่ท่านทำการยึดอำนาจสำเร็จนั้น ท่านอายุ ๕๙ ปี อีกไม่กี่เดือนก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว จะเป็นเพราะเหตุผล หรือความจำเป็นที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ในฐานะ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็เลยต้องเออออห่อหมก ปฏิวัติไปกับเขาด้วย ในปีนั้น ลัคนาจรของท่านเข้าภพลาภะ หากวางในพื้นดวงเดิม จะเห็นว่า ดาวศุภเคราะห์ล้วน ๆ ที่กุมลัคน์นั้น จะกลายเป็นดาวลอยในภพสหัชชะทันที และดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ ที่อยู่ในภพมรณะ ก็จะกลายเป็นดาวเจ้าเรือนการงาน (สหัชชะ –กัมมะ) ทำให้ท่านไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะเข้าร่วมขบวนการนี้ได้

                หากวางลัคนาจรในดวงดาวจร จะเห็นว่า ลัคนาจรนั้น จรร่วมกับจันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ ในพื้นดวง เด่นเป็นมหาอุจจ์ มีศุกร์ (๖) มหาอุจจ์ โยคหลัง และ มีพฤหัสบดี (๕) มหาอุจจ์ โยคหน้า มีพุธ (๔) สหัชชะเดิม และอาทิตย์ (๑) ศุภเคราะห์ อยู่ในเรือนการงาน ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และง่ายดาย รวดเร็ว ไม่มีการเสียเลือดเนื้อชีวิตใด ๆ ทั้งสิ้น

                หากดูดาวจร ที่จรกระทบดาวเดิมแล้ว จะเห็นว่า พฤหัสบดี (๕) มหาอุจจ์ กุมลัคน์ มีจันทร์ (๒) เจ้าเรือนลัคน์ อยู่ในภพลาภะ (สนับสนุนส่งเสริม) และมีศุกร์ (๖) มหาอุจจ์ อยู่ในภพศุภะ จึงทำการได้สำเร็จ แทบจะไม่ต้องลงทุน ลงแรงอะไรเลย เพราะแผนการทั้งหมด ทั้งบิ๊กสุ (พล.อ. สุจินดา คราประยูร ผบ.ทบ)  บิ๊กตุ๋ย (อิสระพงษ์ หนุนภักดี รอง ผบ.ทบ.)  บิ๊กเต้ (พล.อ.อ. เกษตร โรจนนิล ผบ.ทอ.) ได้จัดเตรียมและมอบหมายหน้าที่ไว้หมดแล้ว

                แต่เนื่องจากในพื้นดวง จะเห็นว่า ดาวพุธ (๔) เจ้าเรือนสหัชชะ ที่อยู่ในภพกฎุมพะนั้น ถูกเสาร์ (๗) ราหู (๘) และเกตุ (๙) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง แม้จะเพียงมุมเดียว แต่เป็นบาปเคราะห์ร้ายถึง ๓ ดวง อย่างนี้ถือว่าให้โทษ และพุธ (๔) เองก็จรเข้าภพมรณะ กับลัคนาในพื้นดวง ดังนั้น แม้จะได้ลาภผลจากเพื่อนฝูง แต่ก็เป็นทุกขลาภ นำทุกข์โทษมาให้ในภายหลัง

 

ตัวอย่างที่ ๓

 

                ท่านผู้นี้มีชื่อเสีย คือ ไม่มี ง.งู โด่งดังมาก ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ทั้งที่นิสัยใจคอที่แท้จริงแล้ว ท่านเป็นคนรักเพื่อน รักพวกพ้องมาก ใครไม่เชื่อก็ลองไปหาหนังสือวิทยานิพนธ์ ของคุณวาสนา นาน่วม ที่เคยได้สัมภาษณ์ท่านไว้อย่างละเอียดถี่ยิบ อ่านกันเอาเอง หนังสือเล่มนี้ขายดีมาก ฉบับที่ผมมีอยู่นี่ พิมพ์เป็นครั้งที่สองแล้ว

                คนที่มีพวกพ้องมาก และสังคมกว้างไกล มีคนรักใคร่นับถือ ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ส่งเสริมให้ได้ดี มักจะมีดาวเจ้าเรือนสหัชชะ อยู่ในเรือนการเงิน หรือ ในตำแหน่งศูนยพาหะ ดวงนี้ก็เช่นเดียวกันกับดวงท่านพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ คือ มีอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนสหัชชะ อยู่ในภพกฎุมพะ

                อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนสหัชชะ ที่เป็นศูนยพาหะนี้ ให้คุณกับเจ้าชะตา ด้วยเหตุที่มีพุธ (๔) และแบคคัส (บ) กุม มีจันทร์ (๒) เล็ง ศุกร์ (๖) นำหน้า และพฤหัสบดี (๕) โยคหน้า ถือว่า ได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ทุกดวง ท่านจึงเป็นที่รักใคร่นับถือของเพื่อนทุกคน ชนิดที่ไหว้วานเพื่อนคนใดแล้ว เพื่อนยินดีพร้อมใจที่จะทำตามที่ท่านต้องการ และตัวท่านเองก็รักเพื่อนมากดุจกัน ชนิดตายแทนกันได้เลยทีเดียว

                ดวงนี้จริง ๆ แล้ว เพื่อนฝูงไม่ได้ให้โทษ เพียงแต่ท่านยินดีที่จะร่วมทุกข์ ร่วมสุข กับเพื่อน ๆ หรือ ยอมรับโทษทัณฑ์พร้อมกับเพื่อน ด้วยความเต็มใจ ดูได้จากดาวราหู (๘) และ เกตุ (๙) เจ้าเรือนลัคน์ ที่ทำมุมปลายหอก เล็งดาวอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนสหัชชะ ราหู (๘) ที่เบียนในภพศุภะ อย่างมากท่านก็ถูกลงโทษ หรือ โดนตำหนิ ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงไปพร้อมกับเพื่อน ๆ เท่านั้น ไม่มีใครทิ้งใครเอาตัวรอด สำหรับนักเรียนนายทหารรุ่นนี้ (ไม่มีการแข่งขันกันเรียน เหมือนรุ่นอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่ท่านนั้น เรียนเก่งที่สุดในชั้น หรือในรุ่นก็ว่าได้)

                ในเรือนสหัชชะ จะเห็นเนปจูน (น) ดาวที่มีความหมายในด้านสังคมที่กว้างไกล และเป็นดาวเจ้าเรือนกัมมะ (การงาน การเรียน การดำเนินชีวิตทั่วไป) ลอยอยู่ พร้อมกับดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนปุตตะ ส่งผลให้ท่านมักจะทำกิจกรรมอะไรต่าง ๆ ให้กับเพื่อนฝูง และวงสังคมเสมอ เป็นคนที่แคร์เพื่อน แคร์สังคม แต่เนื่องจากเนปจูน เป็นบาปเคราะห์ ในด้านการแทรกซึม บ่อนทำลาย ลับ ๆ ไม่เปิดเผย ดังนั้น ก็มีบ้างทีเพื่อนฝูง หรือวงสังคม คิดจะเบียดเบียน หรือ แสวงหาผลประโยชน์จากท่าน หรือคบหากับท่านอย่างไม่จริงใจ และก็หลายครั้งหลายครา ที่ท่านมักจะทุกข์ร้อนไปกับเพื่อนฝูง วงสังคมนั้น

                ในวันที่ท่านเข้าร่วมปฏิวัติ ยึดอำนาจ พล.อ. ชาติชาย ในฐานะผู้บัญชาการทหารบกนั้น ท่านทำได้อย่างเงียบเชียบ ง่ายดาย และรวดเร็ว ไร้ปัญหาอุปสรรคใด ๆ เพราะทุกคน ทุกฝ่าย ให้ความร่วมมือด้วยดี ทำงานกันเป็นทีม ด้วยพื้นดวงในเรื่องของสหัชชะ เข้มแข็งนั่นเอง

                ท่านได้รับการโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๑๙ ของไทย เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๓๕ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และการต่อต้านจากประชาชนที่มีระดับ (ม็อบมือถือ) ทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะคำพูดของท่านที่บอกว่า ไม่ยอมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ แต่ท้ายสุดท่านก็แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า “ยอมเสียสัตย์เพื่อชาติ” จนเป็นชะนวนก่อให้เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในที่สุด

                อันที่จริงในดวงของท่านจะว่าท่านเป็นคนพูดจาไม่จริง ไม่อยู่กับร่องกับรอยไม่ได้ เพราะถ้าท่านเป็นคนอย่างนั้น คงจะไม่มีเพื่อนพ้อง คนรู้จักมักคุ้นคนไหน ให้ความเชื่อถือ หรือให้ความเคารพนบนอบต่อท่านแน่  ที่ท่านให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ยอมรับตำแหน่งนายก ฯ โดยไม่มีเงื่อนไข ผมเชื่อว่า ในขณะนั้น ท่านคิดเช่นนั้น และตั้งใจจะทำเช่นนั้นจริง ๆ ถ้าว่ากันตามดวงก็ดูจากดาวศุภเคราะห์ถึง ๓ ดวง โดยเฉพาะอาทิตย์ (๑) ที่เป็นดาวพูดจริง ทำจริง จริงจัง จริงใจ นำหน้าเป็นศูนยพาหะ กุมกับพุธ (๔) ดาวเจรจา มีศุกร์ (๖) นำหน้า พฤหัสบดี (๕) โยคหน้า อย่างนี้ต้องเป็นคนพูดจริง ทำจริง และรักษาสัจจะแน่ แต่เรื่องของการเมือง มันผันแปร เมื่อนายณรงค์  วงศ์วรรณ หัวหน้าพรรคสามัคคีธรรม ที่สมาชิกพรรคได้รับเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด ไม่อาจจัดตั้งรัฐบาลโดยมีตนเองเป็นนายก ฯ ได้ เพราะตนมีส่วนพัวพันกับยาเสพติด ตามข้อกล่าวหาของรัฐบาลอเมริกัน ถึงกับถูก Backlist หรือ ขึ้นบัญชีดำ ห้ามเข้าประเทศ ดังนั้นท่านจึงต้องตกอยู่ในภาวะจำใจ และจำยอมเพื่อเพื่อน (บิ๊กเต้) และพวกพ้อง ที่หนุนหลังพรรคนี้อยู่ และถ้าจะดูจากดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนกฎุมพะ ที่เป็นประ กุมเสาร์ (๗) คู่เกษตร บาปเคราะห์ที่ให้โทษรุนแรง แวดล้อมด้วยราหู (๘) กับเกตุ (๙) บีบเรือนอยู่ อย่างนี้ท่านจึงเสียหายเพราะคำพูดที่ผูกมัดตัวท่านเอง ทำให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง เสื่อมความนิยม และความศรัทธา จากประชาชนโดยทั่วไป ก็เพราะว่ารักพวกพ้อง เห็นแก่พวกพ้องนี่แหละ

                ในวันที่ท่านได้รับตำแหน่งนั้น อายุ ๕๘ ปี ลัคนาจรเข้าภพกัมมะ หากดูในพื้นดวงแล้ว จะเห็นว่า ลัคนาจรถูกแวดล้อมด้วยบาปเคราะห์ถึง ๔ ดวง คือ มฤตยู (๐) ขนาบหน้า ราหู (๘) ขนาบหลัง เสาร์ (๗) เกษตร โยคหลัง เกตุ (๙) กากะบาด โดยมี อังคาร (๓) เล็ง และพลูโต (พ) กากะบาดอีกมุมหนึ่ง ลักษณะของลัคนาจรที่ถูกบาปเคราะห์เบียนมากเช่นนี้ ให้โทษครับ หลังจากรับตำแหน่งนายกได้ไม่ถึงเดือน ก็เริ่มมีการประท้วงรัฐบาล ในรูปแบบต่าง ๆ เรียกร้องให้ท่านลาออก โดยจุดเริ่มต้นของพฤษภาทมิฬ เริ่มในวันที่ ๘ พฤษภาคม และไปสิ้นสุดในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๓๕ จบท้ายด้วยการประกาศนิรโทษกรรมบุคคลที่กระทำความผิดในเดือนพฤษภาคม ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ และประชาชน และในที่สุดก็ประกาศลาออกในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๓๕ รวมระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง นับแต่วันโปรดเกล้า ฯ ถึงวันที่ลาออก เพียง ๑ เดือน กับ ๑๗ วัน

                ดวงดาวที่บ่งบอกว่าท่านจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนั้นก็คือ ดาวศุกร์ (๖) มหาอุจจ์ กุมลัคนาจร มีจันทร์ (๒) มหาอุจจ์โยคหน้า มีแบคคัส (บ) ทำมุมร่วมธาตุ มีเสาร์ (๗) เกษตรในภพลาภะ ทำมุมโยคหลัง เนื่องจากเสาร์ (๗) เป็นบาปเคราะห์ ดังนั้น จึงให้ทุกข์โทษตามมาตามลักษณะของเสาร์ จัดว่าเป็นทุกขลาภก็ไม่ผิดนัก เพราะหลังจากท่านเข้ารับตำแหน่ง ท่านถูกด่าว่า โจมตี ชนิดที่เรียกว่า คนที่ชื่อเดียวกับท่านในตอนนั้น พากันเปลี่ยนชื่อไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว

                หากดูดาวจร จรกระทบดาวเดิม ก็จะเห็นว่า ศุกร์ (๖) มหาอุจจ์ จรเข้าภพกัมมะ ร่วมกับอาทิตย์ (๑)  มีพฤหัสบดี (๕) โยคหน้า แบคคัส (บ) นำหน้า พุธ (๔) ทำมุมร่วมธาตุ ถือว่าได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ทุกดวง จันทร์ (๒) ที่ขนาบหลังลัคนานั้น เป็นมหาอุจจ์ก็ให้คุณเช่นกัน (ลัคนาแวดล้อมด้วยศุภเคราะห์ให้คุณ) แต่เนื่องจากเป็นดาวเกี่ยวกับการพูด การเจรจา ดังนั้น จึงให้โทษแก่ท่าน ด้วยการถูกโจมตีในเรื่องที่ท่าน “เสียสัตย์เพื่อชาติ” นั่นเอง

ตัวอย่างที่ ๔

 

                ดูดวงนายทหารนักปฏิวัติมาพอควร ที่ต้องยกเอาท่านเหล่านี้มาเป็นตัวอย่าง ก็เพราะท่านเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ในกรณีดวงของสามัญชนคนทั่วไป ที่ผมมีข้อมูลอยู่ หากจะยกขึ้นมา อาจจะไม่มีน้ำหนัก เพราะท่านไม่ได้รู้จักมักคุ้น หรือคนทั่วไปรู้จัก อย่างดวงหญิงคนนี้ ที่นำมาให้พิจารณา ก็เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ในขณะที่ผมกำลังเขียนบทเรียนในภพที่ ๓ อยู่พอดี เธอเป็นลูกค้าเก่าแก่ของผมมาร่วมสิบปี มักจะมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานประจำ ที่หายไปก็เพราะว่าผมได้ให้ “พระไพรีพินาศ” เธอไปบูชา และให้หมั่นสวดมนต์ แผ่เมตตา เธอก็ทำตาม ศัตรูในวงงานก็น้อยลง และราบรื่นมาตลอด เพิ่งมาเจอศึกหนักก็คราวนี้ โชคดีที่เธอติดตามผลงานของผมในหน้าหนังสือพิมพ์ และวารสารมาตลอด เมื่อเกิดเรื่องแค่วันเดียว ก็โทร.มาหาผมเลย กว่าผมจะหาเวลาดูให้เธอได้ทางโทรศัพท์ ก็ล่วงเลยมา ๒ – ๓ วัน (ผมดูให้ฟรี ไม่คิดเงิน ที่เจียดเวลาดูให้ เพราะเป็นเรื่องทุกข์ร้อนจริง ๆ)

                ในพื้นดวงของเธอนั้น จะเห็นว่า ดาวอังคาร (๓) เจ้าเรือนสหัชชะ อยู่ในภพมรณะ กุมอาทิตย์ (๑) คู่ศัตรู ที่มาจากเรือนวินาศนะ มักจะมีเพื่อนที่ไม่จริงใจ จ้องจะทำลาย หรือให้โทษ แบบลับ ๆ ไม่เปิดเผยเสมอ และในภพที่ ๓ ยังมีเนปจูน (น) เจ้าเรือนปัตนิ เป็นบาปเคราะห์ร้าย อยู่ในเรือน คำว่า ปัตนิ – สหัชชะ แปลว่า ศัตรูมาจากเพื่อน หรือ วงสังคมให้ข้อรังเกียจ หรือตั้งตนเป็นศัตรู มีคนไม่ชอบหน้าเยอะ ว่างั้นเถอะ มันเป็นกรรมเก่าที่เธอต้องชดใช้น่ะแหละครับ

                ในวันที่เกิดเรื่องนั้น เธอถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เรียกเข้าไปพบในห้องทำงาน สอบสวนเธอ โดยกล่าวหาว่า ลูกค้ารายหนึ่ง ร้องเรียนว่า เธอแอบนำเอาบัตรเครดิตของลูกค้าไปใช้ โดยที่ลูกค้าไม่ได้จับจ่ายซื้อของ โดยรูดบัตรไปในวงเงิน ๙๒ เหรียญ เมื่อเธอถูกกล่าวหาเช่นนั้น เธอก็ไม่ยอมรับผิด หรือยอมชดใช้ ทางบริษัทก็จะพักงานเธอ และนำเรื่องฟ้องศาล เธอเลยเกิดทุกข์ และมาขอรับคำปรึกษา ว่าจะทำอย่างไรดี

                ผมก็บอกเธอว่า เป็นคราวเคราะห์ของเธอต้องประสบ เพราะปีนี้อายุ ๓๗ ปี เป็นเบญจเพสรอบที่ ๓ ที่ลัคนาจร จรเข้าทับลัคนาเดิมในพื้นดวง อะไรที่เป็นจุดเสีย จุดดี หากยังไม่เกิด ก็จะเกิด หรือถ้าเกิดมาแล้ว อาจเกิดได้อีก ยิ่งดวงเธอเป็นดวงที่มีปัญหาเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงาน (สหัชชะ หมายถึง ลูกค้า ที่มาติดต่องานด้วย) อย่างนี้เธอยากที่จะหลีกพ้น ผมก็ดูต่อไปว่า จะคลี่คลายอย่างไร เห็นว่าตอนที่เกิดเรื่องนั้น เกตุ (๙) เจ้าเรือนการงาน ที่อยู่ในภพศุภะ ในพื้นดวง จรเข้าภพปัตนิ (ศัตรู) เล็งลัคน์ อยู่ และจะออกจากจุดนี้ไปในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายนนี้ เลยบอกว่า ปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลายลงหลังจากวันที่ ๑๐ พ.ย. นี้ไปแล้ว และบอกว่า เมื่อเกตุ (๙) ย้ายเข้าไปทับศุกร์(๖) เจ้าเรือนการเงิน โดยที่ก่อนหน้านั้น มีอังคาร (๓) กับมฤตยู (๐) ทับอยู่แล้ว คุณจะมีเรื่องเสียเงิน หรือต้องชดใช้เงิน (เกตุ มีความหมายเกี่ยวกับหนี้สิน) ทางที่ดีถ้าอยากให้เรื่องมันยุติโดยง่าย ก็ยอมจ่ายไปซะ ๙๒ เหรียญน่ะ ถือว่าฟาดเคราะห์ แม้เราจะไม่ได้ทำผิด แต่มันเป็นงานที่อยู่ในหน้าที่รับผิดชอบของเรา เพราะหมายเลขประจำตัวพนักงานเก็บเงิน มันไปโชว์ที่ศูนย์เครดิตว่า เราเป็นคนรูด บางทีเรื่องนี้ เกิดขึ้นเพราะลูกค้าเล่นตุกติก และเป็นมืออาชีพก็ได้

                เธอบอกว่า อาจารย์พูดเหมือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกประการ คือ ต้องรับผิดชอบ และชดใช้ เรื่องมันก็จะจบ ซึ่งพอเธอได้รับคำอธิบายจากผมไปแล้ว เธอรู้สึกสบายใจขึ้น และจะทำตามที่ผมบอก เมื่อถูกเรียกไปพบเพื่อตกลงอีกครั้งหนึ่ง

                ลองดูดาวจรในวันที่เกิดเรื่องดูนะครับ จะเห็นว่า เสาร์ (๗) จรเข้าเรือนการงาน ย่อมมีปัญหาอุปสรรค หรือทุกข์โทษในเรื่องงานแน่ ราหู (๘) เจ้าเรือนการงานตัวที่หนึ่ง จรเข้ามรณะ เกตุ (๙) เจ้าเรือนการงานตัวที่สอง จรเข้าภพปัตนิ เล็งลัคน์ โดยมี อังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทงลัคนาอยู่ อย่างนี้ ถือว่ามีเคราะห์ครับ พุธ (๔) เจ้าเรือนลัคน์ ที่อยู่ในภพปัตนิ ก็ถูกเกตุ (๙) ทับ และถูกบาปเคราะห์ล้อมหน้าล้อมหลัง พาดผ่านให้โทษเช่นกัน ผมเลยบอกเขาว่า การเสียเงิน เสียชื่อเสียง แค่นี้ ดีกว่าขับรถไป ประสบอุบัติเหตุ เสียเงิน เสียงาน มีเรื่องราวคดีความฟ้องร้องเป็นไหน ๆ ถือว่า ผ่อนเคราะห์กรรมไป เพราะยังไงก็ยังต้องรอจนกว่าอายุ ๓๘ ปี ถึงจะพ้นช่วง ซึ่งเธอก็ยอมรับ และเห็นจริงตามที่ผมบอกไป

                ก่อนวางหู ผมถามเธอว่า ยังแขวนพระไพรีพินาศอยู่หรือไม่ เธอบอกว่าแขวนตลอดเวลา แต่ไม่ได้สวดมนต์ แผ่เมตตานานแล้ว เธอบอกว่า แต่นี้ต่อไป จะไม่ขาดการสวดมนต์ แผ่เมตตาอีก เธอยังบอกว่า เธอได้แต่งงานกับชาวต่างชาติ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถูกต้องตามที่ผมบอกทุกอย่าง คือ อะไรที่มีในพื้นดวง แล้วยังไม่เกิด ก็จะเกิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีเรื่องร้าย เอวัง ฯ ก็มีด้วยประการ ฉะนี้


สารบัญ