ภพที่ ๔ พันธุ (ต่อ)

********************

 ตัวอย่างที่ ๖

 

 

                ดวงนี้เป็นการพิจารณาบิดาในดวงชาย ซึ่งนักศึกษาจะต้องพิจารณาจากภพศุภะ หรือ ภพที่ ๙ ในดวงชะตาเป็นหลัก นอกเหนือจากพิจารณาดาวพฤหัสบดี (๕) และดาวอาทิตย์ (๑) ที่หมายถึง บิดา อย่าสับสน หรือ ปะปนกับภพที่ ๔ นะครับ แม้ตัวอย่างนี้ จะอยู่ในภพที่ ๙ แต่ก็จำต้องเอามาผนวกไว้ในบทนี้ เพื่อสะดวกในการพิจารณาเรื่องของบิดา – มารดา ทั้งดวงชาย – หญิงในคราวเดียวกัน

                หลักเกณฑ์ก็เหมือนกันกับการพิจารณาในภพที่ ๔ คือ หากจะดูว่า มีการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ เช่น บิดา – มารดา หรือไม่นั้น ต้องดูจากดาวพฤหัสบดี (๕) ก่อนเพื่อน ดวงนี้กำพร้าบิดาตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ในพื้นดวงจะเห็นว่า ดาวพฤหัสบดี (๕) อยู่ในภพวินาศนะ กุมกับเกตุ (๙) บาปเคราะห์ และดาวพุธ (๔) เจ้าเรือนมรณะ ที่สำคัญ ดาวอาทิตย์ (๑) หมายถึง บิดา ก็อยู่ในภพวินาศนะ ร่วมกับเกตุ (๙) และ พุธ (๔) อีกด้วย ทำให้ต้องกำพร้าบิดาตั้งแต่เยาว์วัย คือ ในวัยของอาทิตย์ (๑) ที่เสวยอายุระหว่าง ๑ – ๑๐ ปี

                ทั้งพฤหัสบดี (๕) และอาทิตย์ (๑) ที่อยู่ในภพวินาศนะนั้น นอกจากถูกพุธ (๔) มรณะ และเกตุ (๙) กุมแล้ว ยังถูกพลูโต (พ) เล็ง เนปจูน (น) กากะบาด โดยมีมฤตยู (๐) กับเสาร์ (๗) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง ทำให้ดาวทั้งสองถูกเบียนอย่างรุนแรงมาก ส่งผลให้กำพร้าบิดาในวัยเยาว์

                ดูภพศุภะ หมายถึง บิดาในดวงชายบ้าง จะเห็นว่า มีดาวเนปจูน (น) บาปเคราะห์ อยู่ในภพศุภะ ร่วมกับดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนอริ และถูกเกตุ (๙) พลูโต (พ) และพุธ (๔) มรณะ ทำมุมกากะบาด โดยที่ดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนศุภะนั้น อยู่ในภพวินาศนะ ในตำแหน่งเดียวกับพฤหัสบดี (๕) และอาทิตย์ (๑) ทำให้ถูกเบียนด้วยบาปเคราะห์ต่าง ๆ และดาวพุธ (๔) มรณะ เช่นเดียวกับพฤหัสบดี และอาทิตย์

                อายุ ๗ ขวบ ดาวอาทิตย์ (๑) ที่หมายถึงบิดา เข้าเสวยอายุ และดาวเสาร์ (๗) เจ้าเรือนวินาศนะ และมีความหมายถึงทุกข์โทษ เข้าเสวยแทรก ลัคนาจร จรเข้าภพปัตนิที่ราศีสิงห์ เล็งลัคนาเดิม หากวางลัคนาจรตรงนี้ในพื้นดวงเดิม จะทำให้ดาวพลูโต (พ) กลายเป็นดาวเจ้าเรือนศุภะของลัคนาจรในปีนั้น จรอยู่ในภพวินาศนะ และถูกดาวบาปเคราะห์ต่าง ๆ เบียนไม่ต่างจากดาวศุกร์ (๖) ศุภะของลัคนาเดิม เพียงแต่อยู่ในมุมตรงข้ามกันเท่านั้น และหากวางไว้ในพื้นดวงดาวจร วันที่บิดาตาย ก็จะเห็นว่า พลูโต (พ) ศุภะ นั้น กุมกับดาวอังคาร (๓) ดาวฆาต โดยมีอาทิตย์ (๑) หมายถึง บิดา รวมอยู่ด้วย อีกทั้งยังมีพุธ (๔) มรณะเดิมของพื้นดวง ร่วมแจมอยู่ โดยมีเสาร์ (๗) ทำมุมกากะบาด

                และจุดสำคัญจุดแรก ที่จะต้องพิจารณาในดวงดาวจรก็คือ ดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งหมายถึง ผู้ใหญ่ บิดา – มารดา นั้น จะเห็นว่า ในวันดังกล่าว หรือ ในปีนั้น พฤหัสบดี (๕) จรเข้าภพมรณะที่ราศีกันย์ ของพื้นดวงเดิม ร่วมกับดาวศุกร์ (๖) ศุภะ ที่หมายถึง บิดาในดวงชาย ด้วยเหตุหลายประการดังกล่าว จึงทำให้บิดาของเจ้าชะตา ยิงตัวตาย ในขณะที่เจ้าชะตายังเล็ก ๆ

                อีกนิดหนึ่ง ที่น่าจับจุดไว้พิจารณาก็คือ พฤหัสบดี (๕) และศุกร์ (๖) ศุภะเดิมที่จรเข้ามรณะนั้น ถูกแวดล้อมด้วยบาปเคราะห์ ล้อมหน้า – หลัง หลายดวง คือ เนปจูน (น) ราหู (๘) นำหน้า พลูโต (พ) อังคาร (๓) และ อาทิตย์ (๑) ซึ่งอังคารกับอาทิตย์นั้น เป็นคู่อุบัติเหตุ การผ่าตัด หรือตายโดยฉับพลัน (ตายโหง) ขนาบหลัง มีมฤตยู (๐) โยคหลัง เสาร์ (๗) โยคหน้า ทำให้บิดาของเจ้าชะตา มีปัญหากดดัน บีบคั้น หาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้ จึงต้องตัดสินใจฆ่าตัวตายในที่สุด

 

ตัวอย่างที่ ๗

 

 

                ดวงชายผู้นี้ บิดาตายเมื่อตนเองอายุได้ ๒๑ ปี ต่างจากดวงก่อน ไม่ถือว่าดวงนี้กำพร้าบิดา หรืออาภัพบิดาแต่อย่างใด ดูได้จากพฤหัสบดี (๕) อาทิตย์ (๑) ไม่ได้อยู่ในภพทุสถานะ และก็ไม่ได้ถูกบาปเคราะห์เบียนมากมายเหมือนดวงที่แล้ว อีกทั้งยังได้กระแสที่ดีจากศุภเคราะห์หลายดวง อังคาร (๓) เจ้าเรือนศุภะ ที่อยู่ร่วมกับพฤหัสบดี (๕) ก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้อยู่ในภพทุสถานะ และถูกบาปเคราะห์เบียนมากมายแต่อย่างไร ดังนั้น ดวงนี้จึงมีความแตกต่างในเรื่องของการพิจารณาว่า บิดาไม่ได้ตายในขณะที่ตนเองเยาว์วัย หรือ กำพร้าบิดาแต่ยังเล็ก

                บิดาตายตอนอายุ ๒๑ ปี อยู่ในวัยของดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนมรณะ เข้าเสวยอายุ และเสวยแทรกพอดี ดังนั้น ปีนี้ จึงมีเกณฑ์การพลัดพราก สูญเสีย ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่เสียบิดานั้น ก็ต้องพิจารณาจากพฤหัสบดี (๕) อาทิตย์ (๑) และอังคาร (๓) เจ้าเรือนศุภะ เป็นหลัก

                เมื่อวางลัคนาจรตอนอายุ ๒๑ ปี ในพื้นดวงเดิมที่ราศีพิจิก อันเป็นภพศุภะ ซึ่งหมายถึงบิดา ก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่า การสูญเสียที่จะเกิดขึ้นนั้น ต้องข้องแวะกับภพศุภะแน่ ทีนี้ภพศุภะมีความหมายหลายเรื่อง ไม่เฉพาะเจาะจงบิดาแต่อย่างเดียว ก็ต้องพิจารณาดาวที่เกี่ยวข้องดังที่กล่าวไว้ ในจุดของลัคนาจรในพื้นดวงนี้ จะทำให้ดาวจันทร์ (๒) เป็นดาวศุภะ และเป็นเกษตร จะเห็นว่า มีพลูโต (พ) กุม เสาร์ (๗) กับ เกตุ (๙) ทำมุมกากะบาด โดยมี ราหู (๘) มรณะของลัคนาจรในพื้นดวง นำหน้า เป็นศูนยพาหะ ให้โทษแก่ดาวที่ตามหลัง และยังมี อังคาร (๓) มฤตยู (๐) โยคหลัง เนปจูน (น) โยคหน้า ถือว่า จันทร์ (๒) ศุภะของลัคนาจรในพื้นดวง ถูกเบียนอย่างมาก อะไรไม่สำคัญเท่า ยังมีศุกร์ (๖) เจ้าเรือนมรณะเดิม และเป็นเจ้าเรือนวินาศนะ ของลัคนาจรในพื้นดวงที่ราศีพิจิก เล็งอีกต่างหาก อย่างนี้ภพศุภะเสียแน่

                และที่ฟันธงว่าเป็นผู้ใหญ่ หรือ บิดาหรือไม่ ? ต้องดูที่พฤหัสบดี (๕) และ อาทิตย์ (๑)  ดูที่พฤหัสบดีก่อน จะเห็นว่า ถูกอังคาร (๓) กับ มฤตยู (๐) กุม มีศุกร์ (๖) มรณะของลัคนาเดิม และเนปจูน (น) ทำมุมร่วมธาตุเสริมแรงอังคาร (๓) กับมฤตยู (๐) อีกทั้งยังมีราหู (๘) มรณะ ทำมุมกากะบาด เป็นเหตุให้ต้องระมัดระวังการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ ในวัยอายุ ๒๑ ปีนี้

                ที่นี้จะเป็นบิดาหรือไม่ นอกจากดูภพศุภะที่เสีย และพฤหัสบดี (๕) ที่เสียแล้ว ยังต้องดูอาทิตย์ (๑) อีกหนึ่งตัว เพื่อความชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม จะเห็นว่า อาทิตย์ (๑) ที่อยู่ในภพปุตตะ ของลัคนาจรในพื้นดวงนั้น ถูกเนปจูน (น) เล็ง เสาร์ (๗) และเกตุ (๙) มรณะของลัคนาจรพื้นดวง นำหน้า มีอังคาร (๓) มฤตยู (๐) โยคหน้า ศุกร์ (๖) มรณะเดิม และวินาศนะของลัคนาจรพื้นดวงโยคหลัง อย่างนี้ถือว่า อาทิตย์ (๑) โดนเบียนอย่างหนัก การพยากรณ์ในเรื่องต่าง ๆ เข้าล็อคพร้อมกันอย่างนี้ ฟันธงไปเถอะครับ หน้าไม่แตก หรือ เข้าป่าหิมพานต์ กลับบ้านไม่ได้ อย่างแน่นอน

                นี่แค่ดูในพื้นดวงเท่านั้น ยังไม่ได้ดูดาวจรเลยนะครับ ก็รู้ว่า อายุ ๒๑ ปีนั้น มีเกณฑ์สูญเสียบิดา อย่างแน่แท้ ถ้าจะให้มั่นใจ ก็ต้องดูดาวจรในวันที่บิดาตายด้วย จะเห็นว่า พฤหัสบดี (๕) จรเข้ามาทับลัคน์ก็จริง แต่ถูกบาปเคราะห์จรเบียนให้โทษอย่างมากมาย สาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว คือ อังคาร (๓) มฤตยู (๐) พลูโต (พ) และเนปจูน (น) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง โดยมีราหู (๘) มรณะของลัคนาจร ตรึงในมุมกากะบาด และเป็นเกษตร ให้โทษรุนแรง และยังมีเกตุ (๙)  มรณะของลัคนาจรอีกดวงหนึ่งทำมุมตรีโกณให้โทษ มีเสาร์ (๗) เกษตร โยคหลัง ศุกร์ (๖) มรณะเดิมของลัคนาพื้นดวง และวินาศนะของลัคนจรจร โยคหน้า

                มาดูอาทิตย์ (๑) บ้าง จะเห็นว่า อาทิตย์ (๑) จรเข้าภพมรณะของลัคนาจรในพื้นดวง โดยมีราหู (๘) เกษตรมรณะกุมให้โทษ มีเกตุ (๙) มรณะอีกตัวหนึ่ง และเสาร์ (๗) เกษตร ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง โดยมีราหู (๘) อยู่ตรงปลายหอก อย่างนี้ถือว่า อาทิตย์ (๑) ถูกเบียนยับเยินเลยทีเดียว

                ยังเหลือจันทร์ (๒) เจ้าเรือนศุภะของลัคนาจรอีกหนึ่งดวง จะเห็นว่า จันทร์ (๒) นั้น จรเข้าภพวินาศนะในดวงดาวจร ถูกเนปจูน (น) กุม เกตุ (๙) มรณะ นำหน้า เสาร์ (๗) กากะบาด ราหู (๘) มรณะอีกตัวหนึ่ง ทำมุมร่วมธาตุ อย่างนี้นี่แหละครับ ที่ทำให้บิดาของเจ้าชะตา ต้องเสียชีวิตในวันดังกล่าว

 

ตัวอย่างที่ ๘

 

 

                มาดูมารดาในดวงหญิงบ้าง ทุกอย่างเหมือนกันหมด กับหลักเกณฑ์การพิจารณาบิดาในดวงชาย คือ ต้องดูดาวเจ้าเรือนภพศุภะ และดาวพฤหัสบดี (๕) เพียงแต่เปลี่ยนจากอาทิตย์ (๑) ที่หมายถึงบิดา มาเป็นจันทร์ (๒) ที่หมายถึง มารดา เท่านั้น

                ดวงนี้มารดาเจ้าชะตาตาย เมื่อเจ้าชะตามีอายุได้ ๒๔ ปี ดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนปุตตะ ที่อยู่ในภพกัมมะ เข้าเสวยอายุ ดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนปัตนิ ที่อยู่ในภพกฏุมพะ เข้าเสวยแทรก หากจะพิจารณาเพียงแค่ดาวเสวยอายุ เสวยแทรก เพียงเท่านี้ จะดูไม่ออกเลยว่า ปีอายุ ๒๔ ย่าง ๒๕ นี้ จะมีเกณฑ์สูญเสียมารดา หรือ มีปัญหาเกี่ยวกับภพศุภะ ซึ่งหมายถึง มารดาในดวงหญิง

                ดังนั้น เราจะต้องวางลัคนาจรลงในพื้นดวงเดิมเสียก่อน เพื่อจะได้รู้ว่า จะมีเหตุดีร้ายอะไรเกิดขึ้นในช่วงอายุ ๒๔ ปี ซึ่งลัคนาจรนั้น จะตกอยู่ในภพวินาศนะของลัคนาเดิม และเมื่อวางในพื้นดวง จะเห็นชัดเลยว่า มีดาวบาปเคราะห์เสาร์ (๗) เกษตรอยู่ในภพศุภะ และมีอังคาร (๓) กับอาทิตย์ (๑) คู่อุบัติเหตุ ทำลาย เสียหาย พลัดพราก ล้มตาย ฉับพลัน อยู่ในภพนั้นด้วย โดยที่ดาวทั้งสาม นั้นเป็นดาวเจ้าเรือนมรณะของลัคนาเดิม (คือ เสาร์) และเป็นดาวที่อยู่ในภพมรณะ เมื่อกลับกลายมาเป็นดาวศุภะในลัคนาจร จึงให้โทษในด้านการพลัดพราก สูญเสีย หรือปัญหาเกี่ยวกับภพที่ ๙ ศุภะได้ ข้อสำคัญอีกอย่างก็คือ ดาวพฤหัสบดี (๕)  ที่เสวยแทรกนั้น เป็นดาวเจ้าเรือนมรณะของลัคนาจรในพื้นดวง เล็งไปยังดาวเสาร์ (๗) เจ้าเรือนศุภะของลัคนาจรพื้นดวง ทั้งสองต่างมีความหมายถึง ญาติผู้ใหญ่ และ เป็นฝ่ายมารดา เมื่อพฤหัสบดี (๕) อุจจ์ เจ้าเรือนมรณะ เล็ง เสาร์ (๗) ศุภะ เกษตร ลัคนาจรพื้นดวง และ มรณะเกษตรพื้นดวงเดิม จึงให้โทษอย่างร้ายแรงในด้านการสูญเสีย

                และเมื่อวางลัคนาจร ในดวงดาวจร วันที่มารดาเสียชีวิต จะเห็นว่าเสาร์ (๗) เจ้าเรือนศุภะ ที่อยู่ในภพปัตนิ ถูกราหู (๘) เกตุ (๙) จรกุมอยู่ มีอาทิตย์ (๑) ดาวลอยมรณะของพื้นดวงเดิมนำหน้า และมีอังคาร (๓) กับเนปจูน (น) ขนาบหลัง โดยมีพลูโต (พ) และพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนมรณะของลัคนาจร ทำมุมกากะบาด

                จุดตายที่จะพิจารณาฟันธงไปว่า จะมีการสูญเสียมารดา ก็คือ ดาวจันทร์ (๒) ในพื้นดวงนั้น จะเห็นดาวจันทร์ (๒) ที่อยู่ในภพลาภะ ถูกเนปจูน (น) และ อังคาร (๓) จรเล็ง มีมฤตยู (๐) กากะบาด โดยมีเสาร์ (๗) ราหู (๘) และเกตุ (๙) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง แม้จะเพียงข้างเดียว แต่ให้โทษรุนแรง เพราะเป็นบาปเคราะห์ใหญ่ที่ให้โทษร้ายแรง และมีถึง ๓ ดวง

                มาดูในดวงดาวจรกันบ้าง แม้จันทร์ (๒) จะจรเป็นเกษตรในภพสหัชชะกับลัคนาจรก็ตาม แต่จันทร์ (๒) ก็ถูกบาปเคราะห์จรเบียนมากมาย คือ มฤตยู (๐) กุม อังคาร (๓) เนปจูน (น) กากะบาด พฤหัสบดี (๕) มรณะนำหน้า เสาร์ (๗) ราหู (๘) เกตุ (๙) ทำมุมตรีโกณ ที่สำคัญก็คือ มฤตยู (๐) เจ้าเรือนศุภะของลัคนาพื้นดวง ที่จรร่วมกับจันทร์ (๒) นั้น ก็ถูกเบียนจากบาปเคราะห์เช่นเดียวกับจันทร์ทุกประการ

                ดวงนี้ค่อนข้างจะดูยากสักหน่อย เพราะถ้าอาศัยการดูเพียงจุดใดจุดหนึ่ง เช่น มีบาปเคราะห์จรเข้าภพศุภะ หรือไม่ , ดาวเจ้าเรือนศุภะ (หมายถึง มฤตยู ในดวงนี้) จรเข้าภพทุสถานะหรือไม่ ? ดาวพฤหัสบดี (๕) จรเข้าภพทุสถานะหรือไม่ , ดาวจันทร์ (๒) จรเข้าภพทุสถานะหรือไม่ ล่ะก็ มีหวังอ่านไม่ออกแน่ เพราะมันไม่ได้จรเข้าภพทุสถานะเลยสักดวง และไม่มีบาปเคราะห์ใด ๆ ในภพศุภะด้วย

ซึ่งอันนี้ก็จะเห็นได้จากดวงอื่น ๆ หลายดวง ที่ผมเน้นเสมอว่า จะดูจากดาวจรเข้าเรือน หรือดาวเจ้าเรือนจรอย่างเดียวนั้นไม่ได้ ต้องดูที่ดาวเจ้าเรือน และดาวที่เกี่ยวข้องที่ใช้พิจารณาในเรื่องนั้น ๆ ในพื้นดวงเดิม ว่าถูกเบียนมากน้อยเพียงใด เป็นสำคัญ ซึ่งดวงนี้ จะเห็นว่า มฤตยู (๐) เจ้าเรือนศุภะ ในพื้นดวงที่อยู่ในภพกัมมะนั้น ถูกเบียนหนักไม่น้อยไปกว่าดาวจันทร์ (๒) พฤหัสบดี (๕) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยถูกพลูโต (พ) อังคาร (๓) และเนปจูน (น) จรทำมุมปลายหอกทิ่มแทง มีเสาร์ (๗) ราหู (๘) เกตุ (๙) จรทำมุมตรีโกณ นอกเหนือไปจากดาวจรที่ถูกเบียนในดวงดาวจรที่ได้กล่าวมาแล้ว

 

ตัวอย่างที่ ๙

 

 

                มาดูดวงตัวอย่างอีกดวงหนึ่ง เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น  ดวงนี้เจ้าชะตาเสียมารดาเมื่อตนเองมีอายุได้ ๓๗ ปี นับว่า มารดาของเจ้าชะตาต้องมีอายุขัยมาก และคงตายด้วยโรคชรา อายุ ๓๗ ปีนั้น ลัคนาจรจะจรเข้าทับลัคนาเดิม จึงง่ายที่จะพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ อย่างดวงนี้ เห็นชัดเจนเลยว่า แบคคัส (บ) เจ้าเรือนมรณะนั้น อยู่ในภพศุภะ ของลัคนาเดิม ซึ่งมีดาวจันทร์ (๒) อยู่ในภพศุภะนั้นอีกด้วย การที่เจ้าชะตา สูญเสียมารดาในปีที่อายุ ๓๗ ซึ่งดาวจันทร์เสวยอายุนั้น (๓๑ – ๔๐ ปี) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ยิ่งในวัยที่ลัคนาจรทับลัคนาเดิม ซึ่งผมกล่าวเสมอว่า เรื่องดี เรื่องร้าย เรื่องอะไรที่บอกไว้ในพื้นดวง แล้วยังไม่เกิด โอกาสที่จะเกิดในปีที่ลัคนาจร จรเข้าทับลัคนาเดิม เช่น ๑๓, ๒๕, ๓๗, ๔๙, ๖๑...จึงมีมาก

                ถ้ามองดาวจรที่มากระทบดาวเดิมในพื้นดวง จากจุดที่ตั้งภพศุภะ ซึ่งมีจันทร์ อยู่ด้วยนั้น จะเห็นว่า มีอาทิตย์ (๑) พุธ (๔) ศุกร์ (๖) ศุภเคราะห์ล้วน ๆ จรเข้าภพศุภะ และทับดาวจันทร์ (๒) ที่หมายถึง มารดา หากมองแค่นี้ รับรองเลยว่า อ่านไม่ออกแน่ ดังนั้น จะต้องดูดาวอื่น ๆ ที่จรมาทำมุมสัมพันธ์ให้คุณให้โทษด้วย ถ้าดูต่อไป จะเห็นว่า แบคคัส (บ) เจ้าเรือนมรณะนั้น จรนำหน้าดาวจันทร์ (๒) ในพื้นดวงเดิม ให้โทษอย่างเห็นชัด โดยมีมฤตยู (๐) แจมร่วมด้วยอีกดวงหนึ่ง มีพลูโต (พ) กับเกตุ (๙) โยค หน้า มีเนปจูน (น) กับ อังคาร (๓) ทำมุมตรีโกณ และมีเสาร์ (๗) กับราหู (๘) ทำมุมปลายหอก แม้เพียงข้างเดียว ก็ให้โทษร้ายแรง ด้วยเป็นบาปเคราะห์ใหญ่ถึง ๒ ดวง

                แต่จุดสำคัญที่ใช้พิจารณา ไม่ใช่ภพศุภะ และดาวจันทร์ (๒) ที่อยู่ในภพศุภะเท่านั้น ที่สำคัญที่สุด คือ ดาวเจ้าเรือนศุภะ คือ ราหู (๘) กับ เกตุ (๙) ในพื้นดวง ถูกเบียนมากน้อยเพียงไร ? ดูที่ราหู (๘) ที่กุมลัคน์ก่อน จะเห็นว่า มีเนปจูน (น) เจ้าเรือนอริ จรมาทับ มีมฤตยู (๐) และแบคคัส (บ) มรณะกากะบาด มีราหู (๘) กับเสาร์ (๗) นำหน้า ดูแค่นี้ก็รู้ว่าย่ำแย่แล้ว มาดูเกตุ (๙) บ้าง ในพื้นดวงอยู่อริ ก็แย่อยู่แล้ว ยิ่งมาถูกบาปเคราะห์ เกตุ (๙) พลูโต (พ) เนปจูน (น) จรทำมุมปลายหอกทิ่มแทง มีราหู (๘) เสาร์ (๗) มฤตยู (๐) และ แบคคัส (บ)มรณะ ทำมุมตรีโกณ อย่างนี้เกตุ (๙) ถือว่า โดนเบียนหนักเช่นกัน

                จะให้ชัวร์ ก็ต้องดูพฤหัสบดี (๕) อีกดวงหนึ่ง จะเห็นว่า มีแบคคัส (บ)มรณะ จรเข้ามาทับ แต่อย่างว่าแหละครับ ดาวดวงนี้จรเข้ามา ก็จะอยู่นานร่วม ๗๖ ปี จึงจะใช้เป็นตัวตัดสินว่า จะสูญเสียมารดาในปีนี้หาได้ไม่ ต้องดูที่มฤตยู (๐) อีกตัวหนึ่ง ที่จรมาเสริมแบคคัส (บ) อันนี้ทำให้ใกล้ความจริงเข้ามา ว่าต้องสูญเสียมารดา ภายในระยะเวลา ๗ ปีที่มฤตยู (๐) จรทับแน่ นอกจากสองดวงนี้ที่ให้โทษแก่พฤหัสบดีแล้ว ยังมีเนปจูน (น) ที่ทำมุมกากะบาดอีกหนึ่งดวง ทีนี้พอจังหวะโอกาสที่ลัคนาจร จรเข้าทับลัคนาเดิม โดยมีบาปเคราะห์อื่น ๆ ทำมุมให้โทษเสริมกับพฤหัสบดี (๕) เช่น เกตุ (๙) และพลูโต (พ) จรนำหน้า ราหู (๘) กับเสาร์(๗) จรร่วมธาตุ มันก็เลยต้องมีการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ และที่เป็นมารดา ก็เพราะดาวที่เกี่ยวข้อง ถูกเบียน ดังได้กล่าวมาแล้ว

 

ตัวอย่างที่ ๑๐

 

 

                ดูดวงตัวอย่างเกี่ยวกับภพที่ ๙ การสูญเสียบิดาในดวงชาย มารดาในดวงหญิง มาพอสมควร ก็ขอวกเข้ามาพิจารณาการสูญเสียพี่น้องคลานตามกันมา ซึ่งใช้จุดพิจารณาเดียวกันกับภพที่ ๔ (พันธุ) และต้องพิจารณาดาวเจ้าเรือนสหัชชะ ที่มีความหมายถึงพี่น้อง หรือ เพื่อน เพราะบางทีพี่น้องที่คลานตามกันมานั้น ก็สนิทสนมรักใคร่ และมีพฤติกรรมแบบเพื่อน ดังนั้น จุดนี้แหละครับ ที่จะเป็นจุดแยกแยะออกไปว่า เป็นพี่น้อง ไม่ใช่ บิดา – มารดา ทีนี้อาจจะมีคำถามถามว่า แล้วกรณีนี้ ดาวพฤหัสบดี (๕) หรือ อาทิตย์ กับ จันทร์ ซึ่งหมายถึง ผู้ใหญ่ บิดา – มารดา จะต้องนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ ก็คงต้องนำมาพิจารณาบ้าง แต่ไม่แน่เสมอไป เพราะบางครั้งที่เราสูญเสียพี่น้องนั้น พ่อแม่ ท่านก็ทุกข์ใจ แทบจะตายตามลูกไปเหมือนกัน ในพื้นดวงก็อาจจะถูกเบียนได้ ดังนั้น หากต้องพิจารณาในเรื่องของภพพันธุ ทางที่ดี เพื่อตัดปัญหาความสงสัยออกไป จึงควรที่จะนำดวง พ่อ แม่ พี่น้องทุกคน มาตรวจ อย่างนี้รับรองผลได้แน่นอน ว่าเป็นใครแน่ ชัวร์

                มาเข้าดวงตัวอย่างกันเลยนะครับ ดวงชายผู้นี้อยู่อเมริกานี่แหละครับ สูญเสียน้องสาว ขณะที่ตนเองเดินทางไปเมืองไทย เลยไม่ได้กลับมาทำศพน้องสาว              บังเอิญผมเป็นเพื่อนกับน้องสาวเขาเข้า เลยรู้เรื่องราวต่าง ๆ ในครอบครัวนี้ดี ในวันที่เสียน้องสาว หรือปีที่เสียน้องสาวนั้น จะเห็นว่า ดาวเสาร์ (๗) เจ้าเรือนกฎุมพะ ที่อยู่ในภพวินาศนะ จรเข้าภพพันธุ ซึ่งหมายถึง บ้าน ที่อยู่อาศัย การเดินทาง พี่น้องคลานตามกันมา บิดาในดวงหญิง มารดาในดวงชาย ฯลฯ ยิ่งดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนลัคน์ และเป็นดาวที่มีความหมายเกี่ยวกับต่างประเทศ ต่างแดน เดินทางไกล เข้าภพพันธุ ด้วยแล้ว ในช่วงดังกล่าว เขาจึงมีเกณฑ์เดินทางไกล นอกเหนือไปจากการสูญเสียน้องสาวอีกด้วย

                ดวงนี้มีพี่น้องหลายคน ดังนั้น ดูไม่ออกหรอกครับ ว่าจะสูญเสียพี่น้องคนไหน เพราะมีทั้งชาย และหญิง คละเคล้ากันไปด้วย ทีนี้ ดวงนี้พฤหัสบดี (๕) ไม่ได้จรเข้าภพทุสถานะ จึงตัดปัญหาการสูญเสียผู้ใหญ่ไปเปราะหนึ่ง ปัญหาอยู่ที่ว่า มันตกมายังพี่น้องได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ก็ได้เดินทางไกล ตามดวงชะตาไปแล้ว ต้องดูดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนสหัชชะ ครับ ในพื้นดวงเขา จะเห็นว่า มฤตยู (๐) เจ้าเรือนสหัชชะนั้น อยู่ในภพมรณะ และวันที่น้องสาวเขากินยาตาย ดาวดวงนี้ก็เดินนำหน้าลัคนา ในพื้นดวง ข้อสำคัญ ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนมรณะ ที่อยู่ในภพพันธุ ของพื้นดวงนั้น นอกจากจะส่งผลให้เจ้าชะตา มาอยู่อเมริกานานสิบกว่าปีขึ้นไป (ขณะนี้ก็ยังอยู่) แล้ว ยังส่งผลร้ายในเรื่องของภพพันธุ อีกด้วย ซึ่งในที่นี้ เจ้าชะตาไม่ได้กำพร้ามารดา และมาอยู่กับมารดาที่อเมริกา จึงตัดประเด็นนี้ออกไป อีกทั้งดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนสหัชชะ ที่อยู่ในภพมรณะ อันนี้แหละครับ เป็นจุดตาย ที่เราจะแยกแยะได้ว่า เจ้าชะตานั้น สูญเสียพี่น้องก่อนวัยอันสมควร มากกว่าผู้ที่เป็นมารดา (พิจารณาจากสองจุดหรือสองเรือน ที่ล้วนสัมพันธ์กับมรณะ ประกอบกัน)

                อายุ ๔๑ ปี ลัคนาจรเข้าภพปุตตะ น่าจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับเด็ก หรือ ผู้อ่อนวัยกว่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งก็เป็นเรื่องของน้องสาวพอดิบพอดี  หากวางลัคนาจรในพื้นดวงเดิม จะเห็นว่า จันทร์ (๒) ซึ่งกลายเป็นเจ้าเรือนพันธุ จะไปอยู่ในเรือนวินาศนะ และอังคาร (๓) เจ้าเรือนมรณะ จะอยู่ในภพสหัชชะ อย่างนี้ไม่ดีแน่ หากดาวเจ้าเรือน หรือ เรือนพันธุ กับ สหัชชะ ต้องมาเสียด้วยข้องแวะกับมรณะ หรือ ดาวที่มาจากเรือนทุสถานะอื่น ๆ  ยิ่งอายุ ๔๑ ปี อังคาร (๓) เข้าเสวยอายุ และเสวยแทรกด้วยแล้ว ยิ่งชัดเจน จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากพี่น้องคลานตามกันมา ไม่ใช่พี่น้องอื่น หรือญาติมิตรทั่วไป เพราะดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนพันธุ เสียอีกด้วย และถ้าดูให้ดี จะเห็นว่า มีมฤตยู (๐) บาปเคราะห์ในภพพันธุ อีกทั้งดาวจันทร์ (๒) ที่อยู่ในภพวินาศนะของลัคนาจรพื้นดวงนั้น ถูกเบียนอย่างมาก คือ มีราหู (๘) เนปจูน (น) พลูโต (พ) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง เสาร์ (๗) มฤตยู (๐) ร่วมธาตุ โดยมีอังคาร (๓) มรณะของลัคนาจร ทำมุมกากะบาด ทำให้สูญเสียน้องสาว มากกว่าที่จะเป็นมารดา (ขณะที่น้องสาวเสีย มารดายังมีชีวิตอยู่ และยังมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้)

 

ตัวอย่างที่ ๑๑

 

 

                มาดูดวงหญิง ที่ต้องสูญเสียพี่ชายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์บ้าง หญิงผู้นี้มีพี่ชายหลายคนครับ ดังนั้น ไม่รู้แน่หรอกครับ ว่าจะเป็นคนไหน ถ้าไม่เอาดวงพี่ชายทุกคนมาตรวจดู ตอนที่พี่เขาตายนั้น เขาอายุได้ ๑๔ ปีเท่านั้น ปัจจุบัน หญิงผู้นี้พำนักอยู่ในอเมริกา และคงอยู่อีกนาน ไม่กลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยแน่ เพราะโอนสัญชาติเป็นอเมริกันมานานหลายปีแล้ว จะเห็นได้ว่า ในพื้นดวงเธอนั้น มีบาปเคราะห์ร้ายราหู (๘) กับเกตุ (๙) และเป็นเจ้าเรือนสหัชชะ อีกต่างหาก อยู่ในภพพันธุ โดยที่มีจันทร์ (๒) เจ้าเรือนพันธุ อยู่ในภพมรณะ โดยที่ทั้งสามดวง ตรีโกณถึงกัน และมีอังคาร (๓) มรณะอีกตัวหนึ่ง ทำมุมร่วมธาตุ อย่างนี้ ปัญหาเรื่องบ้าน ที่อยู่อาศัย เดินทางไกล และเรื่องพี่น้อง มีแน่นอนครับ

                ในพื้นดวงเธอนั้น จะมีปัญหาทุกเรื่องที่กล่าวมา คือ พลัดที่นาคาที่อยู่ ไปอยู่ต่างประเทศ สูญเสียพี่น้อง ก่อนวัยอันสมควร (ตอนที่พี่ชายเธอตายนั้น อายุพี่ชายเธอแค่ ๑๙ ปี เท่านั้น) หลังจากพี่ชายตายได้แค่ ๒ ปี ก็ต้องสูญเสียบิดาไปอีกคนหนึ่ง ล้วนแต่เป็นเรื่องของภพพันธุทั้งนั้น เพราะจันทร์ (๒) อยู่มรณะ และถูกเบียนมาก อีกทั้งยังมีราหู (๘) เกตุ (๙) อยู่ในภพพันธุน่ะแหละครับ

                ราหู (๘) เกตุ (๙) เจ้าเรือนสหัชชะ ที่อยู่ในภพพันธุ ก็ถูกเบียนหนักด้วยนะครับ นอกจากถูกเบียนในมุมตรีโกณ เช่นเดียวกับจันทร์ แล้ว ยังถูกเบียนในมุมกากะบาด คือ เสาร์ (๗) กับ เนปจูน (น) กากะบาด มีมฤตยู (๐) นำหน้า ดังนั้น เธอจึงมักเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย พี่น้อง เพื่อนฝูง ญาติมิตร แทบจะตลอดชีวิตเธอเลยทีเดียว

                ในวันที่พี่ชายเธอตายนั้น เธออายุได้ ๑๔ ปี ลัคนาจรของเธอจรเข้าภพพันธุ บ่งบอกจะต้องมีเรื่องที่จะต้องเกี่ยวข้องกับบิดา หรือ พี่น้อง ในปีนั้นแน่นอน เมื่อวางลัคนาจร ในพื้นดวงเดิมแล้ว จะเห็นว่า มีเนปจูน (น) วินาศนะเดิม ไปอยู่ในภพพันธุ ศุกร์ (๖) เจ้าเรือนปัตนิที่กุมลัคน์อยู่นั้น กลายเป็นเจ้าเรือนพันธุ ในภพกัมมะของลัคนาจรแทน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ศุกร์ (๖) นั้น ถูกเบียนจากบาปเคราะห์ในมุมกากะบาดถึง ๔ ดวง ครบทุกจุดทีเดียว คือ เนปจูน (น) เล็ง เสาร์ (๗) ราหู (๘) เกตุ (๙) กากะบาด

                มาดูดาวจรวันที่พี่ชายเธอตายบ้าง จะเห็นว่า ลัคนาจรนั้น ถูกเสาร์ (๗) ดาวทุกข์โศก กุมลัคนาจรอยู่ โดยมีราหู (๘) และมฤตยู (๐) ซึ่งเป็นดาววินาศนะ และ มรณะของลัคนาจร จรอยู่ในภพพันธุ โดยที่พุธ (๔) เจ้าเรือนสหัชชะ ของลัคนาจร จรเข้าภพอริ โดยมีพลูโต (พ) บาปเคราะห์จรอยู่ในภพสหัชชะของลัคนาจร จากสองจุดนี้แหละครับ ที่เราจะทราบว่า เหตุดีร้าย เกิดขึ้นกับพี่น้องมากกว่าพ่อแม่ เพราะพฤหัสบดี (๕) ทั้งในลัคนาจรพื้นดวง และ ลัคนาจรในดวงดาวจร ล้วนไม่ได้จรอยู่ในภพทุสถานะ ดังนั้นปัญหาการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ จึงตัดไปได้เลย

                การที่ผมเอาดวงชาย–หญิง ที่มาใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกา อย่างเนิ่นนานและถาวร มาพิจารณาประกอบกับการพิจารณาในเรื่องการสูญเสียพี่น้อง นั้น ก็เพื่อจะให้เห็นว่า ภพพันธุนั้น มีความหมายมากมาย และอาจจะเป็นไปได้ทุกความหมายในพื้นดวง หรือ อาจจะส่งผลกระทบในทุกเรื่องในช่วงที่เกิดเรื่องราวไม่ดีเกี่ยวกับภพพันธุได้ ดังนั้น การพิจารณาดวงชะตา จึงต้องละเอียดอ่อน และรอบคอบ ดูดาวที่จะมาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องที่เราจะดู หากสงสัยว่าจะตกกับบุคคลในครอบครัว ก็ต้องเอาดวงบุคคลในครอบครัวมาอ่าน มาพิจารณา

                บางทีเหตุการณ์ต่าง ๆ ในภพพันธุนั้น อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัว แต่อาจจะตกไปยังบ้านที่อยู่อาศัย การเดินทางไกล อุบัติเหตุรถยนต์ ฯลฯ ก็ได้ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ จะได้นำมาเสนอเป็นเรื่อง ๆ ในบทต่อไป หรือ อาจจะเขียนขึ้นมาเป็นบทความเฉพาะเรื่องก็ได้ ตอนนี้ คงต้องยุติเรื่องของพันธุ ไว้แต่เพียงเท่านี้


สารบัญ