บทที่ ๑๒

ภพที่ ๖ อริ

********************

                ภพที่ ๖  หรือ  ภพอริ  เป็นภพทุสถานะ หรือ ภพไม่ดี, ภพที่ให้โทษ ในจำนวน ๑ ใน ๓ ของดวงชะตา อันได้แก่ภพอริ (๖) ภพมรณะ (๘) และ วินาศนะ (๑๒) ไม่ว่าจะมีดาวใดเข้าไปสถิตอยู่ และดาวนั้นจะเป็นดาวศุภเคราะห์ที่ให้คุณ หรือ ให้โทษก็ตาม ดาวนั้นจะเสื่อมสภาพในตัวของมันลงไป และจะกลับกลายเป็นดาวที่ให้โทษเสมอ

                มีหลายคนที่ยังคงเข้าใจผิดอยู่อย่างมาก  ที่คิดว่าภพทุสถานะนั้น หากมีดาวบาปเคราะห์ที่เป็นดาวที่ให้โทษไปสถิตอยู่  จะดับความร้ายกาจของดาวบาปเคราะห์นั้นลงไป และบาปเคราะห์นั้นก็จะกลายเป็นดาวที่ให้คุณ  การกล่าวเช่นนี้ เป็นการกล่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ที่ว่า “ร้ายเจอร้าย กลายเป็นดี” มันอาจจะมีส่วนถูกอยู่บ้าง ในอันที่จะดับความร้ายกาจ หรือบรรเทาโทษดาวร้ายดวงนั้น แต่ถ้าจะบอกว่ามันเป็นดาวที่ให้คุณ เห็นจะเป็นไปไม่ได้ บาปเคราะห์ถึงอย่างไร ก็ยังคงเป็นบาปเคราะห์เสมอ เหมือนคนชั่ว ไม่ว่าจะตกไปอยู่ในที่ใด แม้ในคุกตะราง ก็ยังคงไว้ซึ่งความชั่วร้าย และอาจให้โทษได้ทุกเมื่อ เมื่อมีโอกาส ดังนั้น การพยากรณ์จึงไม่ควรประมาทดาวบาปเคราะห์ในภพทุสถานะ

                ยกตัวอย่างง่าย ๆ หากมีดาวบาปเคราะห์ร้ายอยู่ในภพที่ ๖ และ ๘ ทั้งสองภพ อย่างนี้จะเห็นได้ว่า ลัคนานั้นถูกดาวบาปเคราะห์ทั้งสองเบียนใน มุมปลายหอกทิ่มแทง อย่างจัง ซึ่งมุมนี้ เป็นมุมที่ให้โทษอย่างเดียว  หรือไม่ต้องรอให้ครบสองมุม หรือ สองภพหรอกครับ แค่มุมเดียวภพเดียว แต่เป็นบาปเคราะห์ใหญ่ เช่น เสาร์ ราหู เนปจูน มฤตยู หรือเป็นบาปเคราะห์ที่ให้โทษร้ายแรงในด้านการทำลายล้าง เช่น อังคาร หรือมีบาปเคราะห์ชุมนุมกันหลายดวง ในกรณีเช่นนี้ ก็ส่งผลให้โทษแก่ลัคนา และดาวที่อยู่ในมุมที่รับกระแสโทษ (เล็ง,กากบาท) ได้เช่นกัน

                อย่างดาวบาปเคราะห์ที่อยู่ใน ภพวินาศนะ หรือ ภพที่ ๑๒ ก็เช่นกัน อย่าคิดว่ามันไม่ให้โทษนะครับ มันคอยจ้องทำลายอย่างลับ ๆ เหมือนคอมมูนิสต์ที่คิดบ่อนทำลายความสงบสุขแก่เจ้าชะตาได้ทุกเมื่อ ยิ่งในพื้นดวง มีบาปเคราะห์อยู่ในภพที่ ๒ (กฎุมพะ) ซึ่งเป็นตำแหน่งศูนยพาหะด้วยแล้ว ก็เท่ากับว่าลัคนาถูกแวดล้อมด้วยบาปเคราะห์ หรือ ถูกบีบเรือน เป็นมุมที่ให้โทษนั่นเอง

                คำว่า “อริ” มีความหมายตรงตัวก็คือ ปัญหา อุปสรรค สิ่งกีดขวาง ศัตรู โรคภัยไข้เจ็บ การติดขัดชะงักงัน ความไม่ราบเรียบ ไม่ลงตัว ไม่ลงเอย เข้ากันไม่ได้ ,อคติ หรือ ความลำเอียง ด้วยความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง ถ้าเทียบกับธรรมะก็คือ นิวรณ์ ๕ ตัวกีดขวางความสำเร็จ ได้แก่ กามฉันทะ (ความพอใจในกาม) พยาปาทะ (ความพยาบาทอาฆาตจองเวร) ถีนะมิทธะ (ความเกียจคร้าน) อุทธุจจะกุกกุจจะ (ความหดหู่เซื่องซึม ง่วงเหงาหาวนอน) วิจิกิจฉา (ความโลเล ครุ่นคิดสงสัย ตัดสินใจไม่ได้) ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการดำเนินชีวิตในทุกด้าน ทำให้ชีวิตขลุกขลัก ล้มลุกคลุกคลาน ไม่ประสบความสำเร็จ ก้าวหน้า สมหวังในสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง ทั้งในเรื่องการงาน การเงิน คู่ครองความรัก เกียรติยศชื่อเสียง ความดีงาม ฯลฯ

                แต่โหรตะวันตก นอกจากจะใช้ดูเรื่องปัญหา อุปสรรค ศัตรู โรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ แล้ว ยังนำภพนี้มาใช้ดูในเรื่องอื่นอย่างกว้างขวาง เช่น ดูเกี่ยวกับชีวิตความเป็นไปในครอบครัว คนรับใช้ หรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา, สุขภาพ, การรักษาตัว และการพยาบาล

                และที่ให้ความหมายพิสดารออกไปอีกก็มี ดังเช่น ลุง ป้า น้า อา ลุง หัวหน้าคนรับใช้ ผู้เช่าบ้านหรือเช่าที่ดิน กสิกร สัตว์เลี้ยงทุกชนิด พี่น้องของบิดา ความตายของเพื่อน ศัตรูส่วนตัวของคู่ครอง ทรัพย์สินจากบุตร หรือ ธิดา (บุตรสาว) คนหัวปี

                โหรฝ่ายภารตะ หรือ ฮินดู ได้ให้ความหมายถึง ญาติพี่น้อง ศัตรู โรคภัย คัมภีร์ภฤคุ ว่า หมายถึง หลาน , พ่อตาแม่ยาย, เขยสะใภ้, ญาติห่าง ๆ หนี้สิน โรค และสัตว์

                ในทัศนะของข้าพเจ้า (อ.เล็ก) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ภพนี้ เป็นภพที่ให้โทษมากกว่าให้คุณ ไม่ว่าดาวใด หรือมีความหมายสิ่งใดมาอยู่ หรือดาวเจ้าเรือนอริไปเกาะกุมกับดาวใด มักให้โทษ หรือต้องได้รับโทษจากภพ หรือ ดาวนี้เสมอ ไม่มีละเว้น ดังนั้น การที่บรรดาโหราจารย์ทั้งหลายดังกล่าวข้างต้น นำไปใช้ในการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง และบางเรื่องก็อาจจะไปเกี่ยวข้องกับความหมายของภพอื่น ก็เพราะจุดที่ไปสัมพันธ์กับดาวต่าง ๆ นั่นเอง ดังที่ผมจะได้นำหลักการพยากรณ์อย่างกว้าง ๆ แต่เน้นไปที่ปัญหา อุปสรรค ศัตรู ฯลฯ ดังนี้

 

ตัวอย่างคำพยากรณ์ ดาวพระเคราะห์อยู่ในเรือน หรือ จรเข้าเรือนอริ

                อาทิตย์ (๑) อยู่ในเรือนอริ  สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี เล็ก ๆ มักเลี้ยงยาก หรือพบกับความยากลำบาก มักพลัดพรากจากบิดา หรือ ไม่ลงรอยกับบิดา ในดวงหญิงมักมีชีวิตรักการครองเรือนที่ไม่ราบเรียบ ต้องพบกับปัญหาอุปสรรค หรือมีมือที่สามเข้ามาแทรก ทำให้ไม่สงบสุข บุตรคลอดยาก เลี้ยงยาก มีปัญหากับลูกน้องหรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา บริวารไม่เคารพ ยำเกรง มักนำเรื่องเดือดร้อนมาให้เสมอ ลาภผลการเสี่ยงไม่ค่อยดี มีรักทั้งทีมักมีศัตรูหัวใจ ไม่ประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่เท่าที่ควร รับราชการไม่ขึ้น

                จันทร์ (๒) อยู่ในเรือนอริ  สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี มักมีโรคภัยเบียดเบียน ขาดเสน่ห์ มีคนคอยอิจฉาริษยา หรือไม่ชอบหน้า ทั้งที่ไม่ได้ไปทำอะไรให้ มักพลัดที่นาคาที่อยู่ ร้อนที่ อยู่ไม่ติดบ้าน เพื่อนบ้านไม่ดี สภาพที่อยู่อาศัยไม่ดี มีปัญหากับเพื่อนบ้าน ในดวงชายมักถูกหญิงเบียดเบียน หรือให้โทษ มักกำพร้ามารดา หรือ ไม่ได้อยู่กับมารดา ชีวิตรักการแต่งงานไม่ค่อยราบรื่น ทะเลาะปากเสียง หรือมีเรื่องไม่เข้าใจกับภรรยาเสมอ

                อังคาร (๓) อยู่ในเรือนอริ  ไม่ค่อยกล้าหาญ กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ มักนิ่งดูดาย ไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควร สมรรถนะทางเพศไม่ค่อยดี เสพสมบ่มิสม มักมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปาก และฟัน รวมไปถึงกระดูก สุขภาพทั่วไปค่อนข้างดี แม้บางคนจะมีโรคภัยเบียดเบียน ก็รักษาให้หายขาดได้ หากใครคิดร้าย และไม่มุ่งร้ายตอบ ศัตรูจะแพ้ภัยไปเอง ระวังโรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศ

                พุธ (๔) อยู่ในเรือนอริ  มักมีปัญหาในด้านการพูดจา พูดโผงผาง ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคศัตรูได้ บางรายอาจพูดติดอ่าง หรือพูดไม่เข้าหูคน ไม่มีหลักหรือเทคนิคในการพูด แม้จะพูดคล่องพูดเก่งก็ตาม แต่มักไร้สาระ, สุขภาพท้อง (เหนือสะดือ) ไม่ค่อยดี มักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เป็นโรคกะเพาะลำไส้  หลายรายอาจมีปัญหาในช่องหู หรือ การได้ยิน เช่น หูตึง เป็นน้ำหนวก

                พฤหัสบดี (๕) อยู่ในเรือนอริ  มักย่อหย่อนต่อศีลธรรม หรือ คุณงามความดี เข้ากับผู้ใหญ่ไม่ค่อยได้ อาจกำพร้าพ่อแม่ หรือพลัดพรากจากัน เข้ากันไม่ค่อยได้  สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง มีโรคภัยไข้เจ็บอยู่เสมอ ทำสิ่งใดมักพบกับปัญหาอุปสรรคมากมาย ไม่ประสบความสำเร็จสมหวังโดยง่าย ศัตรูมักมีกำลังกล้าแข็ง หรือมีอิทธิพลเหนือกว่า มักพิการในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือมีโรคประจำตัว

                ศุกร์ (๖) อยู่ในเรือนอริ  มักมีปัญหาไม่ลงรอยกับคนรักคู่ครอง เพศตรงข้าม ชีวิตรักการครองเรือนมักไม่ราบรื่น ปกติสุข มีรักทีไร มักมีปัญหาทีนั้น อกหักผิดหวังหลายครั้งหลายคราด้วยกัน บางรายที่รักกัน กว่าจะลงเอยกันได้ ต้องฟันฝ่าปัญหาต่าง ๆ มากมาย มีบุคคลที่สามเข้ามาแทรก ก่อให้เกิดความแตกแยกร้าวฉานได้ ระบบทางเดินหายใจไม่ค่อยดี มักแพ้อากาศ หรือฝุ่นละออง

                เสาร์ (๗) อยู่ในเรือนอริ ไม่ค่อยมีความมั่นคงในจิตใจ มักทำอะไรแบบไม่รับผิดชอบ หรือ ขอไปที ค่อนข้างใจร้าย หรือใจดำ ไม่เห็นหัวอกใคร เลยไม่ค่อยทุกข์ หรือเศร้าสักเท่าไร กับการพลัดพรากสูญเสีย การงานมักไม่ราบรื่น มีปัญหาอุปสรรคบ่อยครั้ง มักมีคนไม่ชอบหน้า หรือคบหาสมาคมด้วย อาจเปลี่ยนงานบ่อยครั้ง หรือ งานไม่ก้าวหน้าสำเร็จเท่าที่ควร

                ราหู (๘) อยู่ในเรือนอริ มักไม่ค่อยฟังคน หรือฟังความคิดเห็นผู้ใด ทำอะไรมักเล็งผลเลิศ ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากคบหาสมาคมด้วยนัก ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคตามมาได้ในทุกเรื่อง หากตนเองไม่เก่งจริง แน่จริง เพราะจะไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ หรือร่วมมือด้วยเลย จึงทำให้มีศัตรูมากกว่ามิตรที่รักใคร่อย่างแท้จริง ดีไม่ดีอาจเกิดโทษมหันต์ได้ ถ้าเกิดไปขัดใจใคร ขัดผลประโยชน์ใคร ที่มีอำนาจและอิทธิพลเหนือกว่า เช่น เจ้าพ่อมาเฟีย ฯลฯ เป็นต้น

                เกตุ (๙) อยู่ในเรือนอริ มีส่วนคล้ายหรือใกล้เคียงกับราหูอย่างมาก เพราะเป็นดาวประเภทเดียวกัน เกิดจากจุดคำนวณคราสเหมือนกัน คือ ค่อนข้างที่จะหาคนคบหาสมาคมด้วยความจริงใจยากสักหน่อย คนที่คบหาด้วยมักจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน หรือมีความคิดเห็นเพี้ยน ๆ แปลก ๆ เหมือนกัน ถึงจะเข้ากันได้ แต่สำหรับคนปกติทั่วไป คงยากสักหน่อย เกตุยังดีกว่าราหูตรงที่ ไม่ค่อยขัดใจ หรือ ขัดอารมณ์ ขัดผลประโยชน์ หรือกระทำตนขวางโลก เป็นนักเลงโต เหมือนราหู แต่มุ่งที่จะยึดติดในเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร เช่น เชื่อในโชคลาง ของขลัง ของศักดิ์สิทธิ์ จิตวิญญาณ จะทำอะไรที ต้องยึดเอาเรื่องนี้เป็นหลักนำทางเสมอ เช่น ถ้ารักใคร เกลียดใคร มักจะพึ่งไสยศาสตร์ หรือ มายาศาสตร์ ตลอดจนยากล่อมประสาท เข้าช่วย เป็นต้น

                มฤตยู (๐) อยู่ในภพอริ มักพบกับปัญหาอุปสรรคศัตรู ที่มีมาหลากหลาย ทุกรูปแบบ ไม่ซ้ำหน้าหรือซ้ำแบบกัน แต่ดีตรงที่มีปัญหาอุปสรรคศัตรูแล้ว ทำให้เกิดการเรียนรู้ ต่อสู้ที่จะฟันฝ่า หรือเอาชนะปัญหาอุปสรรคศัตรูนั้น จนก่อให้เกิดผลดีตามมาได้ จะเรียกว่า ศัตรูคือยากำลังก็ได้ ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับสุขภาพสายตา การมองเห็นมักผิดปกติ มีลาภผลเข้ามามักติดขัดชะงักงัน

                เนปจูน (น) อยู่ในภพอริ มักมีปัญหาอุปสรรคศัตรูจู่โจมเข้ามาแบบลับ ๆ ไม่เปิดเผย หลายคนที่เข้าสังคมหมู่มาก มักจะพบกับคนใส่หน้ากาก ขาดความจริงใจ มือขวายื่นดอกไม้ มือซ้ายแอบถืออาวุธซ่อนไว้ข้างหลังทำนองนั้น ระวังโรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว หรือรู้ล่วงหน้ามาก่อน พอรู้อีกทีก็สายเสียแล้ว ดังนั้น ควรตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำทุกปีจะดีที่สุด

                พลูโต (พ) อยู่ในภพอริ  ทำอะไรมักจะพบกับปัญหาและอุปสรรคศัตรูก่อนเสมอ สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดีนัก มักมีโรคภัยเบียดเบียน มักปวดศีรษะ หรือได้รับอันตรายเกี่ยวกับศีรษะบ่อย ๆ

                แบคคัส (บ) อยู่ในภพอริ  เศรษฐกิจการเงิน รายได้ไม่ค่อยดี มักฝืดเคือง หรือมีคนคอยจ้องที่จะเบียดเบียนการเงิน หรือผลประโยชน์ทางการเงินที่ได้รับ ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ต้องระวังโรคเกี่ยวกับคอ และไหล่ จะพูดจะจา จะทำเอกสาร หรือติดต่ออะไรต้องรอบคอบ อาจล้มเหลว ผิดหวัง หรือมีปัญหาอุปสรรคก่อนเสมอ

 

สัมพันธภาพระหว่างเรือนอริกับเรือนอื่น ๆ หมายถึง ดาวเจ้าเรือนอริ อยู่ในเรือนต่าง ๆ หรือ จรเข้าเรือนต่าง ๆ กุม หรือ จรร่วม กับดาวเจ้าเรือนต่าง ๆ พอจะยกตัวอย่างการพยากรณ์โดยสังเขป ดังนี้

                อริ-ลัคน์  ทำสิ่งใดมักพบกับปัญหาอุปสรรคศัตรูก่อนเสมอ สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง มักมีคนไม่ชอบหน้า หรือให้ความช่วยเหลือ ให้ความร่วมมือ ต้องระวังคนลอบทำร้าย เจ็บไข้ไม่สบาย หรือคนคอยกลั่นแกล้ง ให้ร้ายป้ายสี ในช่วงที่ดาวทั้งสองนี้สัมพันธ์กัน (อริจรทับลัคน์ ,อริจรร่วมกับดาวเจ้าเรือนลัคน์ ฯลฯ)

                อริ-กฏุมพะ มักมีเรื่องเสียเงิน การเงินรายได้ฝืดเคือง ฐานะความเป็นอยู่ไม่ค่อยดี มีคนคอยที่จะเบียดเบียน จะพูดจะจา ติดต่อสื่อสารกับผู้ใด ต้องระวัง อาจล้มเหลว ผิดหวัง ก่อศัตรู หรือผลเสียตามมาในภายหลังได้ หรือมีเรื่องเสียเงินทอง ทรัพย์สินสูญหาย ถูกขโมย ในช่วงที่ดาวทั้งสองสัมพันธ์กัน

                อริ-สหัชชะ เข้ากับเพื่อน (รวมไปถึงญาติมิตร วงสังคม) ไม่ค่อยได้ เพื่อนมักจะให้โทษ คอยเบียดเบียน หรือคิดร้าย ตั้งตนเป็นศัตรู หากมีหุ้นส่วนก็มักจะขัดแย้งกัน ทำกิจการร่วมกันกับใครมักไม่ดี และมักมีผลเสียตามมา

                อริ –พันธุ เข้ากับพี่น้องไม่ค่อยได้ มักกำพร้า หรือไม่ได้อยู่ร่วมกับบิดามารดา อยู่ไม่ติดบ้าน ที่อยู่อาศัยมักไม่สงบสุข มีปัญหากับเพื่อนบ้าน ต้องระวังขโมยขโจร อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับบ้าน หรือรถยนต์ การเดินทาง ในขณะที่ดาวทั้งสองจรสัมพันธ์กัน

                อริ-ปุตตะ มีลูกยาก คลอดลูกยาก ลูกเลี้ยงยาก มักสร้างปัญหาความเดือดร้อนมาให้ ลาภผลการเสี่ยงไม่ค่อยดี ความรักไม่ค่อยราบรื่นสมหวัง อกหักบ่อยครั้ง บุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง มักนำเรื่องทุกข์ร้อนมาให้ หรือได้รบอันตราย ในขณะที่ดาวทั้งสองจรสัมพันธ์กัน

                อริ-เกษตร ศัตรูกล้าแข็ง มีกำลังแรงกล้า ชีวิตมักประสบปัญหาและมรสุมลูกใหญ่ มักมีโรคภัยที่ยากแก่การรักษาเยียวยา หรือมีโรคประจำตัว

                อริ-ปัตนิ  มักไม่ลงรอยกับคนรักคู่ครอง เพศตรงข้าม ชีวิตรัก การครองเรือน มักไม่ราบรื่น ทะเลาะเบาะแว้ง หาความปกติสุขไม่ค่อยได้ อกหักหลายครั้งหลายครา มีรักคราใด มักถูกแย่งชิงไป หรือถูกกีดกันจากผู้ใหญ่ หรือมีมือที่สามเข้ามาแทรก

                อริ-มรณะ มักจะส่งผลดีในเรื่องของความไม่มีโรค หรือไม่มีศัตรูมาเบียดเบียน แต่ถ้ามีเข้ามาก็จะแก้ไข รักษา ฟันฝ่า ปัญหาอุปสรรคศัตรู โรคภัยไข้เจ็บนั้นไปได้

                อริ-ศุภะ สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง มีโรคภัยเบียดเบียนเสมอ มีปัญหาอุปสรรคศัตรูมาก คนคอยขัดแข้งขัดขา อิจฉาริษยาเยอะ ไม่ประสบความสำเร็จก้าวหน้าในชีวิตอย่างง่ายดายนัก มักถูกใส่ร้าย

                อริ-กัมมะ ชีวิตมักจะประสบกับปัญหาอุปสรรคศัตรู โรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียน ทำอะไรมักจะติดขัดชะงักงันอยู่เสมอ ค่อนข้างลำบากเหนื่อยยากในการดำรงชีพ มักมีศัตรูในวงงาน ทำงานไม่ราบรื่น ขาดคนให้ความช่วยเหลือ หรือร่วมมือ

                อริ-ลาภะ ปัญหาอุปสรรคศัตรูมักอยู่ใกล้ตัว เหมือนหอกข้างแคร่ บางทีคนที่เราสนิทและไว้ใจ อาจให้โทษเราเมื่อไรก็ได้ โดยที่เราไม่อาจล่วงรู้ได้ จะมีลาภผลคราใด มักพบกับปัญหาอุปสรรคติดขัดก่อนเสมอ ดีไม่ดีลาภผลที่ได้มากลายเป็นทุกขลาภ หรือ มีเรื่องเดือดร้อนตามมาในภายหลัง

                อริ-วินาศนะ มักมีปัญหาอุปสรรคศัตรู โรคภัยไข้เจ็บเข้ามาจู่โจมอย่างลับ ๆ ไม่เปิดเผย ไม่ทันได้ตั้งตัว พอรู้ตัวก็เสียท่า เสียที หรือ รักษาไม่ทันซะแล้ว ต้องระวังศัตรูในที่มืด หรือ คนที่ไม่จริงใจ ต่อหน้าเป็นมิตร ลับหลังเป็นศัตรู

                หลักการที่ให้ก็เหมือนกับบทอื่น ๆ ที่ผ่านมา คือ ให้ไว้พิจารณาเป็นหลักเบื้องต้น ทีนี้จะดีร้าย เป็นจริงมากน้อยแค่ไหน ? ต้องดูโยคเกณฑ์ หรือดาวบาปเคราะห์ ศุภเคราะห์ที่มาทำมุมสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนอริที่อยู่ในภพต่าง ๆ หรือ จรร่วมกับดาวต่าง ๆ ด้วย และก่อนที่จะได้นำดวงตัวอย่างมาให้พิจารณา ใคร่จะขอนำ ลักษณะต่าง ๆ ของดาวพระเคราะห์ ที่บอกลักษณะรูปร่างของบุคคล ที่จะให้โทษหรือตั้งตนเป็นศัตรู  มาให้อ่านและศึกษากันพอสังเขป ดังนี้

                อาทิตย์ (๑) รูปร่างสันทัด ปราดเปรียว ผิวสองสี ใบหน้ามน ท่าทางหลุกหลิก เป็นเพศชาย มีเกียรติ มีอำนาจวาสนา ชอบความเป็นใหญ่ หรือหัวหน้า และหมายถึง บุคคลที่มีอายุระหว่าง ๑ – ๑๐ ปี

                จันทร์ (๒)ใบหน้าแป้นกลมใหญ่ ผิวขาว รูปร่างท้วม มีจริตกิริยานุ่มนวล มากด้วยเสน่ห์ เพศหญิง และหมายถึงบุคคลอายุระหว่าง ๓๑ – ๔๐ ปี

                อังคาร (๓) ใบหน้าเกร็งแบบหน้ากระดูก ผมหยิก หรือ หยักศก ผิวเนื้อดำแดง มักมีโทสะจริต เพศหญิง และหมายถึงบุคคบที่มีอายุระหว่าง ๔๑ – ๕๐ ปี

                พุธ (๔)  ใบหน้ามน จมูกโด่ง ผิวเนื้อดำแดง ร่างอ้วนเตี้ย พูดจาดี เพศชาย และหมายถึง บุคคลที่มีอายุระหว่าง ๑๑ – ๒๐ ปี

                พฤหัสบดี (๕) รูปร่างงามสง่า สมส่วน ใบหน้ายาว ผมบาง หรือตัวใหญ่ ผิวขาว หรือขาวเหลือง มีไฝหรือปานบนใบหน้า มีลักษณะน่าเชื่อถือ เป็นผู้ใหญ่ ผู้มีอิทธิพลอำนาจ เพศชาย และหมายถึงบุคคลที่มีอายุระหวาง ๕๑ – ๖๐ ปี

                ศุกร์ (๖) รูปงาม ผิวขาว หน้าแป้น ท่าทางสำรวย แต่งตัวดี อารมณ์ดี กรีดกราย เพศหญิง และหมายถึงบุคคลที่มีอายุระหว่าง ๒๑ – ๓๐ ปี

                เสาร์ (๗) รูปร่างสูง มือยาว เท้ายาว ผิวดำ ฟันห่าง เดินขาแบ ๆค่อนข้างขรึม ขี้อิจฉาริษยา มักเป็นบุคคลชั้นต่ำ กรรมาชีพ เพศชาย และหมายถึง บุคคลอายุระหว่าง ๖๐ -๗๐ ปี

                ราหู (๘) รูปร่างอ้วนใหญ่ ตาพอง ผิวขาวจัด หรือ ดำจัด หรือขาวค่อนข้างแดง หัวเถิก หรือศีรษะล้าน คางมน ๆ พูดเสียงดัง เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา เป็นหม้ายผ่านการมีเรือนมาแล้ว อายุแก่หรืออ่อนกว่าเจ้าชะตาหลายปี ไม่อาจประมาณอายุได้

                เกตุ (๙) รูปร่างสมส่วน ผิวคล้ำ เงียบขรึม หัวโบราณ หรือ หัวสมัยใหม่  ศีรษะหลิม ผมเป็นลอน มีจุดเด่นบนใบหน้า มีความคิดหรือการกระทำที่ผิดแผกจากคนทั่วไป อาจเป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา เป็นหม้าย ผ่านการมีเรือนมาแล้ว อายุแก่หรืออ่อนกว่าเจ้าชะตาหลายปี หรือ หมายถึงคนแก่ชรา

                มฤตยู (๐) รูปร่างกลม ตัวกลม ผิวขาว ใบหน้าบาน ผมหยิก พูดจาเสียงดัง เป็นชาวต่างประเทศ หรือ ต่างถิ่น หรือ เป็นคนแปลกหน้า ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน เพศหญิง และหมายถึงบุคคล อายุประมาณ ๗๐ – ๘๐ ปี

                เนปจูน (น) รูปร่างใหญ่ลำตัวแบน หรือ อ้วนกลม ใบหน้าแป้น ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมหยิก หรือ คนเมา คนทรงเจ้าเข้าผี หรือ อาจารย์ไสยศาสตร์ หรือ นายแพทย์ นักแสดง และหมายถึง บุคคลอายุระหว่าง ๘๐ – ๙๐ ปี เพศหญิง

                พลูโต (พ) หมายถึงบุคคลรูปสูงต่ำปานกลาง ถ้าเป็นคนผอมก็ใบหน้ามน ปากใหญ่ ถ้ารูปร่างใหญ่ ก็หน้าสี่เหลี่ยม หมายถึง บุคคลที่มีวิชาการแปลก ๆ เช่น พระ นายแพทย์ อาจารย์ขลัง นักโหราศาสตร์ และหมายถึง บุคคลที่มีอายุระหว่าง ๙๐ -๑๐๐ ปี เพศชาย

แบคคัส (บ) เป็นดาวที่เดินช้า นานนับ ๗๐ กว่าปี ถึงจะย้ายราศี จึงยากที่จะกำหนดรูปร่างลักษณะที่แน่นอนลงไปได้ แต่ถ้าเทียบกับลักษณะนิสัยแล้ว มักจะเป็นคนงกเงิน มีฐานะความเป็นอยู่ดี ชอบการบันเทิง รื่นเริงใจ รักการท่องเที่ยวผจญภัย พูดเก่ง พูดคล่อง เพศชาย

อันรูปร่างลักษณะดาวพระเคราะห์เหล่านี้ ไม่ได้ใช้สำหรับทำนายลักษณะของศัตรู แต่เพียงอย่างเดียว ยังสามารถทำนายรูปร่างลักษณะของเจ้าชะตา คู่ครอง มิตร เจ้านาย ลูกน้อง บริวาร ฯลฯ ได้อีกด้วย ขึ้นอยู่กับว่า ดาวดังว่า จรเข้าเรือนใด สัมพันธ์กับเรือนใด และลักษณะที่บ่งบอกไว้นั้น เป็นแค่หลักการพิจารณาเบื้องต้น บางที คนเราอาจจะมีศัตรูหลายคน มีคู่หลายคน ฯลฯ หรือ บางที ศัตรู หรือ คู่นั้น อาจจะมีลักษณะนิสัย หรือ รูปร่างหน้า ตา อายุ ที่ไม่ตรงกับข้อใดข้อหนึ่งโดยเฉพาะ แต่อาจจะเข้าข่ายคุณลักษณะประการใดประการหนึ่งก็ได้

ในกรณีที่ดาวพระเคราะห์ที่จรเข้าเรือน หรือสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนต่าง ๆ เป็นดาวบาปเคราะห์ที่ให้โทษ หรือ เป็นดาวต่ำศักดิ์ ดาวจากภพทุสถานะ เมื่อจรมาถึงลัคนา หรือ ดาวใด ในเรือนใด ก็ต้องระวังในเรื่องที่จะเดือดร้อนเกี่ยวกับดาวดวงนั้น เรือนนั้น และความเดือดร้อนนั้น มักจะมาจากบุคคลที่มีลักษณะนิสัย หรือพฤติกรรม การงานอาชีพ อายุ รูปร่าง ผิวพรรณ ฯลฯ ตามคุณลักษณะของดาวนั้น ๆ นั่นเอง

อย่างเช่น เสาร์ (๗) เจ้าเรือนอริ จรเข้าเรือนกัมมะ นอกจากจะต้องระมัดระวังในเรื่องปัญหาอุปสรรคในการทำงานแล้ว ยังต้องระวังโทษภัยที่จะเกิดจากบุคคลที่มีลักษณะแบบดาวเสาร์ด้วย หรือ อังคาร (๓) เจ้าเรือนปุตตะ จรเข้าเรือนการเงิน มักจะเสียเงิน และ บุคคลที่จะทำให้เสียเงิน อาจจะมีลักษณะรูปร่าง แบบอังคาร หรือ มีสาเหตุมาจากเด็ก บุตร บริวาร สัตว์เลี้ยง ตามลักษณะของดาวปุตตะ ผสมผสานกันไปด้วย ดังนั้น การพิจารณาดวงชะตาใด ๆ จึงต้องรอบคอบให้มาก อย่าได้มองเพียงจุดใดจุดหนึ่ง แล้วจับมาพยากรณ์ โดยไม่ได้พิจารณาจุดอื่น ๆ ดาวอื่น ๆ หรือโยคเกณฑ์อื่น ๆ เป็นอันขาด

 

ตัวอย่างที่ ๑

 

                ดวงนี้ไม่ต้องเสียเวลาพิจารณาดาวในพื้นดวง ให้พิจารณาดาวจรแต่เพียงอย่างเดียว จะเห็นได้ว่า พฤหัสบดี (๕) อันเป็นดาวที่มีความหมายถึงผู้ใหญ่ หรือ เจ้านายนั้น จรเข้าภพมรณะ อย่างนี้ นอกจากระวังในเรื่องของบุตรบริวารสัตว์เลี้ยง ตามลักษณะของดาวเจ้าเรือนปุตตะ – เข้ามรณะ แล้ว ยังต้องระวังการสูญเสียผู้ใหญ่ หรือ ผู้ใหญ่ให้โทษด้วย

                ทีนี้จะเกิดอะไรขึ้นแน่กับเจ้าชะตา ก็ต้องพิจารณาลัคนาจร และดาวเสวยอายุ เสวยแทรก ปรากฎว่า เจ้าชะตาอายุ ๓๗ ปี ลัคนาจรจรเข้าทับลัคนาเดิมที่ราศีสิงห์ จะเห็นได้ว่า อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนลัคน์ ทั้งลัคนาจร และลัคนาเดิม ต่างก็อยู่ในภพวินาศนะ อย่างนี้ ถือว่า เจ้าชะตาดวงตก อาจมีเรื่องไม่คาดฝัน มีแรงบีบคั้นกดดันเกิดขึ้นได้ ซึ่งแน่นอน ย่อมมาจากอิทธิพลของดาวพฤหัสบดี แน่

                อายุ ๓๗ ปี ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนวินาศนะ เข้าเสวยอายุ ดาวพลูโต (พ) เจ้าเรือนศุภะ เข้าเสวยแทรก ซึ่งดาวทั้งสองดวงนี้ ต่างก็อยู่ในภพลาภะของพื้นดวงเดิม และเมื่อในปีนั้น มีราหู (๘) คราสร้าย จรเข้ามาทับดาวทั้งสอง ย่อมให้โทษในด้านความเสื่อมเสีย มีเรื่องมีราว ถูกคาดโทษ หรือตกจากวาสนาได้อย่างไม่คาดคิด หรือรู้ล่วงหน้ามาก่อน

                ที่สำคัญและส่งผลในเรื่องงานโดยตรง เพราะในพื้นดวงนั้น นอกจากจันทร์ (๒) กับ พลูโต (พ) ที่โดนราหู (๘) จรทับแล้ว ยังมีดาวแบคคัส (บ) เจ้าเรือนการงาน อยู่ในเรือนลาภะนั้นด้วย จึงโดนราหู (๘) ให้โทษไปพร้อม ๆ กัน ด้วยเหตุฉะนี้ ผู้ใหญ่ในวงงานจึงให้โทษ และทำได้สำเร็จถึงกับตกงาน เพราะอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนลัคน์ จรเข้าภพวินาศนะ อีกทั้งยังถูกเสาร์ (๗) เจ้าเรือนอริ ที่จรเป็นเกษตร บ่งบอกถึงศัตรูเป็นคนที่มีอำนาจวาสนา มีอิทธิพลมาก เล็งให้โทษ มีเนปจูน (น) เจ้าเรือนมรณะ ทำมุมกากบาท และถูก ราหู (๘) พลูโต (พ) มฤตยู (๐) บีบเรือน มีอังคาร (๓) โยคหน้า เกตุ (๙) ตรีโกณ เรียกว่า อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนลัคน์ ที่อยู่ในเรือนวินาศนะของพื้นดวง ถูกเบียนเต็มที่จากบาปเคราะห์ และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ แบคคัส (บ) เจ้าเรือนการงาน ดันไปจรร่วมกับอาทิตย์ (๑) ในดวงดาวจร เลยทำให้ถูกบาปเคราะห์จรพาดผ่าน เล็งให้โทษ และกากบาท ไปพร้อมกับดาวอาทิตย์ ในพื้นดวงเดิมด้วยทุกประการ

 

ตัวอย่างที่ ๒

 

                เป็นดวงชะตาตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะท่านผู้นี้ต้องถูกใส่ร้ายจากผู้มีอำนาจในบ้านเมืองขณะนั้น ให้ได้รับโทษถึงกับต้องประหารชีวิต ในกรณีเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๘ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙  เสียดายที่หนังสือที่เกี่ยวกับเหตุการณ์เรื่องนี้โดยละเอียด ได้หายไป เลยทำให้ไม่อาจค้นข้อมูลวันที่ท่านถูกประหารชีวิต พร้อมเพื่อนร่วมชะตากรรมอีก ๒ คนได้ จึงขอเสนอแนะการอ่านเรื่องราวในพื้นดวงเท่านั้น ว่าดาวใดในดวง ถึงทำให้มีอันเป็นไป

                การงานของท่านผู้นี้ รับราชการอยู่ในรั้วในวัง รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท สนองพระเดชพระคุณพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีมานาน ดูจากดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนการงาน ที่อยู่ในภพวินาศนะ (กัมมะ-วินาศนะ) เพราะคำว่า วินาศนะนั้น หมายถึง การทำงานในที่ห่างไกล ที่เร้นลับ ไม่เปิดเผย ที่ที่มีกฎระเบียบเข้มงวด เช่น ในวัด ในวัง กรม กองทหาร ในคุก ฯลฯ เป็นต้น

                ในพื้นดวงจะเห็นว่า ดาวอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนอริ กุมลัคนา โดยมีดาวศุกร์ (๖) ดาวเจ้าเรือนมรณะ เป็นศูนยพาหะ ชักนำชะตาให้เป็นไป พบกับความตาย และต้องตายด้วยอาวุธปืน เพราะ มีเกตุ (๙) กุมศุกร์ (๖) นำหน้า โดยที่เกตุ (๙) หมายถึง อาวุธปืน ถ้าดูให้ดี จะเห็นว่า ดาวที่แวดล้อมลัคนานั้น มีความสัมพันธ์กันเป็นทอด ๆ  คือ อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนอริที่กุมลัคน์อยู่นั้น นำหน้าพฤหัสบดี (๕) ดาวการงาน โดยมีพุธ (๔) ปัตนิ (หมายถึง ศัตรู) และยังเป็นดาวอริของลัคนาโลกธรรม กุมอยู่ด้วย บ่งบอกถึง จะมีปัญหาอุปสรรค ศัตรู ในวงงาน เข้ามาพัวพันในเรื่องงาน แล้วถ้าดูในภพถัดไป ก็จะเห็นศุกร์ (๖) มรณะ เดินนำหน้าดาวอาทิตย์ (๑) อริ และ พุธ (๔) ปัตนิ อีกทอดหนึ่ง ดาวที่เดินนำหน้ามักจะส่งอิทธิพลต่อลัคนา และดาวเดินหลังเสมอ ทั้งในแง่ที่ให้คุณ และ ให้โทษ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในบทก่อน ๆ

                ดวงนี้มีศัตรูที่กล้าแข็ง และมีพลังมาก มีมากมายหลายคน ร่วมกันใส่ร้ายป้ายสี เพื่อหาแพะรับบาปให้ได้ เนื่องจาก อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนอริ และ พุธ (๔) ปัตนิ – อริ โลกธรรม, ต่างก็ถูกแวดล้อมด้วยดาวศุภเคราะห์ เสริมกำลังให้อย่างเต็มเปี่ยม คือ ศุกร์ (๖) นำหน้า และ พฤหัสบดี (๕) ตามหลัง อีกทั้งศัตรูยังมาจากที่ลับ เนื่องจากมีมฤตยู (๐) เจ้าเรือนวินาศนะ ทำมุมร่วมธาตุ ในมุมตรีโกณ ที่ภพศุภะ หมายถึง เกียรติยศชื่อเสียง ความดีงาม ถูกทำลายอย่างป่นปี้ย่อยยับ เพราะมีวินาศนะ โดยที่ดาวอังคาร (๓) เจ้าเรือนศุภะในพื้นดวง ก็ถูกราหู (๘) คราสร้าย เกาะกุม มีเสาร์ (๗) กับ พลูโต (พ) ทำมุมตรีโกณ


สารบัญ