บทที่ ๑๑

ภพที่ ๕ ปุตตะ

********************

                ภพปุตตะ เป็นภพหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าภพอื่น ๆ ในดวงชะตา ชนิดที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด เป็นภพที่ตั้งอยู่ในมุมตรีโกณ หรือ ร่วมธาตุกับลัคนา ดังนั้น หากมีดาวศุภเคราะห์ที่ให้คุณไปสถิตอยู่ ยิ่งเป็นดาวมีศักดิ์สูงด้วยแล้ว จะส่งผลดีให้แก่เจ้าชะตา แต่ในทางตรงข้าม หากมีดาวบาปเคราะห์ หรือ ดาวศักดิ์ต่ำ ดาวที่มาจากภพทุสถานะมาสถิตอยู่ ก็จะส่งผลให้โทษ ไม่เฉพาะในเรื่องที่มีความหมายเกี่ยวกับปุตตะ เท่านั้น แต่จะส่งผลดี ผลเสีย แก่เจ้าชะตาในเรื่องต่าง ๆ มากมาย เช่น ลักษณะอุปนิสัยใจคอ การดำเนินชีวิตทั่วไป ว่ามี วาสนา บารมี คุณธรรมความดี ความสำเร็จสมหวัง มากน้อย เพียงใด ดาวที่สถิตอยู่ในมุมตรีโกณ เช่น ภพปุตตะ และ ภพศุภะ (ภพที่ ๙) จะมีส่วนอย่างมากในการบ่งบอกวาสนา ถ้ามีครบทั้งสองภพ หรือ สองมุมนี้ล่ะก็ ถือว่า มีวาสนาดวงหนึ่ง เรียกว่า ดวงตรีโกณ ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วในบทเรียนที่ ๔

                คำว่า “ปุตตะ” แปลตรงตัวว่า “บุตร” หรือ “ลูกในไส้ของเราน่ะแหละ” ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจรวมไปถึงลูกเลี้ยง ลูกบุญธรรม ลูกสะใภ้ ลูกเขยได้ด้วย แต่ความหมายจริง ๆ ในทางโหราศาสตร์ มันไม่ได้มีเพียงแค่นี้เท่านั้น แต่ยังมีความหมายถึง บริวาร (ผู้ห้อมล้อมติดตามใกล้ชิด) ลูกน้อง ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาในสายงาน,  สัตว์เลี้ยงทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หนู งู ตะกวด (อีกัวน่า) ฯลฯ ตรงนี้ จะอธิบายเพิ่มเติมนิดหนึ่ง ที่ว่าใช้ดูเรื่องสัตว์เลี้ยงนั้น เพราะหลายคนครับ ที่รักสัตว์ที่ตนเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย และรักเหมือนลูกด้วยนะครับ เวลาเจ็บไข้ไม่สบาย ก็ทุกข์ใจ พาไปหาหมอ เวลาที่ตายจากไป ก็ร้องไห้เสียอกเสียใจ ยิ่งสมัยนี้มีให้บริการทำบุญสวดศพ เผาศพแบบคนกันแล้ว อย่างที่วัดคลองเตยนอก กทม. ทำมาร่วม ๑๐ ปีแล้วกระมัง ดังนั้น ผมกล้ารับรองว่า ใช้ภพปุตตะ พิจารณาถึงสัตว์เลี้ยงแสนรักได้แน่ มีหลายดวงครับ ที่ผมอ่านเรื่องลูก ว่าจะมีลูก หรือ ลูกจะได้รับอันตราย หรือ จะได้ลาภจากสัตว์สองเท้า (หมายถึง มีคู่รัก พบรัก หรือ ได้ลาภจากคนรัก) กลับไปได้สัตว์เลี้ยงเข้ามา และอันตรายเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง ไม่ได้ส่งผลไปยังลูก หรือเรื่องอื่น ๆ รวมทั้งคนรัก ก็มี

                นอกจากความหมายในเรื่อง บุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง แล้ว ยังมีความหมายถึง ความรักก่อนแต่งงาน ด้วย หลายท่านยังนำไปใช้พิจารณาคู่รัก ที่ได้เสียก่อนแต่งงาน หรือ คู่ขา คู่ควง ฯลฯ , มีความหมายถึง การเสี่ยงโชค การเล่นการพนัน (สองอย่างนี้ต่างกันนะครับ) อธิบายนิดหนึ่ง การเสี่ยงโชค ก็คือ การซื้อล็อตเตอรี่ การส่งชิ้นส่วนไปชิงรางวัล การเล่นสล็อตแมชชีน ฯลฯ คือ ลักษณะจะเป็นไปในทางที่ต้องเกี่ยวข้องกับคนส่วนมาก หรือ ส่วนใหญ่ แต่การพนัน เล่นกันสองต่อสองก็ได้ อีกฝ่ายเป็นเจ้ามือ อีกคนเป็นคนแทง แค่นี้ก็เข้าข่ายการพนันแล้วครับ (ไม่เกี่ยวกับความหมายทางกฎหมายนะครับ) คือ การพนัน เช่น ไพ่ , หวยใต้ดิน, ฟุตบอล, ม้า ฯลฯ พวกนี้ จะเกี่ยวข้องไ ด้เสียกัน ระหว่างเจ้ามือ กับ คนแทง เท่านั้น

                นอกจากนี้ ยังหมายถึง ความปีติเบิกบานของเจ้าชะตา ก็อย่างที่บอกไว้แต่ต้นน่ะแหละครับ คือ เป็นตำแหน่งที่อยู่ในมุมร่วมธาตุ เราอยากรู้ว่าเจ้าชะตามีลักษณะนิสัยใจคออย่างไร ประพฤติตนอย่างไร ไม่ใช่ดูแค่ดาวกุมลัคน์ ศูนยพาหะ และดาวลอยเหนือศีรษะขณะเกิดในภพกัมมะเท่านั้น ยังต้องดูดาวในมุมตรีโกณ ด้วย (ผมจะไม่ใช่มุมเล็ง ในการพิจารณานิสัย ใจคอ ของเจ้าชะตานัก เว้นแต่ ดาวเจ้าเรือนลัคน์ ไปอยู่ในมุมเล็ง หรือ ภพปัตนิ หรือ ดาวในมุมเล็ง ภพปัตนิ สัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนลัคน์ในมุมกุม ร่วมธาตุ เท่านั้น)

                นอกจากนี้ ยังใช้ดูดวงพระสงฆ์ที่จะบวชได้นานหรือไม่ ก็ดูจากภพนี้ครับ นอกเหนือไปจากการดูในภพปัตนิ นั่นหมายถึง พระสงฆ์ที่บวชตั้งแต่ยังไม่ออกเรือน มีลูกมีเต้ามาก่อนบวชนะครับ เพราะว่า หากดาวเจ้าเรือนปุตตะ (บุตร) และ ดาวเจ้าเรือนปัตนิ (คู่ครอง) เสียหายมาก ถูกเบียนมาก และในเรือนทั้งสอง ยังมีบาปเคราะห์ไปอยู่อีกมาก ประกอบกับ ดาวพฤหัสบดี (๕) เด่นในดวงชะตา หรือสัมพันธ์กับลัคนา และดาวพลูโต (พ) ซึ่งเป็นดาวสมถกรรมฐาน อย่างนี้รับรองว่า บวชแล้วไม่สึก และเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่น่าเคารพกราบไหว้อย่างดียิ่งเชียวครับ (เพราะไม่มีลูก เมีย ต้องห่วง ตัดขาดทางโลกได้ง่าย)

                ในดวงชะตาที่มีดาวบาปเคราะห์ร้าย เช่น ราหู (๘) เสาร์ (๗) และอังคาร (๓) หรือ มีดาวเจ้าเรือนภพทุสถานะ จรเข้าทับลัคนา บางทีเคราะห์ร้ายต่าง ๆ แทนที่จะเกิดกับเจ้าชะตาโดยตรง กลับไม่เกิด แต่ไปเกิดกับบิดา – มารดา (ภพที่ ๙) บุตร (ภพที่ ๕) ซึ่งทำมุมร่วมธาตุกับลัคนาแทน เพราะกระแสของดาวในมุมตรีโกณ จะส่งถึงกันหมด หรือไม่เช่นนั้นก็จะตกอยู่กับคนรัก คู่ครอง (ภพที่ ๗) เพราะภพนี้ อยู่ตรงข้ามกับลัคนา เมื่อดาวร้าย ๆ ที่ว่าจรมาทับลัคน์ ก็ย่อมจรเล็งไปยังดาวที่อยู่ในภพปัตนิ หรือ เรือนปัตนิ พร้อมกันด้วย ดังนั้น ผลเสียหรือเคราะห์กรรมอาจเกิดกับคนรัก คู่ครอง เพศตรงข้ามได้ หรือเจ้าชะตาอาจอกหักผิดหวัง ชอกช้ำ บางคนเสียผู้เสียคน เสียอนาคต แม้แต่เสียชีวิต เพราะเหตุจากเพศตรงข้าม ในขณะที่ดาวบาปเคราะห์ร้าย หรือ ดาวที่มาจากเรือนร้าย จรเข้าทับลัคน์

ดังนั้น การพิจารณาดวงชะตา จึงมีความสำคัญมาก ในอันที่จะต้องเรียนรู้เรื่องราวในภพต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภพต่าง ๆ ตลอดจนโยคเกณฑ์ต่าง ๆ มุมต่าง ๆ ที่ให้คุณให้โทษ การที่เรียนแบบท่องจำ แล้วนำไปใช้โดยไม่มีศิลปะในการใช้นั้น ต้องขอเอาไว้สำหรับนักศึกษาระบบพลูหลวง ที่มาเรียนกับผม เพราะโอกาสที่จะผิดพลาดมีมาก เดี๋ยวจะพาลมาโทษตำรา โทษผมสอนไม่ดี สมกับคำพังเพยที่ว่า รำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง มันไม่ถูกต้อง และเป็นบาปนะ จะบอกให้

 

ตัวอย่างคำพยากรณ์ ดาวพระเคราะห์อยู่ในเรือน หรือ จรเข้าเรือนปุตตะ

                อาทิตย์ (๑) อยู่ในเรือนปุตตะ มักได้บุตรดี เป็นที่เชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล บุตรคนแรกมักเป็นเพศชาย หรือบุตรส่วนใหญ่มักเป็นชาย พึ่งพาอาศัยได้ บุตรมักเอาแต่ใจตัว เลี้ยงยาก มักพลัดพราก หรือยกให้ผู้อื่นเลี้ยงจึงจะดี ถ้าปล่อยตามธรรมชาติ อาจมีบุตรหลายคน เจ้าชะตาจะมีลักษณะนิสัยแบบดาวอาทิตย์ คือ รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ มักชอบเป็นผู้นำ ฯลฯ หากดาวอาทิตย์จรเข้าปุตตะ หรือ เดินร่วมกับดาวปุตตะ มักมีลาภผลจากบุตร บริวาร คนรัก คนที่เป็นโสด หรือหัวใจยังว่าง มักจะพบรัก ที่มีอยู่แล้ว ความรักมักดูดดื่ม และอาจอยู่ช่วงจังหวะที่จะมีบุตรหรือทายาทสืบสกุล

                จันทร์ (๒) อยู่ในเรือนปุตตะ มักได้บุตรดี เป็นที่เชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล บุตรคนแรกมักเป็นหญิง หรือบุตรส่วนใหญ่มักเป็นหญิง พึ่งพาอาศัยได้ บุตรมักเชื่อฟัง ว่านอนสอนง่าย เข้ากับพี่น้อง ปู่ย่าตายาย พี่ป้าน้าอาลุงได้ดี เจ้าชะตามักจะมีลักษณะนิสัยแบบดาวจันทร์ คือ สุภาพ นิ่มนวล เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ไม่เรื่องมาก มักยอมคน หรือ เป็นผู้ตามที่ดี ฯลฯ หากดาวจันทร์ จรเข้าภพปุตตะ มักจะได้ลาภผลจากพี่น้อง วงศาคณาญาติ หรือการเดินทาง ความรักในช่วงนั้น มักจะดูดดื่ม ชื่นมื่น เหมือนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์เลยทีเดียว

                อังคาร (๓) อยู่ในเรือนปุตตะ มีบุตรยาก หรือไม่มีบุตร มักคลอดยาก ต้องผ่าตัด บุตรเลี้ยงยาก มักพึ่งพาไม่ได้ มักพลัดพรากจากบุตร หรือสูญเสียบุตรก่อนวัยอันสมควร (หัวหงอกเผาหัวดำ) บุตรมักเจ็บไข้ไม่สบาย หรือนำทุกข์ร้อนมาให้ เจ้าชะตามักจะมีลักษณะนิสัยแบบดาวอังคาร คือ มุทะลุ ดุดัน เจ้าโทสะ แต่กล้าหาญ และมีความขยันขันแข็ง เข้ากับใครไม่ค่อยได้ มักมีคนเกลียด มากกว่าคนรัก หากอังคารจรเข้าภพปุตตะ หรือ เดินร่วมกับดาวปุตตะ ต้องระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับบุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง เด็ก ๆ ลูกน้อง ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา อาจมีทุกข์ หรือ นำเรื่องทุกข์ใจมาให้ ความรักไม่ค่อยดี มีเรื่องขัดแย้ง อาจเลิกรากันได้ ไม่ควรเสี่ยงโชค หรือเล่นการพนัน

                พุธ (๔) อยู่ในเรือนปุตตะ แม้เป็นศุภเคราะห์ แต่ก็ไม่ดีนัก อาจมีบุตรยาก หรือ บุตรเลี้ยงยาก มีเรื่องขัดแย้งกับบุตร หรือไม่ลงรอยกัน บุตรมักนำเรื่องทุกข์ใจ หรือนำเรื่องเดือดร้อนมาสู่ แต่จะดูดาวพุธเพียงดวงเดียวไม่ได้ ต้องดูดาวอื่น ๆ ประกอบ หากพุธมีศุภเคราะห์หลายดวง ทำมุมถึง ก็จะอาจจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามที่กล่าวมา หรืออาจจะลดหย่อนผ่อนโทษลงไป หากพุธ (๔) จรเข้าภพปุตตะ มักมีการติดต่อสื่อสารกับบุตร หรือ คนรัก คือมีความรัก ความเข้าใจมากขึ้น ที่ยังโสดก็มีโอกาสพบรัก การพบปะพูดคุยกันเป็นไปด้วยความชื่นมื่นมีความสุข แต่ทั้งนี้ต้องระวังด้วยว่า ในขณะนั้น พุธเดินผิดปกติหรือไม่ ถ้าผิดปกติ ก็อาจจะเกิดปัญหาอุปสรรค ติดขัดได้ ดาวพุธ (๔) เป็นดาวดวงเดียว ที่จะพิจารณาอย่างโดด ๆ ไม่ได้ แม้กระทั่งลักษณะนิสัยใจคอของเจ้าชะตาก็ตาม ที่อาจจะมีลักษณะนิสัยอย่างดาวพุธ คือ รวนเร ไม่แน่นอน ชอบเจรจา ขีดเขียน หรือ อาจจะตรงข้ามเลยก็ได้

                พฤหัสบดี (๕) อยู่ในเรือนปุตตะ ดาวดวงนี้อยู่ในเรือนไหน ก็ให้คุณแก่เรือนนั้น แม้จะเป็นดาวศักดิ์ต่ำ หรือ มาจากเรือนที่ให้โทษ (ภพทุสถานะ) ก็ตาม ต้องให้คุณยิ่งใหญ่เสมอ เมื่ออยู่ในภพปุตตะ จึงส่งผลให้คุณเกี่ยวกับบุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง ฯลฯ โชคลาภการเสี่ยง ความรักก่อนแต่งงาน มักสมหวัง ชื่นมื่น มีความสุข มีบุตรที่ให้คุณ เป็นอภิชาตบุตร เจ้าชะตามักจะมีลักษณะนิสัยแบบดาวพฤหัสบดี คือ ยึดมั่นในคุณธรรมความดี มีความกตัญญูรู้คุณ มีสติปัญญาดี มักใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ฯลฯ หากดาวดวงนี้จรเข้าภพปุตตะ หรือเดินร่วมกับดาวปุตตะ จะได้ลาภผลจากบุตร บริวาร คนรักคู่ครอง คนโสด หรือ หัวใจยังว่าง จะพบรัก หรือติดต่อกับคนรัก อย่างมีความสุขสมหวังในความรัก หากยังไม่มีบุตร ก็จะเป็นช่วงเวลาที่จะมีบุตรได้ในระยะนั้น

                ศุกร์ (๖) อยู่ในเรือนปุตตะ บุตรคนแรก หรือส่วนใหญ่มักเป็นหญิง หรือเป็นเพศตรงข้ามกับตน มักมีหน้าตาผิวพรรณดี เลี้ยงง่าย ให้คุณ พึ่งพาอาศัยได้ เจ้าชะตามักมีลักษณะนิสัยแบบดาวศุกร์ คือ ชอบสนุกสนานร่าเริง รักกิจกรรมการบันเทิง ชอบศิลปะ รักสวยรักงาม มักได้คู่ที่มีอายุอ่อน หรือแก่กว่ากันหลายปี หากดาวดวงนี้จรเข้าภพปุตตะ หรือจรร่วมกับดาวปุตตะ มักจะมีลาภผลจากคนรักคู่ครอง เพศตรงข้าม คนโสด หรือ หัวใจยังว่าง จะได้พบรัก ที่มีคู่อยู่แล้วก็จะพบปะ ติดต่อพูดจา มีกิจกรรมกับคนรักอย่างหวานชื่น หากมีเพศสัมพันธ์กัน และไม่ควบคุม โอกาสที่จะมีบุตรในระยะนั้นมีเปอร์เซ็นต์สูง

                เสาร์ (๗) อยู่ในเรือนปุตตะ ดาวตัวนี้เป็นดาวทุกข์โทษ ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรค ทำให้เกิดความล่าช้า หดหู่ เซื่องซึม เมื่ออยู่ในเรือนใด ก็จะให้โทษเรือนนั้น เมื่ออยู่ในภพปุตตะ จะก่อให้เกิดความทุกข์ใจอันเนื่องมาจากบุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง คือ มีบุตรยาก เลี้ยงยาก มักไม่เชื่อฟัง และนำปัญหาอุปสรรค ความเดือดร้อนมาให้เสมอ เจ้าชะตามักจะเป็นคนมีลักษณะนิสัยแบบดาวเสาร์ คือ มักระทมขมขื่น อกหักผิดหวง มีแต่เรื่องทุกข์ใจ แบกภาระรับผิดชอบสูง หากดาวเสาร์ (๗) จรเข้าภพปุตตะ หรือ จรร่วมกับดาวปุตตะ ต้องระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับบุตรบริวาร บุตรบริวารมักนำเรื่องทุกข์ใจมาให้ เป็นระยะที่มักจะอกหักผิดหวัง ทำอะไรไม่สำเร็จ มีปัญหาอุปสรรค หรือ พบกับความล่าช้า ไม่ควรเสี่ยงโชคหรือเล่นการพนันในระยะดังกล่าว

                ราหู (๘) อยู่ในเรือนปุตตะ ดาวดวงนี้เป็นคราสร้าย ตัวบดบังสมอง และสติปัญญา ก่อให้เกิดความลุ่มหลงมัวเมา เป็นบาปเคราะห์ที่จะให้โทษก็ต่อเมื่อเจ้าชะตาขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่ยึดมั่นอยู่ในคุณธรรมความดี เมื่ออยู่ในภพปุตตะ มักจะรัก หลง ในบุตรบริวาร เอาใจจนเคยตัว ทำให้บุตรเสียคนได้ ลักษณะนิสัยของเจ้าชะตา มักจะลุ่มหลงมัวเมา ขาดสติ ไม่มีความยับยั้งชั่งใจ แต่ราหูจะคลายอิทธิพลในเรื่องดังกล่าวลงไป เมื่อมีศุภเคราะห์หลายดวง หรือมีดาวศักดิ์สูงทำมุมตรีโกณถึง หรือ มีบาปเคราะห์ร้าย เช่น อังคาร เสาร์ ทำมุมตรีโกณถึง ยิ่งทำมุมครบทั้งสองจุด ก็จะเป็นผลดีแก่ดาวทั้งสาม มันจะเบียนกันเอง ข่มกันเอง ราหูเองก็จะหมดสภาพ หรือ ลดการให้โทษลงไป หากราหูจรเข้าปุตตะ หรือ เดินร่วมกับดาวปุตตะ อย่าลุ่มหลงมัวเมาในบุตร อย่าตามใจบุตรในทางที่ไม่ควร และงดการเสี่ยงโชค หรือเล่นการพนันทุกชนิด คบหาสมาคมกับใครต้องระวัง อย่าไว้ใจหรือเชื่อใจใครง่าย ๆ โดยเฉพาะคนที่อายุน้อยกว่า มักจะให้โทษ เป็นระยะที่ต้องระวังอันตรายที่จะเกิดกับบุตรด้วยเช่นกัน เพราะหากมีบาปเคราะห์จรมาทำมุมเสริมในมุมที่ให้โทษเมื่อไร ก็จะส่งผลร้ายดังว่าเมื่อนั้น ไม่เฉพาะกับบุตร แต่ทุกเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น

                เกตุ (๙) อยู่ในเรือนปุตตะ มักจะส่งอิทธิพลร้าย เหมือนกันกับราหู เพราะเป็นดาวประเภทเดียวกัน เกิดจากอิทธิพลของคราสเช่นเดียวกัน ต่างกันที่ราหูเป็นหัว เกตุเป็นหาง ดังนั้น การให้โทษของเกตุ จึงเบากว่ากัน เว้นแต่จะมีบาปเคราะห์ร้ายมากุม หรือ ทำมุมให้โทษเสริมเท่านั้น จึงจะส่งอิทธิพลรุนแรงเทียบเท่ากับราหูได้ เกตุคือตัววิปริต อาเพท เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ เมื่ออยู่ในเรือนใด เกาะกุมดาวใด ก็ต้องระวังความวิปริต อาเพท ความไม่แน่นอน ที่จะเกิดขึ้นกับเรือนหรือดาวนั้น

เกตุในภพปุตตะ ทำให้ลุ่มหลงมัวเมาในตัวลูก รักและตามใจลูก แต่บางทีก็ขัดใจ หรือ บังคับจิตใจลูกอย่างไม่มีเหตุมีผล ทำให้พฤติกรรมของเด็ก กลายเป็นคนในลักษณะแบบเกตุ คือ ขาดความมั่นใจในตนเอง ทำอะไรจับจด ไม่แน่นอน เชื่อคนง่าย หรือบางที ขาดความมั่นใจ ก็หันไปเชื่อเรื่องเร้นลับ จิตวิญญาณ เจ้าพ่อเจ้าแม่ ให้มาช่วยเหลือ ด้วยการบนบานศาลกล่าว หรือทำพิธีกรรมต่าง ๆ  ถ้าโชคดีเจอของจริงก็แล้วไป แต่โชคร้ายเจอของปลอม ถูกหลอกลวงต้มตุ๋น เสียเงินเสียทอง เสียผู้เสียคน หรือ บางทีอาจเสียตัว เสียอนาคตไปเลย มีหลายรายที่หันไปคบเพื่อน หรือหันเข้าหายาเสพติด ฯลฯ ก็จะส่งผลร้ายแบบเดียวกัน เกตุในภพปุตตะ ส่งผลให้เจ้าชะตามีลักษณะนิสัยแบบเกตุดังว่าไว้ และหากจรเข้าภพปุตตะ หรือ จรร่วมกับดาวปุตตะ ก็จะส่งผลในความหมายเหมือน หรือใกล้เคียงกัน บางคนอาจฝันดี มีจิตวิญญาณมาเข้าฝัน ให้ซื้อหวย หรือฝันเห็นอะไรแปลก ที่จะตีเป็นตัวเลขเพื่อซื้อหวย ทีนี้จะเชื่อได้หรือไม่ ต้องดูศุภเคราะห์ที่มาจรกุม หรือ ทำมุมเสริมกับเกตุ ด้วยว่า มีจำนวนมากน้อยเพียงใด ถ้าเป็นศุภเคราะห์มีศักดิ์สูง หรือ หลายดวงอย่างนี้ดีไม่ดี ก็อาจจะถูกหวย รวยกับเขาได้ครับ แต่ถ้าเป็นบาปเคราะห์ ก็ขอให้ลืมความฝันนั้นไปเลยครับ

                มฤตยู (๐) อยู่ในเรือนปุตตะ เป็นดาวธาตุลม ที่กลมกลิ้ง หรือ เปลี่ยนแปลงง่ายดาย ยิ่งกว่าเกตุซะอีก ดังนั้น ดาวดวงนี้จะให้คุณหรือโทษ ขึ้นอยู่กับศุภเคราะห์ที่มาเกาะกุม หรือ ทำมุมร่วมธาตุเสริม เป็นดาวดวงเดียวที่อยู่ในเรือนไหน เกาะกุมดาวใด ผมมักไม่กล้าทำนายตรง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับเรือน หรือดาวดวงนั้น ก็เพราะความพลิกล็อคของมันนี่แหละ เนื่องจากมันเป็นดาวลาภะของลัคนาโลกธรรมที่ราศีเมษ ดังนั้น เมื่ออยู่ในภพปุตตะ ที่เป็นภพที่มีความหมายเกี่ยวกับการเสี่ยง และเป็นจุดที่สัมพันธ์กับลัคนาในมุมตรีโกณ ดังนั้น หากดาวเจ้าเรือนปุตตะ ไม่เสียหายจริง ๆ และได้รับกระแสที่ดีจากดาวศุภเคราะห์ หรือดาวที่มีศักดิ์สูง ก็อาจจะส่งผลให้คุณแก่เจ้าชะตา ได้ลูกที่ดี พึ่งพาอาศัยได้ และให้คุณแก่พ่อแม่ ลูกบางคนเกิดมาให้ลาภผลแก่พ่อแม่ทันทีก็มีให้เห็น คือ ทำมาค้าขึ้น ทำอะไรก็เจริญ บางคนถึงกับถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่ เปลี่ยนฐานะจากเดิมที่ยากจน มาเป็นคนร่ำรวยกับเขาได้ ก็เพราะอิทธิพลของมฤตยู ในภพปุตตะนี่แหละครับ ดังนั้น เคล็ดลับในการพิจารณาดาวดวงนี้ จึงขึ้นอยู่กับบาปเคราะห์ หรือ ศุภเคราะห์ที่มาเกาะกุม ทำมุมให้คุณให้โทษ มากน้อยเพียงใดเป็นสำคัญ ประเภทพวกมากลากไปน่ะแหละครับ

                เนปจูน (น) อยู่ในเรือนปุตตะ เนื่องจากเป็นบาปเคราะห์ใหญ่ จึงให้โทษรุนแรง อาจส่งผลทำให้มีลูกยาก ลูกเลี้ยงยาก ต้องพลัดพรากจากลูก มีปัญหาขัดแย้งกับลูก เข้ากันไม่ค่อยได้ ลักษณะของเนปจูนที่ทำมุมร่วมธาตุกับลัคนาในภพปุตตะ ก็จะส่งผลให้เจ้าชะตามีลักษณะนิสัยแบบดาวเนปจูน คือ ค่อนข้างเก็บกด หากจะแสดงออกก็จะเป็นไปแบบฝืน ๆ หรือ ทำด้วยความจำเป็น หรือ ปกปิดสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ พวกนักแสดงในแวดวงมายา ล้วนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเนปจูนแทบทุกคน คือ เขาให้ร้องไห้ ก็ต้องร้อง เขาให้หัวเราะก็ต้องทำ แม้ว่าสภาพจิตใจในขณะนั้น จะไม่เอื้ออำนวย อย่างดาราตลกคาเฟ่ หลายคน ที่ไปเล่นม้า เล่นมวย เสียเงินทองมากมายหลายแสน หรือเมียหนีออกจากบ้านไป แต่พอขึ้นเวที ก็ต้องตลกให้ออก แม้จะช้ำชอกใจเพียงใด ก็ต้องทำใจ ฝืนใจ แสดงตลกออกมา นี่คือลักษณะของเนปจูน ที่เป็นดาวสังคม ดาวแห่งแวดวงมายา ดาวเร้นลับ ไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ไม่จริงใจ ฯลฯ

                พลูโต (พ) ในเรือนปุตตะ เป็นดาวบาปเคราะห์เล็ก ๆ และย้ายราศีนานมาก แต่อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นดาวให้โทษ ยิ่งมีบาปเคราะห์อื่นมาเสริม หรือทำมุมให้โทษด้วยแล้ว มันจะให้โทษไม่น้อย เมื่ออยู่ในภพปุตตะ อาจจะส่งผลเสียแก่ลูกในด้านความพลัดพราก มีลูกมากยากจน (พลูโต เป็นดาวสะสม ดังนั้น คนที่มีพลูโตกุมลัคน์ หรือ สัมพันธ์กับลัคน์ มักชอบเก็บสะสม ยิ่งอยู่ในภพปุตตะ หากไม่คุมให้ดี อาจมีลูกหัวปีท้ายปีได้) ลูกเลี้ยงยาก ไม่เชื่อฟัง เอาแต่ใจตนเอง ฯลฯ  พลูโตสัมพันธ์กับลัคน์ นอกจากลักษณะนิสัยที่ชอบเก็บสะสม ไม่ทิ้งอะไรง่าย ๆ แล้ว ยังมีลักษณะอื่นอีก เช่น ชอบในเรื่องเร้นลับ จิตวิญญาณ สมถกรรมฐาน โหราศาสตร์ มีจิตใจที่เที่ยงธรรม มักแย่งชิงของคนอื่น หรือทำอะไรตามใจตนเอง หักห้ามใจตนเองไม่ได้

                แบคคัส (บ) อยู่ในเรือนปุตตะ ดาวมหาลาภทางการเงินดวงนี้ อยู่ในเรือนไหน ก็ให้คุณเรือนนั้น เว้นแต่อยู่ในภพทุสถานะเท่านั้น ที่อาจจะให้คุณช้า หรือ เสื่อมคุณค่าไป ยิ่งมีดาวศุภเคราะห์มาเกาะกุม ทำมุมเสริมให้คุณด้วยแล้ว ยิ่งส่งผลดียิ่งขึ้น อาจทำให้มีฐานะความเป็นอยู่ร่ำรวยกับเขาได้ แม้จะลำบากยากจนมาก่อนก็ตาม เมื่ออยู่ในภพปุตตะ จะส่งผลในด้านฐานะความเป็นอยู่ ไม่ขัดสนเงินทอง มีนิสัยร่าเริงสนุกสนาน รักกิจกรรมการบันเทิง มักเชื่อคนง่าย หลงคนง่าย รักใครรักจริง ทุ่มเทไม่อั้น เนื่องจากเป็นดาวที่ย้ายราศีช้าที่สุด การดูดาวดวงนี้ จึงต้องอาศัยศุภเคราะห์บาปเคราะห์ที่มาเกาะกุม หรือทำมุมให้คุณให้โทษ เป็นหลักสำคัญในการพิจารณาถึงผลดี ผลเสีย ที่จะเกิดขึ้นจากอิทธิพลของดาวแบคคัส

 

สัมพันธภาพระหว่างเรือนปุตตะกับเรือนอื่น ๆ หมายถึง ดาวเจ้าเรือนปุตตะ อยู่ในเรือนต่าง ๆ หรือ จรเข้าเรือนต่าง ๆ กุม หรือ จรร่วม กับดาวเจ้าเรือนต่าง ๆ พอจะยกตัวอย่างการพยากรณ์โดยสังเขป ดังนี้

                ปุตตะ-ลัคน์  มักมีบุตรง่าย มีบุตรหลายคน บุตรมีลักษณะนิสัย รูปร่างหน้าตาคล้ายกับเจ้าชะตา มักมีลาภผลจากการเสี่ยงโชค หรือ เล่นการพนัน ไม่ขาดแคลนในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มักสนใจใฝ่คว้าหารักอยู่เสมอ

                ปุตตะ-กฎุมพะ มักมีลาภผลจากการเงิน การติดต่อสื่อสาร การเดินทาง ทำอะไรมักประสบความสำเร็จสมหวัง มักคบหาสมาคมกับคนที่มีอายุน้อยกว่า และบุตร บริวาร ผู้ด้อยอาวุโส จะมีอิทธิพลชักนำเจ้าชะตาไปในทางที่ดีหรือร้ายได้

                ปุตตะ-สหัชชะ มักมีพี่น้องหลายคน ตัวเองถ้าไม่เป็นคนโต ก็จะเป็นคนสุดท้อง มักชอบเดินทาง หรือพบปะ พูดคุย เข้าสมาคมกับคนทั่วไป ซึ่งจะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย คือ จะเป็นที่ยอมรับนับถือ หรือ สังคมให้ความช่วยเหลือ ให้ความร่วมมืออย่างดี

                ปุตตะ-พันธุ พี่น้องเยอะ ญาติแยะ และอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ไปมาหาสู่กันเสมอ มักมีลาภผลจากพ่อแม่ พี่น้อง การเดินทาง อสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ ฯลฯ มักมีลูกหลานสืบสกุล แบบเชื้อไม่ทิ้งแถว คือ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษ มีลักษณะนิสัย ความประพฤติ การงานอาชีพเป็นอย่างไร ลูกหลานก็มักจะเป็นอย่างนั้น

                ปุตตะ-เกษตร มีบุตรหลายคน (ถ้าไม่ควบคุม) บุตรดี เป็นที่พึ่งพาแก่พ่อแม่ เป็นอภิชาตบุตร เชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูล มักมีลาภผลจากการเสี่ยง หรือการพนัน ความรักมักสมหวัง คือ ได้แต่งงานกับคนที่เรารัก และเขารักเรา

                ปุตตะ-อริ มีบุตรยาก คลอดยาก เลี้ยงยาก บุตรมักนำเรื่องร้อนใจมาให้ มักไม่เชื่อฟัง หรือมีเรื่องไม่เข้าใจกัน ลาภผลการเสี่ยงไม่ดี มีการติดขัดชะงักงัน ความรักมักมีปัญหาอุปสรรค มีมือที่สามเข้ามาแทรก ทำให้ต้องอกหักผิดหวังบ่อยครั้ง และมักจะได้คู่ที่ไม่ได้รักกันมาก่อน

                ปุตตะ-ปัตนิ มักได้ลูกที่เป็นเพศตรงข้ามกับตนเป็นส่วนมาก หรือลูกคนแรกเป็นเพศตรงข้ามกับตน มักได้คู่ที่มีอายุน้อยกว่า หรือ แก่กว่ากันหลายปี มักได้ลาภผล ความสำเร็จ ความพึงพอใจ จากคนรัก คู่ครอง เพศตรงข้าม บุตรให้คุณ พึ่งพาอาศัยได้ ไม่ทำให้พ่อแม่ต้องช้ำใจ หรือมีปัญหาทุกข์ใจ

                ปุตตะ-มรณะ มีลูกยาก คลอดยาก อาจแท้งได้ คลอดแล้ว เลี้ยงยาก มักไม่เชื่อฟัง และนำความเดือดร้อนมาให้ ควรยกให้ผู้อื่นเลี้ยง หรือยกให้เป็นลูกของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เพราะอาจจะมีเกณฑ์พลัดพราก สูญเสียบุตรก่อนวัยอันสมควร แต่ทั้งนี้ต้องตรวจดูดวงชะตาของเด็ก และโยคเกณฑ์อื่น ๆ อีกด้วย ในส่วนของเจ้าชะตา มักอาภัพอับโชค ความรักไม่สมหวัง อกหักบ่อยครั้ง ทำอะไรไม่สำเร็จโดยง่าย

                ปุตตะ-ศุภะ ได้บุตรดี เป็นอภิชาตบุตร ให้คุณแก่พ่อแม่ เลี้ยงง่าย ไม่ก่อเรื่องเดือดร้อน หรือนำความทุกข์ใจมาให้ มักได้ลาภผลจากการเสี่ยง หรือการติดต่อสื่อสารทางไกล ความรักมักสมหวัง เป็นรักที่ยิ่งใหญ่ รักอมตะ ประเภทบูชารักแท้น่ะแหละ

                ปุตตะ-กัมมะ มักมีบุตรหลายคน เจ้าชะตามักจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุตร อาจรักหลงหรือตามใจเกินไป หลายคนยอมออกจากงาน หรือให้อีกฝ่ายออกจากงาน มาเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน เจ้าชะตามักจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับเด็ก หรือมีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องในวงงาน อาจทำงานเกี่ยวกับเด็ก หรือ มีลูกน้องมากในสายงาน เสี่ยงโชคดี มักมีลาภผล ความสำเร็จ สมหวังในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ชนิด หัวใจไม่ไร้รัก

                ปุตตะ-ลาภะ มักมีบุตรหลายคน บุตรพึ่งพาอาศัยได้ ให้คุณกับพ่อแม่ อาจพลิกชะตาพ่อแม่ จากฐานะเดิมที่ยากจน มาสู่ฐานะที่มั่งคั่งร่ำรวยได้ การเสี่ยงโชค หรือ การพนันดี มีรักก็สมหวังในรัก มักได้ลาภผลจากคนรัก คู่ครอง เพศตรงข้าม

                ปุตตะ-วินาศนะ มีบุตรยาก บุตรเลี้ยงยาก ไม่ค่อยเชื่อฟัง มักมีเรื่องไม่เข้าใจกันกับบุตร มีการสูญเสีย หรือพลัดพรากจากกัน ลาภผลการเสี่ยงโชคไม่ดี  มักอกหักผิดหวังในเรื่องของความรัก ประเภทรักที่เก็บกด ปิดบังซ่อนเร้น หรือ รักเขาข้างเดียว

                ก็เหมือนกับทุกภพทุกเรือนที่ผ่านมา คือ ตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการพยากรณ์เท่านั้น หากจะให้แน่นอนก็ต้องพิจารณาถึงดาวที่มาเกาะกุม ทำมุมให้คุณให้โทษ ความเป็นบาปเคราะห์ ศุภเคราะห์ ดาวศักดิ์สูง ศักดิ์ต่ำ ฯลฯ ด้วยทุกครั้ง จริงอยู่ที่นักศึกษาเห็นดวงเข้ากับตัวอย่างแล้ว พยากรณ์ออกไป มันอาจจะเข้าร้อยเปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง หรือไม่เข้าเลยก็ได้ อาจเข้าอย่างหนึ่ง แต่ไม่เข้าอย่างหนึ่ง ฯลฯ ดังนั้น โยคเกณฑ์ และดาวที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องพิจารณาประกอบกันไปด้วยทุกครั้ง

                ดาวอาทิตย์ (๑) เป็นดาวปุตตะ ของลัคนาโลกธรรม จึงมีความจำเป็นทุกครั้งทุกดวงชะตา หากจะพิจารณาเรื่องบุตร ต้องนำมาพิจารณาประกอบด้วย เสมือนเป็นดาวเจ้าเรือนปุตตะตัวหนึ่ง การกำหนดเพศของบุตร ก็ให้ดูจากธาตุ หรือ เพศของดาว หากมีดาวเพศหญิง ธาตุน้ำ ธาตุลม มาสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนปุตตะ หรือ ดาวอาทิตย์ หรือไปอยู่ในภพปุตตะมาก ๆ อย่างนี้ก็ทำนายไปเลยว่า ลูกคนแรกมักจะเป็นหญิง หรือ ส่วนใหญ่จะได้ลูกสาวมากกว่าลูกชาย แต่ถ้าเป็นดาวเพศชาย ธาตุไฟ ธาตุดิน ก็ทำนายไปในทางตรงข้าม คือ ได้ลูกชาย สำหรับรายละเอียดของธาตุ เพศของดาว ได้กล่าวไว้แล้ว ในบทเรียนบทต้น ๆ การดูเรื่องความรัก ต้องพิจารณาดาวปัตนิ และดาวศุกร์ ประกอบ และเช่นเดียวกัน หากดูเรื่องการเสี่ยงโชค ต้องดูดาวการเงิน และดาวลาภะประกอบ ซึ่งจะได้นำตัวอย่างการพิจารณาเรื่องราวในภพปุตตะ มาเสนอให้พิจารณา พอสังเขป ดังนี้

 

ตัวอย่างที่ ๑

 

                ก่อนที่จะนำดวงตัวอย่างบุคคลทั่วไปมาให้พิจารณาในเรื่องของบุตร ก็ขอนำดวงพระอริยสงฆ์ ผู้สำเร็จธรรมชั้นสูง อันเป็นที่เคารพสักการะของคนไทย และชาวต่างประเทศ แม้แต่องค์พระประมุขของชาติ ยังทรงเสด็จนมัสการถึงสุสานไตรลักษณ์ จ. ลำปาง เป็นการส่วนพระองค์ เพื่อให้นักศึกษาเห็นว่า การดูดวงพระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ศีล บวชตลอดชีวิต โดยไม่สึกหาลาเพศมาข้องแวะกับทางโลกนั้น ดาวปุตตะ และ ดาวปัตนิ ซึ่งเป็นดาวแห่งการครองเรือน (ฆราวาสวิสัย) จะต้องเสียหายอย่างมาก

                ลัคนาของหลวงปู่ อยู่ในราศีพิจิก (ธาตุน้ำ) มีดาวอาทิตย์ (๑) กุมลัคน์ บ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว เอาจริงเอาจัง มีความมั่นคง จริงใจที่จะทำอะไรแล้ว ไม่ล้มเลิกความคิดง่าย ๆ ยิ่งดาวอังคาร (๓) เป็นเกษตรกุมลัคน์ด้วยแล้ว ยิ่งส่งผลทำให้มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว เป็นนักรบของพระพุทธองค์ ที่ต่อสู้ฝ่าฟันกับอาสวกิเลสทั้งหลายให้หมดไป หากใครได้อ่านประวัติหลวงปู่แล้ว จะทราบดีว่า หลวงปู่นั้นปฏิบัติธรรม อย่างเอาจริงเอาจัง นั่งปฏิบัติกรรมฐานในป่าช้า อยู่กลางแจ้ง ตลอดทั้งสามฤดูกาล โดยไม่เข้ามากำบังในที่ร่ม ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก หมอกจะลง หลวงปู่ก็จะนั่งอยู่อย่างนั้น เป็นการฝึกจิตใจให้กล้าแข็ง จนล่วงรู้สภาวธรรมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี มีปฏิภาณไหวพริบดีเลิศ เพราะพุธ (๔) ดาวสมอง ปฏิภาณ กุมลัคน์ มีสติปัญญา ที่จะพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง เพราะพฤหัสบดี (๕) เป็นเกษตร นำหน้าลัคนาในภพกฎุมพะ ส่งผลทำให้ หลวงปู่ประพฤติตนอยู่ในร่มกาสาวพัตรตั้งแต่เยาว์วัย ตลอดจนกระทั่งสิ้นอายุขัยในวัยชรา โดยไม่สึกออกมาข้องแวะกับทางโลก

                ดาวเนปจูน (น) ปุตตะ อยู่ในภพศุภะ ตามตำราบอกว่า จะได้บุตร บริวาร สัตว์เลี้ยงดี ให้คุณแก่เจ้าชะตา แต่หลวงปู่เป็นพระที่ไม่ข้องแวะกับทางโลกีย์วิสัย คงจะไม่มีลูกสืบสกุลแน่ ดังนั้น เนปจูนตัวนี้ จึงมีความหมายไปในด้านลูกศิษย์ลูกหานั่นเอง ลูกศิษย์ให้คุณแก่หลวงปู่อย่างไร คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก แม้แต่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ยังทรงเรียกหลวงปู่ว่า “พระอาจารย์” เมื่อคราวที่เสด็จสุสานไตรลักษณ์ เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน ทรงทักถามทุกข์สุขหลวงปู่ว่า “ท่านอาจารย์สบายดีหรือ” คิดเอาเองก็แล้วกัน ว่า เข้าข่าย ปุตตะ – ศุภะ หรือไม่ แม้เมื่อคราวใดหลวงปู่อาพาธ ก็จะทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ทุกคราวไป

                ดูให้ดี จะเห็นว่า เนปจูน (น) แม้จะอยู่ในภพศุภะ แต่ก็ถูกบาปเคราะห์ มฤตยู (๐) เล็ง อังคาร (๓) กับ ราหู (๘) ซึ่งตัวแรกเป็นดาวฆาตในตัวมันเอง มีศักดิ์ เป็นเกษตร ตัวหลัง เป็นดาวเจ้าเรือนมรณะ ทำมุมร่วมธาตุ อีกทั้งราหู (๘) มรณะนั้น ก็อยู่ในภพปุตตะ อาทิตย์ (๑) ที่หมายถึง ปุตตะ อีกดวงหนึ่ง ก็กุมลัคน์ อยู่ในตำแหน่งเดียวกับอังคาร (๓) คู่ศัตรู จึงโดนเบียนไปด้วยโดยปริยาย และอาทิตย์ (๑) ยังถูกเสาร์ (๗) เล็ง เกตุ (๙) มรณะอีกตัวหนึ่ง ที่อยู่ในภพพันธุ ทำมุมกากบาท ทั้งดาวเจ้าเรือนปุตตะ ดาวอาทิตย์ โดนเบียนมากอย่างนี้ หลวงปู่จึงไม่มีทายาทสืบสกุล จึงบวชได้ทน และได้นานตลอดชีวิต

                ที่นี้หลวงปู่เมื่อออกบวช ไม่ข้องแวะกับสีกา เป็นผู้ไม่มีเรือน (เกตุ มรณะ อยู่พันธุ) ดาวที่เสียอีกดวงหนึ่ง ก็คงไม่พ้นดาวเจ้าเรือนปัตนิ และเรือนปัตนิ โดยจะเห็นว่า มีดาวเสาร์ (๗) บาปเคราะห์ใหญ่ เบียนอยู่ในภพปัตนิ,  ดาวแบคคัส (บ) เจ้าเรือนปัตนินั้น อยู่ในภพมรณะ ถูกพลูโต (พ) อริ กุม เนปจูน (น) ขนาบหน้า เสาร์ (๗) ขนาบหลัง มฤตยู (๐) กับอังคาร (๓) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง ทั้งดาวปัตนิ และเรือนปัตนิ ถูกเบียนยับเยิน อีกทั้งดาวจันทร์ (๒) ที่หมายถึง ภรรยาในดวงชาย ก็ยังอยู่ในภพมรณะ จุดเดียวกับแบคคัส (บ)  ดังนั้น ก็เลยถูกเบียนไปพร้อม ๆ กัน

                หลวงปู่ถือธุดงควัตร อยู่ในป่าช้าเป็นนิจ ย่อมพบพานกับสิ่งเน่าเหม็นของซากศพที่ชาวบ้านนำมาฝัง หรือนำมาเผา ต้องพบเจอกับวิญญาณต่าง ๆ มากมาย เพราะท่านปลูกกุฏิอยู่ในป่าช้า จะเห็นได้ว่า เกตุ (๙) มรณะนั้น อยู่ในภพพันธุ ซึ่งเกตุ (๙) นั้น เป็นดาวที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จิตวิญญาณโดยตรง และคำว่า “มรณะ” ก็คือ ความตาย หรือ คนตายไปแล้ว ซึ่งมีที่อยู่อาศัย คือ ป่าช้า นั่นเอง

                ถ้าจะวิจารณ์ดวงหลวงปู่จริง ๆ ก็จะทำได้อีกหลายบทหลายตอน เพราะเรื่องราวของท่านมีมาก ในที่นี้ก็ขอวิจารณ์ และชี้ให้เห็นในเรื่องของการใช้ภพปุตตะ และปัตนิ ดูดวงพระอริยสงฆ์ที่บวชไม่สึก และมีศีลบริสุทธิ์ เท่านั้น หลายท่านเชื่อว่า ท่านสำเร็จมรรคผล นิพพานแล้ว แม้แต่เจ้าคุณนร ฯ พระอริยสงฆ์อีกองค์หนึ่ง ที่ผมเคยนำดวงของท่านมาวิจารณ์ ก็ยังกล่าวถึงท่านว่า “สำเร็จแล้ว” ซึ่งพระที่สำเร็จด้วยกันเท่านั้น จึงจะทราบกันได้อย่างแท้จริง นอกนั้นก็ได้แต่สันนิษฐานกันไป ดูจากอัฐิที่กลายเป็นพระธาตุ หลังจากถวายพระเพลิงแล้ว ถึงจะรู้ได้

 

ตัวอย่างที่ ๒

               

สุภาพสตรีท่านนี้ เขียนจดหมายเข้ามารับบริการดูดวงฟรี แล้วมีคำถามข้อหนึ่งว่า จะมีบุตรกับสามีได้หรือไม่ ? ซึ่งผมดูแล้ว เห็นดาวพุธ (๔) เจ้าเรือนมรณะ อยู่ในภพปุตตะ และยังกุมกับอาทิตย์ (๑) ที่หมายถึง ปุตตะ อีกดวงหนึ่งด้วย จึงตอบไปว่า มีน่ะพอจะมีได้ แต่คงยากลำบากหน่อย ที่บอกว่ามีได้ เพราะเชื่อว่า ดาวทั้งสองนั้น แม้พุธ (๔) จะมาจากเรือนมรณะ แต่ก็เป็นดาวศุภเคราะห์ มีพฤหัสบดี (๕) แบคคัส (บ) นำหน้า มีจันทร์ (๒) ทำมุมร่วมธาตุ อาจจะมีลูกได้

                แต่เพื่อความแน่ใจ ผมก็เลยต้องดูดวงเธอในส่วนที่เป็นมดลูก คือ ดาวอังคาร (๓) และ ราศีพิจิก ว่าเป็นอย่างไร ปรากฎว่า อังคาร (๓) กุมกับจันทร์ (๒) เจ้าเรือนอริ มีราหู (๘) เล็ง เนปจูน (น) นำหน้า เกตุ (๙) ขนาบหลัง เลยทำนายไปว่า มดลูกคุณมีปัญหา ยิ่งเห็นดาวเนปจูน (น) อยู่ในราศีพิจิกด้วยแล้ว ยิ่งเชื่อได้ว่า จะต้องมีการผ่าตัดบริเวณนี้แน่ หากมีลูกก็จะต้องผ่าตัดทำคลอด หรือ อาจจะเป็นโรคร้าย เช่น เนื้องอก หรือ มะเร็ง ในส่วนนี้ได้ ซึ่งเธอก็ได้เมล์มาหา บอกว่า เคยผ่าตัดมดลูก เพราะเป็นเนื้องอก หมอบอกว่า จะทำให้มีลูกยาก หรือไม่มีเลย ผมก็เลยเมล์ไปหาเธอ บอกว่า ลองดู ถ้าหากอยากมีจริง ๆ ต้อง ปรึกษาหมอที่ชำนาญในด้านนี้ คงใช้วิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ช่วยได้ สำหรับผลต่อมาเป็นอย่างไรนั้น ผมคงบอกไม่ได้ เพราะเธอไม่ได้ติดต่อมาอีก ที่เอาดวงนี้มาให้ดูเป็นดวงแรก เพื่อจะชี้ให้เห็นอิทธิพลของดาวมรณะ ที่อยู่ในภพปุตตะ แม้จะเป็นศุภเคราะห์ ก็ย่อมให้โทษ และการดูว่าใครจะมีลูกได้หรือไม่ โดยเฉพาะผู้หญิง ต้องดูดาวอังคาร และราศีพิจิก ที่เป็นจุดที่ตั้งของมดลูกด้วยครับ

 

ตัวอย่างที่ ๓

 

                สุภาพสตรีท่านนี้ เป็นสมาชิกสำนักโหรของเรา ใช้นามว่า “ประพิมพรรณ” เธออยากให้ผมดู ดวงลูกของเธอทั้งสองคน ว่าเป็นอย่างไร เลยส่งรายละเอียดเกี่ยวกับการเกิดมาให้ ซึ่งผมเห็นว่า น่าจะใช้เป็นประโยชน์ในการพิจารณาในเรื่องการมีบุตรคนแรก คนที่สอง เป็นหญิง หรือ ชาย ได้ จึงได้นำดวงเธอและลูกมาเสนอในบทเรียน ซึ่งผมเองยังไม่ได้ขออนุญาตเธอเลย แต่เชื่อว่า เธอคงยินยอม และเต็มใจ เพราะขณะนี้ เธอเองก็ซื้อตำราอาจารย์พลูหลวง หลายเล่ม มานั่งอ่าน และศึกษา อย่างขะมักเขม้นทีเดียว

                มาดูพื้นดวงเธอก่อนว่า ดาวปุตตะ อยู่ที่ไหน มีดาวอะไรในภพปุตตะบ้าง เมื่อมองไปที่ภพปุตตะ จะเห็นว่ามีแบคคัส (บ) ดาวมหาลาภ อยู่ในภพปุตตะ โดยมีพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนกัมมะ ที่กุมลัคน์ ทำมุมร่วมธาตุ ส่วนดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนปุตตะนั้น อยู่ในภพพันธุ กุมกับราหู (๘) เกษตร ในภพพันธุ ลักษณะเช่นนี้ ถือว่า ได้บุตรดี บุตรให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ล้วนให้คุณแก่เจ้าชะตา และถ้าจะให้ชัวร์ ก็ต้องดูดาวอาทิตย์ (๑) อีกดวงหนึ่ง จะเห็นว่า เป็นเกษตร มีพุธ (๔) กับศุกร์ (๖) ศุภเคราะห์กุมอยู่

                ปัญหามันอยู่ที่จันทร์ (๒) เจ้าเรือนปุตตะ แม้จะกุมราหู (๘) เกษตร ดาวเกษตรให้คุณ แต่ราหูมันเป็นบาปเคราะห์ให้โทษครับ อาทิตย์ (๑) เกษตร ก็อยู่ในภพอริ มีศุกร์ (๖) มรณะ มากุม และมีบาปเคราะห์พลูโต (พ) กับ มฤตยู (๐) ประ กุมอยู่ ดวงนี้ บุตรจะให้โทษก่อน ด้วยการเลี้ยงดู แบกภาระรับผิดชอบ หรือลำบากตรากตรำในการเลี้ยงดู แต่บุตรจะได้ดี และให้คุณในภายหลัง

                บุตรคนแรกเป็นหญิง หรือ ชาย ดูที่เรือนปุตตะ ก่อนเพื่อน รวมทั้งดาวเจ้าเรือนปุตตะด้วย จะเห็นว่า มีแบคคัส (บ) ดาวธาตุดิน เพศชาย อยู่ในภพปุตตะ มีดาวพฤหัสบดี (๕) ธาตุไฟ เพศชาย ทำมุมร่วมธาตุเสริม แต่ดูแค่นี้ แล้วฟันธงไป มีโอกาสตกม้าตายครับ ต้องดูดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนปุตตะครับ ว่าไปอยู่ที่ใด ปรากฎว่า จันทร์ (๒) กุมกับราหู (๘) เกษตรธาตุลม เพศหญิง มีดาวอังคาร (๓) ธาตุน้ำ เพศหญิง , ดาวเนปจูน (น) ธาตุน้ำ เพศหญิง , และ ดาวเกตุ (๙) ธาตุลม เพศหญิง ทำมุมร่วมธาตุเสริมกำลัง ทำให้มีแนวโน้มว่า ลูกคนแรก มีโอกาสเป็นได้ทั้งชายและหญิง ก้ำกึ่งกัน

                อย่างนี้ ต้องเอาดาวอาทิตย์ (๑) ปุตตะ อีกตัวหนึ่ง มาเป็นตัวตัดสิน ปรากฎว่า อาทิตย์ (๑) เป็นเกษตร อยู่ในราศีสิงห์ ธาตุไฟ เพศชาย มีดาวพลูโต (พ) ธาตุไฟ เพศชาย กุม มีดาวพุธ (๔) ธาตุดิน เพศชาย กุม มีดาวศุกร์ (๖) ธาตุลม เพศหญิง และ ดาวมฤตยู (๐) ธาตุลม เพศหญิง เกาะกุม จะเห็นว่า อาทิตย์นั้น มีดาวทั้งเพศชาย และ หญิง เกาะกุม จำนวนเท่า ๆ กัน อย่างนี้ ตัวมันเอง ก็ต้องตัดสิน หรือ ออกคะแนนเสียง เหมือนกับประธาน ต้องออกเสียง เมื่อมีสมาชิกออกเสียงเท่ากัน สำหรับในดวงนี้ เมื่ออาทิตย์ (๑) เป็นเกษตร ธาตุไฟ เพศชาย ดังนั้น แนวโน้มลูกคนแรก ควรจะเป็นเพศชายครับ

                ผมไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับลูกเจ้าชะตาทั้งสองคน แต่เชื่อว่า น่าจะคลอดยาก หรือ อาจมีการผ่าตัดทำคลอด เพราะดาวอังคาร (๓) ในพื้นดวงเสีย คือ อยู่ในเรือนมรณะ และมีบาปเคราะห์เกาะกุม จันทร์ (๒) ก็กุมราหู อาทิตย์ (๑) ก็อยู่อริ ลูกต้องสร้างปัญหาให้เจ้าชะตาก่อนแน่นอน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงจะส่งผลให้คุณในภายหลัง

                สำหรับการดูบุตรคนที่สองนั้น มีความคิดแตกแยกออกไป ๒ แนวทาง คือ ดูในภพที่ ๗ (ปัตนิ) แนวทางหนึ่ง และดูในภพถัดไป คือ ภพอริ อีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ ยังหาข้อยุติไม่ได้ แต่จากประสบการณ์ที่ผมเคยนำไปใช้ ผมดูภพที่ ๗ (ปัตนิ) ครับ หากมีดาวเพศใด ไปครองอยู่ แนวโน้มก็จะเป็นเพศนั้น หากไม่มี ก็ต้องดูดาวเจ้าเรือนปัตนิ ว่าสัมพันธ์กับดาวใด เพศใด บ้าง

                อย่างในดวงนี้ ไม่มีดาวลอยในภพปัตนิ จึงต้องพิจารณาดาวพุธ (๔) ที่เป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ และอยู่ในตำแหน่งเดียวกับอาทิตย์ ทำให้ยากแก่การพิจารณา เพราะมันก้ำกึ่งกัน ดังนั้น เมื่อคนแรกเป็นผู้ชาย โอกาสที่คนต่อไปจะเป็นหญิงย่อมมีมากกว่า ยิ่งดาวจันทร์ (๒) คู่มิตรกับพุธ ที่โยคหลังอยู่นั้น กุมกับราหู (๘) ธาตุลม เพศหญิง โอกาสที่จะได้ลูกสาวเป็นคนที่สอง จึงมีเปอร์เซ็นต์สูง ซึ่งดวงนี้ ก็ได้ลูกสาวเป็นคนที่สองจริง ๆ

                การที่นำดวงนี้มาวิจารณ์ ทั้งที่หวยออกแล้ว ก็เพราะต้องการให้เห็นถึงวิธีการวิเคราะห์ดวงเท่านั้น ว่ามีวิธีการวิเคราะห์อย่างไร ซึ่งดวงนี้เป็นตัวอย่างที่ดีดวงหนึ่งทีเดียว แต่ก็นั่นแหละ การที่จะอ่านอะไรจากพื้นดวง จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โอกาสพลาดมันย่อมมี ดังนั้น ทางที่ดีควรจะดูดาวจร ดูเกณฑ์ดาวเสวยอายุเสวยแทรก ดูดวงของอีกฝ่ายหนึ่งประกอบ อย่างนี้ เชื่อว่า จะทำให้การวิเคราะห์ดวงในเรื่องนี้ มีผลออกมาอย่างแม่นยำ และแน่นอนยิ่งขึ้น

 

ตัวอย่างที่ ๔

 

                มาดูกันให้ชัด ๆ ถึงดวงชะตาหญิงที่มีลูกยาก และพอมีแล้ว ต้องผ่าตัดทำคลอด ดวงนี้ไม่ใช่ใครอื่น เป็นน้องสาวแท้ ๆ คนเดียวที่ผมมีอยู่นั่นเอง เหตุที่ต้องนำดวงตัวเอง ตลอดจนพี่น้อง วงศาคณาญาติ คนที่รู้จักใกล้ชิดมาเป็นตัวอย่าง ก็เพราะผมมีข้อมูลที่ชัดเจน แน่นอน และสะดวกกว่าจะไปเอาดวงที่ผมไม่รู้จักมักคุ้น ยากต่อการอ้างอิง หวังว่านักศึกษา และท่านผู้อ่านคงเข้าใจ และอย่าคิดหมั่นไส้ผมนะครับ

                ในพื้นดวง จะเห็นว่า มีดาวพลูโต (พ) เจ้าเรือนลัคน์ ไปอยู่ในภพปุตตะ และเป็นดาวธาตุไฟ เพศชาย แต่ไหงถึงกลายมาเป็นได้ลูกสาวคนแรก และคนเดียวที่มีอยู่ทุกวันนี้ ผมทายเขาถูกนะว่า จะมีลูก แต่ทายผิด ที่บอกว่า จะได้ลูกชายเป็นคนแรก ที่ผมทายว่าจะได้ลูกชาย เพราะอาทิตย์ (๑) หมายถึง ลูก และในดวงนี้ เป็นเจ้าเรือนปุตตะด้วย กุมลัคน์ (คือ แลกเรือนกัน) และอยู่ในราศีธาตุไฟ เพศชาย แนวโน้มน่าจะเป็นชาย  ยิ่งมีดาวพุธ (๔) ธาตุดิน เพศชายมากุม มีดาวพฤหัสบดี (๕) ธาตุไฟ เพศชาย โยคหลัง ดูยังไง ๆ ดวงนี้ มีแนวโน้มที่จะได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว ทีนี้มันเกิดอะไรขึ้น ถึงได้พลิกล็อคถล่มทลาย ผมก็เลยต้องมานั่งค้นหาเหตุผลกันยกใหญ่ทีเดียว

                เป็นไปได้ไหม ? ว่าจะเกิดจากอิทธิพลของการแลกเรือน ระหว่าง ลัคน์ – ปุตตะ และ ปุตตะ –ลัคน์ ซึ่งมีความหมายว่า จะได้ลูกที่มีลักษณะผิวพรรณ รูปร่างหน้าตา เพศเดียวกัน กับเจ้าชะตา ตรงนี้เป็นไปได้มากทีเดียว เพราะผมดูดวงพ่อของเด็ก มีลัคนาอยู่ราศีธนู มีดาวพุธ ธาตุดิน เพศชาย อยู่ในภพปุตตะ และพลูโต ปุตตะ ก็อยู่ในภพศุภะ ราศีสิงห์ ธาตุไฟ เพศชาย จะหาเหตุผลอื่น คงเป็นไปได้ยาก และเชื่อไหมว่า ผมทายว่าเขาจะมีลูกอีกคนเป็นชาย แต่เขาก็ไม่มีสักที มีแต่หมา แมว เข้ามาให้เลี้ยง และทุกตัว ล้วนเป็นตัวผู้ ไม่มีตัวเมียสักตัวเดียว นี่แหละอิทธิพลของดวงดาว มันต้องส่งผลไม่ทางใดก็ทางหนึ่งจนได้ เพียงแต่เราจะแกะรอย หรือเข้าใจมันได้มากน้อยเพียงใด

                ดวงนี้ต้องผ่าตัดทำคลอด เพราะอาทิตย์ (๑) แม้จะเป็นมหาอุจจ์กุมลัคน์ แต่ก็ถูกพุธ (๔) อริ กุมอยู่ด้วย มีศุกร์ (๖) ประ กุมอยู่ และยังถูกบาปเคราะห์ร้ายถึง ๔ ดวง ตรึงในมุมกากบาท คือ มีเนปจูน (น) เล็ง เสาร์ (๗) ราหู (๘) เกตุ (๙) ทำมุมกากบาททั้งสองด้าน และจะให้ชัวร์ ว่าคลอดยาก ถูกผ่าท้องแน่ ก็ต้องดูดาวอังคาร (๓) ซึ่งหมายถึง มดลูก ปรากฎว่า ไปอยู่ในภพวินาศนะ โดนราหู (๘) กับ เกตุ (๙) ตรีโกณ และยังถูกพลูโต (พ) และเนปจูน (น) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง เลยต้องถูกผ่าท้องคลอดในที่สุด

 

ตัวอย่างที่ ๕

 

                หญิงผู้นี้โดนผ่าตัดทำคลอดถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา และได้ลูกชายทั้งสองคน จะเห็นเลยว่า มีดาวอังคาร (๓) ฆาตร้าย และ อาทิตย์ (๑) ที่หมายถึงปุตตะ กุมลัคนาอยู่ด้วยกัน ซึ่งดาวอาทิตย์ กับ อังคารนี้ เป้นคู่อุบัติเหตุ หรือ การผ่าตัดโดยตรง เมื่อกุมกันในดวงผู้ใด ยากนักที่จะเลี่ยงได้ ข้อสำคัญ ทั้งสองดาวนี้ ไปกุมกันในราศีพิจิก อันเป็นจุดที่ตั้งของมดลูก ดังนั้นจึงต้องถูกผ่าตัดมดลูก เพื่อเอาเด็กออกถึง ๒ ครั้ง ดังที่กล่าวเอาไว้

                ดวงนี้เนปจูน (น) เจ้าเรือนปุตตะ อยู่ในราศีกันย์ ธาตุดิน เพศชาย มีดาวพุธ (๔) เพศชาย ดาวพฤหัสบดี (๕) เพศชาย นำหน้า มีอาทิตย์ (๑) เพศชายโยคหน้า มีเสาร์ (๗) แบคคัส (บ) และ พลูโต (พ) ล้วนเป็นเพศชายทั้งสิ้น โยคหลัง จึงมีแนวโน้มที่จะได้ลูกชายคนแรก หรือ ลูกส่วนใหญ่มักเป็นชาย ซึ่งก็เป็นจริง เพราะลูกทั้งสอง ล้วนเป็นผู้ชายทั้งสิ้น แม้ดวงนี้ จะมีดาวเพศหญิง คือ เกตุ (๙) ธาตุลมนำหน้า แต่ก็ไม่อาจส่งอิทธิพลได้ ด้วยไปอยู่ร่วมกับดาวเพศชายถึง ๒ ดวง คือ พฤหัสบดี (๕) และพุธ (๔)  เหลือราหู (๘) ที่ทำมุมร่วมธาตุ และ อังคาร (๓) กับศุกร์ (๖) โยคหน้า ซึ่งเป็นดาวเพศหญิง แต่กำลังมันน้อยกว่ากันมาก ดังนั้น ดวงนี้จึงได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว และอาจจะไม่มีลูกสาวเลยก็เป็นได้

                มาดูลูกคนที่สอง ทำไม ? ถึงเป็นชาย ก็ดูจากเรือนปัตนิ จะเห็นว่า มีราหู (๘) ธาตุลม เพศหญิง มาครองอยู่ แต่พอดูดาวแบคคัส (บ) เจ้าเรือนปัตนิ ที่ไปอยู่ในเรือนธาตุน้ำ แนวโน้ม ก็น่าจะเป็นหญิง แต่ที่กลายมาเป็นชาย ก็เพราะ เสาร์ (๗) กับ พลูโต (พ) ที่กุมอยู่ ล้วนเป็นเพศชาย ตัวแบคคัส (บ) เอง ก็เป็นเพศชาย เมื่อมีอาทิตย์ (๑) เพศชาย ปุตตะอีกตัวหนึ่ง มาทำมุมร่วมธาตุเสริม แม้จะอยู่ในธาตุน้ำ แต่อิทธิพลของดาวหลายดวงที่เป็นเพศชาย มีมากกว่า ทำให้ได้ลูกชาย ดังกล่าว

 

ตัวอย่างที่ ๖

 

                มาดูตัวอย่างอันตรายที่เกิดขึ้นกับลูก จนถึงกับทำให้ต้องสูญเสียลูกไป ขอให้เพ่งพินิจไปที่ดาวจร หรือ ลัคนาจรเป็นหลัก เพราะการที่จะดูดาวพื้นดวงอย่างเดียวนั้น มันอาจจะไม่ชัดเจนเท่าไรนัก เนื่องจากเจ้าชะตาอาจจะมีลูกหลายคน ทำให้ดูไม่ออกว่าจะเสียลูกจริงหรือไม่ หรือเสียคนไหน นอกเสียจากมีลูกคนเดียวเท่านั้น จึงจะฟันธงลงไปได้ ในดวงนี้เสียลูกตอนเจ้าชะตาอายุได้ ๔๑ ปี ลัคนาจรตกอยู่ในภพปุตตะ แสดงว่า จะมีเหตุเกี่ยวกับลูก หรือ ความหมายอื่นใด ในภพปุตตะ ในปีนี้ เมื่อวางลัคนาจรในพื้นดวง จะเห็นว่า ดาวเสาร์ (๗) เจ้าเรือนปุตตะของลัคนาจรพื้นดวงนั้น อยู่วินาศนะ ดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งกลายเป็นดาวเจ้าเรือนพันธุ ของลัคนาจร ก็อยู่ในภพวินาศนะด้วย บ่งบอกเรื่องไม่ดีนัก เกี่ยวกับบุตร และ บ้านที่อยู่อาศัย รถยนต์  ยิ่งในภพพันธุ ของลัคนาจรพื้นดวง มีอังคาร (๓) ดาวฆาต ไปอยู่ อย่างนี้ ต้องระวังให้มากในเรื่องเกี่ยวกับภพพันธุ

                เมื่อดูดาวจรมากระทบดาวในพื้นดวงเดิม จะเห็นพุธ (๔) เจ้าเรือนปุตตะ และอาทิตย์ (๑) ที่หมายถึง ปุตตะ ที่อยู่ในภพอริ ถูกเนปจูน (น) ทับ ราหู (๘) กับ เสาร์ (๗) กากบาท แม้ในพื้นดวงดาวจรเอง ทั้งอาทิตย์ (๑) และพุธ (๔) เจ้าเรือนปุตตะ ก็จรร่วมกับราหู (๘) มีเสาร์ (๗) จรเล็ง เนปจูนจรกากบาท พลูโต (พ) เจ้าเรือนมรณะของลัคนาจร กับ มฤตยู (๐) จรนำหน้า ให้โทษอย่างชัดเจน

                เมื่อวางลัคนาจร ในพื้นดวงดาวจร จะเห็นเสาร์ (๗) เกษตร จรอยู่ในภพปุตตะ และพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนพันธุของลัคนาจร จรเข้าภพอริ จึงทำให้เกิดเหตุร้าย รถพลิกคว่ำ ลูกตายในที่สุด

 

ตัวอย่างที่ ๗

 

                เป็นดวงคุณแม่ กับ พี่ชาย ผมเองครับ คุณแม่ผมนั้นมีลูกหลายคน จะเห็นว่า มีดาวพุธ (๔) เป็นเกษตรในภพปุตตะ และยังมีพฤหัสบดี (๕) เสาร์ (๗) ราหู (๘) อยู่ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ มักจะเป็นดาวเพศชาย มีราหูดวงเดียวที่เป็นเพศหญิง ส่งผลให้คุณแม่ผมมีลูกสาวแค่ ๒ คน ตายไปแต่เด็กเสียหนึ่งคน ที่เหลือก็คือคนที่อยู่ด้วยกันที่อเมริกานี่แหละครับ

                เหตุที่คุณแม่ผมต้องสูญเสียลูก ก่อนวัยอันสมควร ทั้งสองคน คือ พี่สาวที่ตายตั้งแต่ยังเด็ก และพี่ชาย ที่ตายตอนวัยหนุ่มฉกรรจ์ ก็เพราะดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนมรณะ อยู่ในภพปุตตะ และมีเสาร์ (๗) กับ ราหู (๘) คู่มิตร แต่เป็นบาปเคราะห์ที่ให้โทษร้ายแรงกุมกับดาวพุธ (๔) เกษตรเจ้าเรือนปุตตะนั่นเอง

                ในวันที่พี่ชายผมตายนั้น คุณแม่อายุได้ ๕๔ ปี ลัคนาจรจรเข้าภพอริ เมื่อวางลัคนาจรในพื้นดวงดาวจร จะทำให้ศุกร์ (๖) เจ้าเรือนอริเดิม จรเข้าภพปุตตะ และพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนมรณะเดิม จรเข้าภพปัตนิ ย่อมมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับบุตรบริวารที่เป็นเพศชาย ทีนี้ไม่รู้แน่ว่าเป็นคนไหน เพราะแม่มีลูกชายหลายคน รวมทั้งผมด้วย หากจะให้ชัวร์ ก็ต้องเอาดวงลูกทุกคนมาดูถึงจะรู้ บังเอิญผมทำสูติบัตรของพี่ชายคนที่รถชนกันตายหายไป เอาไว้เจอเมื่อไร ก็อาจจะได้นำดวงเขามาพิจารณา ในเรื่อง ดวงถึงฆาต อีกครั้งหนึ่ง

                มาดูดาวจรกระทบดาวเดิมบ้าง จะเห็นว่า ดาวพุธ (๔) เกษตรในภพปุตตะนั้น มีดาวพลูโต (พ) จรทับ มีราหู (๘) มฤตยู (๐) นำหน้า เกตุ (๙) ตามหลัง บีบเรือน มีเนปจูน (น)โยคหน้า มีเสาร์ (๗) โยค หลัง จะเห็นว่า พุธ (๔) นั้น ถูกแวดล้อมด้วยดาวบาปเคราะห์พาดผ่านทุกดวง ถือเป็นจุดให้โทษร้ายแรงแบบหนึ่ง เมื่อดูดาวจรแล้ว จะเห็นว่า ในวันดังกล่าว พุธ (๔) จรเข้าภพมรณะ มีอาทิตย์ (๑) กับ อังคาร (๓) คู่อุบัติเหตุ จรกุมอยู่ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คุณแม่ต้องสูญเสียบุตรชายไปอีกคนหนึ่ง ด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ ด้วยประการฉะนี้

 

ตัวอย่างที่ ๘

 

                มาดูดวงผมกับลูกชายสุดที่รัก คนเดียวกันบ้าง ยอมรับนะครับว่า ผมได้ลูกดี ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนใด ๆ มาให้ เพราะมีพฤหัสบดี (๕) เป็นเกษตรในภพปุตตะ แต่ที่ลำบาก ตรากตรำ เลี้ยงดูเขามาตามลำพัง ตั้งแต่เขาอายุ ๗ ขวบ จนถึงอายุ ๑๕ ปี ถึงได้ไปอยู่กับน้องสาว มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับการใช้ชีวิตในอเมริกา ที่ต้องทำงานหนัก ปากกัดตีนถีบ หนักหนาสาหัสเสียกว่าตอนอยู่เมืองไทยอีก เพราะเมืองไทย อย่างน้อย วันไหนอยากหยุด ก็ลางานได้ง่าย และยังได้เงินเดือน แต่ที่นี่จ่ายเป็นชั่วโมง ไม่ทำ ก็ไม่ได้ ดวงผมลำบากเพราะลูกมามากครับ ลำบากอย่างไร ผมได้เขียนไว้ในกระทู้ เมื่อมีผู้ถามถึงอิทธิพลดาวพักร์ในดวงชะตา อย่างละเอียดแล้ว และเพื่อประหยัดแรงงาน และเวลา ก็ขอคัดลอกบางส่วน มาให้อ่านกันเลย จะสะดวกกว่า ดังนี้

“ยกตัวอย่างดวงของผมดีกว่า เพราะรู้ซึ้งถึงอิทธิพลดาวทั้งสาม ที่คุณกล่าวถึงอย่างดี อย่างในดวงผมนั้น พฤหัสบดี (๕) เกษตร ในภพปุตตะ เดินพักร์องศา ขณะที่ผมเกิด ปกติถ้าดาวดวงนี้ไม่พักร์องศา เด็ก ๆ บริวาร สัตว์เลี้ยง หรือ ลูกน้อง ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา บุตร จะให้คุณอย่างเต็มเปี่ยม แต่พอมันพักร์องศาเท่านั้น ทำให้จุดนี้เสื่อม หรือ ด้อยลงทันที เด็ก ๆ บุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง ฯลฯ แม้จะให้คุณ แต่ก็ให้คุณไม่เต็มที่ หรือ เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางครั้งบางคราว บางขณะ ก็อาจจะให้โทษได้

ดาวเสาร์ (๗) อีกดวงหนึ่งนั้น ในพื้นดวงผมก็อยู่ในภพปุตตะ กุมกับพฤหัสบดี (๕) และเป็นดาวเจ้าเรือนอริ ดังนั้น ปัญหาอุปสรรค ความทุกข์ร้อน ทุกข์ใจ อันเกิดแต่บุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง ย่อมมีแน่ในดวงผม แต่เนื่องจากเสาร์ (๗) มันพักร์องศา ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ มันก็เลยด้อยลงไป ชีวิตผมลำบากที่สุดก็ตอนมีลูกชาย คนแรก และคนเดียวนี่แหละครับ ตอนเขาเกิดน่ะ ผมทำงานเป็นครู เงินเดือน ๒ พันกว่า ในขณะที่ภรรยา ไม่ได้ทำงาน แล้วจะพอกินพอใช้หรือครับ แถมยังมีหนี้สินอีกต่างหาก บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ตอนค่ำ ยังต้องไปเรียนที่ประสานมิตรอีก บางครั้ง ขัดสนขนาดต้องไปขอยืมเงินเพื่อนครูด้วยกัน ซื้อนมให้ลูกกิน มีอะไรขายได้ ก็ต้องขาย มีอะไรจำนำได้ก็ต้องจำนำ ลำบากเดือดร้อนแค่ไหน ? คิดเอาเอง

จนผมเรียนจบประสานมิตรน่ะแหละครับ ทำให้ตอนเย็นผมมีเวลาว่างมากขึ้น ก็ไม่ได้อยู่นิ่งนะครับ ผมต้องแก้ปัญหาหนี้สินที่พอกพูนขึ้นมาทุกวันให้ได้ ในขณะนั้น จำได้ว่า เป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ ประมาณ ๒ หมื่น หนี้บุคคลอื่น ๆ อีกประมาณ ๕ พัน ผมทำไงรู้ไหม ? ผมไปหาซื้อรถเข็นมาคันหนึ่ง ซื้ออุปกรณ์การขายที่ต้องใช้ครบครัน เช้าขึ้นมาผมไปซื้อลูกชิ้นที่ตลาดสำโรง ทั้งลูกชิ้นเนื้อ ปลา ไก่ ไส้กรอก ฯลฯ เอามาให้ภรรยาผมต้ม เสียบไม้ และแช่ตู้เย็นเอาไว้ พอตอนเย็นใกล้กลับบ้าน ก็ให้ภรรยาทำน้ำจิ้ม พร้อมติดเตาไฟ เตรียมเอาไว้ ผมกลับมาก็ทำการเข็นขายรอบ ๆ ซอยหมอเสนอ ถนนเทพารักษ์ ใกล้โรงเรียนที่ผมสอนอยู่น่ะแหละครับ มีรายได้จากตรงนี้ วันละ ๒๐๐ บาท (ในขณะนั้น) ดีกว่าเงินเดือนราชการซะอีก ผมหมดหนี้สิน ก็เพราะทำตรงนี้แหละครับ ทำมาจนครบ ๒ ปี ถึงได้มาอยู่อเมริกา

ผู้ใหญ่ทองสุข ถามว่า “อาจารย์ ไม่อายเขาหรือ เป็นอาจารย์ ร.ร.มัธยม ฯ ขนาดใหญ่ มีลูกศิษย์มากมาย ต้องมาลำบากลำบนเข็นลูกชิ้นปิ้งขาย น่าจะไปทำอย่างอื่น เช่น สอนพิเศษ ฯลฯ” ผมก็บอกผู้ใหญ่ไปว่า “ผมไม่อายเขาหรอกครับ ในเรื่องของการทำหามากินโดยสุจริต เพื่อปลดเปลื้องหนี้สิน และเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว แต่ผมอายเขาครับ ที่ไม่มีเงินไปใช้หนี้สิน เวลาเขามาทวงก็ไม่มีจะให้ ต้องบ่ายเบียง ผัดผ่อน หรือ หลบหน้าหลบตา อย่างนี้เขาจะว่าเอาได้ว่า ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” นับแต่วันแรกที่ผมขายเรื่อยมา ผู้ใหญ่ก็เป็นลูกค้าคนหนึ่งของผม ที่ซื้อกินทุกวัน เด็ก ๆ รอบหมู่บ้าน ที่เป็นลูกศิษย์ผม ตลอดจนผู้ปกครองแถวนั้น ลูกค้าผมทั้งนั้น นอกเหนือไปจากคนงานที่ทำงานในโรงงานละแวกนั้น ผมถามเด็กคนหนึ่งที่ซื้อประจำ ร่วม ๒ ปีว่า "เธอไม่เบื่อบ้างหรือ ซื้อลูกชิ้นปิ้งครูกินได้ทุกวัน" เด็กตอบว่า "ก็เบื่อเหมือนกันแหละค่ะ แต่พอได้ยินเสียงอาจารย์ร้องขายผ่านหน้าบ้านทีไร อดใจไม่ได้ที่จะต้องออกมาซื้อกิน มาอุดหนุนอาจารย์ " เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องโจ๊ก ใครไม่เชื่อ โทร.ไปถามครู- อาจารย์ เก่า ๆ หรือ ภารโรงก็ได้ ที่อยู่ในสมัยเมื่อ ๑๔ ปีก่อน ว่า มี อาจารย์ชื่อ บุญสม เข็นลูกชิ้นปิ้งขายละแวกโรงเรียนบ้างไหม ?

เรื่องลำบากเพราะลูกยังมีอีกครับ พอผมมาอยู่อเมริกาได้ไม่นาน ภรรยาผมก็ไปมีใหม่ อย่าเรียกว่ามีชู้เลยครับ เพราะเราหย่าขาดกันนานแล้ว แต่ยังคงเลี้ยงดูกันอยู่ เพราะผมไม่ได้ไปมีใหม่ และเขาก็อยากดูแลลูก ก็ให้เขาดูแลจนกว่าลูกจะโต  ผมก็ทำงาน ส่งเสียเขาและลูกแหละครับ แม้มาอเมริกา  เงินบำเหน็จ ก็ให้เขาหมด  ปรากฎว่า ผมต้องกลับมารับลูกไปอยู่ที่อเมริกาด้วยกัน จากวันนั้นจนบัดนี้ ลูกผมอายุได้ ๒๑ ปีเต็มในเดือนหน้านี่แหละครับ

เมื่อเขามาอยู่กับผมที่อเมริกา ผมก็ลำบากพอดูครับ ต้องทำงานหาเงิน ต้องหุงหาอาหารให้เขา เตรียมอาหารให้เขา ทำทุกอย่าง เป็นทั้งพ่อและแม่ในตัว แต่ลูกผมดีครับ กล้าพูดตรงนี้ ไม่เคยเจ็บ ไม่เคยไข้ เลี้ยงง่าย ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่ทำความเดือดร้อนมาให้ ตั้งแต่เล็กจนโต แม้จะเรียนหนังสือสู้ผมไม่ได้ แต่สติปัญญาดี เอาตัวรอดได้ ตอนนี้จบ ไฮสคูล แล้ว เรียนคอลเลจ ปีหนึ่ง แต่เขาต้องทำงานช่วยงานน้องสาว คือ ขายปลาด้วย เรียนด้วย ทำให้เขาไปไม่รอด ในเรื่องการเรียน ต้องหยุดไว้ก่อน เพราะน้องสาวกำลังประสบปัญหาด้านต่าง ๆ มากมาย (ลูกอยู่กับน้องสาวได้ ๕ ปี หลังจากที่ผมแต่งงานใหม่ ครับ) ตอนนี้เขาก็เลยเป็นกำลังสำคัญของน้องสาว ในการดูแลร้านปลา คิดดูนะครับ คนอายุ ๒๑ ปี ทำงานเป็นผู้จัดการร้านปลาตู้ ขายปลา ขายของในร้านได้ทุกอย่าง อยู่ร้านคนเดียวกับลูกน้องอีก ๑ คนได้ ไม่ธรรมดาครับ ในขณะที่เด็กอีกหลายคน จบตรี จบโท ก็แล้ว ยังช่วยตัวเองไม่ได้ ยังแบมือขอเงินพ่อแม่อยู่เลย และยังทำความเดือดร้อนมาให้ไม่ขาดระยะ นี่แหละครับ อิทธิพลของพฤหัสบดี (๕ ) เกษตร ที่พักร์ และเสาร์ (๗) อริ ที่พักร์องศา แม้จะให้คุณ ก็ต้องลำบากก่อน และถึงจะให้โทษในระยะแรก ก็ไม่รุนแรงนัก”

ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมแล้วนะครับ เพราะดวงผม นักศึกษาก็คุ้น ๆ และอ่านกันประจำ หากสงสัยอะไรก็ลองหัดอ่านกันเองบ้าง มีปัญหาแก้ไม่ตก คิดไม่ออกจริง ๆ ก็ถามมาได้ ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป สำคัญต้องใส่ใจ หาความรู้ ประสบการณ์เพิ่มเติมเสมอ จึงจะประสบความสำเร็จครับ


สารบัญ