บทที่ ๑๓

ภพที่ ๗ ปัตนิ (๓)

********************

หลักเกณฑ์การพิจารณาคู่ครองต่างชาติ ต่างภาษา

๑.       ดาวเจ้าเรือนปัตนิ ดาวศุกร์ (๖) ดาวอาทิตย์ (๑) ในดวงหญิง  และ ดาวจันทร์ (๒) ในดวงชาย มักจะสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนภพที่ ๙ (ศุภะ) ดาวพฤหัสบดี (๕) และ ดาวมฤตยู (๐) ในมุมกุม, ศูนยพาหะ (นำหน้า), มุมร่วมธาตุ เสมอ

๒.     มักจะมีดาวราหู (๘) เกตุ (๙) มฤตยู (๐) ดาวพฤหัสบดี (๕) และดาวเจ้าเรือนภพที่ ๙ (ศุภะ) ลอยอยู่ในภพปัตนิ

๓.     ในยุคสมัยปัจจุบัน ที่การติดต่อสื่อสารไปมาหาสู่กันได้อย่างรวดเร็วทั่วทุกมุมโลก  ผู้ที่มักมีคู่เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา มักจะมีดาวบาปเคราะห์ร้าย อยู่ในภพพันธุ และดาวเจ้าเรือนพันธุ มักจรอยู่ในภพทุสถานะ หรือถูกเบียนด้วยดาวบาปเคราะห์หลายดวง เข้าเกณฑ์ ดวงพลัดที่นาคาที่อยู่

 

ตัวอย่างที่ ๑๒

 

                พระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์ ทรงเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  พระบิดาของท่านคือ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงศ์ภูวนาถ ทรงเสด็จทิวงคต ตั้งแต่พระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์ ยังทรงพระเยาว์อยู่ ชีวิตในวัยเยาว์จึงอยู่ในความอุปการะของสมเด็จย่า ฯ ณ วังพญาไท พระองค์ทรงสมรสกับสตรีชาวอังกฤษ  และเสด็จไปพำนัก ณ ประเทศอังกฤษกับพระชายาของท่าน ทรงพระปรีชาสามารถในด้านการประพันธ์ ทรงหาความสุขด้วยการเขียนหนังสือ และใช้ชีวิตอย่างสมถะ สุขสงบ เรียบง่าย ตราบเท่าพระชนมายุขัย มิได้เสด็จกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนอีกเลย 

                ในดวงพระชะตา จะเห็นว่า ดาวแบคคัส (บ) เจ้าเรือนปัตนิ กุมกับราหู (๘) เกษตร ในภพมรณะ โดยมี ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนภพศุภะ หมายถึง ต่างประเทศ ต่างแดน ทำมุมร่วมธาตุ มีพฤหัสบดี (๕) เป็นมหาอุจจ์ นำหน้าแบคคัส (บ) ในตำแหน่งศูนยพาหะ

                ดาวศุกร์ (๖) ในดวงพระชะตา มีดาวเกตุ (๙) หมายถึง คู่ที่เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา และดาวมฤตยู (๐) หมายถึงต่างประเทศ ต่างแดนโดยตรง ทำมุมร่วมธาตุทั้งสองจุด

                มฤตยู (๐) เป็นดาวเจ้าเรือนพันธุ เดินนำหน้าพระลัคนา ทำให้พระองค์ท่านต้องไปใช้ชีวิตในต่างประเทศต่างแดนตราบสิ้นพระชนมายุ โดยจะเห็นได้ว่า มฤตยู (๐) นั้น ถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างมากมายหลายจุด คือ โดนราหู (๘) เนปจูน (น) พลูโต (พ) เล็ง โดนเสาร์ (๗) กากบาท และถ้าพิจารณาให้ดี จะเห็นว่า ดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนศุภะ ก็ไปจรอยู่ในภพพันธุ โดยมีเกตุ (๙) มรณะอีกตัวหนึ่งเล็ง มีเสาร์ (๗) นำหน้า มีอังคาร (๓) ทำมุมกากบาท เข้าข่ายดวงพระชะตา “พลัดที่นาคาที่อยู่”

 

ตัวอย่างที่ ๑๓

 

                ต้องขอนำเอาดวงหนูปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ มาเป็นดวงครูอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของการได้คู่ครอง เป็นชาวต่างชาติต่างภาษา และต้องไปใช้ชีวิตในต่างประเทศต่างแดน มากกว่ามาใช้ชีวิตที่เมืองไทย สำหรับดวงนี้ จะไม่กล่าวรายละเอียดอะไรมากนัก เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่า เข้าหลักการพิจารณาอย่างไรบ้าง โดยพิจารณาจุดแรกที่ดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนปัตนิ ที่อยู่ในภพสหัชชะ (ได้คู่มาจากการแนะนำของเพื่อนที่เรียนหนังสือด้วยกัน) จะเห็นดาวมฤตยู (๐) หมายถึง ต่างประเทศ ต่างแดนโดยตรง นำหน้าพฤหัสบดี ในมุมศูนยพาหะ ดาวศุกร์ (๖) ที่มีความหมายถึงปัตนิ ก็มีดาวพฤหัสบดี (๕) ทำมุมร่วมธาตุ

                อาทิตย์ (๑) หมายถึง สามี ก็มีดาวมฤตยู (๐) และเกตุ (๙) ทำมุมร่วมธาตุถึง ๒ จุด ซึ่งในดวงของเธอนั้น จะเห็นได้อย่างชัดเจน ถึงการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศต่างแดน ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ ด้วยพุธ (๔) เจ้าเรือนภพพันธุ อยู่ในภพมรณะ และมีดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนภพศุภะ จรอยู่ในภพพันธุ

 

หลักเกณฑ์การพิจารณาดวงเลิกรา หย่าร้าง

๑.       ดาวปัตนิ ดาวศุกร์ (๖) ดาวอาทิตย์ (๑) ในดวงหญิง และดาวจันทร์ (๒) ในดวงชาย มักจะอยู่ในภพทุสถานะ (อริ มรณะ และวินาศนะ) และถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างยับเยิน

๒.     มักมีดาวบาปเคราะห์ร้าย หรือดาวเจ้าเรือนภพทุสถานะ จรอยู่ในภพปัตนิ หรือทำมุมให้โทษ (เล็ง กากบาท นำหน้า ปลายหอก) กับดาวเจ้าเรือนปัตนิ ดาวศุกร์ (๖) อาทิตย์ (๑) ในดวงหญิง และจันทร์ (๒)ในดวงชาย โดยเฉพาะดาวเสาร์ (๗) และอังคาร (๓) มักจะให้โทษรุนแรงมากกว่าบาปเคราะห์ดวงอื่น

ตัวอย่างที่ ๑๔

 

                ดวงของไอ้แสบนี้ เป็นดวงชะตาดวงครูดวงหนึ่ง ที่ผมใช้เป็นหลักในการพิจารณา เกณฑ์การเลิกราหย่าร้าง และโดนคู่ครองให้โทษ อย่างยับเยิน จึงต้องนำมาเป็นตัวอย่างอีกครั้ง ณ ที่นี้ โดยพิจารณาจุดแรก ที่ดาวมฤตยู (๐) เจ้าเรือนปัตนิ ถูกอังคาร (๓) ดาวฆาต เกาะกุม เสาร์ (๗) เจ้าเรือนอริ และเนปจูน (น) เจ้าเรือนมรณะ ทำมุมกากบาท มีพลูโต (พ) นำหน้า ราหู (๘) ร่วมธาตุ เสริมความร้ายกาจในด้านการลุ่มหลงมัวเมา ดังนั้น ทรัพย์สมบัติที่เขาหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน และต้องเอาตัวเข้าแลก จึงหมดสิ้นไปชั่วพริบตา เพราะอดีตภรรยาที่เป็นดาราสาว สวย หมวย อึ๋ม ระดับดาวยั่วชั้นแนวหน้าในขณะนั้น เป็นเหตุ ใครจะบอก ใครจะเตือน ไอ้แสบของเรา ไม่เชื่อหรอกครับ กว่าจะรู้สึกตัว ก็หมดเสียแล้ว แม้ทายาทคนเดียวที่เป็นชาย จนป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่า ชะตากรรมเป็นอย่างไร เพราะแม่ของเด็กพาไปด้วยตั้งแต่เล็ก ๆ (เข้าใจว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ฝ่ายชายจึงเสียเปรียบ)

                ราหู (๘) ในภพปัตนิ บ่งบอกถึงความลุ่มหลงมัวเมา ดวงนี้ไอ้แสบเรา ไม่ได้คู่เป็นชาวต่างประเทศ แต่ก็ได้คู่เป็นคนต่างเชื้อชาติผิวพรรณ แตกต่างกันชนิดฟ้ากับดิน หรือดอกฟ้า กับหมาวัด ทีเดียวเชียวแหละ จันทร์ (๒) เป็นเกษตร ในภพวินาศนะ ให้คุณในเรื่องที่ได้คู่มีชื่อเสียง มีความสวย เสน่ห์แรง แต่ให้โทษ ในด้านความไม่จริงใจ และต้องพลัดพราก เลิกราหย่าร้างกันไปในที่สุด

                ศุกร์ (๖) ที่ใช้ในการพิจารณาเรื่องคู่ครอง จะเห็นว่า ถูกเสาร์ (๗) คู่ศัตรู และเป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ นำหน้า โดนเนปจูน (น) มรณะ นำหน้า และมีราหู (๘) เล็งเบียน ถือว่า ศุกร์ (๖) ถูกเบียนอย่างยับเยิน ถึงกับหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แทบสิ้นเนื้อประดาตัวเลยทีเดียว

 

 

                มาถึงดวงพระเอกยอดนิยม ผู้ระทมขมขื่นในเรื่องของความรักแทบไม่วายเว้นกันบ้างนะครับ ถ้าไม่ยกดวงตัวเองมาเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ เห็นทีจะไม่ได้การเป็นแน่ ดวงนี้นะครับ หากเอาดาวเนปจูน (น) พลูโต (พ) แบคคัส (บ) ออกล่ะก็ ไปให้หมอดูที่ไหน ๆ ที่ไหนเขาดู เขาก็จะบอกเป็นเสียงเดียวกัน  ว่าได้คู่ดี สวยสดงดงาม เป็นกุลสตรี รักเดียวใจเดียว อยู่กันยืดยาว เพราะระบบเกษตรสองเรือนนั้น ดวงผมถ้าใช้ดูล่ะก็ จะมีดาวเกษตรในพื้นดวง (แบบสองเรือน) ถึง ๔ ดวง เลยทีเดียวเชียว คือ มีพุธ (๔) ศุกร์ (๖) อังคาร (๓) และ พฤหัสบดี (๕) เป็นเกษตร แต่ถ้าเป็นระบบเกษตรเรือนเดียวแล้วล่ะก็ ดวงผมมีพฤหัสบดี (๕ ) เป็นเกษตร แค่ดวงเดียวเท่านั้นแหละครับ

                เหตุที่โหราศาสตร์ระบบดั้งเดิม เกษตรสองเรือน บอกว่าผมได้คู่ดี เพราะเขาดูดาวเสาร์ (๗) เป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิน่ะครับ กุมพฤหัสบดี (๕) เกษตร มีจันทร์ (๒) อยู่ในภพปัตนิ พฤหัสบดี (๕) โยคหลัง อังคาร (๓) โยคหน้า พุธ (๔) เกษตรคู่มิตร ทำมุมร่วมธาตุ เล่นเอาผม ซึ่งตอนนั้น ยังไม่ได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ หลงใหลได้ปลื้มมาซะนมนาน จนมาเจอของจริง แม่ของลูกนี่แหละ ถึงกับต้องหันเข้ามาศึกษาค้นคว้าในเรื่องหมอดูเป็นการใหญ่ ครั้งแรกก็เกือบเข้าป่าเขาพงไปเหมือนกัน ดีแต่ว่า มาพบตำราของ อ.พลูหลวง ซะก่อน เลยกลับตัว กลับลำได้ทัน ไม่งั้นทุกวันนี้ จะไม่มี อ.เล็ก พลูโต หรอกครับ

                เอาล่ะครับ เมื่อเราเอาดาวในระบบพลูหลวงใส่เข้าไป ทั้ง เนปจูน (น) พลูโต (พ) และ แบคคัส (บ) โดยยึดหลักเกษตรเรือนเดียว เห็นแล้วแทบจะเป็นลมล้มพับ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแหละครับ เพราะคู่ที่เข้ามาในชีวิตผมแต่ละช่วง ล้วนสร้างความระทมขมขื่นมาให้ผมแทบทุกคน ทั้งคู่รัก คู่ควง คู่นอน และคู่ครอง เพราะพอใช้เกษตรเรือนเดียวแล้ว มฤตยู (๐) จะเป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ และจรอยู่ในภพวินาศนะของดวงชะตา กุมเกตุ (๙) บาปเคราะห์  ตัววิปริต อาเพท ตัวเป็นหม้ายผ่านการมีเรือน ตัวสูงอายุ และเป็นชาวต่างชาติต่างภาษา นอกจากนั้น ยังถูก ราหู (๘) กับ พลูโต (พ) นำหน้า โดนเนปจูน (น) มรณะ และอังคาร (๓) ดาวฆาต ทำมุมกากบาท ผมเลยต้องทำใจ ชดใช้กรรมจนถึงที่สุด

                ผมมักจะได้คู่ที่ไม่จริงใจต่อกัน สรุปง่าย ๆ หลอกเอาทุกอย่างที่สามารถหลอกได้ จากตัวผมไป โดยเฉพาะเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ผมเป็นคนที่ใจกว้าง ไม่ค่อยหวงแหน จึงหมดไปกับบรรดาคู่ทั้งหลายที่เข้ามาในแต่ละช่วง ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะมฤตยู (๐)ในภพวินาศนะ และถูกบาปเคราะห์เบียนดังกล่าว และดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนวินาศนะ ที่อยู่ในภพปัตนิ และที่ต้องเลิกราหย่าร้าง เพราะเนปจูน (น) มรณะ และอังคาร (๓) ดาวฆาต ตรึงในมุมกากบาท ดวงผมผ่านการจดทะเบียน และหย่าร้างมาถึง ๒ ครั้ง

                หากดูจากดาวศุกร์ (๖) ซึ่งเป็นดาวเกี่ยวกับความรัก คู่ครอง จะเห็นว่า ถูกราหู (๘) และ พลูโต (พ) กากบาท โดยมี เสาร์ (๗) กับ เนปจูน (น) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง อันที่จริงแล้ว ผมอ่านดวงเรื่องคู่ของตัวเองออกมานานแล้ว และรอดูเหตุการณ์ที่แต่ละอนงค์นางเข้ามา ผมเองไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน เมื่อถึงเวลาต้องใช้กรรมให้เขา ก็ต้องชดใช้ เมื่อหมดเวรกรรมต่อกัน ก็ให้อโหสิกรรมกันไป ดังนั้น ผมจึงทำใจที่บอบช้ำในแต่ละครั้ง ให้กลับเข้าสู่สภาพปกติ ได้ไม่ยากเย็นนัก

                อ้อ เป็นเรื่องที่แปลก และน่านำไปพิจารณาอย่างหนึ่ง ชายใด ที่มีจันทร์ (๒) ลอยในภพปัตนิ หรือทำมุมสัมพันธ์กับดาวปัตนิ มักจะได้คู่ที่สวยสดงดงาม แม้ตนจะขี้เหร่ก็ตาม ดูอย่างดวงผมที่จันทร์ อยู่ในภพปัตนิ หรือดวงไอ้แสบที่ จันทร์ (๒) เป็นเกษตร นำหน้ามฤตยู (๐) เจ้าเรือนปัตนิ สำหรับดวงผมนั้น แม้จะใช้ชีวิตในต่างประเทศ ต่างแดน มฤตยู (๐) ปัตนิ กุม เกตุ (๙) มีราหู (๘) นำหน้า ผมกลับไม่ได้คู่เป็นชาวต่างประเทศ แต่ได้คู่เป็นคนต่างเชื้อชาติทุกคน คือ คู่ผมที่ผ่านมา มักไม่มีใครมีเชื้อสายจีนแบบผมสักคนเดียว คนแรก แม่ของลูก อยู่อุบลราชธานี เว้าลาวได้คล่อง, ส่วนคนที่สอง ที่แต่งกันที่นี่ เป็นคนพิษณุโลก ไม่มีเชื้อสายจีนสักกระแอะ แต่คนที่สาม ที่เป็นคู่หมั้น หากได้แต่งงานกัน ก็เป็นเรื่องแปลกอีก คือ เขามีเชื้อสายจีนก็จริง (ทางแม่) แต่ทางพ่อเขากลับมีเชื้อสายมาทางมอญ พม่า ซึ่งผมไม่มี นี่เป็นข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง ในการพิจารณาคู่ที่เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา จากราหู (๘) และ เกตุ (๙) ไม่จำเป็นต้องเป็นชาวต่างประเทศเสมอไป อาจเป็นคนไทยด้วยกัน แต่ต่างเชื้อชาติ ต่างถิ่นภูมิลำเนาก็ได้

                และที่ต้องเน้นอีกนิดหนึ่ง ราหู (๘) กับเกตุ (๙) ในความหมายที่ว่า เป็นหม้าย ผ่านการมีเรือนมาแล้ว อันนี้ ไม่จำเป็นต้องแต่งงาน หรืออยู่กินเสมอไป ผู้หญิงหรือชายที่ผ่านการเสียตัวมาแล้ว ก็เข้าข่ายในข้อนี้ด้วยเหมือนกัน จุดนี้ เขาใช้พิจารณามาแต่โบราณ เพราะมีดาวที่ใช้ในการพิจารณา แค่ ๗ ดวง ดังนั้น เมื่อดวงใด มีราหู (๘) กับ เกตุ (๙) มาสัมพันธ์ กับดาวเจ้าเรือนปัตนิ หรืออยู่ในภพปัตนิ จึงทำนายไปแบบกว้าง ๆ ว่า จะได้คู่มีตำหนิ เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา เป็นหม้าย ผ่านการมีเรือนมาแล้ว ซึ่งคนในสมัยก่อน หัวโบราณ เขามักจะไม่ยกลูกสาวให้กับคนต่างถิ่นแดนไกล ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ยิ่งต่างเชื้อชาติ ต่างภาษาด้วยแล้ว เขาไม่ยอมยกให้เด็ดขาด ใครมีดาวพวกนี้อยู่ในภพปัตนิ หรือสัมพันธ์กับดาวปัตนิ เขาจะทำนายไปในทางที่ไม่ดีไว้ก่อน ผิดกับยุคสมัยปัจจุบัน ที่ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปซะแล้ว ดังนั้น กฎเกณฑ์ข้อนี้ แม้จะยังใช้ได้ดีอยู่ ก็ควรพิจารณาในแง่ที่เป็นจริง ในสังคมปัจจุบันด้วย (ยังมีต่อ)


สารบัญ