ดวงโปรดเกล้า ฯ นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๔ ของไทย

 

           หลังจากที่ พันตำรวจโท ด็อกเตอร์ ทักษิณ  ชินวัตร   นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๓ ของไทย ต้องกระเด้งออกจากตำแหน่ง หัวโขนกระเด็น กลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังหาหนทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนไม่ได้ คล้ายกับสัมภเวสี หรือ เจ้าไม่มีศาล โดยการเข้ายึดอำนาจการปกครอง ของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข นำโดย พลเอกสนธิ   บุณยรัตกลิน  ผู้บัญชาการทหารบก เมื่อคืนวันที่  ๑๙  กันยายน  ๒๕๔๙ ได้เพียงหนึ่งสัปดาห์

                ประเทศไทยของเราก็มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก, อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ อดีตองคมนตรี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑  ตุลาคม  ๒๕๔๙ นับเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๔ ของไทย ยังความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าโดยทั่วหน้ากัน  เพราะท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ท่านนี้ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถสูง ทั้งทางด้านการทหาร การเมือง และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีความซื่อสัตย์ และจงรักภักดีต่อประเทศชาติ ราชบัลลังก์  ก่อนที่จะได้รับการโปรดเกล้า ฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านดำรงตำแหน่งองคมนตรี ถือว่า เป็นคนของในหลวง จะออกจากตำแหน่งองคมนตรี เพื่อมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ต้องกราบบังคมทูล ขอพระบรมราชานุญาตลาออกเสียก่อน  ดังนั้น หากจะเปรียบท่านเป็น นายกพระราชทาน ตัวจริง เสียงจริง ก็คงไม่ผิดความจริงนัก

                หลังจากที่บทวิเคราะห์ดวงชะตาของท่านนายก ฯ พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์ ได้เผยแพร่ออกไปในเวปไซด์สำนักโหรพลูโต แค่เพียงหนึ่งสัปดาห์  ก็ได้รับการตอบรับจากสมาชิก และท่านที่สนใจหลายท่าน บอกกล่าวเล่าสิบ ขอให้ผมเขียนบทวิเคราะห์ดวงชะตาของท่าน และเหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงหนึ่งปีข้างหน้า ที่ท่านต้องเข้ามารับภาระในการบริหารประเทศชาติ ว่าท่านจะนำพาประเทศชาติให้รอดพ้นจากวิกฤติต่าง ๆ อย่างมากมายในขณะนี้ไปได้หรือไม่ ? ซึ่งผมพิจารณาแล้ว เห็นว่า เป็นเรื่องเด่น ประเด็นร้อน อีกเรื่องหนึ่ง ที่อยู่ในความสนใจของคนไทยทุกคนในขณะนี้  ก็เลยรับสนองศรัทธา  จึงเป็นที่มาของบทความในตอนนี้

                ท่านนายก ฯ พลเอกสุรยุทธ์ ท่านได้รับการโปรดเกล้า  ฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ท่านมีอายุ ๖๓ ปีเต็ม  เมื่อเราวางลัคนาจรตามภพที่ราศีตุล ในพื้นดวงกำเนิดที่อยู่ทางด้านซ้ายมือ จะเห็นว่า ดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนลัคน์ของลัคนาจร ซึ่งแต่เดิมเป็นดาวเจ้าเรือนสหัชชะในภพกฏุมพะ กลายมาอยู่ในภพวินาศนะ ส่งผลให้ท่านต้องเปลี่ยนแปลงฐานะทางสังคม จากสังคมหนึ่งไปสู่สังคมหนึ่ง จากตำแหน่งหน้าที่ องคมนตรี ที่เรียบง่าย ไปไหนมาไหน ไม่ต้องมีคน หรือนักข่าวคอยห้อมล้อม ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากนัก ทำงานรับใช้ใกล้ชิดเฉพาะเบื้องพระยุคลบาท พระเจ้าอยู่หัว กลายเป็นว่า ต้องมาแบกภาระหน้าที่อันหนักหน่วง มีแต่เรื่องปวดหัว ต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ของชาติบ้านเมือง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบให้กับคนทั้งประเทศในตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี

                การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของท่านครั้งนี้ ก็เพราะความเห็นชอบของ ป๋าเปรม รัฐบุรุษ ประธานองคมนตรี ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของตัวท่าน และเหล่าทหารหาญทุกหมู่เหล่า ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน และ คณะปฏิรูปการปกครอง ฯ ซึ่งส่วนมากเป็นทหารจาก ๓ เหล่าทัพ ถือเป็นเพื่อนพ้อง รุ่นน้อง บริวาร หรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของท่านมาก่อนทั้งสิ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงชนิดที่ตัวท่านเอง ไม่ได้คาดหมาย หรือรู้ล่วงหน้ามาก่อน ซึ่งตรงกับความหมายของ สหัชชะ ( เพื่อนพ้อง วงสังคม)  และ วินาศนะ (ลับ ๆ ไม่เปิดเผย ไม่คาดคิด คาดฝัน)  นั่นเอง

          อังคาร (๓) และ มฤตยู (๐) คู่อุบัติเหตุร้ายแรง การเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน รวดเร็ว เหนือความคาดหมาย ทำมุมตรีโกณกับศุกร์ (๖) จ้าเรือนลัคนาจร ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ท่านเกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างกระทันหันในปีนี้

                ทีนี้ก็จะมีคำถามเข้ามาว่า แล้วการเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างกระทันหันของท่านในปีนี้ จะส่งผลดีหรือผลเสียแก่ตัวของท่านอย่างไรบ้าง ? ซึ่งเราจะหาคำตอบได้จากพื้นดวงของท่านก่อน ว่า ศุกร์ (๖) เจ้าเรือนลัคนาจรที่อยู่ในภพวินาศนะนั้น ได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ หรือ ได้รับกระแสชั่วร้ายจากบาปเคราะห์มากน้อยเพียงใด

                ศุกร์ (๖) ที่อยู่ในภพวินาศนะของลัคนาจรนั้น เป็นศุกร์ (๖) ที่ให้คุณแก่ดวงชะตา เพราะว่า มีพุธ (๔) เกษตรกุม มีจันทร์ (๒) เกษตร มีพฤหัสบดี (๕) มหาอุจ มีแบคคัส (บ) มหาลาภ โยคหลัง มีอังคาร (๓) คู่มิตร ตรีโกณ ถือว่า ได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ และดาวที่ให้คุณ ๔ ดวง อีกทั้งศุกร์ (๖) ยังอยู่ในตำแหน่งนำหน้า หรือ นำพลกลุ่มดาวหลายดวง โดยมีลัคนาจรนำพลอีกทอดหนึ่ง จัดได้ว่า เป็นโยคเกณฑ์ที่ดี ที่เรียกว่า “ลัคนานำพล” ทำนายว่า ท่านจะเป็นผู้นำที่ดี นำพาประเทศชาติให้พ้นวิกฤติไปได้อย่างแน่แท้

                และจากการที่ดาวศุภเคราะห์ทั้งหลายที่ตามหลังลัคนาจร และศุกร์ (๖) ล้วนเป็นตำแหน่งดาวที่ให้คุณ  คือ  เป็นเกษตร ๓ ดวง ได้แก่ พุธ (๔) อาทิตย์ (๑) และจันทร์ (๒) เป็นมหาอุจ ๑ ดวง คือ พฤหัสบดี (๕) และเป็นดาวมหาลาภอีก ๑ ดวง คือ แบคคัส (บ) ดังนั้น ผู้ที่จะเข้ามาร่วมงานในตำแหน่งรัฐมนตรี หรือ ผู้ที่ติดตามสนองนโยบายของท่าน ช่วยให้ท่านทำงานได้อย่างลุล่วงมีประสิทธิภาพได้ จะต้องเป็นคนดี มีความรู้ความสามารถ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปอย่างแน่นอน

                ในขณะที่เขียนบทความนี้ ยังไม่มีการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่กระแสข่าว และโผรายชื่อที่ออกมานั้น ล้วนเป็นคนดีมีความรู้ ความสามารถ มากด้วยประสบการณ์ในการทำงาน ด้วยกันทุกคน บางท่านที่ผมเห็นรายชื่อแล้ว ต้องยอมรับเลยครับ ว่าท่านเหล่านั้นเมตตาท่านนายก ฯ พลเอกสุรยุทธ์จริง ๆ ท่านไม่ปล่อยให้นายก ฯ ต้องหัวเดียวกระเทียมลีบ ทำงานคนเดียวแน่ ท่านเหล่านั้นจึงกล้าที่จะยอมเปลืองตัว เข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ภายในระยะเวลาอันสั้นแค่ปีเดียว สมแล้วที่ท่านนายก ฯ พลเอกสุรยุทธ์ ท่านเกิดในขณะที่ลัคนาเสวยทลิทโทฤกษ์ หรือ ฤกษ์ผู้ขอ อันเป็นฤกษ์แห่งเมตตามหานิยม ใครเห็นใครรัก ใครเห็นก็ให้ความเมตตาสงสาร ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ว่าท่านจะเอ่ยปากหรือไม่ก็ตาม

          แบคคัส (บ) เจ้าเรือนอริในเรือนการงาน, จันทร์ (๒) เกษตรเจ้าเรือนการงาน ที่ถูกพฤหัสบดี (๕) มหาอุจ คู่ศัตรูกุม, ราหู (๘) และเกตุ (๙) คราสร้าย ที่อยู่ในเรือนการงาน จะส่งผลให้ท่าน ต้องพบกับปัญหาอุปสรรคในด้านการงานที่หนักหน่วง ปัญหาแต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาใหญ่ ที่ไม่อาจแก้ไขให้สำเร็จลุล่วงได้โดยง่าย บางปัญหาค่อนข้างคลุมเครือ ไม่ชัดเจน เหมือนคราสร้ายที่บดบังแสงสว่าง หรือความจริงไม่ให้ปรากฎ

                แต่เนื่องจากจันทร์ (๒) เป็นเกษตรในเรือนการงาน และได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ คือ มีพฤหัสบดี (๕) มหาอุจ, แบคคัส (บ) มหาลาภ กุม มีอาทิตย์ (๑) เกษตร นำหน้า มีพุธ (๔) เกษตร และศุกร์ (๖) โยคหน้า หรือมีดาวศุภเคราะห์เรียงรายนำหน้าเป็นขบวน จะทำให้ท่านได้รับความร่วมมือ ร่วมใจ จากคนดีมีฝีมือ มีความรู้ความสามารถ ทำงานเป็นทีม หรือเป็นขบวนการที่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประสิทธิผลที่ดี พบกับความสำเร็จ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้คลี่คลายหรือลุล่วงไปได้ในที่สุด

                ปีนี้ท่านมีอายุ ๖๓ ปีเต็ม เพิ่งผ่านพ้นวันเกิดของท่านมาได้ไม่นาน ท่านก็ได้รับการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี ดาวที่เสวยอายุ คือ ดาวเสาร์ (๗) เจ้าเรือนอริ ที่อยู่ในภพกัมมะ  ดาวที่เสวยแทรก คือ ดาวเนปจูน (น)  เจ้าเรือนมรณะ ที่อยู่ในภพกฎุมพะของดวงกำเนิด

ถ้าพิจารณาความหมายของดาวเจ้าเรือน เสาร์ (๗) เจ้าเรือนอริ เสวยอายุ เนปจูน (น) เจ้าเรือนมรณะ เสวยแทรก ในความหมายของ อริ - มรณะ ก็จะทำนายได้ว่า ในปีที่ท่านอายุ ๖๓ ปีนี้ หากท่านต้องพบพานกับปัญหาอุปสรรค ศัตรูใด ๆ ท่านจะสามารถฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคศัตรูนั้น ๆ ไปได้ หากใครคิดร้าย หรือจ้องทำอันตรายท่าน มันผู้นั้นจะต้องพ่ายแพ้อัปราชัย หรือ แพ้ภัยตนเองในที่สุด

                ถ้าพิจารณาในความหมายของดาวทั้งสองที่จรอยู่ในเรือน เสาร์ (๗) คือ ดาวกัมมะโลกธรรม เป็นดาวลอยในภพกัมมะ หมายถึง การงาน หรือ การดำเนินชีวิตโดยทั่วไป หรือ การกระทำใด ๆ ของท่าน เนปจูน (น) เป็นดาววินาศนะโลกธรรม เป็นดาวลอยในภพกฏุมพะ หมายถึง การเงิน การติดต่อสื่อสาร การพูดจาประชาสัมพันธ์ และเอกสารสัญญาทุกชนิด ในที่นี้อาจหมายถึง ข้อกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญอีกด้วย

ดังนั้น เมื่อสรุปความหมายของคำว่า กัมมะ - กฏุมพะ จึงส่งผลให้ท่าน ต้องมาทำงานในเรื่องของเศรษฐกิจ การเงิน, ต้องมาทำงานเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข, ต้องมาคอยตอบคำถามของนักข่าวทุกวัน, ต้องพูด ต้องเจรจา และผู้ประสานงานกับคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างสอดคล้องต้องกัน ฯลฯ เป็นต้น

บางท่านอาจจะสงสัยว่า ดาวที่เสวยอายุ เสวยแทรก เป็นดาวเจ้าเรือนภพทุสถานะ คือ อริ - มรณะ ด้วยกันทั้งคู่ ไม่น่าจะส่งผลดีในด้านวาสนาบารมี ทำให้ท่านได้รับการโปรดเกล้า ฯ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ดาวที่เสวยอายุ เสวยแทรก น่าจะเป็นดาวที่ให้คุณ และมีความหมายที่ชัดเจนกว่านี้ เช่น ดาวเจ้าเรือนลัคน์ เสวยอายุ ดาวเจ้าเรือนศุภะ เสวยแทรก ฯลฯ เป็นต้น

จากประสบการณ์ในการพิจารณาวาสนาบารมี หรือ ดวงชะตาของบุคคล ที่ได้รับการเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง หรือมีชะตาชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นนั้น ไม่จำเป็นเลยครับ ที่ดาวเสวยอายุ เสวยแทรก หรือ ลัคนาจรตามภพ จะต้องไปอยู่ในตำแหน่งที่ดี ที่ให้คุณแก่ดวงชะตา เช่น ศุภะ กัมมะ ลาภะ ฯลฯ หรือ ดาวที่เสวยอายุ เสวยแทรก จะต้องเป็นดาวที่มาจากเรือนที่ดี ให้คุณแก่ดวงชะตา เสมอไป

อย่างในดวงของท่านนายก ฯ พลเอกสุรยุทธ์ นั้น ลัคนาจรตามภพ ในปีที่ท่านอายุ ๖๓ ปีนั้นอยู่ในภพสหัชชะ  เมื่อวางลัคนาจรที่ราศีตุลแล้ว จะทำให้ราหู (๘) และ เกตุ (๙) เจ้าเรือนลาภะ ที่อยู่ในภพวินาศนะ ของพื้นดวงกำเนิด กลายเป็นดาวเจ้าเรือนศุภะ ที่อยู่ในภพกัมมะ ความหมายของ ลาภะ -วินาศนะ แปลว่า เจ้าชะตาจะได้ลาภผล หรือความพึงพอใจ อย่างไม่คาดคิด คาดฝัน หรือ แบบลับ ๆ ไม่เปิดเผย ไม่รู้ตัวล่วงหน้ามาก่อน ความหมายของ ศุภะ - กัมมะ นั้น หมายถึง จะมีวาสนาบารมี มีเกียรติยศชื่อเสียง ได้รับการยกย่องจากคนทั่วไป ในเรื่องของการงาน หรือการดำเนินชีวิตโดยทั่วไป ซึ่งในที่นี้ ก็คือ ได้รับการโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๔ ของไทย นั่นเอง

ทีนี้มาพิจารณาตำแหน่ง ดาวจรที่มากระทบดาวในพื้นดวงกำเนิด กันบ้าง การพิจารณาวาสนาบารมีของเจ้าชะตา  หรือความสำเร็จก้าวหน้า การได้รับการเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ได้รับเกียรติ ได้รับรางวัล ได้รับการยกย่อง มีชื่อเสียงโด่งดัง นอกจากจะต้องพิจารณาถึง ดาวจรในภพ ศุภะ ว่า มีศุภเคราะห์ , ดาวที่ให้คุณ หรือ ดาวบาปเคราะห์  , ดาวที่ให้โทษ หรือไม่แล้ว จะต้องพิจารณาถึงดาวต่าง ๆ ดังนี้ คือ

๑.      ลัคนา และ ดาวเจ้าเรือนลัคน์

๒.    ดาวอาทิตย์ (๑) หมายถึง ยศศักดิ์ อัครฐาน ชื่อเสียง

๓.    ดาวเจ้าเรือนศุภะ และดาวพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนศุภะโลกธรรม

จะต้องพิจารณาว่า ดาวต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ได้รับกระแสที่ดีจากดาวศุภเคราะห์ หรือ ดาวที่ให้คุณแก่ดวงชะตามากน้อยเพียงใด ถ้าได้รับกระแสที่ดีมากดวงเท่าไร ยิ่งส่งผลดีแก่เจ้าชะตา ในด้านเกียรติยศชื่อเสียง ความดีงาม ความเจริญรุ่งเรือง ฯลฯ มากเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม หากดาวดังกล่าวข้างต้น ถูกดาวบาปเคราะห์ หรือ ดาวร้าย ทำมุมให้โทษ ยิ่งมากดวงเท่าไร ก็จะส่งผลร้ายแก่เจ้าชะตาในด้านการเสื่อมยศ เสื่อมตำแหน่ง เสื่อมอำนาจวาสนาบารมี อาจมีคดีความ ทำให้เสียเงิน เสียอนาคต หรือสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างได้

ในวันที่ท่านได้รับการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่มีดาวใด ๆ ในภพศุภะของดวงกำเนิด แต่เราจะเห็นว่า ลัคนา และดาวอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนลัคน์นั้น ได้รับกระแสที่ดีจากดาวศุภเคราะห์ทุกดวง คือ  แบคคัส (บ) เจ้าเรือนการงาน ดาวมหาลาภ จรทับ อาทิตย์ (๑) ศุกร์ (๖) นำหน้า พุธ (๔) พฤหัสบดี (๕) โยคหน้า  และ จันทร์ (๒) ตรีโกณ  เข้าหลักเกณฑ์ข้อที่ ๑ และ ข้อที่  ๒

ดาวพลูโต (พ) เจ้าเรือนภพศุภะ และ ดาวพฤหัสบดี (๕) ศุภะโลกธรรม ที่อยู่ในภพวินาศนะของดวงชะตา ก็ได้รับกระแสที่ดีจากดาวศุภเคราะห์นำหน้า พาดผ่านเป็นขบวนมากถึง ๔ ดวง คือ เกือบครบทุกดวง กล่าวคือ มีแบคคัส (บ) นำหน้า มีอาทิตย์ (๑) ศุกร์ (๖) โยคหน้า มีพุธ (๔) และพฤหัสบดี (๕) จตุโกณ ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ข้อที่ ๓ ในการพิจารณาวาสนาบารมีของเจ้าชะตา

แต่แบคคัส (บ) เจ้าเรือนการงาน, ดาวพลูโต (พ) เจ้าเรือนศุภะ และ พฤหัสบดี (๕) ศุภะโลกธรรม ที่อยู่ในภพวินาศนะ นั้น ใช่ว่าจะได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์อย่างเดียว แต่ดาวดังกล่าว ยังได้รับกระแสชั่วร้ายจากบาปเคราะห์เบียนอย่างจัง ชนิดหนักหนาสาหัสด้วยเช่นกัน คือ มีเสาร์ (๗) เจ้าเรือนอริ ทับ มีเนปจูน (น) เล็ง มีพลูโต (พ) ราหู (๘) และ มฤตยู (๐) ทำมุมปลายหอกทิ่มแทง โดยมีเกตุ (๙) นำหน้า อังคาร (๓) โยคหน้า เรียกว่า โดนบาปเคราะห์เบียนกระหน่ำซ้ำเติมทุกดวง จึงส่งผลให้ท่าน จะต้องประสบกับปัญหาการทำงานที่หนักหน่วง มีปัญหาใหญ่ ๆ ยุ่งยาก และสลับซับซ้อนรอท่านอยู่เบื้องหน้า มีศัตรู หรือผู้ไม่หวังดีต่อท่าน ซึ่งก็หมายถึง ไม่หวังดีต่อประเทศชาติของเราด้วย มุ่งจ้องคิดร้าย และทำลายท่าน ใส่ร้ายป้ายสีท่าน ให้เสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียง อาจทำให้ท่านเกิดความเบื่อหน่าย ท้อแท้หมดกำลังใจที่จะทำงาน

แต่เนื่องจากพื้นดวงกำเนิดของท่าน มีดาวอังคาร (๓)  ดาวกล้า ดาวขยัน ดาวเสาร์ (๗) ดาวอดทนบากบั่น แบกภาระรับผิดชอบที่หนักหน่วง ทนทุกข์ยากลำบากได้เป็นอย่างดี ลอยเหนือศีรษะขณะกิด ในภพกัมมะ จึงเชื่อมั่นว่าท่าน จะไม่ทอดทิ้งสิ่งใดง่าย ๆ ปัญหาอุปสรรค แม้จะหนักหนาสาหัส ลำบากยากแค้นเพียงใด ท่านจะไม่ท้อถอย และฟันฝ่าไปได้ในที่สุด

อิทธิพลของดาวบาปเคราะห์ที่รุมกระหน่ำเล่นงานดาวแบคคัส (บ) เจ้าเรือนการงาน ที่เห็นเด่นชัด และส่งผลมาแล้วก็คือ การออกจากงานในตำแหน่งหน้าที่ “องคมนตรี”พื่อมาตำแหน่งหน้าที่ “นายกรัฐมนตรี” นั่นเอง


บทความโหราศาสตร์

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved