ลัคนาจรตามภพ หรือ การนับเกณฑ์อายุของเจ้าชะตา

                    เรื่องการนับเกณฑ์อายุ หรือ ลัคนาจรนี้ โหรโบราณเขาก็มีวิธีการนับ ดูจะไม่แตกต่างไปจากระบบพลูหลวงนัก กล่าวคือ เมื่อแรกเกิด ถึง ๑ ปี  เมื่อเราผูกดวงขึ้นมานั้น ลัคนาอยู่ที่ใด อายุ ๑ ปีแรกของเรา ก็อยู่ที่นั้น ทีนี้พออายุ ๒ ปี ลัคนาก็ต้องจรจากที่อยู่เดิม คือ ภพที่ ๑ เข้าสู่ภพที่ ๒ (การเงิน)  พออายุ ๓ ปี ก็เข้าภพที่ ๓ (สหัชชะ) ......นับอย่างนี้เรื่อยไป จนอายุครบ ๑๒ ปี เต็ม ลัคนาก็จะจรเข้าอยู่ในภพวินาศนะ ถือเป็น ๑ รอบ

 

ลัคนาจรตามภพ

                พออายุ ๑๓ ปี ก็ต้องขึ้นรอบใหม่ เป็นรอบที่สอง ตั้งต้นใหม่จากลัคนา พออายุ ๑๔ ปี ก็เข้าภพที่ ๒ , อายุ ๑๕ ปี ก็เข้าภพที่ ๓ .......จนหมดรอบที่ ๒ ก็ขึ้นรอบที่ ๓ ตอนอายุ ๒๕ ลัคนาจร ก็จะเข้าทับลัคนาเดิมในพื้นดวง

                หากลัคนาจรเข้าเรือนใด  มักจะส่งผลคำทำนายเน้นหนักไปที่เรือนนั้น  เช่น เข้าเรือนปัตนิ คือ ช่วงอายุเต็ม ๗, ๑๙, ๓๑ , ๔๓, ๕๕, ๖๗.....ฯลฯ  จะมีเกณฑ์พบคู่ หรือพบคนรัก มีความสัมพันธ์กับคนรัก หรือแต่งงาน คือ ไม่พ้นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ไปได้ หากลัคนาจรเข้าเรือนมรณะ คือ ช่วงอายุเต็ม ๘, ๒๐, ๓๒, ๔๔, ๕๖, ๖๘, ๘๐.....ฯลฯ อย่างนี้ต้องระวังการเจ็บไข้ไม่สบายอย่างหนัก หรือได้รับการผ่าตัด อุบัติเหตุอันตรายร้ายแรง อาจมีการพลัดพราก สูญเสียในเรื่องต่าง ๆ  หรือตัวเองอาจได้รับอันตรายร้ายแรงถึงกับชีวิตได้

                เมื่อเราวางลัคนาจรในพื้นดวงเดิมแล้ว  เราก็จะสามารถอ่านเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น ๆ จากจุดลัคนาจรที่เราตั้งขึ้น ประกอบกับพื้นดวงเดิม หรือ ลัคนาเดิมได้ และเมื่อดูประกอบกับดาวจรในขณะนั้น ที่มากระทบกับดาวเดิม คือ มาทับดาวเดิม หรือมาเล็งดาวเดิม มากากะบาดดาวเดิม หรือ มาทำมุมปลายหอก ดาวเดิม อย่างนี้ถ้าเป็นบาปเคราะห์ ก็จะให้โทษมาก แต่ถ้าดาวศุภเคราะห์จรมาทับลัคนา หรือดาวเดิม มาทำมุมร่วมธาตุ หรือ โยคหน้า โยคหลัง ซึ่งถือว่าเป็นมุมที่ให้คุณ อย่างนี้ก็จะให้คุณแก่เจ้าชะตา ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดูให้ออก แยกให้ได้ว่า เรากำลังดูเรื่องใด ดีหรือร้าย โดยอาศัยเกณฑ์ หรือแนวโน้มส่วนใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น จากลัคนาจรตามภพ แล้วค่อยพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตามมา