บทที่ ๑๓

ภพที่ ๗ ปัตนิ (๒)

********************

               

ลักษณะคู่ในดวงชะตา  แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ

๑.       คู่รัก หรือ คู่ควง ได้แก่คู่ที่พบปะกัน รักใคร่ชอบพอกัน อาจจะเป็นรักในวัยเรียน หรือ พบปะสังสรรค์กันในวงสังคม หรือการทำงาน แล้วเกิดชอบพอกัน ไม่ว่าจะคบหาดูใจกันนานขนาดไหนก็ตาม หากไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศต่อกัน หรือได้เสียกัน จะจัดอยู่ในลักษณะนี้  หากจะว่าถึงผลกรรมที่ได้ทำร่วมกันมา ก็น่าจะจัดอยู่ในข่าย “เก็บดอกไม้ร่วมต้น” (นำไปถวายพระ หรือทำบุญ) คือ “มีใจตรงกัน”  มาแต่เมื่อชาติก่อน ภพก่อน โดยที่ไม่ได้มีโอกาสสร้างบุญกุศลร่วมกันมากมายไปกว่านี้ จนถึงขนาดที่จะส่งผลให้มามีความสัมพันธ์กันฉันท์ผัวเมีย บางคนอาจจะมีคู่รัก หรือ คู่ควง ในลักษณะนี้มากมายหลายสิบคนทีเดียว คือ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เข้าข่าย อกหัก รักคุด ดีกว่ารักไม่เป็น

๒.     เนื้อคู่  ในความหมายของคำมันก็บอกโต้ง ๆ อยู่แล้ว คือ เนื้อหญิงกับเนื้อชายมาคู่ มาเสียดสีสัมพันธ์กัน หรือ ได้เสียกัน ลักษณะเช่นนี้ แยกออกเป็น ๒ แบบ คือ แบบมีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน เราเรียกว่า “คู่ครอง” (ไม่ว่าจะแต่งงานตามประเพณีหรือไม่ก็ตาม) กับ แบบที่ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน คือ ได้เสียกันเป็นครั้งคราว แล้วแต่โอกาส จังหวะ และสถานที่อำนวย แล้วมีเหตุทำให้ไม่อาจแต่งงาน หรืออยู่กินกันได้ เช่น พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่กีดกัน หรือฝ่ายใดเกิดล้มหายตายจากไปก่อน หรือเปลี่ยนใจไปมีใหม่ ฯลฯ

ผลกรรมที่ส่งผลให้เป็นไปในรูปแบบที่หนึ่ง คือ เป็นคู่ครองกัน เกิดจากการเป็นคู่ผัวตัวเมียกัน และอยู่กินกันมาแต่ชาติปางก่อน ได้มีโอกาสทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน สร้างกุศลสาธารณะประโยชน์ร่วมกันยาวนาน และได้อธิษฐานให้มาเป็นคู่ครองกันอีกในชาติภพต่อไป ส่วนผลกรรมแบบที่สองที่มีโอกาสได้เสียกัน แต่ไม่อาจใช้ชีวิตร่วมกันได้ เพราะไม่มีบุพเพสันนิวาส หรือ การอยู่ร่วมกันแต่ปางก่อนมาสนับสนุน ไม่มีโอกาสได้ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน อาจจะเคยทำบุญกุศลสร้างสาธารณะประโยชน์ร่วมกันมาบ้าง หรือเป็นครั้งคราว ทีนี้พอมีคนอื่นที่เขามีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน หรือทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันมามากกว่าตัวเรา ก็เลยทำให้เกิดปัญหาอุปสรรค การพลัดพรากจากกัน โดยไม่มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน

ที่ต้องอธิบายจุดนี้เสียยืดยาวพอสมควร เพื่อให้นักศึกษาแยกแยะให้ออก ตีดวงให้แตกให้ได้ว่า ลักษณะของคนที่เข้ามาในช่วงชีวิตหนึ่ง ๆ ของเรานั้น แต่ละปี แต่ละช่วง จะเข้าข่ายคู่รัก คู่ควง หรือ เนื้อคู่ มีเกณฑ์แต่งงานอยู่กินกันหรือไม่ ? หากเป็นแค่คู่รักคู่ควง จะไม่มีเกณฑ์ปัตนิ หรือ มีดาวปัตนิ ตลอดจนลัคนาจรตามภพเข้าปัตนิ หรือสัมพันธ์กับปัตนิเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่อาจจะมีเกณฑ์ที่ดาวเจ้าเรือนลัคน์ จรทำมุมสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนปัตนิ หรือ ดาวเจ้าเรือนปัตนิ จรสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนลัคน์ หรือมีดาวศุกร์ ตัวการในเรื่องของความรัก สัมพันธ์ถึงลัคนา หรือดาวเจ้าเรือนลัคน์ ซึ่งรายละเอียดเกณฑ์การพบเนื้อคู่นั้น จะได้นำมาเสนอเป็นตัวอย่างในภายหลัง

จุดสำคัญในการพิจารณาดวงชะตาว่า จะสมหวัง ผิดหวัง ไปกันได้แค่ไหน ? อยู่ที่ดาวศุกร์ (๖) ดาวแห่งความรัก คู่ครอง การแต่งงาน และดาวเจ้าเรือนปัตนิ ตลอดจนดาวลอยในภพปัตนิ โดยนำเอาดาวอาทิตย์ และ ดาวจันทร์ มาพิจารณาร่วมทุกครั้ง ดังที่ได้กล่าวไปบ้างแล้ว ทีนี้เราจะมาว่าถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาเกี่ยวกับความรัก และคู่ในดวงชะตาว่า จะเป็นอย่างไรนั้น จะดูหรือพิจารณาตรงไหน ซึ่งผมได้กล่าวเอาไว้แล้วว่า ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการเดียวกันกับการพิจารณาภพอื่น ๆ นั่นเอง เคยบอกทุกครั้งว่า หากนักศึกษาดูภพใดเรือนใดได้อย่างแจ่มแจ้งเข้าใจ ก็จะดูภพอื่นเรือนอื่นได้เช่นกัน เพราะใช้กฎเกณฑ์การพิจารณาแบบเดียวกันนั่นเอง

 

หลักเกณฑ์การพิจารณาเกี่ยวกับภพปัตนิ

๑.       พิจารณาจากดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นจุดแรก ว่าไปอยู่ในภพใด เรือนใด ก็ให้ความหมายไปตามลักษณะของภพนั้นเรือนนั้น ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างคำพยากรณ์ไว้ให้แล้ว เช่น ดาวเจ้าเรือนปัตนิไปอยู่ในภพปุตตะ ก็ทำนายไปได้เลยว่า หากเป็นดวงชาย ก็มักจะได้คู่ที่มีอายุอ่อนกว่ากันหลายปี อย่างน้อย ๆ ๕ ปี หรือหากจะได้คู่ที่มีอายุแก่กว่ากัน มากน้อยแค่วันเดียวก็ได้ (พอเห็นมาบ้าง แต่ไม่มากนัก) หากเป็นหญิง มักจะได้คู่ที่มีอายุแก่กว่ากันหลายปี มากกว่ากันอย่างน้อย ๕ ปี ขึ้นไป โอกาสที่จะได้คู่ที่มีอายุน้อยกว่าก็มีเหมือนกัน แต่น้อยมาก ทั้งนี้ หากเราจะดูว่า เอ. แล้วมันจะแก่หรืออ่อนกว่ากันแล้วล่ะก็ ให้พิจารณาดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งหมายถึง ผู้ใหญ่กว่า หรือ ดาวอาทิตย์ (๑) ที่หมายถึง เด็กกว่า มาประกอบ

๒.     พิจารณาว่า ดาวเจ้าเรือนปัตนินั้น มีดาวใดมากุม หรือทำมุมให้คุณให้โทษมากน้อยเพียงใด กล่าวคือ มีดาวศุภเคราะห์ บาปเคราะห์ ดาวคู่มิตร คู่ศัตรู ดาวศักดิ์สูง ศักดิ์ต่ำ ฯลฯ มาทำมุมให้คุณให้โทษอย่างไร จะไม่ขออธิบายแล้วนะครับว่า มุมให้คุณให้โทษมีมุมใดบ้าง ทั้งนี้ หากดาวเจ้าเรือนปัตนิ ถูกบาปเคราะห์เบียนให้โทษมากเท่าไร ก็จะส่งผลเสียกับเจ้าชะตาในเรื่องคู่มากเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม หากมีดาวศุภเคราะห์มาทำมุมให้คุณมากเท่าไร ก็จะส่งผลดีให้กับเจ้าชะตาในเรื่องคู่มากเช่นกัน บางดวงอาจจะมีดาวทั้งสองประเภท ทำมุมให้คุณ และให้โทษ ไปพร้อม ๆ กัน ไม่ต้องนำมาหักกลบลบล้างกันนะครับ ดีก็ว่าไปตามดี ร้ายก็ว่าไปตามร้าย เหมือนคนเรา มีบาป มีบุญกุศลติดตัวมา ต้องชดใช้ ยากที่จะเลี่ยงน่ะแหละครับ

๓.     พิจารณาดาวลอยในภพปัตนิ  หากมีศุภเคราะห์อยู่ในเรือนปัตนิมากดวง ก็มีโอกาสให้คุณตามลักษณะของศุภเคราะห์นั้น หากมีบาปเคราะห์มากดวง โอกาสให้โทษก็มีมาก รวมไปถึงดาวศักดิ์สูง ศักดิ์ต่ำ คู่มิตร คู่ศัตรู ฯลฯ ด้วย ในบางดวง อาจจะมีดาวทั้งสองประเภทคละเคล้ากันไป เราก็ต้องแยกแยะ ไม่หักล้างดุจเดียวกันกับข้อที่ ๒ ทีนี้ต้องระวังนะครับ เพราะบางดวงแม้มีศุภเคราะห์มากดวง หรือดาวที่ให้คุณในภพปัตนิก็จริง แต่หากดาวเจ้าเรือนปัตนิ ถูกเบียนหนักแล้ว อย่างนี้ต้องทำนายว่า อาจมีคู่มากกว่า ๒ คน (บางคนมีมากเท่าจำนวนดาว หรือ มากกว่านั้น) หรือกว่าจะมีคู่ที่ดีพร้อมตามลักษณะของศุภเคราะห์ หรือ ดาวให้คุณในภพปัตนิได้ ก็ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายคน ถึงจะได้เจอะเจอ แต่ก็มีนะครับ ที่บางดวง แม้จะมีศุภเคราะห์มากดวงในภพปัตนิ แล้วเป็นตัวบ่งบอกคุณลักษณะของคู่ ทั้งนี้ ต้องดูจากจุดที่ดาวเจ้าเรือนปัตนิถูกเบียนหรือไม่ และจากจุดที่ดาวเจ้าเรือนลัคน์ สัมพันธ์กับดาวปัตนิ เช่น กุมกับดาวเจ้าเรือนปัตนิ หรือ ไปลอยอยู่ในภพปัตนิ (เป็นประ) หรือไม่ก็ ดาวเจ้าเรือนปัตนิ กุมลัคน์ (เป็นประ) ลักษณะที่ว่านี้ มักจะส่งผล ๒ แบบ คือ ได้คู่ที่มีลักษณะนิสัย ใจคอ ความประพฤติเหมือนกับเจ้าชะตา หรือไม่ก็มีคู่มากกว่า ๒ คน

๔.     พิจารณาดาวศุกร์ (๖) ทั้งดวงหญิงและชาย, ดาวอาทิตย์ (๑) ในดวงหญิง, ดาวจันทร์ (๒) ในดวงชาย ประกอบด้วยทุกครั้ง ตามลักษณะและวิธีการเดียวกับดาวเจ้าเรือนปัตนิทุกประการ และก็ทำนายไปตามลักษณะของดาวที่ไปอยู่ในเรือน หรือ ดาวที่มาสัมพันธ์ ว่าเป็นอย่างไร ก็ทำนายไปอย่างนั้น อย่างเช่น หากหญิงใด มีอาทิตย์ (๑) หมายถึง สามี อยู่ในภพวินาศนะ ก็ทำนายไปเลยว่า คู่มักอยู่ไกล มักได้เสียก่อนแต่งงาน มีคู่แบบลับ ๆ ไม่เปิดเผย หรือมักพลัดพราก ไม่ค่อยลงรอยกัน ไม่เข้าใจกัน ฯลฯ

๕.     ต้องดูดาวเสาร์ (๗) ดาวทุกข์โทษ หากดวงใด ดาวเสาร์ (๗) สัมพันธ์กับดาวศุกร์ (๖) อย่างแนบแน่น คือ กุมกัน เล็งกัน กากบาทกัน ทำนายไปเลยครับ ว่ามักจะระทมขมขื่นในเรื่องของคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน มีโอกาสอกหัก ผิดหวัง พลัดพราก หรือเลิกราหย่าร้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวัยของดาวศุกร์ (๖) คือ อายุ ๒๑ ถึง ๓๐ ปี หากหลีกเลี่ยงที่จะมีคู่ได้ล่ะก็ ขอให้หลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในวัยเบญจเพส อายุ ๒๕ ปี ศุกร์เข้า เสาร์แทรก บางคนถึงกับเป็นบ้าเป็นหลัง ทำร้ายตัวเอง ทำตัวเองให้ตกต่ำ ประชดประชัน กินเหล้า เมายา เสียผู้เสียคนไปก็พบเห็นมาไม่น้อย ขอให้ระวัง เพราะมันเป็นดาวคู่ศัตรูกัน ย่อมให้โทษอย่างร้ายแรง

 

ตัวอย่างที่ ๑

 

                ตัวอย่างที่ ๑ เริ่มด้วยดวงของรัฐบุรุษหนุ่มโสด  อดีตนายกรัฐมนตรี ๘ ปีของไทย ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี ที่ใคร ๆ ก็มักจะเรียกท่านด้วยความเคารพและศรัทธาว่า “ป๋าเปรม” โดยผมจะมุ่งเน้นไปที่การดูเรื่องของปัตนิอย่างเดียวว่า ทำไม ? ท่านถึงใช้ชีวิตโสด โดยไม่แต่งงาน เคยได้ยินข่าวกระซิบมาว่า ท่านเคยมีคนรักในสมัยหนุ่ม ๆ แล้วถูกคนที่มีฐานะดีกว่า แย่งชิงไป จริงเท็จประการใดไม่ทราบ เรามาศึกษาดวงของท่านกันดีกว่า

                เริ่มต้นที่ ดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนปัตนิ มองเผิน ๆ เห็นเด่นชัดว่าเป็นเกษตร ในเรือนของตนเอง ดาวปัตนิเกษตร ไม่น่าจะอยู่คนเดียว โดยไร้คู่ น่าจะอุดมสมบูรณ์ในเรื่องคู่ด้วยซ้ำไป เพราะเกษตร แปลว่า สมบูรณ์ แต่เนื่องจากมฤตยู (๐) เป็นดาวที่ทั่วโลกเขารู้กันทั้งนั้นว่า เป็นดาวพลิกล็อค ตัวปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงกระทันหัน และเนื่องจากมันเป็นดาวธาตุลม ที่ปรวนแปรง่าย หากได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ ก็อาจจะส่งผลดีได้ แต่ถ้าหากได้รับกระแสที่ร้ายจากบาปเคราะห์ ก็ส่งผลร้ายได้เช่นกัน

                ในดวงของท่านนั้น มฤตยู (๐) แม้เป็นเกษตร แต่ก็ถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างมาก โดยมีเสาร์ (๗) ตัวทุกข์โทษ เจ้าเรือนอริ เล็ง มีดาวอังคาร (๓) เกษตร ดาวฆาต หรือ มรณะดี ๆ นี่เอง ทำมุมกากบาท โดยมี ราหู (๘) คราสร้าย และ พลูโต (พ) บาปเคราะห์ ทำมุมตรีโกณ คอยส่งกระแสซ้ำเติม อย่างนี้ถือได้ว่า มฤตยู (๐) บาปเคราะห์เกษตรเจ้าเรือนปัตนิ ให้โทษมากกว่าให้คุณ ส่งผลทำให้ท่านไร้คู่ที่เป็นตัวเป็นตน ใช้ชีวิตโสดจนกระทั่งปัจจุบันนี้

                ดูแค่นี้มันออกจะง่ายไปสักหน่อย ดูที่ดาวศุกร์ (๖) ดาวแห่งความรัก คู่ครองการแต่งงาน จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ศุกร์ (๖) นั้น ถูกเสาร์ (๗) คู่ศัตรู เจ้าเรือนอริ กุมเบียนอยู่ ศุกร์ เป็นดาวเจ้าเรือนสหัชชะ แปลว่า เพื่อนฝูง วงสังคม เอ. ข่าวลือที่ท่านถูกเพื่อนรัก ที่มีฐานะดีกว่า แย่งชิงคนรักไป ท่าจะเป็นจริง ดวงนี้เป็นตัวอย่างที่ดี ในเรื่องของ ศุกร์ (๖) กุม เสาร์ (๗) มักจะระทมขมขื่นในเรื่องของคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน นอกจากศุกร์จะถูกเสาร์ (๗) กุมแล้ว ยังถูกมฤตยู (๐) ในฐานะบาปเคราะห์เกษตรเล็งเบียน ให้โทษอย่างร้ายแรงมากกว่าบาปเคราะห์ธรรมดา โดยมีอังคาร (๓) กากบาท มีราหู (๘) โยกหน้า พลูโต (พ) โยคหลัง เกตุ (๙) ทำมุมตรีโกณ อย่างนี้จัดได้ว่า ศุกร์ (๖) ถูกเบียนอย่างยับเยินแทบทุกจุด จากบาปเคราะห์แทบทุกดวง

                มาดู ดาวจันทร์ (๒) หมายถึง ภรรยาในดวงชายกันบ้าง จะเห็นว่า จันทร์ (๒) นั้น เป็นประ ในภพอริ  โดนเนปจูน (น) มรณะ เล็ง เสาร์ (๗) กับ พลูโต (พ) ทำมุมปลายหอก โดยมีราหู (๘) กากบาท และมีเกตุ (๙) กับ มฤตยู (๐) บีบหน้าหลัง อย่างนี้เท่ากับจันทร์ (๒) โดนเบียนหนักหนาสาหัสไม่น้อย

                จากการที่ดาวเจ้าเรือนปัตนิ คือ มฤตยู (๐) ดาวศุกร์ (๖) และ ดาวจันทร์ (๒) ถูกเบียนหนักเช่นนี้ ทำให้ท่านใช้ชีวิตโสด โดยไม่แต่งงานได้ อย่าไปสนใจเลยครับ ว่าท่านจะสดหรือไม่ มีใครที่แอบซุกซ่อนไว้หรือเปล่า ? แค่เราได้ศึกษาดวงท่าน ว่า ทำไม ? ถึงอยู่เป็นโสด ทั้ง ๆ ที่มีสาว ๆ เอ๊าะ ๆ และสาวแก่ แม่หม้าย ไล่เรียงตั้งแต่โลโซ ไปถึงไฮโซ ส่งตาหวานให้ท่านแทบทุกหนทุกแห่ง แต่ท่านไม่สน กลับเอียงคอแล้วยิ้มให้ ตามแบบฉบับของท่าน ก็เพราะดวงท่านนั้น ศุกร์ (๖) กุมลัคน์ มีอาทิตย์ (๑) เกษตร มีพุธ (๔) และพฤหัสบดี (๕) ร่วมด้วย โดยมีแบคคัส (บ) โยคหลัง ผมกล้าทำนายเลยครับว่า ท่านไม่ขาดแคลนคนรัก หรือไม่อาภัพรักแน่ ท่านรักใคร ต้องมีคนรักท่านตอบ แต่ดวงท่าน อาภัพคู่ครับ ถ้าหาดีไม่ได้ หาได้ไม่ดี ไม่เหมาะสมจริง ๆ กับตัวท่านแล้ว อยู่เป็นโสดคนเดียว สบายใจกว่า จริงไหม ?

 

ตัวอย่างที่ ๒

 

                มาดูดวงสาวโสด ที่สามารถสละโสดได้ทุกเวลานาที แต่ไม่ยักจะสละโสดสักที จนอายุปาเข้าไปถึงหลักสี่กว่า ๆ แล้ว ก็ไม่มีทีท่าจะลงเอยกับใคร ไม่ต้องบอกแต่แรกก็พอจะทราบนะครับว่า เธอคือใคร ? ทำไม ? ผมถึงได้นำมาเป็นตัวอย่าง ก็เพราะความที่เป็นไฮโซ เป็นลูกสาวคนโต หัวแก้วหัวแหวน เป็นตัวตายตัวแทนทางการเมืองของ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ขวัญใจคนสุพรรณบุรี ตลอดกาลน่ะสิครับ ทำให้เธอไม่อาจที่จะใช้ชีวิตเช่น สาววัยรุ่นวุ่นรัก เหมือนคนอื่นใดได้ โอกาสที่เธอจะใช้ชีวิตโสดยืนยาว ค่อนข้างสูงมากครับ

                ดูจาก ดาวเนปจูน (น) เจ้าเรือนปัตนิของเธอแล้ว จะเห็นว่า อยู่ในภพกฏุมพะ อย่างนี้ หากจะมีใครสักคนเข้ามา ต้องรวยไว้ก่อน ฐานะต้องไม่ด้อยไปกว่าเธอ เฮ้อ แล้วจะหาเจ้าสัวที่ไหนกันล่ะ มีสักกี่รายที่เหมาะสมและคู่ควรกับเธอในขณะนี้กันเชียว มฤตยู (๐) มีดาวอังคาร (๓) มหาอุจจ์ (ให้โทษมากกว่าอังคารธรรมดา) และมีมฤตยู (๐) ทั้งคู่เป็นคู่อุบัติเหตุ พลิกล็อค ทำมุมกากบาท โดยมีเสาร์ (๗) โยคหน้า พลูโต (พ) โยคหลัง อย่างนี้ ถือว่า เนปจูน (น) ถูกเบียนจากบาปเคราะห์ถึง ๔ ดวง

                อะไรไม่สำคัญเท่ากับ ดวงนี้ มีศุกร์ (๖) กับเสาร์ (๗) กุมกัน เธอจึงต้องระทมขมขื่นในเรื่องของคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน การันตีเลยว่า ต้องอกหักผิดหวังอย่างแรงในเรื่องของความรักมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยของดาวศุกร์ (๖) คือ ๒๑ ถึง ๓๐ ปี

 หากดูที่ อาทิตย์ (๑) หมายถึง สามี ในดวงหญิง ก็จะเห็นว่า เป็นประ อยู่ในภพอริ และมีพลูโต (พ) มรณะ เล็ง ราหู (๘) เกตุ (๙) และมฤตยู (๐) ทิ่มแทงในมุมปลายหอก หากดวงนี้ ไม่ดิ้นรน เสาะแสวงหา หรือเปิดทางให้ใครเข้ามาแล้วล่ะก็ โอกาสอยู่เป็นโสดมีมากถึงร้อยเปอร์เซ็นต์

                แต่ดวงนี้ โอกาสที่จะมีคู่ ไม่ว่าจะแต่งงานหรือไม่ก็ตาม มีนะครับ เพราะถึงอย่างไร เนปจูน (น) เจ้าเรือนปัตนิ ก็ยังได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์หลายดวง คือ อาทิตย์ (๑) กับ พุธ (๔) ตรีโกณ โดยมี พฤหัสบดี (๕) เกษตร กับ ศุกร์ (๖) โยคหน้า เธออาจจะได้คู่ที่เป็นผู้ใหญ่กว่า และดีพร้อมด้วยฐานะความเป็นอยู่ เกียรติยศชื่อเสียงกับเขาได้เหมือนกัน เพียงแต่จะเปิดเผยให้คนเขารับรู้หรือไม่ เท่านั้น และข้อสำคัญอีกประการก็คือ คุณอาบรรหาร ของพี่แอ๊ด คาราบาว จะยอมยกให้โดยดีหรือเปล่า ? ข่าวกระซิบ แต่ไม่กระซาบแว่วมาว่า คุณอาบรรหารนั้น ไม่เบาในเรื่องของสาว ๆ ตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ท่านคงกลัวกรรมตามทัน มายังลูกสาวคนโปรดของท่านกระมัง เลยไม่ยอมยกให้ใครง่าย ๆ ชีวิตของหนูกัญ ฯ ก็เลยคาราคาซัง ไม่เป็นไปตามปกติธรรมดา ธรรมชาติ มาจนทุกวันนี้ เวรกรรม เวรกรรม

 

ตัวอย่างที่ ๓

 

                เคยยกตัวอย่างว่าพี่เบิร์ดรวยอย่างไร ทำไม ? ถึงมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ไม่เคยกล่าวถึงเรื่องคู่ตุนาหงันของพี่ในดวงชะตาสักที แม้จะมีเสียงกระซิบกระซาบกันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า พี่แกเป็นเกย์ พี่แกถึงกับร้องเพลง “ลองสิจ๊ะ” ออกมา ก็ยังไม่เห็นมีสาวใดไปกล้าลอง หรือพี่แกจะลองพิสูจน์กับใคร เรื่องที่สงกะสัย ก็คงต้องสงสัยกันต่อไป เป็นอันว่า จะไม่พุ่งประเด็นไปที่พี่แกเป็นเกย์หรือไม่ แต่พุ่งประเด็นไปที่ เป็นโสดทำไม แล้วทำไมถึงเป็นโสดจนทุกวันนี้ ดีกว่าเนอะ

                ดวงนี้ แบคคัส (บ) เจ้าเรือนปัตนิ อยู่ในภพศุภะ ถ้าว่ากันตามธรรมชาติ และหลักวิชาแล้ว ก็ต้องว่า มีโอกาสได้คู่ดี เพราะยังมี อาทิตย์ (๑) พุธ (๔) และ ศุกร์ (๖) ตรีโกณ โอกาสแต่งงานมีคู่เป็นตัวเป็นตน และได้คู่ที่ดี มีแน่ (ถ้าพี่แกไม่เป็นเกย์)

                แต่ดวงนี้ ใช่ว่า มีรักแล้วจะสมหวังในเรื่องของความรัก มีคู่ แล้วจะสมหวังในเรื่องคู่เสมอไป ใช่ว่าจะไม่มีเกณฑ์พลัดพราก เลิกรา หย่าร้างนะครับ เพราะดูจากการที่มีดาวพลูโต (พ)  เจ้าเรือนอริ นำหน้าแบคคัส (บ) ปัตนิ มีราหู (๘) มรณะ โยคหน้า มีเนปจูน (น) กากบาท เรียงแถวถัดมา ข้อสำคัญก็คือ แบคคัส (บ) กุมมฤตยู (๐) ตัวพลิกล็อค ตัวปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงกระทันหัน กุมอยู่ด้วย เมื่อนับจำนวนบาปเคราะห์ที่กุมและพาดผ่านนำหน้าแล้ว มีด้วยกันถึง ๔ ดวง แบคคัส (บ) เอง ยังถูกเกตุ (๙) กับ อังคาร (๓) กากบาทอีกด้วย สรุปง่าย ๆ ก็คือ แบคคัส (บ) เจ้าเรือนปัตนิ ถูกเบียนมาก อาจจะไม่ได้แต่งงาน มีโอกาสใช้ชีวิตโสด หรือ แต่งงาน มีคู่แล้ว ต้องพลัดพราก เลิกราหย่าร้างกันไป

                พูดถึงเรื่องคู่ ขอย้ำอีกนิดหนึ่งนะครับ คำว่า “ปัตนิ” ที่ใช้พิจารณาเรื่องคู่นั้น แปลตามตัวว่า “ศัตรู” ที่เปิดเผย ครับ ดังนั้น จึงใช้พิจารณาดูคู่ที่เป็นเพศเดียวกัน หรือ เกย์ ได้ด้วย เพราะคนที่เขาเป็นคู่กัน ตามลัทธิตันตระนั้น มีทั้งคู่ที่หักล้าง คู่ที่ส่งเสริมสนับสนุน คู่ตรงกันข้ามกัน เช่น สามี – ภรรยา, ขาว – ดำ, กลางวัน – กลางคืน, หวาน – ขม, พระอาทิตย์ – พระจันทร์ ฯลฯ สำหรับการพิจารณาดวงเกย์ หรือ พวกรักร่วมเพศนั้น ผมก็พอมีดวงตัวอย่าง ที่เขายอมรับ และเปิดเผยเข้ามาศึกษาบ้างเหมือนกัน เอาไว้ตอนท้าย ๆ บทเรียน จะได้นำมาเสนอให้อ่านและพิจารณากัน

                ในเรื่องของความรัก ไม่ว่าดวงหญิงหรือชาย ต้องดูดาวศุกร์ (๖) ดวงนี้ แม้ศุกร์ (๖) ไม่กุมกับเสาร์ (๗) คู่ศัตรู แต่ดวงนี้ เสาร์ (๗) ให้โทษร้ายแรงไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะเดินนำหน้า อยู่ในตำแหน่งศูนยพาหะ ยิ่งดวงนี้ มีเนปจูน (น) ขนาบหลังบีบเรือน และมีบาปเคราะห์พาดผ่านหลายดวงด้วยแล้ว ดวงนี้ หากมีคู่ ก็มักจะระทมขมขื่นในเรื่องคู่ ถ้าแต่งงาน โอกาสเลิกราหย่าร้างมีมากครับ

                ดวงนี้ หากดูดาวจันทร์ (๒) หมายถึง ภรรยา ในดวงชาย จะเห็นว่า จันทร์ (๒) นั้น กุมพฤหัสบดี(๕)  คู่ศัตรูในภพวินาศนะ โดนอังคาร (๓) กับเกตุ (๙) เล็ง มฤตยู (๐) กากบาท เสาร์ (๗) โยคหน้า พลูโต (พ) โยคหลัง อย่างนี้ จันทร์ (๒) โดนเบียนหนัก โอกาสที่จะใช้ชีวิตคู่กับเพศหญิง (จันทร์จะเป็นเพศชายไปไม่ได้) อย่างยั่งยืนตลอดรอดฝั่ง คงไม่มีทาง แต่ถ้าคู่เป็นเพศชาย ก็ต้องดูอาทิตย์ (๑) ผมไม่บอกนะครับ ว่า ถ้าได้คู่เป็นชายด้วยกัน แล้วจะไปกันรอดไหม ? เอาไว้ให้พี่เขายอมรับซะก่อน แล้วผมจะบอกให้ ดูไม่ยากหรอกครับ

สำหรับดวงชะตาพวกที่เป็นเกย์นั้น ตอนนี้ผมมีข้อมูลอยู่ประมาณ ๔ – ๕ ดวง เท่านั้น อยากได้เพิ่มเติม เพื่อใช้หาหลักเกณฑ์ หากนักศึกษาท่านใด หรือ ผู้สนใจท่านใด ทราบข้อมูลว่าใครเป็นบ้าง ก็ส่งมาได้นะครับ โดยเฉพาะดวงของทอม และดี้ อยากได้มากเลยครับ เพราะส่วนใหญ่ที่มีอยู่ จะเป็นพวกตุ๊ดซะล่ะมาก ใครมีก็ส่งมานะครับ ถ้าผมนำมาเสนอในบทเรียนนี้ไม่ทัน ก็จะเขียนเป็นบทความเรื่องนี้ให้อ่านกันโดยเฉพาะ

 

ตัวอย่างที่ ๔

 

                มาศึกษาดวงชายโสด แต่ไม่สดแน่นอน เพราะมีลูกชายเป็นที่ปรากฎต่อสาธารณชนโดยทั่วกัน ๑ พระหน่อ ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านไม่ได้มีคู่ตุนาหงันเป็นเรื่องเป็นราว ยกย่องออกหน้าออกตาในสังคม จะด้วยเหตุผลกลใดอย่าไปยุ่งกับท่านเลย  แค่เอาดวงของท่านมาศึกษาเป็นวิทยาทานแก่วงการโหรได้ ก็นับว่าบุญโขแล้ว สำหรับการวางลัคนาในดวงท่าน อาจจะต่างจากที่อื่น แต่ข้อมูลที่ได้มานั้น ได้ตรวจสอบประวัติเรื่องราวส่วนตัวของท่าน และสถิติต่าง ๆ แล้ว เชื่อถือได้ ในที่นี้ ผมจะนำเรื่องราวในส่วนที่เป็นภพปัตนิมาวิจารณ์เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่น ๆ เอาไว้ค่อยมีโอกาสค่อยว่ากันภายหลัง

                ราศีเมถุนเป็นเรือนปัตนิ ดังนั้น ดาวเจ้าเรือนที่ใช้ในการพิจารณาจึงมีด้วยกัน ๒ ดวง คือ ราหู (๘) กับ เกตุ (๙) ถ้าดูจากราหู (๘) จะเห็นว่าอยู่ในภพลาภะ โยคหลังลัคนา ปัตนิ – ลาภะ แปลว่า ได้คู่ดี มีคู่แน่นอน คู่ให้คุณ ลาภผล ความสำเร็จ ความพึงพอใจ รวมทั้งความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม ย่อมให้คุณ เข้าข่าย นารีอุปถัมภ์ ไม่น่าที่จะครองตัวเป็นโสดตามกฎหมาย แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเขากำหนดมาให้เป็นอย่างไร ก็ต้องไปอย่างนั้น ราหู (๘) เจ้าเรือนปัตนิตัวที่ ๑ ถูก เกตุ (๙) มฤตยู (๐) เล็ง อาทิตย์ (๑) อังคาร (๓) คู่วิวาท และพลูโต (พ) บาปเคราะห์ กากบาท ถือได้ว่า ถูกเบียนอย่างแรง และในจุดเดียวกันกับเกตุ (๙) ที่เป็นเจ้าเรือนปัตนิตัวที่สอง ก็ถูกบาปเคราะห์กากบาทเบียนในทำนองเดียวกับราหู (๘)

                มาดูดาวศุกร์ (๖) กันบ้าง จะเห็นว่า ศุกร์ (๖) นั้น อยู่ในภพศุภะ น่าจะได้คู่ที่ดี น่าจะมีเกณฑ์แต่งงาน แต่ถ้าดูดาวที่เกาะกุมศุกร์ (๖) คือ ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนมรณะแล้วล่ะก็ จะหายสงสัยทันที ว่าทำไม ? ดวงนี้ ถึงไร้คู่ ไม่แต่งงาน ข้อสำคัญ ศุกร์ (๖) ยังถูกเนปจูน (น) ดาวที่มีความหมายถึงวินาศนะในตัวมันเอง เกาะกุม ท่านจึงมีคู่แน่นอน แต่เป็นไปแบบลับ ๆ ไม่เปิดเผย จนลูกโตเข้าโรงเรียน ตอนท่านเป็นนายกรัฐมนตรีน่ะแหละ ถึงได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน เล่นเอาสาว ๆ ที่คลั่งไคล้ วาดหวังจะเป็นคุณหญิง ภริยานายกรัฐมนตรี วืด กินน้ำตากันไปถ้วนทั่ว

                มาดูดาวจันทร์ (๒) ซึ่งหมายถึงภรรยาในดวงชายกันบ้าง ในดวงท่านนั้น จันทร์ (๒) เป็นเจ้าเรือนมรณะ อยู่ในภพศุภะ ตำแหน่งเดียวกับศุกร์ ดังนั้น เมื่อถูกเนปจูน (น) กุม จึงส่งความหมายไปในทางเดียวกัน และดาวทั้งสอง ยังถูกบาปเคราะห์ เกตุ (๙) มฤตยู (๐) ส่งกระแสร่วมธาตุ ดาวสองดวงนี้มีความหมายเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ความไม่แน่นอน ลงตัว มักวิปริต อาเพท พลิกล็อคถล่มทลาย และยังส่งความหมายไปในด้านคู่ต่างชาติ ต่างภาษา ต่างแดน ต่างภาค เป็นหม้ายผ่านการมีเรือนมาแล้ว

                ดวงนี้ ศุกร์ (๖) กับเสาร์ (๗) ไม่ได้อยู่ในจุดที่เบียนกัน ดังนั้น จะไปทำนายว่า ท่านระทมขมขื่นในเรื่องของความรัก การแต่งงานไม่ได้ เท่าที่เห็นมา ส่วนมาก หากศุกร์ไม่ถูกดาวเสาร์ (๗) ในพื้นดวงเบียนแล้วล่ะก็ แม้จะอกหักผิดหวังอย่างไร ก็มักจะไม่ทุกข์ หรือทุกข์ไม่เท่าไร ก็ทำใจได้ บางคนอาจจะกลายเป็นคนไม่มีหัวใจ รักใครไม่เป็น ไม่เข้าใจหัวอกของอีกฝ่าย ว่าเขาต้องการอะไร ก็เป็นได้

 

ตัวอย่างที่ ๕

 

                ดวงหม่อมน้องท่านนี้ ผมได้นำมาเป็นดวงครูหลายครั้ง หลายครา หลายเรื่องด้วยกัน แม้กระทั่งเรื่องของคู่ครอง ความรัก การแต่งงานของท่าน ก็น่าสนใจศึกษาไม่น้อย ด้วยท่านเคยแต่งงาน แต่พอมีลูกชายได้คนเดียว ก็เป็นอันต้องเลิกราหย่าร้าง และท่านก็ครองตัวเป็นหม้ายมาตลอดอายุขัย จะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ  มีข่าวลือมาว่า ท่านชอบไม้ป่าเดียวกัน บางครั้งบางคราว พวกหนังสือพิมพ์ ยังเรียกว่าว่า “หม่อมป้า” ทำนองเดียวกับที่เรียกพี่เบิร์ดว่า “ป้าเบิร์ด” น่ะแหละ

                ดวงนี้ศุกร์ (๖) เป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ อยู่ในภพกฎุมพะ เป็นศูนยพาหะ ไม่ได้ถูกเบียนโดยเรือนทุสถานะ ดังนั้น โอกาสที่ท่านจะสมหวัง แต่งงานมีครอบครัว หรือมีเนื้อคู่โดยไม่แต่งงาน ย่อมเกิดขึ้นได้ ศุกร์ (๖) ยังถูกแวดล้อมด้วยดาวศุภเคราะห์ถึง ๓ ดวง คือ แบคคัส (บ) นำหน้า อาทิตย์ (๑) พุธ (๔) ตามหลัง โอบล้อมให้คุณ ดังนั้น ภรรยาของท่านที่เป็นแม่ของลูก และแต่งงานกับท่านอย่างถูกต้องทั้งทางกฎหมาย และประเพณี จึงเป็นหญิงสาวที่สวยงาม เพียบพร้อมสมบูรณ์ด้วยเบญจกัลยาณี ฐานะ ชาติตระกูล ยิ่งมองไปที่เรือนปัตนิ จะเห็นว่ามีพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนศุภะ อยู่ในภพปัตนิ ก็จะเห็นเด่นชัดยิ่งขึ้นถึงคุณสมบัติ คุณลักษณะของคู่ครองท่าน

                แต่เหตุที่ท่านต้องเลิกราหย่าร้าง ไปกันไม่รอด จอดไม่ต้องแจวต่อไป เนื่องด้วยศุกร์ (๖) นั้น โดนดาวบาปเคราะห์ล้อมหน้าล้อมหลังดุจเดียวกัน คือ มีพลูโต (พ) เนปจูน (น) นำหน้า มีเสาร์ (๗) ราหู (๘) ตามหลัง รวมเป็น ๔ ดวง ทำให้มีกำลังเหนือกว่าดาวศุภเคราะห์ที่โอบอุ้มอยู่ เมื่อส่งผลให้คุณ ก็ย่อมให้โทษตามมาภายหลัง อะไรไม่สำคัญเท่ากับการที่มีเนปจูน (น) ดาวเจ้าเรือนวินาศนะ นำหน้าดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนปัตนิ ทำให้ท่านเกิดความไม่เข้าใจ ไม่ลงรอย พลัดพราก เลิกราหย่าร้าง หรือมิเช่นนั้น พฤติกรรมการมีคู่ของท่าน อาจจะเข้าข่าย ปิดบัง ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผย ถึงกับขนาดร่ำลือกันทั่วว่าท่านเป็นพวกเสือใบ (ไบเซ็กส์ช่วน) คือ หญิงก็ได้ ชายก็ดี  ทำได้ เป็นได้ ทั้งสองลักษณะ

                มาดูดาวจันทร์ (๒) ที่หมายถึง ภรรยาในดวงชายกันบ้าง จะเห็นว่า จันทร์ (๒) นั้น อยู่ในภพ ศุภะ ทำนายว่าได้คู่ดี เพียบพร้อม ดีงาม เช่นเดียวกัน แต่จันทร์ (๒) ของท่านนั้น มีมฤตยู (๐) กับ เกตุ (๙) ตัววิปริตอาเพท พลิกล็อค กุมอยู่ ทำให้วันวานที่หวานแหวว กลายเป็นวันนี้ที่ขื่นขม วิมานรัก ชีวิตคู่ต้องล่มสลาย พังทะลาย อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด คาดฝันมาก่อน และยังมีดาวเนปจูน (น) พลูโต (พ) เล็ง มีราหู (๘) กับเสาร์ (๗) ร่วมธาตุ เท่ากับจันทร์ (๒) โดนเบียนอย่างหนัก ท่านจึงครองตัวเป็นโสด ใช้ชีวิตรักส่วนตัวของท่าน ตามความพอใจของท่าน ดีกว่าที่จะแต่งงานอยู่กินกับใครให้มีปัญหาเดือดร้อนใจภายหลัง เอวัง ฯ ก็มีด้วยประการฉะนี้

 

ตัวอย่างที่ ๖

 

                ในเรื่องของความรัก คู่ครอง การแต่งงานนั้น หากจะต้องอกหักผิดหวังแล้ว ไม่เลือกชั้นวรรณะใด ๆ ไม่ว่า เศรษฐี ยาจก ผู้ดี ไพร่ สามัญชนคนธรรมดา แม้แต่ลูกเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน ผู้ปกครองประเทศ ล้วนต้องเป็นไปตามอำนาจของกฎแห่งกรรม ภายใต้อิทธิพลของดวงดาวด้วยกันทั้งสิ้น

                และในวโรกาสนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ผู้ใช้นามปากกาว่า อ.เล็ก พลูโต ใคร่ขอพระราชทานอัญเชิญดวงพระราชชะตา และดวงพระชะตา แห่งพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ มาเพื่อให้นักศึกษาวิชาโหราศาสตร์ ได้พิจารณาศึกษาเล่าเรียนกัน ควรมิควร แล้วแต่ทรงพระกรุณา ด้วยเกล้า ฯ ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

                เริ่มด้วยดวงของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ชีวิตรักการแต่งงานของพระองค์ท่าน ต้องล่มสลายถึง ๒ ครั้งสองครา จนกระทั่งมีการเริ่มกันใหม่ เป็นครั้งที่สาม โดยได้ประกาศให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน ในช่วงระยะเวลา ๒ – ๓ ปี ที่ผ่านมา พระองค์ท่านเคยทรงตรัสกับสื่อมวลชนว่า อยากจะมีชีวิตรักที่มั่นคง สมบูรณ์พูนสุข พร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนกับคนทั่วไป จึงได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ทีนี้เรามาวิเคราะห์กันถึงดวงพระชะตาว่า ทำไม ?  พระองค์ท่านถึงผิดหวังในเรื่องของความรัก คู่ครอง การแต่งงาน มาถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา

                มาดูดาวปัตนิในพื้นดวงของพระองค์ท่าน จะเห็นว่า แบคคัส (บ) เจ้าเรือนปัตนินั้น อยู่ในภพ ศุภะ ความหมายก็บอกอยู่ตรง ๆ ว่า พระองค์ท่านจะได้คู่ที่เพียบพร้อมเหมาะสมกับ พระองค์ท่านทุกสิ่งทุกประการ ยิ่งมีดาวศุภเคราะห์ อาทิตย์ (๑) พุธ (๔) ศุกร์ (๖) กุมอยู่ด้วยแล้ว ย่อมได้คู่ดี และไม่ขาดแคลนคู่ มีสาวสวยระดับดารา นักร้อง นางแบบ ทั้งโลโซ และไฮโซ เสนอตัว ถวายงานแด่พระองค์ท่านอย่างมากมาย จนเป็นที่ร่ำลือกันไปทั่ว ซึ่งเรื่องนี้ ไม่ใช่ความผิดของพระองค์ท่าน เพราะพระองค์นั้น ทรงอยู่ในพระราชฐานะอันสูงส่ง เปี่ยมล้นด้วยบุญญาธิการบารมี ที่สะสมมา ย่อมมีผู้ปรารถนาจะพึ่งพาพระบารมีอย่างเต็มใจ หากจะเปรียบเทียบกับล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๕ แล้วล่ะก็ เทียบกันไม่ได้เลย เพราะในรัชสมัยของพระองค์นั้น ทรงมีพระชายา และนางสนม นางห้ามมากถึง ๗,๐๐๐ องค์

                แบคคัส (บ) เจ้าเรือนปัตนิ แม้จะมีศุภเคราะห์เกาะกุมมากมายถึง ๓ ดวง และอยู่ในตำแหน่งภพเรือนที่ดีให้คุณ แต่ก็ถูกบาปเคราะห์เบียนไม่น้อย โดยมี พลูโต (พ) อริ เกาะกุมอยู่ พระองค์ท่านจึงมีปัญหาอุปสรรค รสนิยม ทัศนคติ ไม่ลงรอย กับคนรักคู่ครอง เพศตรงข้ามเสมอ มีราหู (๘) เล็ง อังคาร (๓) กับ เกตุ (๙) กากบาท ข้อสำคัญก็คือ ศุกร์ (๖)  ที่เป็นดาวแห่งความรัก ก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับแบคคัส (บ) ปัตนิด้วย ดังนั้น พระองค์ท่านจึงต้องมีเกณฑ์เลิกราหย่าร้าง พลัดพรากจากคนรัก คู่ครอง ในที่สุด

                ที่สำคัญอันเป็นเหตุไม่ลงรอย ไม่เข้าใจกัน หรือ การที่ท่านมีหญิงงามมากมาย ถวายงานพระองค์ท่านอย่างลับ ๆ ไม่เปิดเผย ด้วยเป็นเพราะ ศุกร์ (๖) เป็นดาวเจ้าเรือนวินาศนะ และถ้าดูจากดาวจันทร์ (๒) หมายถึง ภรรยาในดวงชายแล้วล่ะก็ จะเห็นว่า จันทร์ (๒) นั้น กุมเนปจูน (น) ซึ่งมีความหมายเหมือนกับดาวเจ้าเรือนวินาศนะทุกประการ

                นอกจากนั้น จันทร์ (๒) ยังถูกเสาร์ (๗) ตัวทุกข์โทษ ตัวการทำให้เกิดความระทมขมขื่นเกาะกุม โดยมี อังคาร (๓) เกตุ (๙) นำหน้า ราหู (๘) ตรีโกณ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พระองค์ท่านต้องผิดหวังชอกช้ำในเรื่องนี้ และยังถูกคนที่ไม่เข้าใจกล่าวโจมตีพระองค์ท่านให้ได้รับความเสียหาย ด้วยเสียงกระซิบร่ำลือต่อ ๆ กันไป ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ด้วยจันทร์ (๒) นั้น เป็นดาวเจ้าเรือนศุภะนั่นเอง

                อันที่จริงดวงพระชะตาของพระองค์ท่านนั้น ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ น่าที่จะนำมาวิจารณ์ตามหลักโหราศาสตร์อีกมากมาย เช่น เรื่องพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เรื่องพระสุขภาพ เรื่องพระโอรส พระธิดา ฯลฯ แต่คงต้องเอาไว้ในโอกาสหน้า เพราะบทเรียนนี้ มุ่งวิจารณ์เฉพาะเรื่องปัตนิเท่านั้น หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขอพระราชทานอภัยแก่ข้าพระพุทธเจ้า ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

 

ตัวอย่างที่ ๗

 

                ดวงพระชะตาของทูลกระหม่อมหญิงใหญ่ที่ได้อัญเชิญมานี้  เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของการที่ได้คู่เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา และพระองค์ได้ไปใช้ชีวิตพำนักอยู่ในต่างประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา นานนับยี่สิบปี  ทรงเทิดทูนบูชาในความรักเหนือสิ่งอื่นใด ถึงกับทูลขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต ลาออกจากฐานันดรศักดิ์ทั้งปวง ใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน แต่ผลสุดท้าย พระองค์ก็ไม่อาจพ้นชะตากรรมที่เขากำหนดไว้ได้  ทำให้ครอบครัวที่สมบูรณ์ ต้องล่มสลาย พังทะลาย ถึงกับเลิกราหย่าร้างในที่สุด

                ในดวงพระชะตา จะเห็นเนปจูน (น) เจ้าเรือนปัตนิ เป็นประ กุมพระลัคนา  ส่งผลทำให้ได้คู่ที่ไม่ดี มีตำหนิ หรือไม่คู่ควร เหมาะสมกับพระองค์ เสาร์ (๗) ตัวทุกข์โทษ ที่กุมดาวเจ้าเรือนปัตนิ ส่งผลให้พระองค์ต้องระทมขมขื่น ในเรื่องของคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน มักไม่ราบเรียบ มีปัญหาอุปสรรคให้ต้องฟันฝ่าอย่างมากมาย ทั้งก่อนแต่งงาน และหลังแต่งงาน

นอกจากเนปจูน (น) ปัตนิ เป็นประ กุมเสาร์ (๗) แล้ว ยังถูกราหู (๘) อังคาร (๓) บาปเคราะห์ร้าย ทำมุมปลายหอกทิ่มแทงอีกด้วย ดังนั้น จึงยากที่จะหลีกเลี่ยงการพลัดพราก เลิกราหย่าร้าง ทั้ง ๆ ที่อยู่ร่วมกันมานาน จนพระโอรส พระธิดา เจริญวัยเข้าสู่วัยหนุ่มสาวแล้วก็ตาม

                มาดูดาวลอยในภพปัตนิกันบ้าง จะเห็นว่า มีดาวศุภเคราะห์ล้วนๆ ถึง ๓ ดวง ชุมนุมอยู่ในเรือนปัตนิ และดาวทั้งสามนี้ โหรอินเดียยกย่องมาก เรียกว่า จันทร์ คุรุ สุริยา คือ มีจันทร์ (๒) พฤหัสบดี (๕) และอาทิตย์ (๑) กุมกัน ซึ่งน่าจะส่งผลดี หากเชื่อตามคติโหรอินเดีย แต่ถ้ายึดเอาหลักเกณฑ์ของตำแหน่งดาว เรื่องธาตุของดาวมาพิจาณาแล้ว อาจจะไม่ส่งผลดีเสมอไป อย่างดวงพระองค์ท่านเป็นตัวอย่าง เพราะอาทิตย์ (๑) มาจากเรือนวินาศนะ เมื่ออยู่ในภพปัตนิ ย่อมให้โทษ ส่งผลให้ได้คู่ที่อยู่ห่างไกล ได้คู่ที่ไม่ค่อยลงรอย ไม่เปิดเผยจริงใจ หรือมีคู่แบบลับ ๆ ไม่เปิดเผย ยิ่งมีจันทร์ (๒) กับ พฤหัสบดี (๕) คู่ศัตรูกัน และเป็นคู่ปรปักษ์ธาตุ น้ำ (๒) กับ ไฟ (๕) แล้ว ยิ่งทำให้เข้ากันไม่ได้ เวลามีปัญหา ยากที่จะลงรอย ดังนั้น จันทร์ คุรุ สุริยา ในเรือนปัตนิของพระองค์ท่าน จึงให้โทษมากกว่าให้คุณ ทำให้พระองค์ต้องระหกระเหิน ไปใช้ชีวิตในต่างแดน เนื่องจากดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนพันธุ กุมกับ อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนวินาศนะ ในภพปัตนิ จึงต้องไปอยู่กับพระสวามีที่ต่างแดน และต้องใช้ชีวิตในต่างแดนเนิ่นนานหลายสิบปี ในปัจจุบันนี้ พระองค์ก็ยังทรงเสด็จไป ๆ มา ๆ ระหว่างไทยกับอเมริกาอยู่ เพราะหากดูจากจันทร์ (๒) ที่หมายถึง พันธุ (ลัคนาโลกธรรม) และพฤหัสบดี (๕) ที่หมายถึง ศุภะ (ลัคนาโลกธรรม) แล้ว ก็จะเข้าใจว่า ทำไม พระองค์ ถึงพลัดที่นา คาที่อยู่ ไปใช้ชีวิตในต่างแดนเยี่ยงสามัญชนนานนับยี่สิบปี แม้ทุกวันนี้ก็ยังทรงพำนักอยู่เป็นครั้งคราว ดวงพระชะตา มีศุกร์ (๖) ดาวแห่งความรัก คู่ครอง การแต่งงาน เป็นประ เช่นเดียวกับอาทิตย์ (๑) และยังถูกอังคาร (๓) มรณะในตัวมันเอง กุม มีมฤตยู (๐) กับเกตุ (๙) โยคหน้า ราหู (๘) โยคหลัง และอาทิตย์ที่เป็นประ หมายถึง สามีในดวงหญิง ก็ถูก เสาร์ (๗) เนปจูน (น) เล็ง ราหู (๘) และอังคาร (๓) บีบเรือนหน้าหลัง ด้วยเหตุนี้แหละ ที่ทำให้ชีวิตรัก คู่ครอง การแต่งงานของพระองค์ ต้องล่มสลายพังครืนลงไป อย่างชนิดที่ไม่มีผู้ใดฝืนชะตา ฟ้าลิขิตได้

 

ตัวอย่างที่ ๘

 

                ทูลกระหม่อมหญิงเล็ก ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ในเรื่องของการเลิกราหย่าร้างกับพระสวามี ทั้งที่มีพระธิดาร่วมกัน เติบใหญ่ เจริญวัยแล้ว เป็นเพราะว่า อาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนปัตนิในพื้นดวงพระชะตา ที่จรอยู่ในภพปุตตะนั้น กุมกับดาวพุธ (๔) เจ้าเรือนมรณะดยมีราหู (๘) กับ เกตุ (๙) ทำมุมร่วมธาตุ เสริมแรงให้โทษอยู่ มีอังคาร (๓) และมฤตยู (๐) นำหน้า ถือว่า อาทิตย์ (๑) ถูกเบียนหนักหน่วง

                และถ้าจะดูที่ดาวศุกร์ (๖) ดาวแห่งความรัก คู่ครองการแต่งงาน จะเห็นว่า มีอังคาร (๓) กับมฤตยู (๐) กุม  มีราหู (๘) กับ เนปจูน (น) ทำมุมกากบาท พลูโต (พ) นำหน้า เสาร์ (๗) ตัวทุกข์โทษ ทำมุมร่วมธาตุ ถือว่าให้โทษแก่ดาวศุกร์ (๖) อย่างมาก

การที่อาทิตย์ (๑) ดาวเจ้าเรือนปัตนิ และหมายถึงสามีในดวงหญิง กับดาวศุกร์ (๖) ถูกเบียนมากเช่นนี้เอง ทำให้พระองค์ต้องระทมขมขื่น ในเรื่องของคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน

 

ตัวอย่างที่ ๙

 

                ไม่ใช่เฉพาะผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ของไทยเท่านั้น ที่ต้องระทมขมขื่นในเรื่องของคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน แม้แต่เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ของราชวงศ์อังกฤษ ก็ต้องพบกับชะตากรรมดุจเดียวกัน แม้พระองค์ท่านจะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว คดีความก็ยังไม่ยุติเป็นที่เรียบร้อย เพราะมีผู้สันนิษฐานว่า เป็นการวางแผนปลงพระชนม์ ไม่ใช่อุบัติเหตุ และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นับว่า พระชะตาของพระองค์ช่างอาภัพในเรื่องนี้ไม่น้อย เพราะเท่ากับพลีพระชนม์ชีพ เพื่อสังเวยความรักเลยทีเดียว

                ในดวงของพระองค์นั้น  แบคคัส (บ) เจ้าเรือนปัตนิ อยู่ในภพศุภะ ส่งผลให้ได้คู่ที่ดี เพียบพร้อมไปด้วยยศศักดิ์ ฐานะ ชาติตระกูล มีพระราชพิธีอภิเษกสมรสอย่างยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมให้ปวงประชาชาวโลกชื่นชมกันเกือบทั่วโลก ยิ่งดูดาวลอยในภพปัตนิด้วยแล้ว จะเห็นว่า ดาวพุธ (๔) เจ้าเรือนลาภะ อยู่ในภพปัตนิ ถือว่า ได้รับลาภผล ความสำเร็จสมหวัง ความพึงพอใจ จากคนรักคู่ครองเพศตรงข้าม หลังจากทรงเษกสมรสแล้ว ก็ได้รับการสถาปนา เป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ว่าที่ พระราชินีแห่งอังกฤษ

                แต่แล้วความฝัน ความหวังของพระองค์ และปวงประชาชาวอังกฤษทั้งปวง ต้องพังทะลาย เพราะการประพฤตินอกใจของพระสวามี ด้วยเหตุที่ในพื้นดวงนั้น มีบาปเคราะห์ ถึง ๔ ดวง นำหน้าดาวแบคคัส (บ) เจ้าเรือนปัตนิ คือ ราหู (๘) อังคาร (๓) มฤตยู (๐) และ พลูโต (พ) เป็นศูนยพาหะ นำหน้า หรือนำพา ให้ชีวิตรัก คู่ครอง การแต่งงานของพระองค์ ไม่ราบรื่น กระท่อนกระแท่น ถึงกับมีการเลิกราหย่าร้างกันไปในที่สุด

                หากดูจากดาวศุกร์ (๖) ดาวแห่งความรัก หรือ ปัตนิของลัคนาโลกธรรม จะเห็นชัดเจนว่า เป็นประ อยู่ในภพอระ โดนเสาร์ (๗) คู่ศัตรู ทำมุมกากบาท ให้โทษอย่างแรง โดยมี เนปจูน (น) เล็ง ราหู (๘) อังคาร (๓) มฤตยู (๐) พลูโต (พ) และ เกตุ (๙) ทำมุมตรีโกณทั้งสองจุด สรุปง่าย ๆ คือ ศุกร์ (๖) ถูกเบียนจากบาปเคราะห์ทุกดวง ในขณะที่ตัวมันเองก็เป็นประ เลยทำให้ย่ำแย่ลงไปยิ่งขึ้น

                มาดูอาทิตย์ (๑) หมายถึง สามีในดวงหญิงกันบ้าง เห็นชัดเจนเช่นกันว่า อาทิตย์ (๑) นั้น อยู่ในเรือนมรณะ มีเกตุ (๙) เล็งเบียน แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ที่จะก่อให้เกิดโทษร้ายแรง ถึงกับสิ้นพระชนม์ชีพ จากคนรักคู่ครอง เพศตรงข้าม ที่เข้ามาพัวพัน และการที่ราศีสิงห์ อันเป็นราศีของอาทิตย์ (๑) มีดาวบาปเคราะห์ถึง ๔ ดวงไปชุมนุมให้โทษ คือ ราหู (๘) อังคาร (๓) มฤตยู (๐) และพลูโต (พ) ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้อาทิตย์อ่อนกำลังลง และให้โทษในดวงชะตา หลักเกณฑ์อันนี้ ขอให้นักศึกษาจดจำเอาไว้ หากมีดาวบาปเคราะห์เบียนอยู่ในเรือนใดมากดวง จะทำให้ดาวเจ้าเรือนนั้น ไม่ว่าจะไปอยู่ในตำแหน่งใด ต้องเสื่อมสลาย เสื่อมคุณ และได้รับผลกระทบไปด้วย

 

ตัวอย่างที่ ๑๐

 

                ดวงนี้เป็นดวงตัวอย่างสาวสวย เพียบพร้อมไปด้วยฐานะ เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ตระกูล แต่กลับอาภัพคู่อย่างร้ายกาจ แต่งงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เปิดเผยต่อสาธารณะชนถึง ๒ หน ก็ต้องเลิกราหย่าร้างกันไป และที่มีแบบลับ ๆ ไม่เปิดเผย แต่เป็นที่รู้แน่นอน ไม่ใช่เพียงข่าวลือ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็มีอีกมาก ทำให้ระยะหลัง ๆ มานี้ ไม่ค่อยปรากฎกายในวงสังคมเท่าไร นี่แหละโลกธรรม ๘ ประการ คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสุข มีทุกข์ มีสรรเสริญ มีนินทา เป็นของธรรมดาคู่มากับโลก ปลงได้ก็ปลงกันซะเถอะ

                ดวงนี้ผมถือเป็นดวงครู ในการดูลักษณะของหญิงสาวที่สวยเลิศเลอ เพอร์เฟค มาช้านาน ให้ดูจากการที่ลัคนาของเธอนั้น ได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ทุกดวง คือ แวดล้อมด้วยดาวศุภเคราะห์ถึง ๕ ดวง ได้แก่ ศุกร์ (๖) เกษตร จันทร์ (๒) พุธ (๔) กุมลัคน์ มีพฤหัสบดี (๕) นำหน้า มีอาทิตย์ (๑) ตามหลัง และยังมีแบคคัส (บ) ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด

                โบราณท่านกล่าวว่า ดูรูป ดูจริต ให้ดูจันทร์ ก็เห็นจะจริง จากดวงนี้เป็นตัวอย่างที่ดี ที่จันทร์ (๒) กุมลัคน์ หรือ สัมพันธ์กับลัคน์ มักจะรูปงาม จริตดี ยิ่งกุมกับศุกร์(๖) เกษตร และแวดล้อมด้วยดาวศุภเคราะห์ทุกดวงด้วยแล้ว ยิ่งส่งผลดีอย่างยิ่ง ความงามของเธอปรากฎเป็นที่ยอมรับในฐานะนางงามจักรวาลของไทย คนแรก และยังทรงไว้ซึ่งความงามมากระทั่งทุกวันนี้ แม้อายุจะเข้าเลข ๕ แล้วก็ตาม ก็ยังมีคนที่ยังอยากจะชื่นชมความงามในเรือนร่างของเธออยู่ ซึ่งเธอเองนั้น ไม่ขาดแคลนในเรื่องของความรัก ความต้องการแต่อย่างใด เพราะศุกร์(๖) ดาวแห่งความรัก คู่ครอง การแต่งงาน ของลัคนาโลกธรรม และเป็นดาวเจ้าเรือนลัคน์ เป็นเกษตรกุมลัคน์ แวดล้อมด้วยศุภเคราะห์ดังกล่าวข้างต้น

                ดวงนี้ไม่อาภัพรักนะครับ เธอรักใคร ก็สมหวังในรัก แต่เธออาภัพคู่ครับ ดูจากพลูโต (พ) เจ้าเรือนปัตนิที่ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด กุมกับแบคคัส (บ) เจ้าเรือนมรณะ โดยมีอังคาร (๓) เสาร์ (๗) พลูโต (พ) กุมอยู่ด้วย ช่วยกันเบียน มีเกตุ (๙) ทำมุมกากบาท และจรอยู่ในภพปัตนิ แถมยังโดนเนปจูน (น) โยคหน้า ราหู (๘) โยคหลังอีก อย่างนี้ถือว่า พลูโต (พ) เจ้าเรือนปัตนิ โดนเบียนยับเยิน ยับเยิน ชัวร์

                ย้อนมาดูศุกร์ (๖) เจ้าเรือนลัคน์ และเป็นดาวเกี่ยวกับความรัก จะเห็นว่า โดนดาวบาปเคราะห์ เบียนไม่น้อย คือ เกตุ (๙) เล็ง พุธ (๔) วินาศนะ กุม เสาร์ (๗) อังคาร (๓) พลูโต (พ) และแบคคัส (บ) มรณะ ทำมุมกากบาท แม้จะร่ำรวยคนรัก ไม่ขาดแคลนคนรัก แต่ก็ต้องอกหัก ผิดหวัง เพราะคนรักได้ในภายหลังเช่นกัน ยิ่งดวงที่มีเสาร์ (๗) กับ ศุกร์ (๖) กุมกัน กากบาทกัน เล็งกัน ยิ่งเห็นได้ชัด มักจะระทมขมขื่นในเรื่องของคู่ครอง ความรัก การแต่งงาน ชีวิตรักไม่ราบรื่น ต้องพบกับความอับปาง เลิกราหย่าร้างในที่สุด (ดวงนี้ ศุกร์ กับ เสาร์ กากบาท กัน)

                มาดูอาทิตย์ (๑) ซึ่งหมายถึง สามี ในดวงหญิงบ้าง จะเห็นว่า อาทิตย์ (๑) นั้น อยู่ในเรือนวินาศนะ ทำนายว่า คู่มักอยู่ไกล หรือพลัดพรากจากคู่ ได้คู่ไม่เปิดเผย ไม่จริงใจ ปิดบังซ่อนเร้น ตามลักษณะความหมายของดาววินาศนะ  อาทิตย์ (๑) โดนเนปจูน (น) เจ้าเรือนอริ กุม โดนมฤตยู (๐) กากบาท โดยมี พุธ (๔) เจ้าเรือนวินาศนะ นำหน้า ด้วยเหตุนี้ ทำให้ดวงของเธอ แม้จะมีคนรักมากมาย มีคู่หลายคน แต่มักจะไม่ลงรอยกัน ไม่เข้าใจกัน หรือมีปัญหาต่อกัน ถึงกับเลิกราหย่าร้างกันไปในที่สุด

               

ตัวอย่างที่ ๑๑

 

                เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของหญิงสาวที่อาภัพรัก และอาภัพคู่ ดูจากพื้นดวง จะเห็นว่า เนปจูน (น) เจ้าเรือนปัตนิ อยู่ในภพกฎุมพะ เป็นศูนยพาหะ น่าจะได้คู่ที่มีฐานะดี หรือส่งเสริมให้ฐานะการเงินเธอดียิ่งขึ้น ซึ่งก็จริง เพราะสามีคนแรกของเธออย่างเป็นทางการ ได้ส่งเสริมสนับสนุนเธอได้มีโอกาสอัดแผ่นเสียง และก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องชั้นแนวหน้า แถมยังเป็นผู้จัดการส่วนตัว คือ รับงาน บริหารกิจการวงดนตรีให้เธออีกด้วย เพราะเธอไม่รู้ภาษาไทย อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ โดนโกง และเบียดบังผลประโยชน์ไปไม่ได้ ทั้งนี้เนื่องจากในพื้นดวงนั้น เนปจูน (น) ปัตนิ ถูกเกตุ (๙) เจ้าเรือนกัมมะ นำหน้า การงานจึงต้องอาศัยพึ่งพาคนรัก คู่ครอง เพศตรงข้าม แต่ด้วยเกตุ (๙) เป็นบาปเคราะห์ร้าย น้อง ๆ ราหู (๘) จึงทำให้ชีวิตคู่เธอไปไม่รอด ต้องยกสามีสุดที่รักให้กับน้องสาวสุดที่รักของเธอไป ชนิดน้ำตานองหน้าเลยทีเดียว

                ดูจากดาวศุกร์ (๖) ดาวแห่งความรัก ถูกเสาร์ (๗) คู่ศัตรูเล็ง ส่งผลให้ชีวิตรัก คู่ครอง การแต่งงาน ไม่ราบรื่น มีปัญหาอุปสรรค ศัตรู คนแย่งชิงไป ต้องอับปางในที่สุด หากจะดูอาทิตย์ (๑) ที่หมายถึงสามีในดวงหญิง จะเห็นชัดเจนที่สุด เพราะมีพลูโต (พ) เจ้าเรือนมรณะ นำหน้า โดยอยู่ร่วมกับบาปเคราะห์ร้ายถึง ๓ ดวง คือ อังคาร (๓) มฤตยู (๐) และ ราหู (๘) เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่จะส่งผลให้เธอ ลัคกี้อินเกม แต่ อันลัคกี้อินเลิฟ


(ยังมีต่อ)

สารบัญ