พยากรณ์ดวงเมืองบางกอก พ.ศ. ๒๕๕๐ (๗)

 

                   พยากรณ์ดวงเมืองบางกอก ช่วงที่ ๒ หลังจากวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๐ ไปแล้ว ลัคนาจรดวงเมือง จะจรเข้าภพศุภะ อันเป็นภพที่ดี และให้คุณ ซึ่งผลของคำพยากรณ์ดังกล่าว อาจส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๑ เพราะยังอยู่ในช่วงที่ดวงเมืองบางกอก มีอายุครบ ๒๒๕ ปี ซึ่งการนับอายุของดวงเมืองนั้น นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน ถึงวันที่ ๒๐ เมษายน ปีถัดไป ตามที่กล่าวมาแล้ว

                เมื่อเราวางลัคนาจรในราศีธนู ภพศุภะของดวงเมือง ทำให้พฤหัสบดี (๕) เกษตรเจ้าเรือนภพศุภะเดิม กลายเป็นเกษตรเจ้าเรือนลัคน์กุมลัคนาจร โดยมีอาทิตย์ (๑) มหาอุจจ์ คู่มิตร เจ้าเรือนปุตตะเดิม กลายเป็นเจ้าเรือนศุภะในภพปุตตะ จะส่งผลทำให้พสกนิกรชาวไทย มีวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิม ปํญหาความเดือดร้อน ทุกข์ยากต่าง ๆ ค่อยคลี่คลายไปในทางที่ดี ภาพพจน์ หรือ ชื่อเสียงของประเทศไทยจะกลับคืนมา จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน หรือกำหนดนโยบายต่าง  ๆ อันเป็นผลดีแก่ประเทศไทยในภายหน้า

                แต่เนื่องจากในช่วงก่อนวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ พฤหัสบดี (๕) ยังจรอยู่ในภพมรณะของดวงเมือง หรือจรอยู่ในภพวินาศนะ ของลัคนาจรดวงเมืองช่วงที่สอง ดังนั้น ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในทางที่ดี จึงต้องพ้นช่วงดังกล่าว คือ หลังจากวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ไปเสียก่อน

                การที่ลัคนาจรดวงเมืองอยู่ในภพศุภะ ใช่ว่าจะส่งผลดีแก่บ้านเมืองแต่ถ่ายเดียว เพราะถ้าเราพิจารณาดูตำแหน่งดาวบาปเคราะห์ที่มาเบียนแล้ว จะเห็นว่า ลัคนาจรดวงเมืองที่ราศีธนูนั้น ถูกบาปเคราะห์กุม เล็ง และเบียนในมุมกากบาททุกมุม กล่าวคือ มีเสาร์ (๗) พลูโต (พ) กุม มีมฤตยู (๐) เล็ง มีราหู (๘) เนปจูน (น) ทำมุมกากบาท ลักษณะเช่นนี้ เป็นลักษณะของการเบียนที่ให้โทษรุนแรง เป็นการเบียนที่ให้โทษแบบแตกหักทำลาย หรือ หักโค่นอย่างกระทันหัน กล่าวคือ ในขณะที่บ้านเมืองกำลังพัฒนาก้าวหน้า หรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ก็อาจเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้การพัฒนา หรือ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีนั้น ต้องหยุดชะงัก หรือล้มครืนกลางคัน

                จากสถิติในช่วงที่ ลัคนาดวงเมืองจรเข้าภพศุภะ เคยเกิดเหตุการณ์ รัฐประหาร ถึง ๒ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๒ โดย พลโทผิน  ชุนหะวัณ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐ และ ครั้งที่ ๖ โดย จอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ดังนั้น การที่พลเอกสนธิ  บุณยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหารครั้งล่าสุด เกรงว่าจะมีการทำการรัฐประหารซ้อน และกระทำการทุกอย่างเพื่อป้องกัน เช่น ยังไม่ยกเลิกกฎอัยการศึกโดยง่าย คือ ยกเลิกบางส่วน หรือ ทำการย้ายนายทหารระดับนายพันที่คุมกำลังพล จึงเป็นเรื่องที่ตั้งไว้บนความไม่ประมาท

                อันที่จริงแล้วการเกิดเหตุร้ายในบ้านเมือง ใช่ว่าจะเกิดในช่วงที่ลัคนาจรดวงเมือง จรเข้าภพอริ มรณะเ หรือ วินาศนะ เสมอไป เท่าที่จับสถิติมา เห็นว่า หากลัคนาจรดวงเมือง ตกอยู่ในจุดที่ตั้งของลัคนาเดิม ราศีเมษ ตกอยู่ในภพปัตนิที่ราศีตุล , ตกอยู่ในภพสหัชชะ  ที่ราศีเมถุน และ ตกอยู่ในภพศุภะ ที่ราศีธนู ก็อาจเกิดเหตุร้ายแก่บ้านเมืองได้เช่นกัน เพราะเมื่อวางลัคนาจรในตำแหน่งดังกล่าวของดวงเมือง จะทำให้ลัคนาจรนั้น ถูกบาปเคราะห์เบียนอย่างยับเยิน

                อย่างเช่นในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ลัคนาจรดวงเมืองเข้า ภพสหัชชะ ฝ่ายสัมพันธมิตรส่งเครื่องบิน บี ๕๒ มาทิ้งระเบิดในกรุงเทพ ฯ แทบไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัย สถานที่สำคัญ วัดวาอารามต่าง ๆ หลายวัด ต้องพังทะลาย และผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากจากภาวะสงคราม

                หรือ สถิติเกี่ยวกับการทำรัฐประหารหลายครั้ง ที่ลัคนาจรดวงเมืองตกอยู่ในภพดังกล่าว เช่น รัฐประหารครั้งที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖, ครั้งที่ ๔ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ ลัคนาจรดวงเมืองตกอยู่ในภพปัตนิ, รํฐประหารครั้งที่ ๘ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ ลัคนาจรดวงเมืองตกอยู่ในภพสหัชชะ และ รัฐประหารครั้ง ๓ เมื่อ  พ.ศ.๒๔๙๔  ที่ลัคนาจรทับลัคนาเดิม นอกเหนือไปจากครั้งที่ ๒ และ ครั้งที่ ๖ ที่ลัคนาจรเข้าภพศุภะที่กล่าวไว้แล้ว

                สำหรับเศรษฐกิจ รายได้ ความเป็นอยู่ของประชาชน ในช่วงที่สอง เมื่อลัคนาจรดวงเมืองจรเข้าภพศุภะ  เราจะเห็นว่า เสาร์ (๗) ดาวเจ้าเรือนภพกฎุมพะของลัคนาจร ที่หมายถึง การเงิน เศรษฐกิจ รายได้ กุมกับลัคนาจร และพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนลัคนาจร จึงได้รับกระแสที่ดีจากศุภเคราะห์ และกระแสที่ชั่วร้ายจากบาปเคราะห์ดุจเดียวกับลัคนาจร และพฤหัสบดี (๕) ส่งผลให้ เศรษฐกิจรายได้ของประชาชน ซึ่งรวมไปถึงค่าครองชีพต่าง ๆ อยู่ในสภาพคล่อง คือ ซื้อง่าย ขายคล่อง แต่ก็นั่นแหละ เมื่อถูกเบียนมาก ๆ จากบาปเคราะห์ ดังนั้น สภาพเศรษฐกิจโดยรวมจึงไม่ค่อยดีนัก ประชาชนอาจจะต้องพบกับภาวะข้าวยากหมากแพง เครื่องใช้ไม้สอย เครื่องอุปโภค บริโภค ค่าบริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ อาจพากันขึ้นราคา ประเทศไทยอาจประสบภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง ทำให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงได้อย่างกระทันหัน

                มาพิจารณาตำแหน่งดาวจร โดยเฉพาะดาวอังคาร (๓) และ ดาวเกตุ (๙) ที่มีการย้ายราศีในช่วง ๑ – ๒ เดือน ต่อราศีกันต่อ ในช่วงที่เกตุ (๙) จรเข้าราศีพฤษภ อันเป็นราศีการเงินของดวงเมือง คือ ระหว่างวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๐ และช่วงที่อังคาร (๓) จรเข้าราศีพฤษภ ในระหว่างวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๐ ช่วงนี้เศรษฐกิจของไทย ค่อนข้างปั่นป่วนวุ่นวาย เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ไทยเราอาจจะต้องมีภาระหนี้สินผูกพันเพิ่มขึ้น หรือไม่เช่นนั้น อาจมีเรื่องที่ไทยเราต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมาก หรือต้องสูญเสียรายได้อย่างมหาศาล

                ในช่วงที่อังคาร (๓) จรเข้าทับดาวแบคคัส (บ) การเงิน ที่ราศีมีน ระหว่างวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๐ และช่วงที่เกตุ (๙) จรเข้าทับดาวแบคคัส (บ) ราศีมีน ระหว่างวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เป็นอีกช่วงหนึ่ง ที่เศรษฐกิจรายได้ของประชาชนไม่ค่อยดีนัก อาจมีรายจ่าย หรือภาวะหนี้สินมากขึ้น ดุจเดียวกับช่วงที่ดาวทั้งสองจรเข้าเรือนการเงิน

                ในช่วงระหว่างวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เกตุ (๙) จรเข้าภพกัมมะ ทำมุมกากบาทกับลัคนาดวงเมือง เล็งดาวจันทร์ (๒) เจ้าเรือนพันธุ  เป็นช่วงที่ไทยเรา ต้องระวังภัยพิบัติจากธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องของน้ำท่วมอีกวาระหนึ่ง อาจมีไต้ฝุ่น หรือพายุร้ายพัดเข้ามาในเขตประเทศไทย ทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยต้องพังทะลาย ประชาชนทุกข์ยากลำบากเดือดร้อน อีกทั้งต้องระวังภัยจากการก่อวินาศกรรม หรือภัยจากผู้ไม่ประสงค์ดี สร้างสถานการณ์ก่อความไม่สงบ พวกแบ่งแยกดินแดนอีกด้วย

                ในช่วงระหว่างวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ เป็นช่วงที่ไม่ควรประมาทในทุกเรื่อง เพราะ อังคาร (๓) ดาวเจ้าเรือนมรณะของดวงเมือง จรวิปริตอาเพท คือ เดินช้า อยู่ในราศีเมถุน นานถึง ๗ เดือน ทั้งนี้ เนื่องจาก อังคาร (๓) จรทับดาวมฤตยู (๐) คู่อุบัติเหตุ เหตุร้ายแรงอย่างกระทันหัน โดยเล็งพลูโต (พ) เจ้าเรือนลัคน์ และพฤหัสบดี (๕) เจ้าเรือนศุภะ ของดวงเมือง จึงเป็นเหตุที่อาจทำให้พี่น้องคนไทย ต้องพบกับความลำบาก ทุกข์ยาก เดือดร้อน เพราะจุดที่ถูกเบียนนั้น ยังเป็นจุดที่ตั้งของลัคนาจรอีกด้วย

                จากคำพยากรณ์ดังกล่าวข้างต้น ท่านผู้อ่านจะเห็นว่า ๘๐ ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างมาก ๆ สำหรับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ในช่วง ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมเองก็อยากจะทำนายในสิ่งที่ดี ๆ แต่รูปดาวในพื้นดวงที่ลัคนาจรไปสถิตอยู่ อีกทั้งรูปดาวจรที่มากระทบกับดาวในพื้นดวง อ่านอย่างไร ก็ออกมาในรูปของผลร้ายมากกว่าดี โดยเฉพาะดาวเสาร์ (๗) และ เนปจูน (น) ที่ตรึงดวงเมืองอยู่ร่วม ๒ ปี แม้เสาร์ (๗) จะย้ายออกไปในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๐ แต่ก็ย้ายเข้าไปในราศีสิงห์ ภพปุตตะ และจรเล็งกับราหู (๘) และมฤตยู (๐) ซึ่งราศีสิงห์นั้น เป็นราศีประจำประเทศไทย จึงไม่อาจทำนายทายทักในทางที่ดีได้ ต้องขออภัยสำหรับผู้อ่านบางท่าน ที่อ่านแล้วอาจเกิดความหดหู่ใจ หรือ วิตกกังวล

                ในส่วนตัวผมเองนั้นไม่ค่อยอยากจะเขียน คำพยากรณ์เกี่ยวกับดวงบ้านดวงเมือง หรือ พยากรณ์เหตุการณ์ ที่เกิดต่อสาธารณชนสักเท่าไร เพราะว่าเหตุปัจจัย ที่จะเกิดขึ้นนั้น ค่อนข้างกว้าง ไม่ต่างกับพยากรณ์อากาศสักเท่าไร คือ  มีตัวแปรที่อาจจะทำให้ไม่เกิดผลตามคำพยากรณ์ได้ เพราะถ้าดีก็เพียงเสมอตัว ถ้าชั่วตัวก็มัวหมอง ก่อนจะเขียนบทความชุดนี้ ผมคิดแล้วคิดอีก แต่ก็ต้องเขียน และพยายามเขียนในแง่ของสถิติ และหลักวิชาการให้มากที่สุด รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม หากจะไม่มีหตุการณ์ร้ายใด ตามคำพยากรณ์ข้างต้น ผมคงจะดีใจไม่น้อย ดังนั้น จึงใคร่ขอให้ผู้อ่านทุกท่านใช้วิจารณญาณในการอ่านเป็นพิเศษสักหน่อย

                อันที่จริง เหตุร้ายที่จะเกิดแก่บ้านเมืองไทยเรา หลายครั้งหลายครา ไม่ว่าจะเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม มักจะสงบราบคาบ ไม่เรื้อรัง ก่อความทุกข์ยากแก่คนไทยนานเป็นปี ๆ จะเห็นก็แต่เหตุการณ์ความไม่สงบ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่แหละ ที่เรื้อรังนานมาร่วม ๓ ปี เข้านี่แล้ว ที่เป็นเช่นนี้ ผมโทษนโยบายของรัฐบาลในชุดที่ผ่านมาเต็ม ๆ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดู แล้วจะเข้าใจ ไม่มีใครหรอกครับ ที่อยากให้บ้านเมืองของตน อยู่ในกลียุค ต้องหวาดระแวง ไม่ปลอดภัยกับชีวิตและทรัพย์สินของตน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง ไม่ว่าหนักเบาอย่างไร รัฐบาลทักษิณ ไม่เคยใส่ใจ ในความรู้สึก หรือ ความต้องการของประชาชนในพื้นที่

                ตอนนี้ผมเชื่อว่า รัฐบาลของพลเอกสุรยุทธ์ ได้เดินมาถูกทางแล้ว เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ หรือ เป็นการเกาให้ถูกที่คัน คือ ต้องพัฒนาพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพิเศษ ชนิดที่เป็นรูปธรรม และต้องดูแลอย่างดีที่สุด อย่าให้พี่น้องในเขต ๓ ชายแดนจังหวัดภาคใต้ มีความรู้สึกว่า เมื่อข้ามพรมแดนไปมาเลย์ แล้วเห็นความแตกต่าง ในด้านความเจริญ ความเอาใจใส่ของรัฐบาลมาเลย์ ในเรื่องเศรษฐกิจรายได้ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ชนิดว่าห่างไกลราวฟ้ากับดินกับรัฐบาลไทย ไม่ต้องดูอื่นไกล เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ผมมีโอกาสไปเที่ยวมาเลย์ ข้ามไปทางด้านสะเดา จ.สงขลา เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงต้น ๆ ของเหตุการณ์ความไม่สงบ เหตุการณ์ยังไม่บานปลาย ยังไม่เกิดเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ โดยไปกับรถตู้ของบริษัททัวร์ เจ้าของรถตู้เขาไม่เติมน้ำมันในเขตประเทศไทย ทั้งขาไปและขากลับ เพราะว่าแพงกว่ากัน  ยิ่งเติมมาก ยิ่งเห็นความแตกต่างของรายจ่ายมากขึ้น แค่นี้เขาก็เลือกมาเลย์แล้วล่ะครับ

                ดวงของท่านพลเอกสุรยุทธ์ เป็นดวงชะตาที่ถูกโฉลกกับประเทศไทย เพราะลัคนาของท่านอยู่ในราศีสิงห์ เหมือนกับพลเอกเปรม ท่านเป็นชายชาติทหารอย่างแท้จริง กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ ในสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นจริง  สมแล้วที่ท่านมีอังคาร (๓) ดาวการทหาร ดาวแห่งความกล้า ความขยัน ลอยเหนือศีรษะขณะเกิดในภพกัมมะ ผมอยากให้พี่น้องประชาชนคนไทย ให้เวลาท่านมากกว่า ๑ ปี การทำงานในช่วงเวลาที่จำกัด จะให้เกิดผลดีเป็นรูปธรรมคงไม่ได้ ท่านไม่ใช่เทวดาหรือ ผู้วิเศษมาจากไหน คนที่สนับสนุนพร้อมที่จะร่วมหัวจมท้ายกับท่านก็เยอะ คนที่มือไม่พาย แต่เอาเท้าราน้ำ คอยถ่วง คอยขัดขวางก็มีมาก ถ้าจะมีการสืบทอดอำนาจ แล้วการสืบทอดนั้น เป็นผลดีแก่ประเทศไทย ผมก็อยากให้เป็นเช่นนั้น

ในปีที่ ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๓ สวรรคตนั้น ดวงเมืองของไทย ลัคนาจรตกอยู่ภพมรณะพระองค์ท่านทรงพระประชวรนานหลายเดือน ทรงทราบดีว่าพระอาการประชวร ไม่มีทางที่จะรักษาให้หาย แต่พระองค์ท่านก็ไม่ทรงแต่งตั้งพระราชโอรส และ พระอนุชา ที่อยู่ในข่ายที่จะได้รับราชสมบัติ พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ดำรงตำแหน่งมหาอุปราช หรือ วังหน้า  เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า ไม่มีพระองค์ใดที่เหมาะสม และไว้วางพระราชหฤทัย ทรงเห็นแก่ประโยชน์สุขของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง จึงทรงคืนพระราชอำนาจแก่เสนาบดี ให้เป็นผู้ทำการคัดเลือก หลังจากพระองค์เสด็จสวรรคต ดังนั้น ผมจึงใคร่วิงวอนให้ทุกท่าน จงเห็นประโยชน์สุขของประเทศชาติ มากกว่าสิ่งอื่นใด  แล้วชาติไทยเรา จะพ้นจากเรื่องร้าย ๆ กลับกลายเป็นดี หนักกลายเป็นเบา ดังที่เคยมีมาแล้วในประวัติศาสตร์ชาติไทย และสถิติดวงเมือง


ตอนที่

1

2

3

4

5

6

7

บทความโหราศาสตร์

Copyright © 2002 - 2006 All Rights Reserved