กฎแห่งกรรม

เรื่องที่  ๓๔

คนเกลียดแมว

จากหนังสือ “โลกหน้ามีจริง” ปีที่ ๔ เล่มที่ ๕๑ โดย.....เทียมใจ

*************************

                การที่มนุษย์นำสัตว์ต่าง ๆ นานาชนิดที่มันพอจะเลี้ยงได้มาเลี้ยงไว้ ก็เพื่อประโยชน์อย่างหนึ่ง  นั่นคือ ประโยชน์ในด้านจิตใจ  ที่ว่าเช่นนี้ ก็เพราะสัตว์บางชนิด ที่นอกจากจะนำมาเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านแล้ว ยังสามารถนำมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่นแก้เหงา คลายเครียดได้อีกด้วย

                เพราะบรรดาสัตว์เลี้ยงพวกนั้น  นอกจากความน่ารักของร่างกาย สีสัน และสุ้มเสียงแล้ว  ความฉลาดของมันยังทำให้เราประทับใจได้อีก  ส่วนใครจะเลือกสัตว์ชนิดใดไว้เลี้ยง ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล

                บางคนชอบนก บางคนชอบปลา บางคนชอบสุนัข หรือ ชอบแมว แต่ก็คงไม่มีใครอุตริ หรือ ถ้าจะมีก็คงจะน้อยมาก ที่จะนำงู เสือ หรือจระเข้มาเลี้ยงไว้ในบ้านหรอกนะ สัตว์ที่คู่บ้านของคนไทยเรามาตลอดตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน ก็เห็นจะมีหมาและแมว ในสมัยก่อนเขานิยมเลี้ยงหมาเอาไว้เฝ้าบ้าน  เพราะหมามันจะเห่า  หรือกัดคนแปลกหน้าที่จะเข้ามาในบ้านตอนเราไม่อยู่ หรือเวลาเรานอนหลับ ทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกตัวก่อน  แต่สมัยนี้ จะนำหมาพันธุ์ต่าง ๆ ที่ตัวเล็ก ๆ ขนปุย ๆ เอามาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่นแก้เหงาอย่างที่ว่ากันมาแล้ว

                ส่วน แมว เป็นสัตว์เลี้ยงง่าย กินง่าย นอนง่าย และก็ไม่ส่งเสียงร้องให้รำคาญ  นอกจากมันจะไต่ขึ้นหลังคาแล้วไปเจอคู่อริต่างบ้านเท่านั้นถึงจะส่งเสียงขู่ เสียงร้องเจี๊ยวจ๊าวให้หนวกหูเล่นได้บ้างเป็นบางครั้งเท่านั้น  นิสัยของแมวจะเงียบขรึม  นอกจากเวลาหิวเท่านั้น ที่มันจะเข้ามาประจบ เคล้าคลอเอาตัวมาถูกับสิ่งของ หรือแข้งขาของเราไปมาเพื่อให้เรารู้  นี่คือความน่ารักอีกอย่างของสัตว์เลี้ยงอย่างพวกมัน  เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ก็เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่ว่านี้นั่นเอง

                มันเกี่ยวกับแมว และบุคคลผู้หนึ่ง บุคคลผู้นี้เขามีอาชีพที่ใคร ๆ ก็ให้เกียรติและยกย่อง เขาเป็นนายแพทย์ “คุณนพดล” เป็นนายแพทย์หนุ่มที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ข้าพเจ้ารู้จักเขาก็เพราะได้ไปเช่าหอพัก ซึ่งเป็นของครอบครัวนายแพทย์นพดลผู้นี้ ปกติหอพักนี้อัตราค่าเช่าค่อนข้างสูง เพราะเป็นหอพักที่สะดวก สะอาด ทันสมัย และก็ปลอดภัย อีกทั้งยังตั้งอยู่ในทำเลชุมชน ไม่เปลี่ยวจนอาจเกิดอันตราย ฉะนั้นราคา ๒,๕๐๐ บาท จึงไม่แพงเลยสำหรับคนทำงาน ที่มีรายได้หลักหมื่นขึ้นไป

                แต่บังเอิญข้าพเจ้าเป็นแค่นักศึกษายังไม่มีรายได้   แต่โชคดีที่มีญาติมาเช่าอยู่ก่อน  ข้าพเจ้าจึงมาช่วยเขาหารค่าเช่ากันคนละครึ่งได้อย่างไม่ลำบากนัก จากค่าใช้จ่ายที่ทางบ้านส่งให้

                นายแพทย์นพดลผู้นี้ และครอบครัวของเขามีบ้านหลังใหญ่โต ปลูกอยู่หลังหอพัก ซึ่งกั้นรั้วล้อมรอบไว้ให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน  คงเพื่อสะดวกในการดูแล และการเก็บเงินกระมัง แต่มันก็เป็นผลดีของพวกเราสาว ๆ ชาวหอพัก ที่จะได้รู้สึกอุ่นใจในความปลอดภัย ที่มีคนคอยดูแลความสะดวกปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

                และเพราะความใกล้ชิดนี่เอง  จึงทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ได้เห็นอะไร ๆ ที่พอจะรู้จะเห็นได้ในบ้านของนายแพทย์นพดลผู้นี้  ก็เพราะห้องของข้าพเจ้าอยู่ติดกับบ้านของเขา  และก็เป็นห้องชั้นล่าง ซึ่งด้านหลังมีประตูออกไปลานซักล้าง และสามารถเดินเข้าไปในบริเวณประตูด้านหลัง  ออกไปนั่งอ่านหนังสือ หรือพักผ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มที่ติดห้องข้าพเจ้าได้

                ซึ่งบางครั้งก็จะมีแมวที่พ่อแม่ของคุณนพดลท่านเลี้ยงไว้ ๒ – ๓ ตัว เป็นเพื่อนแก้เหงา มาเคล้าคลอป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ ข้าพเจ้าแทบทุกครั้งเช่นกัน ตัวนายแพทย์นพดลท่านนี้ไม่ค่อยได้อยู่บ้านหลังนี้สักเท่าไหร่ ส่วนมากถ้าไม่เข้าเวรที่โรงพยาบาล ก็จะไปพักที่หอพักภายในโรงพยาบาล ข้อมูลนี้ ญาติที่อยู่ก่อนเล่าให้ฟังอีกที

                แม่ของนายแพทย์นพดลมีโรคประจำตัว คือ หอบหืด บางคนแพ้อากาศเย็น บางคนแพ้ขนสัตว์  บางคนแพ้ฝุ่น ข้าพเจ้าเคยคุยกับแม่ของนายแพทย์นพดล ท่านบอกว่า ท่านแพ้ฝุ่นละออง จะจาม หรือ ไอ จนหอบ ทั้ง ๆ ที่มีคนรับใช้ แต่ท่านก็อดเช็ดถูเองไม่ได้ เมื่อเห็นบ้านไม่สะอาด แต่นายแพทย์นพดลกลับโทษว่า แม่แพ้ขนแมวด้วย เพราะนำมันมาเลี้ยงคลุกคลีกับมัน

                โดยนิสัยปกติของนายแพทย์นพดล เป็นคนเกลียดแมวเป็นที่สุด  เพราะตอนเขายังรุ่น ๆ แมวชอบไปถ่าย หรือฉี่ใส่กองเสื้อผ้า หรือถุงเท้าของเขา  จนทำให้เหม็นติดไปตลอด ซักไม่ออก ฉะนั้นเขาจึงไม่ค่อยอยากอยู่บ้าน เพราะรังเกียจแมว แต่เขาก็เป็นคนที่รักพ่อแม่มากเช่นกัน

                ต่อมาไม่นาน แม่ของนายแพทย์นพดลก็ล้มป่วยหนัก  เนื่องจากมีอาการหืดหอบอยู่ตลอดเวลา ถึงขั้นต้องให้อ๊อกซิเจนที่โรงพยาบาล  ท่านอยู่โรงพยาบาลได้ไม่นานก็เสียชีวิต  มันทำให้นายแพทย์นพดลเสียใจ และโกรธแค้นบรรดาแมว สัตว์เลี้ยงของพ่อและแม่ ที่มันเป็นเพื่อนยามเหงาของคนแก่  แต่เขากลับคิดว่า มันเป็นผู้ทำลาย เป็นผู้ที่ทำให้คนที่เขารักจากไป  หลังจากงานเผาศพแม่ของนายแพทย์นพดลได้หนึ่งวัน  เขาก็กลับมาบ้านด้วยอาการมึนเมา ร้องไห้ฟูมฟาย มาพร้อมกับแฟนสาวที่เป็นนางพยาบาล  และกำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่ช้า

                เขาเดินไปหลังบ้านซึ่งเป็นที่อยู่ของแมว  มีตัวหนึ่งเพิ่งออกลูกเล็ก ๆ มา ๓ ตัว และกำลังนอนให้นมลูกอยู่  เขาคว้าไม้กวาดตีไปที่แมวพวกนั้น ตีไปด่าไป เหมือนคนบ้า เสียงดังจนพวกเราชาวหอต้องออกมาดูทางหน้าต่าง  แมวแม่ลูกอ่อนกระโดดหนีด้วยความตกใจเพื่อเอาตัวรอด

นายแพทย์นพดลจึงก้มลง หิ้วลูกแมวเล็ก ๆ ทั้ง ๓ ตัว  ที่ยังเดินไม่ได้ แถมตายังไม่ลืมขึ้นมา เขาเดินเข้าไปในบ้าน พร้อมกับด่ามันอย่างหยาบคาย ไม่สมกับเป็นนายแพทย์ที่ทุกคนนับถือ  มิวายที่พ่อของเขาจะห้ามปรามให้สติ  แต่เขาก็ไม่ฟัง สิ่งที่พวกเราคาดไม่ถึงก็คือ เขานำลูกแมวเหล่านั้นไปใส่ในโถชักโครก จากนั้นกดน้ำราดลงไป........

ใม่ทราบตอนนั้นจิตใจของเขาเป็นเช่นไร  แฟนสาวที่เป็นนางพยาบาลก็ไม่ได้ห้ามปราม แต่กลับยืนดูเฉย ๆ

“มันเป็นอะไรที่น่าสลดสังเวช และน่าเศร้าเสียใจ ยิ่งกว่าการจากไปของแม่เขาเสียอีก” นั่นเป็นความคิดของข้าพเจ้า หรือของใคร ๆ อีกหลายคนที่รู้เห็นในวันนั้น

หลังจากนั้นอีก ๑ ปีต่อมา มันเป็นวันที่ข้าพเจ้าจะย้ายกลับบ้าน เพราะเรียนจบแล้ว ก็ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของนายแพทย์นพดล

เขาประสบอุบัติเหตุททางรถยนต์ โดยรถยนต์คันที่เขาและภรรยาขับกลับจากงานเลี้ยง ตกลงไปในคลองชลประทาน ไม่ทราบว่าเพราะ เมา หรือ หลับใน  เขาและเธอเสียชีวิตทั้งคู่ภายในรถยนต์ที่จมอยู่ในคลองนั้น โดยไม่สามารถหนีรอดออกมาได้

ทุกคนชาวหอพักที่ทราบถึงกับขนลุกซู่ ไม่ใช่เพราะกลัวผี หรือ เสียใจต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่ทุกคนพูดคล้าย ๆ กันเป็นเสียงเดียวกันว่า “กงกรรมกงเกวียน” มันเป็นคำสั้น ๆ แต่ได้ใจความจริง ๆ


ารบัญเรื่อง "กฎแห่งกรรม"

 

บทความทางพระพุทธศาสนา